กฎหมาย กฎบ้าน วัยรุ่นตีกัน

บทความส่งมาโดยพี่ ทนายความม้ง/Hmong Lawyer Thailand.

พอดีผมอ่านเจอบทความของน้องที่บ้านเล่าลือและน้องเจ้าของเว็ป Hmongasia.com เลยขอนำมาเขียนบทความดังต่อไปนี้ให้พวกเราได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยผมในฐานะนักกฎหมายจะขอพูดในฐานะนักกฎหมายนะครับ

คุณ NTaaj khaab – ผมรู้สึกดีใจมากๆครับ ที่ม้งเราก็พัฒนาได้ไม่แพ้ใครในโลกสวยใบนี้เลยทีเดียวครับ ก่อนอื่นผมชื่อ สิงห์ชัย แซ่คำ (ด้าง) อยู่บ้านเล่าลือ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ปัจจุบันอยู่ที่กรุงเทพฯ เลขที่60/31 อ่อนนุช พระโขนง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250

ก็ขอสวัสดีปีใหม่ถึงพี่น้องเราชาวม้งด้วยกันณ.ตรงนี้ด้วยครับ หวังว่าทุกๆ คนคงจะยังสบายดีกันอย่างทั่วหน้านะครับ และขอสวัสดีพี่ๆน้องๆที่มีหน้าส่วนเกี่ยวข้องดูแลระบบตรงนี้ด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงครับ

ผมไม่มีความคิดเห็นอะไรนอกจากจะบอกเล่าต่อเป็นในๆ ให้ฟังถึงน้องๆ หลานๆ ณ.ปัจจุบันที่ทางบ้าน ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ค่อยได้เดินทางกลับบ้านสักเท่าไหร่หรอกครับ แต่ที่รับรู้ถึงเรืองราวข่าวคราวทางบ้านเกี่ยวกับเรื่องน้องๆและหลานๆของเรา เป็นข่าวไม่ดีและมีบ่อยๆโดยเฉพาะเรื่องทะเลาะตีกัน ดมกาว กินเหล้า

ซึ่งเด็กอายุ 16-25+ ปีเฉพาะเรื่องเหล้าเมา แล้วผมถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรแก้ไข เพราะผมเชื่อว่าม้งเรายังไม่มีใครมองเห็นปัญหา แต่ผมมองเห็นว่าเราชาวม้งน่าจะมี กฏข้อบังคับเป็นพื้นฐาน คือเด็กอายุต่ำกว่า19ปีไม่ควรให้เข้ามามีส่วนร่วมในงานพิธีเรื่อง(กิน,ดื่มเหล้า)เช่น งานแต่งและอื่นๆที่มีการรินเหล้า

เพราะปัจจุบันนี้ที่บ้านของผมจะเห็นบ่อยๆ และทุกๆ งานจะมีเด็กกลุ่มนี้ร่วมตลอดและ เป็นเหตุให้เด็กม้งทุกวันนี้ เป็นผู้มีปัญหา ถ้าท่านผู้ใดที่มีส่วนดูแลและรับผิดชอบมีอำนาจ สามารถจัดการได้ให้เด็ดขาดกันหน่อยครับ เพื่อเยาวชนของชาติ และเกิดจิตสำนึกที่ดีในกลุ่มเยาวชนไทยภูเขาชาวม้งของเรา เพราะผมสังเกตุได้จากการกลับไปบ้านในแต่ละครัง จะเห็นบ่อยๆและทุกๆครั้งเลย ใครผ่านไปมาโดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ เห็นแล้วเป็นภาพที่ไม่น่าดูครับและยังมีอีกมากที่กล่าวไม่ถึง แต่ขอกล่าวเล่าให้ฟัง ไว้เป็นการบ้านสำหรับผู้ที่ได้เข้ามาพบและอ่าน เราต้องช่วยกันคิดและลงมือร่วมกันสร้าง เพื่อให้เด็กยุคนี้ห่างไกล สิ่งมอมเมาซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาต่างที่เกิดขึ้นทั้งปวง สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านทุกคนมีความสุขตลอดปีและตลอดไป

พอดีผมอ่านเจอบทความของน้องที่บ้านเล่าลือและน้องเจ้าของเว็ป Hmongasia.com เลยขอนำมาเขียนบทความดังต่อไปนี้ให้พวกเราได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยผมในฐานะนักกฎหมายจะขอพูดในฐานะนักกฎหมายนะครับ

ที่จริงปัญหาเด็กวัยรุ่นตีกันไม่ใช่แค่พี่น้องม้งเราเท่านั้น แต่มีอยู่ทั่วไปครับ ไม่ว่าจะพี่น้องคนไทย ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ แต่พี่น้องม้งเราผมว่ายังดีที่เรามีกัน 18 ตระกูลแซ่เท่านั้น และหากจะพูดกันไปแล้ว พี่น้องม้งเรามักจะมีความผูกพันธุ์กันในเรื่องของความเกี่ยวดองกันทางญาติที่แต่งงาน แล้วสามารถอ้างอิงเรียกนับถือกันตามลำดับชั้นของญาติแต่ละฝ่าย ซึ่งน่าจะเป็นผลดีในการที่จะมาพูดคุยกันก่อนที่จะนำบทลงโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายมาใช้

แต่เชื่อไหมครับว่า เท่าที่ผมประสบพบมากลับไม่สามารถเอาข้อดีตรงนี้มาใช้ได้เลย เพราะเรารักและนับถือกันเพียงแค่คำพูดครับ แต่เราไม่รักและนับถือกันจริงๆ เป็นธรรมดาครับ บ้านย่อมมีกฎบ้าน บ้านเมืองย่อมมีกฎหมาย สังคมต้องมีกฎข้อบังคับให้ทุกคนปฏิบัติและยึดถือครับ ไม่งั้นจะไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุข หากปล่อยให้แต่ละคนทำตามอำเภอใจที่แต่ละคนต้องการก็ไม่ไหวครับ

ดังนั้นเมื่อมีเด็กวัยรุ่นตีกัน ก็ต้องหาสาเหตุต้นตอให้พบว่าเกิดจากอะไร ใครเริ่มก่อน ซึ่งตรงนี้ต้องเกิดจากผู้นำ คือกำนันผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำของตระกูลที่จะต้องเป็นผู้เรียกมาพูดคุยไกล่เกลี่ย ซึ่งก็ต้องแล้วแต่ว่าจะตกลงกันได้ไหม ซึ่งฝ่ายที่เริ่มก่อนหรือฝ่ายที่ผิดต้องรับผิดชอบครับ แต่หากไม่ยอมรับผิดชอบและยังอ้างโน้น อ้างนี่ ถือหางลูกตัวเอง รักลูกในทางที่ผิดๆ หน้าด้าน หน้าทน หน้าหนา หัวดื้อ ก็ปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการและลงโทษเลยครับ และกฎหมายยังสามารถลงโทษเอาผิดถึงพ่อแม่ด้วยครับ เพราะพ่อแม่ไม่ดูแลอบรมเลี้ยงดูลูกของตัวเองให้ดี ทำเกิดมาแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยงให้ดี จะทำให้เกิดมาทำไมให้เป็นปัญหาของสังคม เฮ้อ…

14 Comments

  1. โดมดอย

    “รักลูกในทางที่ผิดๆ หน้าด้าน หน้าทน หน้าหนา หัวดื้อ ก็ปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการและลงโทษเลยครับ และกฎหมายยังสามารถลงโทษเอาผิดถึงพ่อแม่ด้วยครับ”….เห็นด้วยกับน้องทนายม้งนะ เพราะพบเจอมากับตัวเอง หลาน ๆ กับเพื่อนถูกวัยรุ่นอีกบ้านฟันไหล่หลุด นิ้วขาด เมื่อเรื่องถึง ตร.ไกล่เกลี่ยแล้ว ก็ชดใช้นะ แต่จะผูกใจเจ็บอีกฝ่ายที่ตนต้องเสียเงินให้ไป คิดว่าครั้งหน้ายังมีการฟันกันอีกแน่ เพราะพ่อแม่รักลูกมากไป มีการนำลูกไปซ่อน ไม่ยอมนำมามอบตัวทั้งที่ รู้ตัวคนฟัน ถ้าพูดไป….ผิดทั้งคู่ แต่ผู้ใหญ่น่าจะนำปัญหานี้มาไกล่เกลี่ยระดับหมู่บ้านของวัยรุ่นทั้ง 2 ที่เป็นปัญหานะ ไม่อยากให้คาราคาซัง เพราะรักลูกกลัวเสียเปรียบจึงไม่ยอมให้มีการไกล่เกลี่ยนั่นเอง

  2. EdiTor (Post author)

    ปัญหาวัยรุ่นตีกันหากเกิดขึ้นแล้วก็ยากจะแก้ไข เพราะมีความเกี่ยวโยงไปถึงปัญหาีอีกหลากหลายปัญหา ที่เป็นต้นตอของปัญหานี้ ไล่ตั้งแต่ แอลกอฮอล์ ยาบ้า กาว การศึกษา พ่อแม่ ผู้นำชุมชนอ่อนแอ (จนถึงงี่เง่า) เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย (เพราะเอือมระอา) สุดท้าย (แต่ไม่ท้ายสุด) คือสื่อที่สร้างค่านิยมผิดๆ

    ช่วงงานปีใหม่เห็นวัยรุ่นเต็มกระบะรถพร้อมมีด และไม้ ไล่ตะลุมบอลกัน แต่ไม่เห็นท่านผู้นำโผล่ศรีษะมาดู ลูกบ้านก็ได้แต่อิดหนาระอาใจ พึมพำพอเป็นกระไสแล้วรอลุ้นมวย (หมู่) รอบต่อไป

    ..สงสารก็แต่พวกโดนลูกหลง บางรายก็ชดเชยกันได้ แต่บางรายถ้าโดนหนักก็อาจพิกลพิการ .. สังคมเล็กๆ ยังเอากันไม่อยู่ said แล้ว sad

  3. น่าอนาถเนอะ..แล้วอย่างนี้จะมี ญ ที่ไหนมายอมแต่งด้วย?

  4. kuv yog hmoob

    ขอบคุณ คุณ Editor ที่พยายามนำสิ่งดีๆมานำเสนอ เพื่อสร้างสรรค์สังคมม้งให้เจริญพัฒนา
    ทัดเทียนกับชนเผ่าชาติอื่น…ต่อไปนี้คือความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น

    ทำไมคนม้งชอบเบ่งให้กับคนม้งด้วยกัน แต่ไม่กล้าเบ่งให้กับชนเผ่าชาติอื่น?
    เห็นมาบ่อยมาก…
    ทั้งๆที่เราคนม้งต่างก็มีพื้นเพเหมือนกัน ควรช่วยเหลือปกป้องกันยามเมื่อมีภัยถึงตัว
    แต่กลับเลือกที่จะเอาตัวเองรอด โดยที่ลืมเพื่อนพ้องม้งด้วยกัน
    นั่นเป็นเพราะเราคนม้งขาดความจริงใจต่อกัน และผู้นำที่ชี้ถูกชี้ผิด(ถูกว่าตามถูก ผิดว่าตามผิด)

    จำได้ว่าหากย้อนกลับไปสักประมาณ 20-30 ปีก่อน คนม้งเรามีความรักใคร่กัน
    เมื่อไปเที่ยวต่างบ้านมีแต่สร้างมิตร ไม่ได้สร้างศัตรู และคนที่เป็นเจ้าบ้านก็เป็นมิตร
    คนเป็นแขกที่มาก็เป็นมิตร เช่น หนุ่มๆวัยรุ่นที่เป็นเจ้าบ้านจะเป็นคนพาหนุ่มๆต่างบ้านไปเที่ยวคุยสาวๆ
    ตามหมู่บ้าน และการเรียกแขกกินข้าวจะเห็นบ่อยคือตามเรียกแขกจากบ้านนี้เข้าบ้านโน่น
    เพื่อให้มากินข้าวบ้านตัวเอง เป็นต้น
    สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทุกคนมีแต่ความเป็นมิตร เพื่อว่าสักวันหนึ่งเมื่อมีโอกาส
    ไปเที่ยวต่างบ้านแล้วเจ้าบ้านนั้นๆจะทำลักษณะเดียวกัน เพราะนั่นคือการแสดงความจริงใจต่อกัน
    และเป็นมิตรกัน ไม่ได้ยินข่าวการทะเลาะยกพวกทำร้ายตีกัน
    ถึงมีแต่ก็เป็นเพียงคู่กรณีนั้นๆที่สามารถคุยกันเข้าใจได้ ไม่มีการเจ็บแค้นเก็บไว้
    แต่ยุคสมัยปัจจุบันไม่เป็นอย่างนั้น หรือมีอยู่แต่สิ่งเหล่านั้นก็ลดน้อยค่อยๆหายไปจากสังคมม้ง

    อาจเป็นเพราะว่ามีการเข้าถึงการศึกษามากกว่าสมัยก่อน
    การศึกษา ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับทุกชนชาติ รวมทั้งชนชาติม้งด้วย
    แต่ปัญหาอยู่ที่ สภาพแวดล้อมที่เราเข้าไปอยู่นั้นต่างหาก
    นอกจากเราคนม้งจะนำเอาการศึกษาเข้าสู่หมู่บ้านแล้ว
    ยังพ่วงนำเอาความคิดจากสภาพแวดล้อมนั้นๆ หรือสิ่งใหม่ๆทั้งที่ดีและไม่ดี เข้าสู่หมู่บ้านด้วย
    จึงทำให้มีทั้งสิ่งดีๆ และปัญหาสิ่งไม่ดีปะปนเกิดขึ้นพร้อมๆกันในหมู่บ้านที่เป็นสังคมม้ง
    จึงค่อยๆทำให้สังคมม้งเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม…

    สิ่งเหล่านี้คงต้องคุยกันอีกยาว
    ขอเพียงเราอย่าลืมความเป็นม้งว่า “เราคือม้ง” ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีแล้ว

  5. EdiTor (Post author)

    คุณ kuv yog hmoob บทความนี้เขียนมาโดยพี่ ทนายความม้ง ครับ

    การศึกษาและความเจริญทางวัตถุ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนซับซ้อนกว่าในอดีต ส่วนที่ว่าม้งกล้าเบ่งเฉพาะกับม้งนั้น ก็พอเข้าใจได้ครับ เพราะกัดกันในระดับเดียวกันมันง่ายกว่า ..และเป็นการยากมากที่เราจะยกระดับตัวเองไปกัดกับระดับที่สูงขึ้นไป (เพราะเรามัวแต่กัดกันเอง)

  6. Ong

    Editor Why have you think we are low level poeple? what the level we are in thai? or you don’t think all 48 kind of minority people living in thailand,can you separate who is the first and who is the last? Let you don’t think like this and try to practise each other, you do your best ,i do my best and we will probably be the Prime minister of thailand….

  7. EdiTor (Post author)

    Bros/Sis Ong I did not say that we are low level people. And I don’t know about the 48 minority people in Thailand, as far as I know it’s less than half of that.

    When you said 48 minority peoples you are talking about Laos not Thailand.

  8. นพ.กันตพงศ์ เล่าลือพงศ์ศิริ

    สภาพปัญหาของการทะเลาะเบาะแว้ง การตีกันในกลุ่มวัยรุ่นระหว่างกลุ่ม หรือระหว่างหมู่บ้าน หรือระหว่างเผ่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานาน เห็นอยู่หลายที่ หลายจังหวัด หลายหมู่บ้าน
    นับว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่หน้าเศร้าที่สุด สังคมคนดอย เป็นสังคมที่ถูกมองในง่ลบอยู่แล้วในเกือบทุกด้าน ส่วนหนึ่งก็ต้อยอมรับกันตรงๆว่า พวกเราชาวดอยกันเองนั่นแหละที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่น่าอัปลักษณ์นี้ขึ้นมา และก็ไม่ได้มีการควบคุมอะไรจริงจังนัก เห็นบางที่บางหมู่บ้าน ก็แค่กำหนดว่า
    ใครตีกัน คนผิดต้องจ่ายเงินเท่านั้นเท่านี้บาท ซึ่งมันก็เป็นเพียงแค่”ค่าปรับ”
    เราเคยมองกันอย่างลึกซึ้งกันหรือไม่ว่า หลังจากนั้นแล้ว ผลกระทบอะไร??? ที่ตามมาอีก
    -ปีก่อนโน้น สัก 3 หรือ 4 ปี มีแก๊ง(ต้องเรียกว่าแก๊งเลยครับ) จากหมู่บ้านหนึ่งในอำเภอแม่ริม ได้รุมทำร้ายร่างกายเด็กอีกหมู่บ้านหนึ่ง อาการปางตาย ท้ายที่สุดก็เสียค่าปรับ แต่แผลเป็นที่เกิดขึ้นในสัคมม้ง?ล่ะ
    -อีกกรณีหนึ่ง งานปีใหม่ที่ไหนสักแห่ง ไม่อยากเอ่ยชื่อหมู่บ้าน ข่าวนี้ออกสื่อหนังสือพิมพ์ด้วยถ้าจำไม่ผิด ถึงขนาดเอาระเบิดปิงปองยัดปาก???
    -แถวหมู่บ้านผมก็เหมือนกัน วัยรุ่นม้ง กับ วัยรุ่นลีซอหมู่บ้านใกล้กัน มีเรื่องกันบ่อย ไม่อยากมองในเรื่องประเด็นความผิดถูกหรอกครับ ได้แต่นึกในใจอยู่ 2 – 3 ประเด็น คือ กลัวคนอื่นโดนลูกหลง
    กลัวอันธพาลทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง และ ได้แต่เศร้าใจว่า จะตีกันไปทำไม???
    คำตอบของคนที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่าย เหมือนกันเป๊ะ!!! คือ ต่างกล่าวโทษว่า อีกฝ่ายผิด เลยยอมกันไม่ได้ ตีกันไป ตีกันมา

    ผมเป็นข้าราชการ ในฐานะบุคลากรของรัฐ
    ผมเป็นสมาชิกของชุมชน
    ผมเป็นคนยุคแรกๆ ที่ไปเผชิญชีวิตในเมือง
    ผมมองอย่างคนที่กลางๆ ไม่ใช่คนม้งสุดกู่ หรือ คนเมืองสุดขั้ว
    แต่มองอย่างคนที่ ต้องวิเคราะห์ที่มาของเรื่อง
    ผมเกิดความรู้สึกหลายๆอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่ารื่นรมย์เท่าไร

    สภาพปัญหาและข้อเท็จจริงของเยาวชนม้ง หรือชาวดอยเผ่าอื่น
    – เรียนน้อย จะเป็นเพราะพ่อแม่ไม่ส่งเสริม หรือขี้เกียจ หรือหัวไม่ดี หรืออะไรก็แล้วแต่
    – มีโอกาสเรียน ก็ไปอยู่กันเป็นคู่ๆ ที่ดีก็ดีไป ที่ดูแลันไม่ดีไม่รอบคอบ ก็ท้อง ทำแท้ง หรือ เรียนไม่จบ
    – แต่งงานเร็ว(ผมเคยมีคนไข้เป็นเด็กอายุ 14 มาคลอด???)
    -ยาเสพติด , สุรา ยาบ้า กาว

    ในแต่ละกรณี คงมีคนที่ให้เหตุผลต่างๆนาๆ
    ผมไม่สนใจเหตุผลหรอกครับ แต่ตอนนี้ อยากให้ มองไปไกลๆโน่นเลยว่า
    “ผลกระทบต่อตัวเองจะเป็นอย่างไร” ???
    บางคนก็คงรู้สึกเฉยๆ เพราะว่าไม่เคยมีวิสัยทัศน์ที่จะวิเคราะห์ตนเองไปข้างหน้า
    ผลกระทบมีมากมาย

    คำถามเดียวที่ต้องตอบ…..
    เมื่อคนของเราเป็นแบบนี้ มีความคิดพื้นฐาน มีสภาพพื้นฐานแบบนี้
    แล้วเราจะพัฒนาสังคมของคนดอย ให้อยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างไร????

    ลองนึกภาพนะครับ
    เด็กกลุ่มหนึ่ง…ใส่ชุดนักเรียน ปักชื่อ โรงเรียนที่หน้าอก เป็นชื่อโรงเรียนที่ดีที่สุด ดังที่สุดในกรุงเทพ หรือในเชียงใหม่ กำลังนั่งตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในคณะที่ จบออกมาแล้วมีโอกาสก้าวหน้าในชีวิต
    กับเด็กดอยอีกกลุ่มหนึ่ง ความรู้แค่ มอ ต้น ไม่จบดี หน้าตามอมๆด้วยพิษกาว ยาบ้า และสุรา กำลังปรึกษากันอย่างขมักเขม้นเหมือนกัน ว่าคืนนี้ จะไปจีบสาวที่ไหน ถ้าเจอคู่อริ จะเอายังไง ???

    เด็กสองกลุ่มนี้ อีก 5 ปี หรือ 10 ปี จะอยู่ตรงไหน???
    วาดภาพดูสิครับ มองไปโน่นเลยครับ ว่า สมาชิกแต่ละกลุ่ม จะมีคุณภาพชีวิตอย่างไร???

    หลายคนอาจจะบอกว่า ผมหรือหนูไม่มีโอกาสเหมือนพวกเด็กในกรุงเทพนี่ จะเปรียบเทียบกันได้ยังไง?? ผมไม่ได้เปรียบเทียบในเรื่องฐานะร่ำรวย-ยากจนนะครับ แต่อยากให้มองที่………………………………………………………
    “คุณทำหน้าที่ของคุณ อย่างดีที่สุดแล้วหรือยัง”???
    คุณได้พยายามไขว่คว้าความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การเรียนของคุณ อย่างเต็มศักยภาพ เต็มความอดทน เต็มความสามารถ ของตัวเองหรือยัง? หรือว่า ขี้เกียจเรียน เพราะ ต้องจากบ้านไปไกลๆ ต้องคิดถึงบ้าน ต้องอดทน ต้องทำเลขโจทย์ยากๆ ต้องทนกับสภาพที่ต้องเรียนไปทำงานไป หรือว่าไปเรียน แล้ว ไม่มีอิสระ ไปเที่ยวไม่ได้……เหตุผลเพียงแค่นี้ใช่ใหม ที่ตัวเราใช้อ้างกับตนเองและคนรอบข้าง????
    สังคมม้ง สังคมคนดอย จะไม่มีวันดีขึ้น
    เพียงเพราะว่า เรามีรถยนต์คันใหม่ สวยหรู จอดอยู่ในบ้านหลายคัน
    แต่จะดีขึ้น หากคนทุกคน รู้จักคิด วิเคราะห์ มีเหตุผล มีความอดทน มีความเพียรไปในทางที่ถูกต้อง
    ถ้าสังคมของเรา มีคนที่มีเหตุผล รู้จักคิดเป็น ก็คงไม่ตีกัน ฆ่ากัน หรือ ค้ายาเสพติด

    เรื่องของการตีกัน
    เป็นเพียงกระจกด้านหนึ่ง ในมุมมืดอีกหลายมุม ที่เป็น อุปสรรคปัญญหาของสังคมคนดอยปัจจุบัน
    โลกกำลังก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด จนแม้คนในเมือง ก็แทบว่ิ่งตามไม่ทัน ในขณะที่คนดอย..
    กำลังตีกัน กินเหล้า หรือ เสพยาบ้า ดมกาว ????
    อีกแค่ 10 ปีไม่เกินนี้หรอกครับ ใครที่ยังไม่พัฒนาตนเอง
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องด้านการศึกษา(สำหรับชีวิตในเมือง) หรือ วิธีคิด(สำหรับคนที่อยู่บนดอย)
    อาจกลายเป็นคนที่ “เสียโอกาสทางสังคม” มากที่สุด

  9. หนุ่มเข็กน้อย

    เจ้าวัยเยาว์…ที่เจ้าผ่านคืออะไร….
    ดอกไม้หรือน้ำใจ…..
    วัยเยาว์ที่ผ่านหรือเป็นวัยเขลา…
    เกลื้อกลั้วที่ผ่านมาแล้วคืออะไร…
    เป็นใครเล่าที่ผ่านมาในวัยเยาว์..
    ใครกันเล่าที่เฝ้าฝากฝั่งในวัยเยาว์ของเจ้า..ดอกไม้ที่ปลายดอย..
    เจ้าดอกไม้ที่ยอดของยอดดอย…
    …………………………………….
    ผมเคยตำหนิน้องที่บ้านอยู่คนหนึ่งเพียงเพราะว่าเขาใช้คำพูดว่า …มึง…กู…
    กับคนที่เป็นผู้ว่าจ้างน้องเขา(เขาเป็นคนเลี้ยงวัว)พวกเรานั่งกินเหล้าร่วมวง..
    เขาเรียกเจ้านายของเขาเองว่ามึง….และอีกหลายคำ…เขาก็พูดของเขาไป…
    ในวงเหล้าวงนั้นมีเพื่อนที่นั่งอยู่ลุกขึ้นและจะทำร้ายเขา…
    เราได้คุยกัน..ผมเองถามเขาว่าทำใม…ทำใมกับคนที่เป็นนายจ้างและอายุก็เป็นรุ่นพี่ด้วย
    ทำใมเขาจึงได้ใช้วาจาและกริยาอย่างนั้น…
    เขาร้องให้…เขาถามผมกลับว่าจะให้เขาทำอย่างไร…
    ทั้งชีวิตเขาอยู่ในป่าเลี้ยงวัวเลี้ยงควายรับจ้างอยู่อย่างนั้น..คำว่าครับเขายังไม่รู้จัก..
    เขาบอกว่าเขารักและศรัทธานายจ้างแต่เขาพูดไม่เป็น สิ่งที่เขาพูดอยู่จึงเป็นเพียงภาษาทางกายเท่านั้นในความรู้สึกของผมตอนนั้น
    เพื่อนในวงที่จะทำร้ายเขาก็เงียบและพวกเราทุกคนก็เงียบ…
    น้องคนนั้นร้องให้และเขาร้องให้……
    วันนั้นเราปลอบกันยาวครับ…….
    ***ไม่มีใครหรอกครับที่อยากเป็นคนข้างหลังหรือคนที่ถูกลืม..
    ***หันหลังกลับไปมองคนเหล่านั้นซิครับ…
    ***ทุกคนมีโอกาศแต่โอกาศของใครจะมาก่อนแค่นั้นเอง
    ทุกคนมีสถานการณ์ของตนเองแม้แต่น้องๆที่เป็นวัยรุ่นและทำร้ายกันเองทุกวันนี้คนเหล่านั้นเขาต้องการเพียงคนที่เข้าใจและให้โอกาศรู้จักสอนและให้บทเรียนต้องมีสักวันที่เขาเหล่านั้นคิดได้เช่นกัน..ความคึกคนองมีกันทุกสังคม…
    เรามีรุ่นพี่ที่จบป.โท จบป.เอก มากมายที่เป็นหัวโจกมาก่อนลองถามเขาเหล่านั้นซิครับ

  10. ทนายความม้ง/Hmong Lawyey Thailand.

    Ntawm no kuv yuav tham tsuas ntxiv ntawm kuv kev xav hauv kuv tus kheej thiab ntawm kuv lub qhov muag pom thiab kuv tau hno los. Kuv tau mus tim nplog teb tau 3-4 zaug nws muab ntau yam ua peb sawv daws cov txawj xav thiab hlub peb haiv hmoob tiag2 mob siab thiab xav yog. Raws li kuv tau hais lawm tias peb hmoob muaj 18 xeem (muaj xeem tee thiab tsis paub tias puas nyob hauv 18 xeem no kuv nyuam qhuav hno los tias muaj hmoob xeem no xwb)yog li ntawv cas peb sib hlub sib kho tsi tau. Nws yog ib yam uas peb tsi paub yuav hais lis cas li xav qhov twg los kawg lub tswv yig xwb. Yog li tus npawg “Kuv yog hmoob” hais kawg lawm. Peb hmoob txawj rov qab ua phem rau peb txawj rov qab tu siab rua peb es ua cas peb ho tsis ua li ntawv rau luag lwm haiv nee uas ua phem rau peb es peb ho sib hlub peb. Peb hmoob lub siab phem siab li hiam cov neeg ruam tsab ntse raug luag dag huab yuam ntsias kom nws ntseev siab rov qab ua phem rau peb haiv hmoob muaj cov neeg no coob ntawm peb haiv neeg hmoob peb thiab li ntsuag nog thiab txom nyem li no. Kuv mus tim nplog teb kuv mus txog pem Phonsavah Xiengkhuang muaj hmoob nyob coob kawg nkau hmoob tseem coob dua lwm haiv neeg tiam sis kev sib hlub ntawm peb hmoob muaj tsawg heev li peb niaj hnub ua plaub rau peb tsi tas li xwb cov hmoob tim nplog tseem ua phem rau cov hmoob los txawv teb chaws los yam sab kawg nkaus li. Ua cas lawv nyob tim nplog nyab laj thiab nplog muab lawv tej ntxhais tej poj niam ua dev dawb li xwb lawv tsi muaj pev xwm hais tau ib los lu kiag li. Cov hmoob los lwm teb chaws los nqa nyiaj nqa txiaj nqa ub no los hlub los pab cas tham yuam kev rau tej ntxhais xwb lawv muab hais plua sab kawg nkaus li. Kuv mus txog pem Loob xas yuav mus rau moos caj rau looj ceeb peb hmoob teb qub zos qub teb qub chaw kuv pom tias muaj hav zoo hav tsuag ntau heev yog li ntawv ua cas peb hos sib tsov tsog tim nlog. Raws li kuv kev xav thiab kuv tau nrog ntau tus coj hmoob tham mas yog peb muaj cov neeg siab phem uas rov qab ntseev siab ua phem rau peb vim nws raug luas dag thiab huab yuam ces nws lub hlwb ntse tsi txau thiab nws kev hlub peb hais neeg muaj tsawg ces nws rov qab nrog luag ua phem rau peb xwb. Peb hmoob 18 xeem yuav ua li cas peb thiaj yuav muab coj los kho thiab hlub tau peb os hmoob. Kuv thov nej sawv daws pab khaws coj mus xav kom zoo os mog hmoob. Peb cov me tub me nyuam sib ntau yog ib qho uas qhia tias peb tsis txawj sib nawj mog.

  11. EdiTor (Post author)

    พี่หมอ ยิ่งพูดยิ่งเศร้าครับ ขณะที่สังคมโลกแข่งขันกันแบบก้าวกระโดด แต่เรากลับขยับไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า (แทบจะหยุดนิ่ง) ทั้งนี้เพราะเรามาติดกับดักทางสังคม (เหล้า ยา เกมส์ ผลประโยชน์การเมือง ฯลฯ) ซึ่งเป็นกับดักที่คนส่วนใหญ่เขามีความเข้าใจมาก่อนเรา และเอาตัวรอดได้ดีกว่าเรา

    ..แต่เรื่องยาเสพติด เรานี่แหละคือคนวางยาให้กับสังคมเราเอง จึงง่อยเปลี้ยอยู่อย่างนี้

    คุณหนุ่มเข็กน้อย ต้องยอมรับว่าเรามีความเหลื่อมล้ำ (ช่องว่าง) ทางสังคมค่อนข้างมาก คนเรียนสูงการงานดีพบเห็นได้ทั่วไป คนที่ยังทำไร่งกๆ อยู่หลังเขาก็มีให้เห็นเป็นปกติอยู่

    การให้โอกาสเป็นเรื่องดีครับ แต่เราควรต้องมีมาตรการที่เด็ดขาดควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่แค่การปรับเอาตังค์ เพราะส่วนหนึ่งที่ชอบมีเรื่องเพราะผู้ปกครองมีอันจะจ่าย จึงมีเรื่องกันอยู่อย่างนั้น นานเข้าผู้ปกครองก็พลอยเสียนิสัยโดดเข้าร่วมวงกับลูกๆ ด้วย ..สังคมจึงเละเทะไปกันใหญ่

    เรื่องยาเสพติดก็เหมือนกันครับ หากเค้าเลิกได้เราก็ต้องให้การยอมรับและให้โอกาสใหม่แก่เค้า แต่ขณะที่เค้ายังเสพยังค้าอยู่นั้น เราควรต้องประณามรวมถึงสังคมต้องร่วมกันกดดัน ..เรื่องบางเรื่องเราไม่ควรประณีประนอมด้วย ต้องไม่ลืมว่าถ้าปล่อยให้เลยเถิดถึงจุดที่ “เกินเยียวยา” ตอนนั้นจะลำบาก

    พี่ทนายความ ที่พี่พูดมาเราสามารถมองเห็นเค้าโครงอันเลือนลาง ของเส้นทางสายประวัติศาสตร์ของม้งเรา วิถึชีิวิต อุปนิสัย วัฒนธรรม รวมถึงการเมือง ที่ว่าทำไมพวกเราถึงไม่ค่อยลงรอยกัน ที่จริงสังคมอื่นเค้าก็มีแบบนี้กัน (ง่ายๆ ปัญหาการเมืองไทยปัจจุบัน หัวแถวมีแต่คนจีนทั้งนั้น สนธิ ทักษิณ อภสิทธิ์) เพียงแต่เค้ามีการแข่งขันและผลักดันตัวเองอยู๋ตลอดเวลา ไม่จมปลักอยู่กับการทะเลาะเบาะแว้ง ..

  12. ม้งไม่ประสงค์ออกนาม.

    พี่น้องม้งผู้น่าสงสารทั้งหลายครับ พวกเราเป็นชาติพันธุ์ชนชาติหนึ่งบนพื้นพิภพนี้ พวกเรามีสิทธิในที่อยู่อาศัย มีสิทธิที่จะเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้ พวกเรามีสิทธิที่จะรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของพวกเราให้คงอยู่ มีสิทธิที่จะดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ของพวกเราให้คงอยู่ นี้คือปฏิญญาสากลแห่งสหประชาชาติ พวกเราถูกรุกราน ถูกล้างเผ่าพันธุ์มายุคแล้วยุคเล่า เท่าที่ผมจำได้ แต่ก่อนตอนผมเด็กๆ ม้งที่ประเทศจริงพูดภาษาม้งไม่เหมือนม้งที่ ลาว และไทย เพราะพวกเขากลัวที่จะยอมรับว่าเป็นม้ง เพราะจะถูกทำร้าย และล้างเผ่าพันธุ์ ม้งที่เวียตนามก็เช่นกันกลัวเขารู้ว่าเป็นม้งแล้ว จะเป็นอันตราย ผมต้องขอขอบคุณผืนแผ่นดินไทย ขอบพระคุณในหลวงและพระราชินี พ่อหลวง และแม่หลวงของพวกเราปวงชนชาวไทยภูเขา ที่ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระเมตตากับพวกเราเป็นอย่างสูงอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทรงยอมรับในความเป็นม้งของพวกเรา ทำให้พวกเราได้อาศัยผืนแผ่นดินไทยอยู่อย่างปกติสุขเฉกเช่นพลเมืองคนไทยทั่วไป ผมไม่อาจลืมพี่น้องม้งผู้ร่วมอุดมการณ์ทำสงครามในประเทศลาว ที่ได้ทำให้ม้งได้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทำให้คนม้งทั่วโลกยอมรับในความเป็นม้ง ยังมีอีกหลายเผ่าพันธุ์ในโลกนี้ที่ได้สูญพันธุ์และล้มสลาย ถูกกลืนหายไปแล้ว ไม่มีชื่อหลงเหลือแล้ว พวกเรายังดีนะครับ ที่ยังมีคำว่าม้งอยู่ แต่ขอให้พวกเรายอมรับเถอะนะครับว่า พวกเรายังรักกันน้อยมากๆ ดังนั้นขอให้พวกเราพยายามให้มากๆ ในการที่จะรักกัน สามัคคีกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อุดหนุนซึ่งกันและกัน รู้จักเสียสละให้ซึ่งกันและกัน แล้วพวกเราจะดำรงไว้ได้ซึ่งเผ่าพันธุ์ของพวกเราครับ รักม้งครับ

  13. ม้งไม่ประสงค์ออกนาม.

    Peb yuav tsum koom ua ib lub siab kom tau mog peb hmoob. peb yuav tsum ib leeg tuag tau tam ib leeg. Peb yuav tsum muab peb tus hmoob uas siab phem thiab ntseev siab tua thiab tshem tawm kom tau ntawm peb mus. Hlub nej os peb hmoob ntsuag nog.

  14. chai

    เรื่องการตีกันของวัยรุ่น ขอแสดงความเห็นด้วยคนครับ เรื่องการตีกันเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นที่กำลังอยากรู้อยากลอง อยู่ที่ว่าอยู่ที่ใดกลุ่มใดสถานการณ์ใด ปัญหาคือเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่มีวิธีการลงโทษหรือผู้ปกครองไม่มีการเตือนหรือห้ามปราม ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้ปกครองไม่ใส่ใจหรือใช้เงินทองในการแก้ปัญหา เ่ช่น จ่ายค่าปรับแล้วก็จบกัน คราวหน้าทำอีกก็จ่ายอีก เป็นการส่งเสริมให้ลูกหลานมีความประพฤติในลักษณะเช่นนั้นไปเรื่อยๆ สุดท้่ายแม้กระทั่งตนเองก็ไม่สามารถห้ามปรามได้ และในอีกด้านหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมของผู้ปกครองเองที่เป็นตัวอย่างอยู่แล้ว ชอบใช้กำลังในการตัดสิน ใช้คนหมู่มากในการสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง ใช้เงินในการเอาชนะโดยไม่เลือกถูกผิด ไม่รับฟังคนที่เป็นกลาง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานให้ลูกหลานตนเองซึมซับ เพราะโดยธรรมชาติสิ่่งที่ถูกต้องนั้นปลูกฝั่งได้ยากกว่าสิ่งที่ผิดอยู่แล้ว สร้างความดีและรักษาไว้่ย่อมยากกว่าทำเลวอยู่แล้ว และอีกนิสัยที่ค่อนข้างเสียของคนม้งเราคือนับถือวัตถุมากกว่าคุณธรรมความดี นับถือคนมีมากกว่าคนดี ดังนั้น เรื่องวัยรุ่นตีกันเป็นเพียงการสะท้อนปัญหาหนึ่งเท่านั้น หากจะแก้ต้องแก้ด้วยความจริงใจ และแ้ก้ในหลายๆ ด้าน เพราะทุกวันนี้สังคมม้งที่ตกต่ำในหลายเรื่องก็เกิดจากตัวเราทั้งนั้น ขอสนับสนุนและเอาใจช่วย สำหรับม้งที่ต้องการให้สังคมม้งดีขึ้น

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *