กลับบ้านเรา รักรออยู่

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสกลับต่างจังหวัด ทำให้ได้เห็นสภาพอากาศยามหน้าฝนที่คุ้นเคยอีกครั้ง ฝนที่เราสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์สะอาด ฝนที่เราเคยวิ่งเล่นโดยไม่มีความเกรงกลัวใดๆ วิ่งเล่นกลับมาก็ล้างตัวด้วยน้ำฝนที่ไหลลงจากหลังคา จากนั้นก็ห่มผ้า นอนฟังเสียงเม็ดฝนร่วงหล่นกระทบหลังคาบ้าน ..เสียงดัง แต่ใจกลับสงบอย่างบอกไม่ถูก

จบการเพ้อรำพัน ปีนี้เป็นปีที่สองแล้วที่มีโอกาสกลับบ้านตรงกับวันแม่ แม้ปีนี้จะไม่ได้มีกิจกรรมอะไร แต่ความพิเศษก็ยังคงเกิดขึ้นเสมอ ทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าแม่ โดยเฉพาะได้เห็นแม่มีสุขภาพที่ดี มีเรี่ยวแรงทำอะไรเองได้ ก็พลอยทำให้เราเบาใจไปด้วย

ส่วนพ่อเองก็แข็งแรงดี และไม่เห็นบ่นเรื่องปวดหลังอีก ซึ่งเป็นอาการปกติของคนแก่ที่ตรากตรำมาทั้งชีวิต แต่ด้วยการตรากตรำทำงานหนักนี้เอง ช่วยส่งผลให้พ่อมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างทุกวันนี้ ..ยกเว้นเรื่องปวดหลังปวดเอว

ได้มีโอกาสไปกินข้าวบ้านคุณปู่คุณย่า และนั่งคุยกับคุณปู่อยู่พักหนึ่ง ขณะนั้นคุณปู่กำลังทำด้ามมีดให้กับลูกค้ารายหนึ่ง แต่เผอิญว่าด้ามมีดมีปัญหา เนื่องจากรูที่เจาะไปมันไม่ตรง ทำให้ต้องเจาะซ้ำหลายครั้ง จนสุดท้ายกลายเป็นว่ารูที่เจาะนั้นใหญ่ไป แถมยังไม่ตรงเหมือนเดิม สุดท้ายคุณปู่ก็จำต้องเปลี่ยนด้ามอันใหม่และเริ่มเจาะอีกครั้ง ..ทั้งนี้เพื่อผลงานคุณภาพนั่นเอง

คุณปู่เล่าให้ฟังว่า ลูกค้าของคุณปู่มีทั้งคนม้งและคนพื้นราบ ลูกค้าบางรายอยู่ไกลคนละอำเภอยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาเพื่อให้คุณปู่ตีมีดให้ หรือเอามีดมาซ่อมก็มี คุณปู่บอกว่าช่างตีเหล็กทุกวันนี้หายากมาก ยิ่งช่างคุณภาพด้วยแล้วแทบจะไม่มีอีกแล้ว

สำหรับคุณย่านั้นช่วงก่อนกลับบ้านท่านก็นอนซมอยู่โรงพยาบาล แต่ตอนนี้กลับมาอยู่บ้านแล้ว และสุขภาพก็ดีขึ้นมาก สามารถลุกเดินไปไหนมาไหนเองได้ ..สำหรับคนรุ่นคุณย่าก็คงไม่คาดหวังอะไรมากกว่านี้แล้ว

กลับบ้านครั้งนี้แม้จะแค่สองวันหนึ่งคืน แต่ก็ไปมาเกือบทุกบ้าน เสียดายคุณตาคุณยายไม่อยู่เสียแล้ว ไปก็เจอแต่พวกลุงๆ ป้าๆ ซึ่งตอนเด็กเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าหาพวกลุงๆ ป้าๆ เลย ทั้งๆ ที่พวกท่านก็อัธยาศัยดี

กลับต่างจังหวัดรอบนี้ก็ได้พบปะกับญาติพี่น้องพอสมควร ก็ถือเป็นการกลับเยี่ยมบ้านอย่างแท้จริง

ขากลับลงมา ระหว่างทางพบกับชุมชนที่ถูกน้ำท่วมแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วทุกคนยังช่วยกันขนกระสอบทรายมากั้นน้ำ มองบ้านเรือนสองข้างทางก็จะเห็นแต่เงาแสงไฟที่สะท้อนจากผิวน้ำ ถนนบางช่วงมีน้ำท่วมขังอยู่ แต่ก็สามารถผ่านมาได้

ใครมีเวลาก็กลับเยี่ยมบ้านบ้างนะครับ

7 Comments

  1. Dome-doi

    ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเลย เป็นไงบ้าง ตอนนี้ก็เริ่มว่างแล้ว…และจะสางงานเก่า ๆ ให้นะ

  2. EdiTor (Post author)

    สวัสดีครับพี่โดมดอย นานแล้วไม่ได้ติดต่อพี่เลย ผมเองก็มีช่วงวุ่นๆ ครับ เพิ่งกลับมาประจำที่เหมือนกัน และถือโอกาสปรับปรุงหน้าเว็บใหม่อย่างที่เห็นนี้แหละครับ

    ยินดีต้อนรับการกลับมาครับ ..กลับบ้านเรา รักรออยู่ :)

  3. Povlas

    ไม่ได้เข้ามานานมาก พอเข้ามาอีกที เปลี่ยนบ้านใหม่ไปเยอะเลยนะครับ Editor..

  4. Povlas

    อืม.. ยินดีกับ Editor ด้วย ที่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ และ ญาติๆ ท่านคงดีใจนะ ที่ได้เห็นหน้าลูก และ หลาน พูดถึงเรื่องช่างตีมีด ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ น้อ เวลาเดินผ่านกระท่อมตีมีด จะได้ยินเสียงสูบลมและเป่าลมใส่ไฟของกระบอกสูบลม เห็นเปรียวไฟแดงๆ บนเตา และเสียงตีเหล็กของคนเฒ่าคนแก่
    ว่าแล้วก็อยากเห็บบรรยากาศอย่างนั้นอีกครั้ง ไม่ทราบ Editor พอจะมีรูปแบ่งปันให้ดูมั้ย?

  5. EdiTor (Post author)

    คุณ Povlas พูดถึงตัวปั๊มเป่าลม พี่ชายเคยซื้อพัดลมตัวหนึ่ง (น่าจะเป็นแบบพิเศษ) มาให้คุณปู่ใช้แทนปั๊มลมที่มีอยู่ เพื่อที่ว่าคุณปู่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเผาไป ปั๊มลมไป (ติดพัดลมไว้กับผนัง) คุณปู่เล่าว่ามันสะดวกมากแต่มันเจ๊งไปแล้ว เพราะเมื่อเอาพัดลมมาช่วยทำให้คุณปู่เผาได้ไวขึ้น เมื่อเห็นว่าทำได้เร็วขึ้นคุณปู่เลยชวนเพื่อนมาทำด้วย (ช่วยกันปู้ยี่ปู้ยำพัดลมตัวนั้น) ทำอย่างนั้นได้สองวันพัดลมไหม้ครับ ..เล่าให้ฟัง ขำๆ ครับ

    เรื่องรูปผมเคยถ่ายไว้นานแล้วครับ เดี๋ยวจะลองค้นดู ถ้าเจอจะเอามาลงเพิ่มครับ

  6. คนไม่มีแฟน

    เหอะๆ ไม่ได้กลับบ้านนานมากแล้วประมาณ3ปี
    คิดถึงนะ แตต่ยังไม่พร้อมจะกลับ…..

  7. EdiTor (Post author)

    คุณคนไม่มีแฟน ยังไงก็ลองหาเวลากลับบ้างนะครับ ส่วนผมเองเย็นนี้ก็จะกลับบ้านอีกครั้ง กลับไปกินข้าวใหม่ ..ตอนนี้อยู่แม่สอด เย็นๆ จะเดินทางกลับไปน่าน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *