สิทธิสตรี และการกดขี่ผู้หญิงในสังคมม้ง

บทความนี้เขียนมาโดย คุณเพื่อนชาวดอย ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

จากที่ผมได้ทราบข่าวการประชุมของกลุ่มผู้นำตะกูลแซ่ กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีบทบาทในสังคมม้ง ได้รับรู้ความคิด ความเห็นของผู้ใหญ่เหล่านั้น ซึ่งบางความคิดเป็นที่น่าผิดหวังในสังคมม้งยุค 2011 บางอย่างก็ไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายของประเทศไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งไม่เหมาะสมกับยุคสมัยแล้ว เพราะยังมีความคิดที่ยึดติดกับอดีต หลักในอดีตที่มีการปฏิบัติตามๆ กันมา รวมทั้งพยายามผลักดันความคิดเหล่านั้นออกมาบังคับใช้ในสังคมปัจจุบันนี้อีก ในฐานะที่เป็นคนม้งคนหนึ่งที่ยังอยู่ในสังคม จึงอยากแชร์ความรู้สึกและความเห็นในเรื่องสิทธิของสตรีชาวม้ง

1. การหย่าร้างที่ฝ่ายหญิงมักจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ซึ่งสาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาท การเกิดปัญหาครอบครัว นำสู่การหย่าร้าง มักเกิดจาก ความไม่รู้จักพอ ความไม่ซื่อสัตย์ของผู้ชาย ที่ยังเที่ยวจีบหาผู้หญิงคนใหม่มาเป็นเมียน้อย และมักจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่ผิด เป็นสิ่งที่ทุกคนทำในสังคม หรือไม่ผิดในจารีตประเพณีของคนม้ง เมื่อเกิดปัญหาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ต้องหย่าร้างและนำสู่การตัดสิน ของผู้นำชนเผ่า ผู้นำตระกูลแซ่ทั้งสอง ฝ่ายหญิงมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ไม่ค่อยมีสิทธิมีเสียง ยังมีบางความเห็นอีกว่าเวลาที่ไม่อยากได้ผู้หญิงแล้ว หรืออยากเลิกกับเมียทำไมต้องเสียเงินส่งกลับด้วย เป็นความคิดที่น่าผิดหวัง ที่ไม่น่าจะมีแล้วในสังคมยุคนี้ ทั้งๆ ที่ตัวบทกฏหมายกำหนดไว้ว่า เมื่อคู่สมรสหย่าร้างกัน ฝ่ายหญิงต้องมีสิทธิในทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่ง มีสิทธิในตัวบุตรโดยเฉพาะการแต่งงานที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส รวมทั้งสามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้ด้วย แต่ในการตัดสินของคนม้งส่วนใหญ่แล้วต้องให้ลูกชายอยู่กับฝ่ายชาย

2. การแต่งงานโดยไม่จดทะเบียนสมรส เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมากที่สุดในสังคมม้ง สิ่งนี้ถือ เป็นการเอาเปรียบฝ่ายหญิง ซึ่งการแต่งงานนั้น ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายที่เสียหายมากกว่าฝ่ายชายอยู่แล้ว ถ้าไม่มีการจดทะเบียนสมรส ก็เป็นการแต่งงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นำสู่การเสียเปรียบ ถ้าจะมีการเรียกร้องค่าเสี้ยงดูต่างๆ บางครั้งฝ่ายชายยังแอบไปจดทะเบียนกับหญิงอื่นอีกด้วย แต่เป็นที่น่าดีใจที่ปัจจุบันนี้มีการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ด้านการแจ้งเกิดบุตร ถ้าการแต่งงานที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ให้บุตรใช้นามสกุลของฝ่ายหญิง ซึ่งถือเป็นการบังคับในทางอ้อม

3.มีบางกรณีที่มีการหย่าร้างกัน ฝ่ายหญิงต้องคืนสินสอดให้ฝ่ายชายทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะการแต่งงานนั้นฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเสียหายอยู่แล้ว การหย่าทำไมยังต้องมีการคืนสินสอดให้ด้วย เป็นที่รู้กันว่าค่าสินสอดของคนม้งนั้นมันเล็กน้อยขนาดไหน รวมทั้งยังมีบางความคิดเดิมๆ ในผู้ชายที่ว่าการจ่ายค่าสินสอดนั้นเหมือนได้ซื้อผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว ซึ่งตามกฎหมายนั้น สินสอดคือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่พ่อแม่ฝ่ายหญิง เพื่อเป็นการตอบแทนที่ยอมให้ฝ่ายหญิงสมรสด้วยถึงแม้จะมีการหย่าร้างกันในภายหลังก็ไม่ได้ให้คืนแต่อย่างใดยกเว้นบางกรณีพิเศษเท่านั้น สำหรับคนม้งแล้วมักจะมีการเรียกร้องให้ฝ่ายหญิงคืนให้ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นคนผิด

4. ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเลิกกัน แล้วท้องกลับบ้าน หรือผู้หญิงที่ท้องโดยฝ่ายชายไม่ยอมแต่งงานด้วย จะคลอดลูกในบ้านพ่อแม่ไม่ได้จะผิดผี ต้องสร้างกระต็อบให้คลอดลูกและอยู่ไฟนอกบ้าน หรือให้ลูกสาวคนนั้นแยกอยู่นอกบ้านไปเลย ถ้าคุณเป็นพ่อ เป็นแม่คน คุณจะยังทำตามอีกหรือเปล่า รวมทั้งกรณีที่พ่อเสียแล้วแม่แต่งงานใหม่ อยู่ไม่ได้แล้วกลับมา จะรับมาอยู่ในบ้านไม่ได้ต้องทำกระต็อบให้อยู่แยกคนเดียวเพราะผิดผี มันคืออะไรกับสิ่งนี้ เราเอาอะไรมาพิสูจน์

เหมาะสมหรือ นั่นคือแม่ผู้ให้กำเนิด นั่นคือลูกสาวที่เราให้กำเนิดเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เราเคยคิดหรือไม่ หรือก็ปล่อยเลยตามเลย ตามที่เคยทำกันมา

เราเคยสะเทือนใจหรือไม่ ที่เห็นยายแก่ๆ อยู่คนเดียวอย่างยากลำบากทั้งๆที่เขามีลูกหลาน เพียงเหตุผลว่า เขาไปแต่งงานใหม่แล้วกลับมา

มีสังคมไหนที่เจริญแล้วเขาทำกัน หรือเรายังเป็นกลุ่มชนชาวป่าเถื่อนที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม

ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาหาทางออกอย่างจริงจังกับปัญหาเหล่านี้ หรือไม่เกี่ยวกับกู กูเป็นผู้ชาย ขอกูได้ประโยชน์เป็นพอ

เป็นที่น่าสังเวชใจมากที่ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นผู้หญิงม้งในโรงพยาบาลมากขึ้นทุกวัน

5.การทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ รวมทั้งจ่ายค่าปรับให้ฝ่ายหญิงเพียงไม่กี่บาทตามการตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย โดยที่ฝ่ายชายไม่รู้สึกผิด ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย มีผู้ใหญ่คุยให้ทุกอย่าง มันเหมาะสมแล้วหรือกับสังคมปัจจุบัน กับการทำลายชีวิตคนทั้งคน ถ้าคุณเป็นพ่อ เป็นแม่คน คุณจะยังยอมอยู่อีกหรือทำไมเราไม่กำหนดบทลงโทษกับคนที่ไม่มีความรับผิดชอบเหล่านี้อย่างจริงจัง

เมื่อไหร่คนรุ่นใหม่จะออกมารับผิดชอบต่อสังคม ออกมาแสดงความคิดเห็น รวมทั้งร่วมกันปรับเปลี่ยนบางสิ่งที่เราเห็นว่าไม่เหมาะสมแล้วกับยุคสมัยนี้ ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด ควรจะมีพลังมากที่สุดด้วย

การมีวัฒนธรรม มีวิถีชุมชน มีจารีตประเพณี เป็นสิ่งที่ดีในสังคมม้ง แต่สิ่งเหล่านี้ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความยุติธรรม ทั้งต่อคนในชุมชนเอง และต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับยุคสมัยด้วย

เพื่อความคงอยู่ที่ยั่งยืนของสังคมม้ง หรือปล่อยให้คนที่เขายอมรับไม่ได้ทิ้งความเป็นม้งไปอยู่กับสังคมอื่น

เพื่อนชาวดอย (ยังจำกันได้มั๊ย)

46 Comments

  1. หนุ่มเข็กน้อย

    เมื่อก่อนเวลามีงานเลี้ยงผู้ชายจะได้กินข้าวก่อน..
    ผู้หญิงต้องกินทีหลัง…
    เดี๋ยวนี้หลายบ้านกินพร้อมกันแล้ว…
    และช่วยกันเก็บด้วย…
    ปัญหาต่างๆเราไม่สามารถที่แก้ใขให้ทันใจเราทั้งหมดได้…
    หากเพียงเราเริ่มจากครอบครัวเราก่อน…
    ทำให้เป็นตัวอย่างก็จะมีคนตามเองครับ…
    ที่เข็กน้อยเองปัญหาเหล่านี้มีมากมายครับ…
    ตอนนี้เรามีการรวมกลุ่มโดยใช้ชื่อว่า..กลุ่มส่งเสริมชีวิตครอบครัว..
    การทำงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งครับ…
    หากใครอยู่เข็กน้อยลองสอบถามได้ครับ…
    ตัวผมเองทำงานอยู่กรุงเทพหากมีการอบรมสัมนาก็จะกลับไปช่วย..
    เรามีทีมงานที่ทำงานจิตอาสาทั้งจากกรุงเทพและที่เข็กน้อยช่วยกันอยู่ครับ..
    ความภูมิใจคือเราเห็นครอบครัวของเพื่อนๆและของเรามีความมั่นคงไม่มีปัญหาการหย่าร้าง
    ซึ่งผลที่ตามมาคือครอบครัวอบอุ่น..
    เยาวชนที่เป็นลูกหลานของกลุ่มไม่สร้างปัญหาต่อชุมชน..
    ตอนนี้เรามีสมาชิกประมาณ 300-400 ครอบครัว(รวมถึงเขาค้อและทับเบิกและห้วยไซ)
    และเรามีเพื่อนจากจังหวัดตากที่เป็นสมาชิกด้วย..
    ให้กำลังทุกคนนะครับที่ทำงานเพื่อสังคมของท่านเอง

    http://www.youtube.com/watch?v=QPK0c9-xKvc

  2. Lee Yia

    เป็นบทความหนึ่งที่ผมชอบมากเลยครับ ยังไงเราๆรุ่นหลังต้องไม่ทำตามแบบเดิมนะครับ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างแต่ขอแค่บางอย่างที่มันไม่ค่อยน่าดูเกินไปในสังคมปัจจุบัน ส่วนสิ่งสวยงามเราก้อรักษาไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นได้ชมครับ 123+

  3. Mee Yun

    เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ กฏเกณฑ์บางอย่างที่สังคมสร้างขึ้นใช่ว่าจะถูกต้องเสมอไป บางครั้งก็สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่ใครจะไปทัดทานได้ถ้าคนที่สร้างกฏเป็นหัวหน้า เป็นเสาหลักของชุมชน
    หรือบางครั้งก็สร้างกฏขึ้นมาเพื่อป้องกัน ไม่ให้คนในชุมชนกระทำ

    มาถึงยุคนี้ ความเจริญต่างๆมีมากขึ้น ความทัดเทียมกันก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
    ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรพิจารณาด้วยว่าสิ่งไหนควรสานต่อ สิ่งไหนควรจะยุติ
    สนับสนุนให้ช่วยกันแสดงความเห็นเพื่อเป็นแรงผลักดันร่วมกันค่ะ

  4. Lee Yia

    การมีผู้หญิงมาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ผมว่ามันตรงจุดเกิดเหตุเลยทีเดียว สะท้อนความรู้สึกส่วนหนึ่งออกมาเลยนะ ดีดีดีดีีดีีดีีดีดีครับ ปกติก้อเห็นแต่ชายๆ ก้อเลยเอนเอียงไปทางชายๆเสียส่วนมาก สู้ๆๆๆๆๆครับ เราสู้ตาย

  5. EdiTor (Post author)

    เมื่อไหร่ที่เห็นชายม้งคุมกำเนิด (ทำหมัน) เมื่อนั้นแหละจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ :)

  6. Lee Yia

    พี่ Editor พูดจริงหรอครับ แล้วจะให้ใครจะเป็นผู้บุกเบิกอะพี่ 555555+

  7. EdiTor (Post author)

    ผมยังไม่พร้อมครับ ใครที่ภรรยาพร้อม ลูกพร้อม เชิญแสดงสปิริตได้เลยครับ

  8. เพื่อนชาวดอย

    อยากให้กลุ่มแม่บ้านออกมาเคลื่อนไหวบ้างหรือเวลามีคดีความอะไรกลุ่มแม่บ้านต้องมีส่วนในการรับฟังและออกความคิดเห็นไม่ใช่ทุกอย่างปล่อยให้ผู้ชายทำหมด
    ถ้าคนน้นเป็นลูกสาวเรา เราจะรู้สึกอย่างไร หรือปล่อยเลยตามเลยครับพี่น้อง

  9. hmong21

    สมัยนี้ผู้หญิงผู้ชายม้งก็มีการศึกษากันเกือบทุกคนเเล้ว ความเท่าเทียมในสังคมม้งก็มีให้เเก่กัน เเต่ต่างคนต่างต้องเข้าใจด้วยว่าสิ่งใหนควรสิ่งใหนไม่ควรยือถือปฏิบัติเเละสิ่งใหนควรเเก่การปฏิบัติเพื่อคงใว้สิ่งที่ถูกต้องเเละดีงามเอาไว้

  10. ม้งคนหนึ่ง

    รู้สึกอัดอั้น ดันใจ มานานแล้วเหมือนกันอยากจะพูดมานานแล้วกับเรื่องนี้ ฉันล่ะทนไม่ได้จริงๆกับกฎม้งสมัยนี้ ที่ว่าช่วยกันเปลี่ยนน่ะหรอ?? แต่จริงๆแล้วมันทำได้มั้ย ยังงัยผู้ชายม้งก็เหนือกว่าผู้หญิงวันเย็นค่ำ

    ดูอย่างพ่อแม่ฉันทะเลาะกันทุกวัน พ่อเหนือกว่าแม่ทุกอย่าง เวลาไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ มีแต่พูดกล่าวตักเตือนแล้วให้กลับไปอยู่ด้วยกัน มันยุติธรรมแล้วเหรอกับผู้หญิงที่โดนตบตี เพียงคำพูดว่าเราเป็นคนดีให้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ถ้าเป็นคนดีแล้วโดนตบตีคุณอยากจะเป็นมั้ย????

    ฉันเพียงแค่อยากบอกว่าในเชิงทฤษฎีอ่ะ มันพูดง่ายได้ แต่ในเชิงปฎิบัติอ่ะ ทำได้ยาก (ฉันเพียงแต่รับไม่ได้ที่ต้องตบตีผู้หญิงในเวลาที่ทะเลาะกัน ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ซึ่งในยุคนี้ที่ขึ้นชื่อยุคแห่งการพัฒนา ยุคแห่งเทคโนโลยี การศึกษาบางครั้งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอ เพราะสันดานเป้นอย่างนั้นมาตั้งแต่เกิดแล้ว พี่ฉันคนหนึ่งแหละที่เป็นคนมีการศึกษาคนหนึ่ง ยังมีพฤติกรรมแบบนี้เลย )

    คำพูดที่สวยหรูบางทีก้เอามาใช้ในชีวิตจริงไม่ได้หรอ กฎมันจะดีหรือไม่ดีนั้นมันไม่สำคัญหรอ สำคัญมันอยู่ที่คนมากกว่า สันดานดีก้ดี สันดานไม่ดี กฎดีแค่ไหนก้เอาไม่อยู่

  11. คนด้อยโอกาส

    คนหัวไปราณ คนหัวคิดแบบดั้งเดิม ยังมีความคิดไม่เป็นธรรม ไม่มีความเสมอภาคต่อผู้หญิง เห็นได้ชัดเจนจากการกระทำ แต่ผมว่าการศึกษาที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ เป็นหนทางแปลงเปลี่ยนวิถีเดิมๆในด้านความเสมอภาค และคนม้งรุ่งใหม่ ต้องเริ่มจากตัวเรา เคารพปฏิบัติต่อเพศตรงข้าง ไม่กดขี่ เพราะชายหรือหญิง ก็ไม่ได้ต่างบนพื้นฐานความเป็นคน

    ต้องเริ่มจากตัวเราแล้วแหล่ะเรื่องนี้

  12. ฮู้ แซ่ม้ง

    ตอนนี้ครอบครัวผมมีปัญหาแบบที่ท่านเขียนมานี่แหละครับ
    ผมคิดว่าถ้าสังคมม้งยังเป็นแบบนี้อยู่ ผมคนนึงละครับที่จะปฏิเสธความเป็นม้ง (ไม่ยึดถือและปฏิบัติ)
    หรืออาจจะตั้งแซ่ขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งแซ่ (คิดว่าจะตั้งชื่อเป็นแซ่ม้ง) แซ่นี้จะเปิดกว้างให้คนที่มีความคิดแบบเดียวกันสามารถใช้แซ่นี้ได้ ไม่ว่าคุณจะตาย หย่าร้าง และอื่นๆอีกมากที่สังคมม้งกลัวการผิดผีนักหนา สามารถให้แซ่นี้เพื่อทำพิธีกรรมต่างๆได้โดยที่ไม่ต้องกลัวผิดผีอีกต่อไป
    ม้งท่านผู้รู้ผู้เจริญทั้งหลาย ท่านจงคิดเสียเถิดว่าประเทศที่เจริญแล้วทำไมถึงมีการปฏิวัติวัฒนธรรม
    การที่แม่ที่แม่คุณเสียชีวิต แต่แม่คุณใช้อีกแซ่หนึ่ง คุณจะทำพิธีในบ้านคุณ แต่กลับถูกพี่น้องต่อว่า
    ให้ทำพิธีนอกบ้าน ถ้าไม่เช่นนั้นคุณจะถูกตัดออกจากวงตระกูล (พูดง่ายๆก็คือมึงห้ามใช้แซ่กู)
    ถ้าคุณเป็นลูกกตัญญูคุณคิดว่าจะเลือกทำพิธีในหรือนอกบ้าน
    หรืออีกแนวทางนึงคือรอให้คนรุ่นตายให้หมดก่อน ผมและอีกหลายๆคนที่มีความคิดเหมือนกันค่อยมาตั้งกฏเกณฑ์ในสังคมม้งให้ทันสังคมอื่นเค้าบ้าง
    หรือจะทำการปฏิวัติวัฒนธรรมซึ่งแน่นอนต้องมีคนสละเลือดเนื้อบ้าง เพื่อสี่งที่ดีกว่า
    ท่านผู้เจริญทั้งหลายเหตุใดสังคมม้งถึงถอยหลังเข้าคลอง
    ผมรู้สึกอัดอั้นตันใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมม้ง
    และหลายๆคนที่ได้รับการศึกษา ผมคิดว่าคงมีความรู้สึกที่ไม่ต่างจากนี้

    สิ่งที่ผมคิดว่าจะทำต่อไปถ้าสังคมม้งไม่มีการเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นก็คือผมจะตัดตัวเองออกจากสังคมม้ง และจะใช้กฏเกณฑ์เดียวสังคมทั้งหลายที่เจริญแล้ว

    ผมว่าเจ้าของบทความท่านได้จุดประกายสู่การเปลี่ยนแปลงก้าวที่หนึ่งแล้ว
    ต่อไปก็คือคนที่มีความคิดเดียวกันจะต้องมาร่วมมือกันเพื่อสร้างกฏเกณฑ์ใหม่ สังคมใหม่
    ที่จะไม่ยอมรับความอยุติธรรม ความโง่เขลา ฯลฯ

    แน่นอนการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ทั้งเวลา แต่ถ้าต้องรอจนถึงวันที่ผมตาย ผมคิดว่าผมเลือกที่จะออกจากสังคมนี้เองดีกว่า
    เมื่อก่อนผมมีความภูมิใจในความเป็นม้งมาก ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นม้ง สมัยเรียนก็ทำกิจกรรมต่างๆมากมายเพื่อสังคมม้ง แต่ตอนนี้ผมกลับมีความคิดที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

    มีอีกมากที่อยากจะกล่าวไว้ ณ ที่นี้แต่คงไม่ได้ช่วยอะไรมาก ผมคิดว่าสักวันนึงคงมีเวทีให้ผมได้พูด
    คงมีสักวันนึงที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
    สุดท้ายสิ่งที่อยากจะฝากไว้ให้ทุกคนได้คิดต่อก็คือ ท่านจะปล่อยให้สังคมม้งเป็นเป็นเช่นนี้หรือ

  13. MR. D

    ใครรู้จักชื่อเพลงม้งที่มีเนื้อหาตามนี้นะครับ(จากกันหนึ่งวันเหมือนหนึ่งเดือนจากกันหนึ่งเดือนเหมือนหนึ่งปี)เป็นเพลงเก่านะครับใครรู้ช่วยcommentsมาหน่อยนะครับช่วยพิมพ์ชื่อเป็นภาษาม้งนะครับจะขอบพระคุณเป็นอย่างมาก

  14. คนด้อยโอกาส

    สังคมม้งผู้หญิงไม่ใช่จะอยู่นิ่ง/หยุดการเคลื่อยไหว การเรียกร้อนสิทธิของตนจากสังคมม้ง ก็มีเวทีหลายเวที ได้เห็นจัดแล้ว มีการแลกเปลี่ยนแสดงความคิดจากหลายๆท่าน ทั้งชายและหญิง (เห็นสมาคมม้ง เป็นองค์จัดที่จัดหวัดน่าน หลายปีที่ผ่านมา)

    ผมคิดว่าสังคมม้งก็มีหลายๆคน (ทั้งหญิงและชาย) หลายกลุ่มก็มีการจัดเวทีอย่างนี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นเวทีผู้หญิงม้งในการแสดงออกถึงสิทธิของตน ต่อประเพณีต่างๆ ที่กดให้เขาต่ำกว่าความเสมอภาค

    จริงๆแล้วถ้าเรามองในกลุ่มชายหญิงที่เป็นประธานกลุ่มต่างๆ ก็มีสัดส่วนชาย หญิง ที่ไม่ต่างกัน เช่น 6 ปีที่ผ่าน กิจกรรมนักศึกษาในจังหวัดเชียงราย มีประธานนักศึกษาม้งจังหวัดเชียงราย ทั้ง หมด 6 สมัย โดยมีหญิง 4 คน / ชาย 2 คน ยุดสมัยที่หญิง เป็นประธาน ยังเห็นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมมากกว่า ชาย ด้วยซ้ำ นั่นก็เริ่มมีมิติใหม่ของการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อหมดยุดคนหัวโบราณ ที่มองผู้หญิงเป็นอีกกลุ่มที่ตำกว่า คงเริ่มหมดไป แล้วทุกท้ายก็ให้เกียรติ เคารพ ซึ่งกันและกัน ระหว่างชายหญิงในสังคมม้ง

    เวทีพูดคุย ก็เป็นอีกสิ่งที่หนึ่งที่ทำให้สังคมม้ง เปลี่ยนแปลง ให้เกียรติผู้หญิงมากขึ้น เพราะอย่างไง เพศหญิง คือ แม่ที่ให้กำเนิดเรามา แล้วเรายังไปกดขี่ท่านอีกหรือ

  15. เพื่อนชาวดอย

    ร่วมคิด สร้างสรรค์ เพื่อความต่าง สร้างสังคม

  16. รักม้ง

    ?การกดขี่ผู้หญิงในสังคมม้ง? จะค่อยหมดไปไหรือน้อยลง ก็ต่อเมื่อผู้หญิงมีการศึกษาสูงเท่านั้น การศึกษานี่แหละที่ผู้ชายที่ชอบเอาเปรียบผู้หญิงกลัวมากที่สุด ไม่ใช่เฉพาะม้งนะ กลัวกันทั่วโลก

    ผู้หญิงที่มีการศึกษา จะรู้เท่าทัน ฉลาดคิด ทำงานได้เอง รู้กฎหมาย รู้จักแสวงหาความรู้ เลือกได้ เลือกเป็น ปกป้องคุ้มครองตัวเองได้ วิเคราะห์ได้อย่างชานฉลาด ฯลฯ

  17. เรนนี่

    หญิงม้งเอ่ย………….
    หน้าขึ้นสิว ขึ้นฟา แห้งกราน แก่กว่าวัย ยังไม่พอ??
    เหตุใดเล่า เจ้าชีวิต ถึงมา ทาสีหน้า และผิวพรรณเจ้าบุดเบี้ยวเขียวเช่นนี้
    บอกข้าเถิด ข้าจะนำ เรื่องของเจ้า ไปหาความเป็นธรรม

    รู้ว่าเจ้า ไม่มีวัน ที่จะเล่า เพราะถ้าเขา รู้ทัน ภัยถึงเจ้า
    หญิงทุกคน ใครบ้าง ไม่เคยโดน สามีเท้า ขอโปรดเราได้ฟังเรื่องท่านเถิด
    เพราะอะไรทำไมสามีดี ไม่ทุบตีคนรักของตนเอง
    เจ้าดีหรือใครดี ถึงไม่มีวุ่นวายหลังแต่งงาน….นับนานปี

    ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยน เคารพทุกความเห็น อยากทราบรายละเอียดเพิ่อมเติมด้วย

  18. EdiTor (Post author)

    คุณ ฮู้ แซ่ม้ง พัฒนาการต่างๆ ในสังคมม้งยังมีความเหลื่อมล้ำกัน บางชุมชนยังเต็มไปด้วยทัศนคติและความเชื่อในแบบเก่า ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีผู้รับเคราะห์กับความเชื่อเก่าๆ ที่ว่านี้ ไม่ว่าเด็ก ผู้หญิง คนชรา หรือแม้แต่คนตายที่คุณฮู้ได้ยกมาเป็นตัวอย่าง

    เช่นว่า เมื่อมีคนป่วยไม่ว่าจะเด็กหรือคนแก่ แทนที่จะพาไปหาหมอกลับพยายามเสียเงินเสียทองเพื่อทำพิธีรักษา สุดท้ายเมื่อตัดสินใจไปพบหมอ มันก็อาจสายเกินไป

    ซึ่งก็น่าเห็นใจสำหรับคนที่มีความคิดใหม่ แต่ตัวเองอยู่ในสังคมความคิดเก่า ซึ่งคนที่จากบ้านไปเรียนหรือทำงานคงไม่สามารถเข้าใจปัญหาเหล่านี้ได้ จนกว่าตนเองหรือคนในครอบครัวจะประสบกับปัญหาที่คุณฮู้ได้พูดมา

    สังคมม้งที่ใกล้กับเขตความเจริญมีการปรับตัวค่อนข้างดี เพื่อให้เข้ากันกับสังคมโลกปัจจุบัน แม้จะยังมีความเชื่อเก่าแทรกอยู่บ้าง แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาในเกือบทุกสังคม (ที่ยังมีความเชื่อแบบผิดๆ หลงเหลืออยู่) แต่สำหรับสังคมม้งที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึง ก็คงยังไม่มีสิ่งใดเข้าไปแทนที่ความเชื่อแบบเก่า ทางออกหนึ่งของเรื่องนี้คือเราต้องมีองค์กรที่เข้มแข็ง ที่สามารถทำให้คนม้งมีความเป็นเอกภาพ เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน

    คุณคนด้อยโอกาส ผมเองก็อยากเห็นจริงๆ ครับ เวทีสำหรับผู้หญิงหรือเวทีสำหรับการเสนอปัญหารวมถึงทางออกให้กับสังคมม้ง หรืออย่างน้อยก็มีสื่อที่นำเสนอความเคลื่อนใหวต่างๆ ในสังคมม้ง

    คุณรักม้ง ผมสนับสนุนครับ เมื่อไหร่ที่ผู้หญิงเรียนสูง ก็จะรู้เท่าทันและเข้าใจสิทธิของตนเองมากขึ้น เมื่อเรียนสูงก็จะได้งานดี เมื่อได้งานดีผู้หญิงก็จะพึ่งตนเองได้ ..แต่อย่าให้ถึงขั้นหันกลับมากดขี่ผู้ชายเลยนะครับ สงสารพวกคนกลัวเมีย

    คุณเรนนี่ บทกลอนกินใจมาก :)

  19. sci

    งงๆๆๆๆๆๆ ครับกับทุกข้อความ ทำไม่สิ่งที่ผมเจอมันตรงข้ามกับกระทู้ โดนผู้หญิงตบจิก ตีต่อย
    จะขอความช่วยเหลือจากปวีนาก็ไม่ได้ ไครก็ได้ช่วยแนะนำองค์กรคุ้มครองสิทธิบุรุษไห้ผมหน่อย
    ผมล่ะอิจฉาผู้หญิงจริงๆ มีหลายๆอย่างที่เขาห้ามผู้ชายทำ หรือผู้ชายทำแล้วผิด ผู้หญิงทำแล้วไม่ผิด
    ในแต่ละวันต้องค่อยระแวงว่า วันนี้จะโดนอะไรอีกไหม บางทีผู้หญิงก็เหวี่ยงแบบไม่มีเหตุผล(เซ็งๆๆ)
    แต่ก็เอาเหาะก็ผู้หญิงอ่อนแอนี่(เวลาตบไม่เห็นอ่อนแอเลย)
    ปัญหาทั้งหมดที่ว่าผู้หญิงม้งถูกกดขี่นั้นจะหมดไปได้ ถ้าหากว่าคุณผู้ชายผู้หญิ่งในศักดิ์ศรีทั้งหลายรู้จักคำว่า สุภาพบุรุษ ผมเองไม่เข้าใจเหมือนกัน ไอ้ที่รังแกผู้หญิงเนี่ยมันทำได้ไง

  20. 1

    จารีตฯเก่าๆ จิตไต้สำนึกมโนธรรม
    -ตีเมียไม่ผิด -ผิด ทำไม่ได้
    คุณมีสิ่งไหนมากกว่ากัน

  21. แนน

    แต่เดี้ยนว่าผู้หญิงม้งสมัยนี้ เปลี่ยนมาขี่ผู้ชายแล้วค่ะ และคุณผู้ชายม้งก็ชอบมากกกกกกกด้วย
    จริงมั๊ยคะคุณผู้ชาย5555555555

  22. Ong

    เรื่องบางอย่างมันก็ดีอยู่แล้ว มันเป็นการถ่วงดุลในสังคม หากไม่เลวร้ายมากเกินไปทำไมเราไม่ยอมรับและปล่อยกาลเวลาเป็นตัวเปลี่ยนแปลง พากันร้องโอดโอยเพื่อให้คนอื่นมองว่าตัวเองคิดดีทำดีกว่าได้ไง อย่าลืมว่าวิธีการต่างๆเหล่านี้ถูกสร้างสรรค์มาเป็นร้อยเป็นพันปี ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ มองหาอดีตแล้วหาเหตุผลก่อนลองกลับบ้านไปแล้วถามคนแก่คนเฒ่าดูก่อน อาจจะทำให้ท่านได้เรียนรู้บางด้านมืดที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ อย่าเพิ่งคิดว่าเรียนมาเยอะแล้วก็เปลี่ยนเลย บางครั้งกฏระเบียบวิธีการต่างๆเหล่านี้อาจเป็นสิ่งเดวที่เราสามารถรักษาความเปนม้งมาได้นานมากขนาดนี้

  23. Lee Yia

    คุณ Ong ครับมันก้อถูกนะในบางสิ่ง แต่ถ้าความเป็นม้งต้องเดินไปตามสภาพแบบนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนคงอนาถใจ หากร่ำเรียนมาแล้วไม่ปรับเปลี่ยนให้สิ่งใหม่ต่อเติมสิ่งเก่า แล้วใยต้องเรียนละครับ ถ้ามันดีอยู่แล้วแล้วทำไมถึงมีคนต่อต้าน แล้วทำไมสังคมอื่นมองว่าเราล้าหลัง ถ้ากฎเหล่านี้มันคือ ม้ง แล้วถามว่า ม้ง จะเอาอะไรในวันข้างหน้า ถ้าถือเอากฎแล้วไม่สนถึงเหตุและผล ผมว่าแบบนี้ หญิงม้ง ที่มาร่ำมาเรียน เขาก้อคงไม่ใส่ใจบ่าวม้งแน่นอน แล้วมีแต่ชายๆ จะสืบทอด ม้ง ได้อย่างไร

  24. Hmong Lao

    kuv yuav sau ua ntawv hmoob. zoo siab uas koj (nej tau sau zaj lu no tawm los. feem ntau kuv kuj pom zoo li nej zaj lus no lawm thiab, tab sis muaj ib nqis uas yuav tau saib kom zoo yog kev thim nqe tshoob nqe kos. qhov no yuav tau saib seb yog tog ntxhais txhaum los yog tog tub txhaum, yog tus ntxhais yog tus txhaum ces yuav tau rov nqe tshoob rau tog tub, hos yog tus tub yog tus txhaum ces nplua tus tub los kho tux ntxhais thiab niam txiv ntsej muag raws li kev li cai. kuv sau raws kev xav ntawm kuv xwb.

  25. EdiTor (Post author)

    Tus kwv los sws tij Hmong Lao. Koj lo lus yeej yog lawm, tub los swj ntxhais los swj yuav tau hais raws li kev txhaum.

  26. ib tug hmoob

    เฮ้อ……….อ่านแล้ว เหนื่อยใจ สงสารผู้หญิงม้งมากๆๆ….ดิฉันเองก็เจอมากับตัวแต่ ไม่ถึงกับหย่าแต่ก็เกือบไปแล้วหลายรอบ…ถูกทุกข้อ เลยนะคะ สำครับความคิดเห็นทั้งหมด..แต่ขอเสริมอีกนิดนึงว่า ถึงแม้ผู้หญิงที่เรียนสูงๆๆ ก็ตามที เมื่อแต่งงานแล้วก็ทำไม่ได้ตามที่น้องท่านนี้กล่าวหรอกค่ะ….ปัญหาทุกอย่างอยู่ที่ ฝ่ายชาย(สามี/แฟนเรา) เพราะถ้าเขาเป็นผู้ที่มีความคิด ความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี เขาก็จะกระทำในสิ่งที่ดี สิ่งสำคัญของครอบครัวคือ การให้เกียรติกันและกัน แต่มีปัจจัยที่ส่งเสริมให้ผู้ชายม้งบางคนทำไม่ได้ ก็มีหลายประเด็น เช่น

    1. คำสอนจากพ่อแม่..ที่คอยพูด บอก เล่าเรื่องราวต่างๆในส้งคมม้ง ว่า ผู้ชายทำอะไรก็ได้ ไม่ผิด เพราะฟ้าสร้าง มาแบบนี้ จะมีเมียล้นฟ้า มีกิ๊กล้นแผ่นดิน มันผิดตรงไหน

    2. มักจะบอกว่า ผู้หญิง/สะใภ้ต้องเป็นช้างเท้าหลัง การกระทำ การตัดสินใจทุกอย่าง ต้องขึ้นอยู่กับสามี…*คนไม่มีสิทธิ์จริงๆๆ*

    3. ในผู้ชายเอง มักจะพูดคุยโอ้อวดถึงวงกระตูลตัวเองว่า เก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้ มีเมียตั้งหลายคน แต่ คนรุ่นหลังทำไม่ได้ จึงทำให้ผู้ชายในยุคใหม่ เมื่อฟังแล้วก็ต้องอายว่า ทำไม่ได้อย่างคนรุ่นก่อน จึงคิดที่จะลบคำสบประมาท เพื่อจะได้ไว้ลายของวงตระกูล (คิดได้ไงน้อ)

    4. พ่อ แม่ บางคนมักจะส่งเสริมให้ลูกชายของตนเอง ไปเที่ยวโดยที่ไม่สอน ไม่บอก ว่าควรทำหรือไม่อย่างไร ทั้งๆ ที่มีเมียอยู่ด้วย ทำเป็นเกรงใจลูกสะใภ้ แต่บอกกับลูกสะใภ้ว่า….เขาไปเล่นๆๆ เดี๋ยวก็กลับ..อย่าไปคิดมาก

    5. เมื่อลูกชายมีกิ๊ก พ่อ แม่กลับมองว่า ลูกเราเก่ง มีเสน่ห์ มีคนชอบ แล้วช่วยกันปิดบังลูกสะใภ้..เมื่อมีการพูดคุยกัน มักจะกล้่าวว่า ถ้าอยากจะอยู่นานๆๆ ก็ต้องทำตัวดีๆๆ (ดีอย่างที่ว่า คือ ยอมทุุกอย่าง ทำทุกอย่าง *เป็นควาย ขี้ข้าก็ไม่ปาน)

    6. บางคร้ง ผู้ชายก็ไม่อยากทำร้ายผู้หญิง หรือกดขี่ผู้หญิง แต่ที่ทำเพราะไม่อยากให้คนในครอบครัว หรือคนรอบข้างมองว่า ไม่มีน้ำยา แพ้ผู้หญิง ทำให้เขาไม่มีเกียติในสังคม ไม่เป็นที่นับหน้าถือตา ไม่เป็นที่เคารพของคนในสังคม …

    **ดังนั้น ดิฉันจึงขอสนับสนุน ความคิดที่ว่า ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากครอบครัวก่อนค่ะ**

    แต่ก็น่าชื่นชม สำหรับบางแห่งที่เข้าใจสังคมปัจจุบัน เคยได้ยินผู้นำชุมชนคนหนึ่งกล่าวว่า เราแก่แล้วก็เป็นที่ปรึกษา คอยหนุนอยู่ข้่างหลัง ส่วนเรื่องทุกอย่างก็ให้คนหนุ่ม คนรุ่นใหม่เขา จัดการเอง … หากสังคมม้งเราเข้าใจ มีทัศนคติที่ถูกต้อง มีคุณธรรม จริยธรรม สังคมม้งคงจะได้มีความรักและสามัคคี รู้จักรักครอบครัว รักคนรอบข้าง..ปัญหาสังคมม้ง คงลดน้อยลงไปบ้าง

    สวัสดี

  27. Ong

    แล้วแต่คุณ
    สังคมไทยไม่เคยห้าม แล้วแต่ ปัญญา (ไม่ต้องเรียนสูงมาก็ได้ จะเปลี่ยนก็อยู่ที่ตัวคุณ ทำเลย)
    ห่วงสาวๆไม่แล อืม น่าสงสัยจัง
    เหนด้วยกับคุณ แนน อะ รู้สึกจะเปนอย่างนั้นจิงๆซะด้วย อิอิ

  28. I'M AN OLD HMONG

    Hi… Hmong men….

    Love, care and tender……… Love her as love yourself……. Honest as you need honesty from her. Life is so short….. She is your children’s mom.

  29. I'M AN OLD HMONG

    Txog…. Tsoom Txi- neej nyob muaj meej……

    Nyiam kom txaus, hlub kom kawg thiab hai mog,mog rau poj-niam……….. Hlub nws li koj tus keej. Ua zoo rau nws yam li koj xa tau txais ntawm nws. ….Nws yog koj minyuam li niam….

  30. เพื่อนชาวดอย

    ผมดีใจครับที่มีคนสนใจในบทความ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้อยูในใจของพวกเราหลายๆคน ผมไม่ได้ต่อต้านสังคมม้งหรอกครับสิ่งดีๆก็มีเยอะแต่มีบางสิ่งที่เราควรจะมาคุยกันและร่วมกันแก้ไข ไม่ต้องรอให้เราตายก่อนหรอกครับ หรือไม่ต้องหนีจากสังคมม้งเพราะยังไงเราก็ปฏิเสธตัวตนของเราไม่ได้อยู่ดีครับ ร่วมกันสร้างกลุ่ม สร้างตัวให้มีอำนาจในสังคมเพื่อจะมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร้วมกันดีกว่าครับ เพื่อความเป็นม้งที่ยั่งยืนบนโลกยุคใหม่ สักวันเราคงได้รู้จักกัน

  31. เพื่อนชาวดอย

    ทุกๆวันนั่งคิดว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน เป็นสิ่งที่เรามีความสุขหรือเปล่า เราทิ้งความฝันความทะเยอทะยานส่วนตัว เพราะอะไร เพราะความกลัว ไม่กล้าพอ นำสู่ข้ออ้างต่างๆนาๆ ครอบครัวบ้าง ความรับผิดชอบบ้าง ความมั่นคงบ้าง บางครั้งสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันเล็กน้อยเกินกว่าความมสามารถที่เรามี เล็กเกินกว่ากำลังสมองของเรา เกิดมาครั้งเดียวยังไงก็ต้องตาย ต้องกล้าทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จารึกความดีไว้ในสังคม ว่าเราก็เคยเกิดมาครั้งหนึ่งในสังคมนี้ ดีกว่าปล่อยทุกอย่างไปกับความฝัน ไปกับสายลม ว่าวันหนึ่งเราจะทำ จนรู้สึกตัวอีกวันหนึ่งเรากลายเป็นคนแก่ที่นั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ไปวันๆ

  32. EdiTor (Post author)

    ขอปรับปรุงเนื้อหาเล็กน้อยครับ (โดยเจ้าของบทความ)

  33. เพื่อนชาวดอย

    ความจริงสิ่งที่เขียนนี้ เขียนมาเพื่อสะท้อนปัญหาสังคมม้งในอีกแง่มุมหนึ่งที่บางคนที่เคยชิน หรือไม่เคยคิดก็จะว่ามันไม่ใช่ปัญหา มันก็ปฏิบัติตามๆกันมาอย่างนี้อยู่แล้ว เราก็อยู่ได้ หรือคนแก่เค้าสอนมาอย่างนี้ แต่เท่าที่เห็นทุกวันนี้มันน่าสังเวชใจมากที่มีคนแก่ๆ ต้องอยู่คนเดียวในกระต๊อบเล็กๆไม่มีใครเหลียวแล เจ็บป่วยไม่มีใครพาไปโรงพยาบาลเพียงแค่เหตุผลว่า สามีตายแล้วไปแต่งงานใหม่กลับมาเป็นคนละผีกับลูกๆ อยู่ด้วยกันไม่ได้ หรือที่เห็นบางกรณีที่ลูกสาวไปแต่งงานแล้วอยู่ไม่ได้ท้องกลับมาต้องสร้างกระต็อบเล็กๆสกปรกให้อยู่ อยู่ไฟนอกบ้าน เราเคยรู้สึกอะไรมั๊ย อยากให้พวกเราหาทางแก้ไขกัน เช่น ถ้าคนของเราไปแต่งงานมีการเรียกขวัญให้เป็นผีของอีกแซ่ถ้ากลับมาเราก็เรียกขวัญใหม่ให้เป็นผีเราได้หรือเปล่า เราต้องมาคิด หรือเราจะมาจมอยู่กับสิ่งที่หาคำอธิบายไม่ได้ เมื่อบุคคลภายนอกถามเราพูดได้แค่ว่า มันผิดผี ถ้าเป็นตัวพี่ พี่ว่าพี่ทำได้เพราะทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเองถ้าเราว่าเราทำดีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องสนใจในคำพูดของคนอื่น บางครั้งเราต้องออกมาอยู่นอกกรอบแล้วมองกลับไป หาคำอธิบายกับมัน อย่าบอกกับเพื่นสังคมภายนอกเพียงแค่ว่า มันผิดผีทำไม่ได้

  34. วิจารณ์

    มันอาจเหมาะในยุคหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องความเห็นแก่ตัวหรือความไร้มาตรฐานในปัจจุบัน
    กล่าวคือ ในอดีต อาจเป็นการปรามไม่ให้มีการประพฤติผิดจริยธรรมหรืออะไรก็แล้วแต่
    แล้วเราจะร่วมกันแก้ไขอย่างไรให้มีความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายนั้น ผมว่าต้องมีการสังคายนาจารีตประเพณีที่ไม่ทันสมัยพวกนี้เสียใหม่ แต่โดยส่วนตัวผมแล้ว หากเกิดปัญหาเช่นว่านี้กับคนในครอบครัวผม ผมจะไม่กระทำตามจารีตป่าเถื่อนไร้มนุษธรรมพวกนั้นอย่างแน่นอน

  35. EdiTor (Post author)

    เรื่องจารีตประเพณีที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย ปล่อยไปเดี๋ยวมันก็จะค่อยๆ แห้งเหี่ยวไปเอง ยิ่งถ้าเราช่วยกันเติมตัวเร่งปฏิกิริยาเข้าไป การเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดเร็วขึ้น และจบเร็วขึ้น

  36. Nkauj hub

    เห็นด้วยหลายส่วนค่ะ ขอเพิ่มเติมเรื่องมรดกด้วยนิดหน่อยนะคะคือสงสัยว่าทำไมยุคปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว
    ผู้หญิงก็ทำงานส่งเงินให้พ่อแม่พี่น้องใช้เยอะแยะแต่เวลาพ่อแบ่งมรดกลูกสาวกลับไม่ได้อะไรเลยหรือได้น้อยมาก
    และเวลาแต่งงานก็แทบไม่ได้อะไรเลยได้แค่เสื้อผ้าชุดม้งและนิดๆหน่อยเท่านั้นลืมไปรึเปล่าว่าลูกสาวก็เป็นลูกคนหนึ่งเหมือนกัน

  37. Nkauj hnub xyooj

    จริงอยู่ว่าสมัยก่อนต้องเก็บค่าตัวขาดลอยเพราะเข้าใจว่าสมัยก่อนการเดินทางไม่สะดวกเช่นปัจจุบันนี้
    แต่ยุคนี้มันไม่ใช่แล้วนะคะ. ส่วนตัวเราคิดว่าผู้นำใหญ่หรือน่าจะมีเวที
    ให้คนรุ่นหลังได้แสดงความคิดเห็นบ้างและน่าจะมีการจัดเวทีสนทนาระหว่าง
    คนเก่าแก่กับคนรุ่นใหม่เพื่อมาผนวกความคิดกันใหม่ให้สังคมของเราดู
    ดีมากขึ้นเพราะส่วนตัวเชื่อว่าการกระทำหรือจารีตประเพณีบางอย่างเกิดขึ้นย่อมมีเหตุผล
    ของตัวมันเอง แต่เราจะสามารถปรับจูนให้เข้ากับกาลสมัยนี้ได้อย่างไร
    และอย่างเรื่องประเพณีพิธีกรรมต่างๆนั้นเราจะต้องมีโอกาสศึกษา
    ให้ลึกว่าใจความสำคัญลึกๆที่ต้องทำเช่นนั้นเพราะอะไรจริงๆ
    และถ้าเราไม่ประพฤติปฏิบัติตามจะมีผลอะไรจริงๆ
    ถ้ามีเวทีแสดงความคิดเห็นเกิดขึ้นมาในรุ่นนี้จริง แม้จะยังไม่สามารถ
    เปลี่ยนแปลงได้แต่เชื่ออย่างยิ่งว่ารุ่นลูกเรามันจะเกิดขึ้นได้และเป็นการเกิดขึ้นที่
    ดีคือจะยังคงความเป็นม้งได้อย่างไม่ล้าหลังและไม่ผิดแปลกมากเกินไป
    ไปจากเดิมเพราะถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่เหลือเค้้าโครงความเป็นม้งไว้
    ก็สู้เรายอมออกจากสังคมม้งที่เห็นแก่ตัวดีกว่า
    เราเป็นผู้หญิงมีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกว่าสาเหตุที่ผู้หญิงม้งไปแต่งงานกับ
    คนไทยหรือต่างชาติเพราะผู้ชายไทยมีความเป็นสุภาพบุรุษมากกว่า
    เชนการดูแลเทคแคร์เวลากินข้าวกินน้ำเขาจะดูแลให้ แต่ผู้ชายม้งส่วนใหญ่ไม่
    ยกน้ำบริการให้กินจนข้าวติดคอผู้หญิงค่อยไปตักมาให้ทั้งสองคนและเวลามีลูก
    ไม่ค่อยเห็นผู้ชายจะมาช่วยซักผ้าอ้อมให้ซักเสื้อผ้าลูกเมียให้เลยพอมีคนทำให้บ้าง
    ก็ถูกว่าหาว่ากลัวเมียหาว่าผู้หญิงข่มสามีบ้างสามีไม่ได้รับเกียรติ ทำไมสังคมม้งเรายังเป็นเช่นนี้
    เราเคยเห็นนะประเภทที่ว่าภรรยาทำงานนอกบ้านเหมือนกันตื่นเช้ามาไม่มีเวลาทำกับ้าว
    ให้ครอบครัวกินพ่อแม่สามีก็หาว่าเป็นภรรยาที่ใช้ไม่ได้ยุให้ลูกแต่งเมียน้อยได้
    ไม่เข้าใจ. เมื่อไหร่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเสียทีนะ

  38. saipahn

    ไม่ได้เป็นม้งค่ะ เป็นคนไทย รักกับคนม้ง เรารักกัน แต่ผู้ใหญ่ไม่ให้รักกับคนไทย
    ผิดด้วยเหรอคะที่เราไม่ได้เกิดเป็นม้ง แม่คงกลัวว่าเราจะเป็นคนไม่ดี ทำให้ลูกชายแม่เปลี่ยนไป แต่คนเราไม่ได้เหมือนกันทุกคนนะคะ คนเราถูกเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน
    ทำไร่ ทำสวน สอนมานู่ทำได้ค่ะ เพราะพ่อสอนให้นู๋รู้จักอดทนสู้งาน
    กลัวว่าสะใภ้ไทยจะไม่ชอบ ไม่รักแม่ แต่แม่นู๋สอนว่าแม่สามีก็เหมือนแม่ของเรา รักแม่เรายังไงก็ให้รักแม่สามีแบบนั้น ไม่ว่าเคาจะรักจะดีกับเราหรือไม่ แต่เราก็ต้องรักเหมือนเป็นแม่ของเราเอง แม่คะแม่พูดไทยไม่ได้แม่กลัวว่าจะคุยกับสะใภ้ไทยไม่รู้เรื่อง
    นู๋เองไม่รู้ภาษาม้งเหมือนกันค่ะแม่ แต่นู๋ก็พยายามศึกษา แม่อย่ารังเกียจคนไทยทั้งๆที่แม่ยังไม่ได้เจอนู๋เลยนะคะ เรารักกันค่ะแม่ แต่นู๋ต้องยอมห่างจากพี่เค้าเพราะนู๋สงสารแม่ สงสารพี่เค้าค่ะ แม่รู้มั๊ยคะว่านู๋ไม่อยากให้แม่กับพี่เค้าทะเลาะกันไม่อยากให้แม่เสียใจ เราสองคนเลยต้องยอมเสียใจซะเอง แม่ให้โอกาสนู๋พิสูจน์ตัวเองไม่ได้เหรอคะ

  39. saipahn

    อยากรู้อีกอย่างนึงว่า มีผู้หญิงคนนึงเป็นม้ง เคยคบกับแฟนเรา แต่เธอดันไปนอนกับผู้ชายคนอื่น แบบนี้ผิด แต่ไม่รู้ว่าม้งถือว่าเป็นยังไงคะ แล้วผู้หญิงคนนี้กลับมาจะขอคืนดีกับคนที่เค้าทิ้งไป แล้วถ้าผู้ชายไม่อยากคืนดี ผู้หญิงคนนี้จะเรียกร้องอะไรได้มั๊ยคะ
    ถ้าหากว่าเค้าเคยคบกับ มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วโดยที่พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ แต่ยังไม่ได้แต่งงาน และยังไม่ได้อยู่กินกัน แล้วผู้หญิงไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนอื่นเรียกง่ายๆว่าไปมีชู้ แบบนี้ถ้ากลับมาแล้วมาเรียกร้องอะไรจากฝ่ายชายที่ถูกทิ้งได้มั๊ย
    และถ้าเธอขู่ว่าจะฆ่าตัวตายหรือเปรยๆว่าจะฆ่าตัวตาย ถ้าเธอทำจริงๆ ฝ่ายชายโดนทิ้งจะมีความผิดมั๊ย รบกวนตอบคำถามให้ด้วยนะคะ พอดีว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้วมันเกี่ยวข้องกับอนาคตของเราน่ะคะ ถูกเค้าปั่นปวนจนเครียดแล้ว
    ขอบคุณมากนะคะ

  40. กรรณิการ์

    ฉันเป็นผู้หญิงที่มีการหย่าร้างแต่ไม่ได้แต่งงานกับคนม้งแต่งกับคนเมืองและมีความคิดในเรื่องของสิทธิของสตรีอาจจะไม่เหมือนคนอื่นว่าการที่เราพี่น้องม้งจะรักและสามัคคีกันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องแ่บ่งแยกระหว่างชายหญิงแต่ควรจะมีการยอมรับความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายและไม่ควรที่จะใช้อำนาจของผู้ชายต้องเป็นผู้นำและต้องถูกเสมอฉันมีความเชื่อว่าทุกคนที่เกิดมาไม่ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงควรจะมีสิทธิเท่ากันในสังคมของพี่น้องม้งจากบทความที่อ่านเรื่องของผู้ทีึ่แต่งงานออกไปแล้วกลับมาอยู่กับลูกหลานตอนแก่และให้แยกอยู่คนเดืยวนั้นจะได้ไม่ผิดผีน่าจะเป็นความเชื่อมากกว่า ในโลกแห่งความจริงพ่อแม่ที่กำเนิดเรามานั้นเราควรทีจะเคารพบูชายิ่งกว่าสิ่งใดๆๆๆๆ และจะศักดิ์สิทธ์ มากกว่าสิ่งใหนเสียอีกในอนาคตควรจะแนะนำให้ลูกหลานเปลี่ยนแนวความคิดใหม่และฉันเชื่อว่าการให้ความรักโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนไม่ว่าจะรักพ่อแม่ีพี่น้องหรือใครก็ตามผลตามมานั้นเราก็จะได้รับความรักตอบกลับมาอย่างแน่นอน ขอความเห็นถ้าใครเห็นด้วยก็มาแลกเปลี่ยนความคิดกัน

  41. EdiTor (Post author)

    คุณ Nkauj hub เรื่องมรดกนั้นถือเป็นอีกเรื่องที่น่าสังเกตุ เพราะม้งเราถือปฏิบัติกันมาช้านาน โดยไม่ได้เอะใจว่า จริงๆ แล้วมันยุติธรรมกับบรรดาลูกๆ ทุกคนแล้วหรือ แม้โดยส่วนใหญ่ผู้เป็นพ่อแม่จะไม่ได้มีมรดกก้อนใหญ่ก็ตาม แต่หากเราอิงตามความยุติธรรม อาจช่วยให้ความเหลื่อมล้ำในสังคมชายหญิงของม้งเราลดน้อยลงไปได้ ..อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำลูกสาวทั้งหลายลองเอ่ยปากขอดู เพราะพวกท่านก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พ่อแม่เราเอง

    .. แต่ลูกสาวทั้งหลายก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป เพราะแม้แต่กลุ่มลูกชายเองบางครั้งก็ได้รับมรดกไม่เท่าเทียมกัน

    คุณ saipahn ได้ฟังเรื่องของคุณแล้วน่าเห็นใจครับ ผมเคยพบเห็นเรื่องราวลักษณะเดียวกันกับคุณ ฝ่ายหญิงเป็นคนไทย นิสัยดี เอาการเอางาน แต่สุดท้ายฝ่ายชายซึ่งเป็นม้งต้องเป็นคนขอเลิกกับเธอ เพราะความไม่มั่นใจในเรื่องอนาคต และความต่างทางด้านวัฒนธรรมของทั้งสองฝ่าย แต่กรณีนี้พ่อแม่ฝ่ายชายไม่ได้กีดกันทั้งคู่แต่อย่างใด

    .. ส่วนเรื่องผู้หญิงอีกคนนั้น ปัจุบันสังคมม้งเปิดกว้างมากขึ้น การอยู่ก่อนแต่งจึงถือเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ฉะนั้นทั้งสองฝ่ายจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ สิ่งที่ต้องระวังคือกรณีดังกล่าวจะต้องไม่เข้าข่ายกฎหมายไทย เช่นว่าฝ่ายหญิงยังไม่บรรลุนิติภาวะ

    คุณ กรรณิการ์ ผมมีหลานสาวคนหนึ่งที่แต่งออกไปปีกว่าแล้วหย่ากลับมา ทุกวันนี้อาศัยอยู่บ้านเดียวกันกับพ่อแม่ ไม่ได้แยกบ้านแต่อย่างใด (ตอนนี้หลานคนนี้กลับไปเรียนต่อแล้ว) ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงได้ต้องอาศัยความรักความเข้าใจในครอบครัว และต้องเริ่มต้นจากคนในครอบครัวครับ

  42. ไกลถิ่น

    ทุกๆชีวิตบนโลกแห่งวัฏฏะสงสารของการเวียนว่ายตายเกิดไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใด ชนชาติใด ชั้นเผ่าใด ทุกคนต้องดำเนินชีวิตของตนเองไปเรื่อยๆ ตราบจนสิ้นลมสุดท้ายของชีวิตที่ได้เกิดมาในกาลครั้งหนึ่ง การเรียนรู้ในสิ่งที่ดีมีเหตุ มีีผลเท่านั้นที่จะนำพามาซึ่งความสุขให้แก่ตนเอง ครอบครัวและสังคม
    ” ม้ง “ก็เป็นชีวิตหนึ่งที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ มาถึงวันนี้ สมัยนี้ความเจริญในทางด้านต่างๆมีมากมาย แต่ความเชื่อของม้งเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างที่บรรพบุรุษนับถือการมา อย่างเช่น…… หลายอย่างผมไม่อย่าเอย แต่มันก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลแล้วอย่างนี้อีกกี่สิบร้อยพันชาติ ม้งถึงจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่มีเหตุมีผลได้แต่ ทั้งหมดก็เป็นแค่สงครามในทางความคิดที่ไม่มีใครยอมเพียงเพราะบอกว่าบรรพบุรุษนับถือกันมา แม้กระทั่งคนที่ว่าจบปริญญาบางคนก็ยังบอกอย่างนั้น
    โลกใบใหญ่อันกว้างไกลยังมีอีกมากมายที่เรานั้นยังไม่อาจจะรู้ ก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวแล้วก้าวต่อไปเพื่อการเรียนรู้ที่จะนำพามาซึ่งความรู้แจ้ง เห็นจริง ในการใช้ชีวิตครั้งหนึ่งนี้ไม่ให้สายเกินไป …..เมื่อลมหายใจยังไม่สิ้น….tsi tau lis yog txuj sa tsi tau tu

  43. love

    สมัยนี้เป็นสมัยในแล้วปี 2014 แล้ว คนชาติอื่นเค้าจะไปดาวอังคารแล้วนะ อยากให้คนม้งเก็บรักษาในสิ่งที่ดีๆไว้ และละทิ้งในสิ่งที่ไม่ดีได้แล้ว อย่ามองว่าต้องแบ่งเป็นชายหรือหญิงเท่านั้น เราควรยึดถือว่าพวกเราทุกคนเป็นม้ง ควรมีสิทธิเท่าเทียมกัน รักกันไว้ จึงจะทำให้คนชาติอื่นเค้าไม่ดูถูกเราได้ ที่อ่านบทความข้างบนมานั้นเป็นสิ่งที่ใช่เลยในสังคมม้ง ผู้ชายม้งควรเห็นค่าผู้หญิงบ้าง อย่างน้อยผู้หญิงก็เป็นคนที่ทำให้คุณเกิดมาเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ไม่ควรดูถูกกัน ทุกคนเกิดมาเป็นคนมีคุณค่าเหมือนกันเสมอ ทุกวันนี้ดิฉันก็เห็นคนม้งรุ่นใหม่ๆ มีการศึกษากันเยอะเรียนจบสูงก็มีเยอะ และที่สำคัญเด็กม้งส่วนมากเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก เราควรปรับเปลี่ยนสังคมเราให้พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมละทิ้งในสิ่งที่ไม่ดีได้แล้ว ทำให้สังคมที่เคยดูถูกเราเค้ายอมรับเราให้ได้

  44. Hmong girl

    ดิฉันเป็นผู้หญิงม้งคนหนึ่ง ที่มีการศึกษาสูงพอสมควร แต่งงานกับคนม้งมาแล้ว 1 ครั้ง และหย่าร้างเป็นที่เรียบร้อย เห็นว่าสังคมม้ง ยังไม่ให้เกียรติความคิดเห็นของผู้หญิงม้งเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ก่อนแต่งงานเราสองคนช่วยกันเก็บเงิน (เหมือนเก็บเงินไปแต่งงานตัวเอง) แต่พอตอนเลิกกัน ทุกคนกลับคิดว่า นั่นคือเงินจากพ่อแม่ของฝ่ายชายเพียงอย่างเดียว ไม่มีการคืนอะไรให้ทั้งนั้น เข็ดแล้วค่ะกับผู้ชายม้ง ขาดความรับผิดชอบ เห็นแก่ตัว และจะเอาแต่ประโยชน์เข้าตัว (บางคนนะคะ ไม่กล้าเหมารวมทั้งหมด) ตอนนี้เป็นโสด จะให้เงินใครใช้ก็ได้ ไม่ต้องกลัวว่าพ่อ แม่ ญาติ พี่น้องฝ่ายชายจะมาว่าเอาได้

    พูดถึงเรื่องประเพณีม้ง ก็ให้นึกถึงชีวิตตัวเอง เพราะม้ง ยังยึดถือประเพณีว่า ผู้หญิง เป็นฝ่ายแต่งออก เวลาแต่งงานได้แต่เพียงเสื้อผ้ามาไม่กี่ชิ้นกับเงินแท่ง 1 แท่ง (มูลค่า ณ ตอนนี้ เพียงแค่ 10,000 บาท) ทั้งๆ ที่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ เราเป็นคนหามาให้ทั้งนั้น แม้แต่วันที่พ่อ แม่ เสียชีวิต ถ้ายังไม่แต่งงาน แต่เป็นคนออกค่าใช้จ่าย (เช่น ซื้อวัว ซื้อหมู ไก่ ออกค่าโรงพยาบาล) ไม่เคยมีการกล่าวถึงเราให้ได้ยิน โดยเฉพาะตอนที่เค้าเจรจากันบนโต๊ะว่าใครให้อะไรแก่พ่อ แม่ บ้าง กล่าวถึงแต่ลูกชาย ทั้งๆ ที่ลูกชายไม่ได้ออกเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว ไม่ได้อิจฉาอะไรนะ แต่รู้สึกน้อยใจว่า เราเป็นคนทำให้ทุกอย่างแท้ๆ แต่ไม่เคยมีใครกล่าวถึง ในขณะที่คนที่ไม่ได้ทำอะไรให้เลย กลับได้รับความดีความชอบไป (แต่เราก็รู้กันแก่ใจอยู่อ่ะนะ) จะมีก็แต่วิญญาณคนตาย เท่านั้นที่รับรู้ว่า จริงๆแล้วใครกันแน่ ที่ทำให้

  45. EdiTor (Post author)

    คุณ Hmong girl เมื่อพูดถึงการแต่งงานและหย่าร้างแล้ว การเริ่มและจบจะดีหรือไม่นั้นบางครั้งมันเป็นเรื่องของโชคว่าเราจะโชคดีหรือโชคร้าย หากโชคดีแม้จะมีการหย่าร้างก็จะจบลงโดยไม่ทำให้แต่ละฝ่ายเจ็บช้ำน้ำใจมากนัก แต่ก็อีกนั่นแหละครับในสังคมม้งเรามักเต็มไปด้วยโชคร้าย

  46. sohot

    saipahn เจอปัญหาเดียวกันเลยค่ะ เราเป็นคนไทย(อิสลาม) ส่วนแฟนเป็นม้ง คบกันมาปีนึงพอดีค่ะ แล้วอยู่ๆแม่เขาก็มายื่นคำขาดว่าให้เลิกคุยกัน(ให้เลือกระหว่างแม่กับเมีย ถ้าเลือกเมียแม่จะอดข้าว อดน้ำ ทรมานตัวเอง) คนเป็นลูกจะยอมทนให้แม่เป็นแบบนั้นได้หรอ เหตุผลก็แบบเดียวกับคุณเป๊ะๆเลยค่ะ ที่บ้านเราเขาก็สนับสนุนให้คบกับอิสลามด้วยกัน แต่ดิชั้นก็เกลี่ยกล่อมจนที่บ้านยอมรับ แต่สุดท้ายก็ไม่ผ่านด่านแม่ของฝ่ายชายค่ะ ดิฉันยอมที่จะมาเข้าม้ง เป็นคนเอางานเอาการ เพราะที่บ้านดิชั้นก็ทำเป็นกิจวัติ แต่เพียงเพราะดิชันไม่ใช่ม้ง แม่ถึงไม่ชอบ ถึงจะเป็นคนดีขนาดไหน ถ้าไม่ใช้คนม้ง แม่ก้ไม่เอา จนปัจจุบันนี้ ต้องยอมห่างจากแฟน เลิกคุยกัน บอกตรงๆต่างคนต่างยังทำใจไม่ได้ ได้แต่คิดว่า เราสองคนเกิดมาไม่ใช่คู่กัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *