สิทธิสตรี และการกดขี่ผู้หญิงในสังคมม้ง

บทความนี้เขียนมาโดย คุณเพื่อนชาวดอย ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

จากที่ผมได้ทราบข่าวการประชุมของกลุ่มผู้นำตะกูลแซ่ กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีบทบาทในสังคมม้ง ได้รับรู้ความคิด ความเห็นของผู้ใหญ่เหล่านั้น ซึ่งบางความคิดเป็นที่น่าผิดหวังในสังคมม้งยุค 2011 บางอย่างก็ไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายของประเทศไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งไม่เหมาะสมกับยุคสมัยแล้ว เพราะยังมีความคิดที่ยึดติดกับอดีต หลักในอดีตที่มีการปฏิบัติตามๆ กันมา รวมทั้งพยายามผลักดันความคิดเหล่านั้นออกมาบังคับใช้ในสังคมปัจจุบันนี้อีก ในฐานะที่เป็นคนม้งคนหนึ่งที่ยังอยู่ในสังคม จึงอยากแชร์ความรู้สึกและความเห็นในเรื่องสิทธิของสตรีชาวม้ง

1. การหย่าร้างที่ฝ่ายหญิงมักจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ซึ่งสาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาท การเกิดปัญหาครอบครัว นำสู่การหย่าร้าง มักเกิดจาก ความไม่รู้จักพอ ความไม่ซื่อสัตย์ของผู้ชาย ที่ยังเที่ยวจีบหาผู้หญิงคนใหม่มาเป็นเมียน้อย และมักจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่ผิด เป็นสิ่งที่ทุกคนทำในสังคม หรือไม่ผิดในจารีตประเพณีของคนม้ง เมื่อเกิดปัญหาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ต้องหย่าร้างและนำสู่การตัดสิน ของผู้นำชนเผ่า ผู้นำตระกูลแซ่ทั้งสอง ฝ่ายหญิงมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ไม่ค่อยมีสิทธิมีเสียง ยังมีบางความเห็นอีกว่าเวลาที่ไม่อยากได้ผู้หญิงแล้ว หรืออยากเลิกกับเมียทำไมต้องเสียเงินส่งกลับด้วย เป็นความคิดที่น่าผิดหวัง ที่ไม่น่าจะมีแล้วในสังคมยุคนี้ ทั้งๆ ที่ตัวบทกฏหมายกำหนดไว้ว่า เมื่อคู่สมรสหย่าร้างกัน ฝ่ายหญิงต้องมีสิทธิในทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่ง มีสิทธิในตัวบุตรโดยเฉพาะการแต่งงานที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส รวมทั้งสามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้ด้วย แต่ในการตัดสินของคนม้งส่วนใหญ่แล้วต้องให้ลูกชายอยู่กับฝ่ายชาย

2. การแต่งงานโดยไม่จดทะเบียนสมรส เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมากที่สุดในสังคมม้ง สิ่งนี้ถือ เป็นการเอาเปรียบฝ่ายหญิง ซึ่งการแต่งงานนั้น ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายที่เสียหายมากกว่าฝ่ายชายอยู่แล้ว ถ้าไม่มีการจดทะเบียนสมรส ก็เป็นการแต่งงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นำสู่การเสียเปรียบ ถ้าจะมีการเรียกร้องค่าเสี้ยงดูต่างๆ บางครั้งฝ่ายชายยังแอบไปจดทะเบียนกับหญิงอื่นอีกด้วย แต่เป็นที่น่าดีใจที่ปัจจุบันนี้มีการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ด้านการแจ้งเกิดบุตร ถ้าการแต่งงานที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ให้บุตรใช้นามสกุลของฝ่ายหญิง ซึ่งถือเป็นการบังคับในทางอ้อม

3.มีบางกรณีที่มีการหย่าร้างกัน ฝ่ายหญิงต้องคืนสินสอดให้ฝ่ายชายทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะการแต่งงานนั้นฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเสียหายอยู่แล้ว การหย่าทำไมยังต้องมีการคืนสินสอดให้ด้วย เป็นที่รู้กันว่าค่าสินสอดของคนม้งนั้นมันเล็กน้อยขนาดไหน รวมทั้งยังมีบางความคิดเดิมๆ ในผู้ชายที่ว่าการจ่ายค่าสินสอดนั้นเหมือนได้ซื้อผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว ซึ่งตามกฎหมายนั้น สินสอดคือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่พ่อแม่ฝ่ายหญิง เพื่อเป็นการตอบแทนที่ยอมให้ฝ่ายหญิงสมรสด้วยถึงแม้จะมีการหย่าร้างกันในภายหลังก็ไม่ได้ให้คืนแต่อย่างใดยกเว้นบางกรณีพิเศษเท่านั้น สำหรับคนม้งแล้วมักจะมีการเรียกร้องให้ฝ่ายหญิงคืนให้ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นคนผิด

4. ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเลิกกัน แล้วท้องกลับบ้าน หรือผู้หญิงที่ท้องโดยฝ่ายชายไม่ยอมแต่งงานด้วย จะคลอดลูกในบ้านพ่อแม่ไม่ได้จะผิดผี ต้องสร้างกระต็อบให้คลอดลูกและอยู่ไฟนอกบ้าน หรือให้ลูกสาวคนนั้นแยกอยู่นอกบ้านไปเลย ถ้าคุณเป็นพ่อ เป็นแม่คน คุณจะยังทำตามอีกหรือเปล่า รวมทั้งกรณีที่พ่อเสียแล้วแม่แต่งงานใหม่ อยู่ไม่ได้แล้วกลับมา จะรับมาอยู่ในบ้านไม่ได้ต้องทำกระต็อบให้อยู่แยกคนเดียวเพราะผิดผี มันคืออะไรกับสิ่งนี้ เราเอาอะไรมาพิสูจน์

เหมาะสมหรือ นั่นคือแม่ผู้ให้กำเนิด นั่นคือลูกสาวที่เราให้กำเนิดเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เราเคยคิดหรือไม่ หรือก็ปล่อยเลยตามเลย ตามที่เคยทำกันมา

เราเคยสะเทือนใจหรือไม่ ที่เห็นยายแก่ๆ อยู่คนเดียวอย่างยากลำบากทั้งๆที่เขามีลูกหลาน เพียงเหตุผลว่า เขาไปแต่งงานใหม่แล้วกลับมา

มีสังคมไหนที่เจริญแล้วเขาทำกัน หรือเรายังเป็นกลุ่มชนชาวป่าเถื่อนที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม

ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาหาทางออกอย่างจริงจังกับปัญหาเหล่านี้ หรือไม่เกี่ยวกับกู กูเป็นผู้ชาย ขอกูได้ประโยชน์เป็นพอ

เป็นที่น่าสังเวชใจมากที่ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นผู้หญิงม้งในโรงพยาบาลมากขึ้นทุกวัน

5.การทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ รวมทั้งจ่ายค่าปรับให้ฝ่ายหญิงเพียงไม่กี่บาทตามการตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย โดยที่ฝ่ายชายไม่รู้สึกผิด ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย มีผู้ใหญ่คุยให้ทุกอย่าง มันเหมาะสมแล้วหรือกับสังคมปัจจุบัน กับการทำลายชีวิตคนทั้งคน ถ้าคุณเป็นพ่อ เป็นแม่คน คุณจะยังยอมอยู่อีกหรือทำไมเราไม่กำหนดบทลงโทษกับคนที่ไม่มีความรับผิดชอบเหล่านี้อย่างจริงจัง

เมื่อไหร่คนรุ่นใหม่จะออกมารับผิดชอบต่อสังคม ออกมาแสดงความคิดเห็น รวมทั้งร่วมกันปรับเปลี่ยนบางสิ่งที่เราเห็นว่าไม่เหมาะสมแล้วกับยุคสมัยนี้ ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด ควรจะมีพลังมากที่สุดด้วย

การมีวัฒนธรรม มีวิถีชุมชน มีจารีตประเพณี เป็นสิ่งที่ดีในสังคมม้ง แต่สิ่งเหล่านี้ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความยุติธรรม ทั้งต่อคนในชุมชนเอง และต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับยุคสมัยด้วย

เพื่อความคงอยู่ที่ยั่งยืนของสังคมม้ง หรือปล่อยให้คนที่เขายอมรับไม่ได้ทิ้งความเป็นม้งไปอยู่กับสังคมอื่น

เพื่อนชาวดอย (ยังจำกันได้มั๊ย)