การรวมกลุ่ม ความพร้อมด้าน คน เวลา เงิน

หลังจากที่พวกเราพูดคุยกันมาหลายครั้ง ถึงกรณีการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ แก่สังคมม้งของเรานั้น วันนี้ ม้งเอเชีย ในฐานะที่เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (หรือสถานที่เกิดเหตุนั่นเอง) ก็จะขอนำเสนอรูปแบบที่พอเป็นไปได้ หลังจากที่ EdiTor ได้เคยให้ความเห็นทิ้งท้ายไว้ในบทความเรื่อง “ม้งลาว และนกพิราบสนามหลวง”

hmong-student-activitiesต.คีรีราษฎร์ จ.ตาก “โครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชน” ปี 48 งบฯ โดยรัฐบาล
เสื้อชมพูตรงกลางคือ กลุ่มนักศึกษาม้งและไทย

อันดับแรกนั้น รูปแบบที่จะเกิดขึ้นใหม่จะต้องไม่ไปซ้ำซ้อนกับ “สมาคมม้งแห่งประเทศไทย” ซึ่งผมเชื่อว่าพวกพี่ๆ เค้าได้วางรูปแบบไว้ดีอยู่แล้ว และพี่ๆ ทุกคนก็กำลังทุ่มเททำงานหนักกับมันอยู่ ฉะนั้นการจะรวมตัว หรือรวมกลุ่มในวันนี้ ไม่ควรมองข้ามตรงจุดนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน

สิ่งต่อมาที่เราจะต้องคำนึงถึงคือ บุคลากร เวลา และเงินทุนสนับสนับกิจกรรม ซึ่งทรัพยากรณ์เหล่านี้ ถึอเป็นทรัพยากรณ์พื้นฐาน ที่จะเป็นตัวชี้ชะตาว่า “การรวมกลุ่ม” จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้

ด้านบุคลากร ถือเป็นสิ่งตั้งต้นเลยก็ว่าได้ เมื่อมีการสรุปรูปแบบของกลุ่มออกมาแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ตรงนี้เอง เราจะต้องมีบุคลากรให้เพียงพอสำหรับหน้าที่แต่ละส่วน เพียงพอในที่นี้ไม่ใช่ว่า มีหน้าที่อยู่สิบอย่าง ก็หาคนสิบคนมาทำหน้าที่ตรงนี้แล้วก็จบ แต่คนที่จะมารับผิดชอบหน้าที่แต่ละอย่างนั้น ควรจะต้องมีความรู้ ความชำนาญ ในหน้าที่ที่จะรับผิดชอบด้วย

เรื่องเวลา ตัวแปรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องเวลาก็จะได้แก่ ความถี่ของกิจกรรม และสถานะภาพ (หรือพันธะ) ของตัวบุคลากรเอง สำหรับเรื่องความถี่ของกิจกรรมนั้น ผมเชื่อว่ายังไงเสีย เมื่อมีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นมา หนึ่งในนโยบายที่จะต้องมีคือ ความถี่ของกิจกรรม ว่าในแต่ละปีนั้นกลุ่มควรจะมีกิจกรรมกี่ครั้ง กี่โครงการ แต่ละครั้งน่าจะใช้เวลาแค่ไหน (ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ตอนต้น)

ต่อมาก็เป็นเรื่องของตัวบุคลากร ว่าจะมีเวลาให้กับกลุ่มมากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละคนก็จะมีพันธะ (ภาระ) แตกต่างกันไป เช่น นักเรียนนักศึกษา ก็จะต้องมุ่งเรียนเป็นหลัก คนทำงานประจำ ก็อาจจะยากในการหาเวลามาร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม คนที่แต่งงานแล้วกับคนโสด ก็จะมีภาระหน้าที่หนักเบาไม่เหมือนกัน

ฉะนั้นเรื่องบุคลากร และเรื่องเวลาจึงอาจถือได้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะถ้าได้คนมาแต่คนๆ นั้นไม่มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม ก็จะไม่มีประโยชน์อะไร

สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของเงินทุน (งบประมาณ) ที่จะใช้ทำกิจกรรม ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับแนวนโยบายของกลุ่ม ว่าเป้าประสงค์ของกลุ่มคืออะไร เพราะการจะใช้เงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน

สิ่งหนึ่งที่เกี่ยวโยงกับการใช้เงินก็คือ ความถี่ของกิจกรรมกลุ่มนั่นเอง

ฉะนั้นหากคิดจะตั้งกลุ่มเราต้องมานั่งคิดกันว่า จะหาเงินทุนสนับสนุนจากที่ไหน รูปแบบการหาเงินทุนจะเป็นอย่างไร หรือหากทำแค่กิจกรรมเล็กๆ เราแต่ละคนพร้อมที่จะออกเงินทุนได้แค่ไหน ..อันนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่

ที่พูดมาทั้งหมดคือโจทย์ที่พวกเราต้องตอบ และเป็นโจทย์ที่พวกเราควรจะต้องตอบให้ได้ทุกข้อ และต่อจากนี้คือสิ่งที่ EdiTor ได้ติดค้างไว้จากบทความเรื่อง “ม้งลาว และนกพิราบสนามหลวง” (ความเห็นช่วงท้ายๆ) นั่นคือแนวคิด และรูปแบบของกลุ่ม

จากที่พวกเรามักจะพูดถึงเรื่อง “การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี” ให้เกิดขึ้นในสังคมม้ง เพื่อให้คนภายนอกมองเห็นเราดีขึ้นนั้น แนวทางก็จะมีประมาณนี้ คือ พัฒนา และเผยแพร่ กล่าวคือเลือกชุมชนเป้าหมายสำหรับแต่ละโครงการ จากนั้นก็เข้าไปพัฒนาปรับปรุง (แนวๆ โครงการวิจัย) จากนั้นก็เผยแพร่ออกสู่ภายนอก ว่าสังคมม้งมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง เช่น ตัวอย่างชุมชนเข้มแข็ง การรักษาต้นน้ำ การทำการเกษตรรูปแบบใหม่

ช่องทางการเผยแพร่ควรจะต้องเป็นสื่อหลักอย่างเช่น หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ หากชุมชนใดมีสื่อท้องถิ่นก็จะยิ่งดี (สื่อท้องถิ่น เน้นหนังสือพิมพ์) ซึ่งตรงนี้เราก็จะต้องศึกษาว่าจะเข้าถึงสื่อหลักเหล่านี้ได้อย่างไร

ตัวอย่างแนวโครงการลักษณะนี้ เช่น “การอนุรักษ์ประเพณีปีใหม่ม้ง”

ก่อนอื่นก็จะต้องวางแผนงาน วางรูปแบบการนำเสนอ (เพื่อเผยแพร่) ชุมชนเป้าหมาย จากนั้นก็แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ สำหรับ “การอนุรักษ์ประเพณีปีใหม่ม้ง” เราอาจเผยแพร่ในรูปแบบของวีดีโอสารคดี (เผยแพร่ทางโทรทัศน์) และบทความสารคดี (เผยแพร่ทาง นสพ.)

ก่อนอื่นเราก็จะต้องมาศึกษาผังรายการของโทรทัศน์แต่ละช่องก่อน ว่ามีรายการไหนบ้างที่ตรงกับสิ่งที่เราทำอยู่ หรือมีเนื้อหาที่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ

สำหรับสื่อหนังสือพิมพ์ เราอาจจะต้องศึกษาคอลัมน์ต่างๆ ว่ามีคอลัมน์ใดบ้าง ที่เราจะสามารถส่งเรื่องของเราใด้ทาง นสพ.พิจารณาได้

ซึ่งตัวอย่างที่กล่าวมา สิ่งสำคัญอยู่ที่วิธีการเข้าถึงสื่อ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลยนั่นก็คือ คุณภาพของตัวเนื้อหาที่เราต้องการจะเผยแพร่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสื่อ (เพื่อให้ได้รับการเผยแพร่) และเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

สิ่งที่ผมได้ยกตัวอย่างไป เป็นเพียงรูปแบบหนึ่ง (อย่างคร่าวๆ) ซึ่งอาจจะต้องใช้ทรัพยากรณ์หลายด้าน ความรู้ความเชี่ยวชาญพิเศษบางอย่าง แต่ก็เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ครับ

อีกรูปแบบหนึ่งที่ผมเห็นว่าง่าย และเป็นไปได้อย่างมากเลยก็คือ สิ่งที่ ม้งเอเชีย กำลังทำอยู่ นั่นคือการสร้างนักเขียน แตกยอดความคิด เพราะผมเชื่อว่า “จินตนาการ” จะมีประโยชน์มากขึ้นหากเราสามารถถ่ายทอดมันออกมา ที่สำคัญคือ ม้งเรา จะได้มีแหล่งแลกเปลี่ยนทางความคิด ความอ่าน ต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่มีผลกระทบทั้งโดยตรง และโดยอ้อมต่อสังคมม้งเรา ..ถ้าเป็นรูปแบบนี้เราก็จะมีการพบปะบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งสุดท้ายอาจจะกลายเป็นสมาคมนักเขียน (อย่างไม่เป็นทางการ) ให้กับสังคมม้งของเราในอนาคตก็เป็นได้

ทั้งหมดนี้คือรูปแบบที่ผมพอจะคิดออก และเป็นเพียงรูปแบบที่ยังไม่ได้ขัดเกลา จากนี้ก็คงจะเป็นหน้าที่ของพวกเรา ที่จะเสนอแนวคิดในส่วนของตัวเองบ้าง

39 Comments

  1. vaj xyooj ntsuab looj

    สวัสดีครับท่านผู้เขียนที่เคารพ
    วันนี้ผมดีใจมาก ที่มีคนคุยกับผมถึงเรื่องของม้งด้วย ผมอยากจะมีคนที่คุยกับผมในเรื่องนี้มานานแล้ว แต่หาไม่ค่อยได้เลย วันนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่มีคนม้งที่มีความคิดใกล้เคียงกับผม ผมเข้าใจว่าการที่จะทำอะไรสักอย่างนั้น ไม่ใช่แค่คำพูดแค่สองสามคำก็จะทำได้ มันต้องเริ่มตั้งแต่จุดที่เรียกกันว่าอตอม แล้วมันจะไปสิ้นสุดที่ว่าจักรวาล ทุกวันนี้มีพี่ๆที่เคารพคอยทำอยู่ แต่ผมคิดว่าเรายังไม่ได้เริ่มจากจุดที่เรียกว่าอตอม เรามาเริ่มจากจุดกลางๆไปเลย ทุกอย่างก็เลยดูเหมือนมีแต่การเริ่มต้น แต่ไม่มีเป้าหมายและปลายทางที่ชัดเจน โดยเราไม่เคยมีจุดยืนของตัวเองเลย ก็เลยทำให้แต่สะโครงการ แต่ละสมาคมไม่เคยประสบความสำเร็จ
    ตามที่ผุ้เขียนได้เสนอข้อความข้างบนเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ ในความคิดของผม ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาจากปลายเหตุเท่านั้น ทำไมผมถึงว่าเช่นนั้น เนื่องจากหลายๆโครงการที่เคยตั้งมาส่วนมากแล้วเขาไม่เคยรู้เลยว่า อะไรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับม้ง บางคนให้ความสำคัญไปทางการศึกษา บางคนให้ความสำคัญไปทางวัฒนธรรม บางคนให้ความสำคัญทางด้านความเชื่อ บางคนให้ความสำคัญไปทางด้านการเมืองการปกครอง บางคนให้ความสำคัญทางด้านการวางแผนครอบครัวและสุขลักษณะ บางคนให้ความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ บางคนให้ความสำคัญไปทางด้านการบันเทิง บางคนให้ความสำคัญไปทางปัญหาการทะเลาะวิวาส บางคนให้ความสำคัญไปทางด้านกีฬา ผมไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่กล่าวมานี้ไม่สำคัญ แต่สิ่งที่กล่าวมานั้นเป็นแค่ส่วนประกอบส่วนหนึ่งเฉยๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดของม้งยังไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นอะไร ถ้าทุกคนตอบคำถามข้อนี้ได้ เส้นทางที่จะไปข้างหน้านั้นก็จะสว่างและกว้างขวาง และอุปสรรค์ที่ผู้เขียนได้กล่าวมานั้น มันก็เป็นแค่ทางม้าลายให้เราเดินข้ามเท่านั้น เช่นนักปราช์จีนเคยกล่าวว่า (วิธีแก้ย่อมมีมากกว่าปัญหา)
    ผมคิดว่าเรื่องนี้เราคงต้องคุยกันอีกเยอะ และค่อยๆวางแผนให้ไปในแนวทางเดียวกันก่อนแล้วค่อยลงมือปฏิบัติ สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมาก ที่นำเรื่องสำคัญของม้งมาคุยกัน และขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆทุกคนที่ทำเรืองนี้อยู่แล้ว ผมหวังว่าคงจะมีโอกาสได้ร่วมมือกับพี่ทั้งหลายด้วย
    Vaj Xyooj Ntsuab Looj
    sutthirot_598@hotmail.com

  2. EdiTor (Post author)

    คุณ vaj xyooj ntsuab looj ขอบคุณที่ช่วยเปิดมุมมองให้กว้างออกไปครับ สำหรับตัวอย่างเรื่องปีใหม่ม้งนั้น เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างมาประกอบแนวคิดที่ได้เสนอไปครับ การพูดคุยในเบื้องต้นนี้คงยากที่จะระบุถึงวัตถุประสงค์ คงทำได้แค่มาถกถึงรูปแบบที่พอเป็นไปได้ครับ

    อย่างที่คุณ Vaj Xyooj Ntsuab Looj แนะนำมา ผมเองก็มองเห็นถึงปัญหาเหล่านั้น ฉะนั้นก่อนที่จะสามารถรวมกลุ่มกันได้ คงต้องได้คุยกันอีกยาวจนกว่าจะตกผลึกทางความคิด

    สิ่งหนึ่งที่พวกเราต้องพึงสังวรณ์คือ ไม่ว่าสมาคมหรือชมรมใดก็ตาม มันจะมีวงจรชีวิต หรือวงจรเสื่อมของมัน ฉะนั้นก่อนจะมีการรวมกลุ่มจริง ผมเองก็อยากให้แน่ใจว่ากลุ่มจะสามารถดำรงอยู่ได้นาน อย่างน้อยก็ให้นานพอที่จะบรรลุเป้าประสงค์ หรือสร้างประโยชน์มากพอเสียก่อน ก่อนที่จะสิ้นสุดรอบของวงจรนั้น

    ขอบคุณอีกครั้งครับ และหวังว่าคุณ Vaj Xyooj Ntsuab Looj จะแวะเวียนมาบ่อยๆ

  3. vaj xyooj ntsuab looj

    ขอบคุณมากครับท่านผู้เขียนที่เคารพ
    ผมเป็นคนคนหนี่งที่เห็นความสำคัญของม้งมาโดยตลอด ผมได้ศึกษาประวัติศาสตร์ม้งมาพอสมควร ม้งมีต้นกำเนิดอยู่ในมนฑลซานตงของจีน อยู่ที่เดียวกันกับที่อยู่ของขงจื้อ ม้งเคยสร้าวความรุ่งเรือนที่นี่มานับพันปี จนมาถึงในยุคของ txiv yawg ม้งได้มีการขยายอณาเขตกว้างใหญ่ภายสาน แต่ในที่สุดเราก็แพ้กับจีนจนได้ หลังจากนั้นมาม้งได้มีการตั้งตัวอีกหลายๆครั้ง แต่ในที่สุดเราก็แพ้จนได้ ท่านผู้เขียน ท่านคิดว่าทำไมเราถึงแพ้มาตลอด คำตอบนี้ก็คงไม่มีใครตอบได้ และเป็นคำถามที่อยู่ในใจคนม้งมาโดยตลอด แต่ไม่มีใครสนใจที่จะเข้าศึกษาอย่างจริงจัง เหมือนกับคำถามเมื่อวานที่ผมถามว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของม้งคืออะไร ถ้าเราอยากให้เราเป็นผู้ไม่แพ้ต่อไปในอนาคต เราต้องตอบคำถามที่ว่าทำไมเราถึงเป็นผู้แพ้มาตลอดนี้ให้ได้ ถ้าเราอยากรู้ว่าเราจะพัฒนาต่อไปในอนาคต เราต้องรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับม้งคืออะไร สองคำถามนี้จะเป็นตัวชี้แนนทางให้เรา
    ถ้าหากว่าเราเข้าใจในสองประเด็นนี้แล้ว ไม่ว่าเราจะตั้งชมรมหรือว่าตั้งสมาคม เราก็มีลู่ทางที่ชัดเจน และสิ่งที่ผมคิดนั้นไม่ใช่ว่าชมรมหรือสมาคมนั้นจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน แต่ผมอยากให้ชมรมหรือสมาคมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนม้งทุกคนไปเลย เราต้องเป็นจุดศูนย์กลางในการนำและพัฒนาชีวิตของคนม้งไปเลย ไม่ใช่ว่าก่อตั้งสมาคมขึ้นมาแล้วปล่อยให้มันไหลไปตามธรรมชาติ ก็เหมือนกับการปลูกข้าวในนาแแล้วไม่ไปดูแลเลย
    ผมคิดว่ารูปแบบในการพัฒนาม้งในอนาคต เราควรมาพัฒนาให้ครบระบบ ครบระบบในที่นี้หมายถึง การพัฒนาแบบครบวงจร การพัฒนาแบบครบวงจรรวมไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของม้ง ตั้งแต่หัวจนหลดเท้า ตั้งแต่ความคิดไปยังความฝัน ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงเสียชีวิต ตั้งแต่เศรษฐกิจไปยังการเมือง ตั้งแต่การศึกษาใปยังงานอาชีพ ดูๆไปแล้วเหมือนกับเป้าหมายของพรรคการเมืองเลยนะ ใช่ ถ้าเราไม่ทำขนาดนั้นเมื่อไหร่ชีวิตความเป็นอยู่เราจะมีวันดีได้ไหม ไม่ แล้วการทำใหญ่ขนาดนี้มีลู่ทางเป็นไปได้ไหม ได้ แล้วถามว่าจะเริ่มยังไง เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่เลยครับ ผมขอทิ้งท้ายความคิดของผมว่า ถ้าเรานำทรัพยากรณ์ทุกอย่างที่เรามีมาพิจารณาแล้ว ก็จะมีแนวทางที่เป็นไปได้ แล้วตอนนี้เรามีทรัพยากรณ์อะไรบ้าง ตอบ เรามีสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทรัพยากรณ์มนุษย์ เรามีประชากรคนม้งอยู่สิบกว่าประเทศทั่วโลก แล้วเราจะใช้ทรัพยากรณ์เหล่านั้นอย่างไร ผมมีคำตอบของผมที่เป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ผมขอทิ้งท้ายให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนได้คิดด้วย ผมเชื่อว่าทุกคนมีความคิดที่ดีกว่าผม และผมเชื่อว่ามีบางคนอาขมีความคิดเหมือนกันกับผม ถ้าเรามีเป้าหมายเดียวกัน เราก็ต้องมีความคิดที่คล้ายกัน
    จาก Vaj Xyooj Ntsuab Looj
    sutthirot_598@hotmail.com

  4. EdiTor (Post author)

    คุณ vaj xyooj ntsuab looj ผมมองว่าเป้าหมายระดับที่คุณเสนอมา ดูใหญ่เกินในความคิดของผม เมื่อใหญ่เกินไป ปัญหาก็จะอยู่ที่่ว่ามันอาจเป็นได้แค่ความคิด ความฝัน หรือจินตนาการ เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน ถึงรู้ก็อาจทำไม่ได้ เพราะต้องรวบรวบทรัพยากรณ์มหาศาล

    สิ่งที่คุณพูดมา มีแนวคิดเดียวกับทฤษฎี “Long Tail” คือเน้นในรายละเอียดทุกอย่าง ทำทุกเรื่อง แต่ปัญหาของทฤษฎีนี้คือ ทรัพยากรณ์ ทุน รายละเอียด ที่คุณจะต้องใช้

    สิ่งที่ผมนำเสนอไปเบื้องต้น คือการมีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน รูปแบบงานที่ชัดเจน เพื่อให้เราสามารถคาดคะเนขนาดงานที่จะทำ เืพื่อประเมินทรัพยากรณ์ (คน เวลา เงิน) ที่เป็นไปได้ครับ

    นี่เป็นแค่การถกในขั้นต้น คงต้องคุยกันอีกยาวครับ

  5. คนด้อยโอกาส

    การสร้างกลุ่ม/องค์กร หรือเป็นสมาคม ถือว่าเป็นเรื่องยากมาก ถ้าเราขาดปัจจับรอบด้านทั้งบุคคลกร เงิน และเวลา ดั่งที่ EdiTor และ vaj xyooj ntsuab looj ได้กล่าวมา แต่เราคนม้งจะทำอย่างไร เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมในการเรื่องการเรียนรู้ด้วยกันและนำไปสู่การทำความเข้าใจต่อสังคม (ไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรหรือกลุ่มใหญ่ๆที่เหมือนบางองค์กรหรือบางหน่วยงานในปัจจุบัน) ยอมรับว่าคนม้งขาดองค์กรหรือหน่วยงานที่อยู่เบื้องหลังในการส่งเสริมเรื่องงบประมาณในการทำกิจกรรม (กิจกรรมในที่นี่ ขอเน้นเวทีการแลกเปลียนภายใต้สถานการณ์ที่เกิดกับคนม้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเป็นเวทีการแลกเปลียนของคนม้งด้วยกัน)

    ขอแสดงความคิดอย่างนี้ — ขอร่วมรวมฐานข้อมูลรายชื่อสมาชิกผู้ร่วมอุดมการณ์ ในการทำกิจกรรมบางกิจกรรมที่คิดว่าสังคมม้งต้องได้รับการแลกเปลียนแปลง เรียนรู้ ตลอดจนการจนแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยให้ เว็บม้งเอเซีย เป็นแหล่งเปิดรวบรวมรายชื่อม้ง เพื่อฐานข้อมูลเชิงด้านสมาชิก ประกอบเจตนาเรียนรู้และแลกเปลียน หากมีเวทีการแลกเปลียน คิดว่าถ้าหากเรามีฐานข้อมูลรายชื่อผู้ร่วมอุดมการณ์แล้ว เราก็คงไม่ยากต่อการของบประมาณในการทำกิจกรรม เพราะประเทศไทยมีหลายๆองค์กรขอรัฐที่ทำงานด้านชาติพันธุ์และคนม้งก็มีดร.ทำงานอยู่ในนั้นด้วย คิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการรวมกลุ่มแลกเปลียนบางประเด็นภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนม้ง

    **ขอเน้นกิจกรรมแลกเปลียนทางความคิด/แก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐ เพราะที่ผ่านมาเป็นกิจกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับงบประมาณอย่างเดียว แต่เราหันกลับมารวมกลุ่มทางความคิด เริ่มจากจุดเล็กๆ ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียบหรือสร้างสำนักงานใหญ่โตก็ได้ อาจใช้เริ่มใช้เวทีในเว็บม้งเอเชียในการสร้างพลังทางความคิด แล้วค่อยๆพลัดดันให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนสู่สังคม /// เหมือนกลุ่มมหาลัยเที่ยงคืน — คิดว่าคงมีหน่วยงานด้านสิทธิมนุษย์ชน หรือด้านชาติพันธุ์ ที่มีโครงสร้างในการให้งบประมาณอยู่

    ******* ขอบพระคุณคับ

  6. EdiTor (Post author)

    คุณ คนด้อยโอกาส ม้งเอเชีย พร้อมที่จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางความคิด ตลอดจนผลักดันให้เกิดเป็นกลุ่มเป็นก้อนขึ้นมา สำหรับการรวบรวมรายชื่อนั้น อาจเปลี่ยนมาเป็น “ม้งเอเชียสัญจร” โดยอาจจะมีการพบปะรอบแรกที่กรุงเทพ จากนั้นก็เชียงใหม่ และที่อื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาม้งเยอะๆ โดยก่อนที่จะมีการลงแต่ละพื้นที่ อาจจะต้องมีการประสานงานกันก่อน

    ผมเชื่อว่าหลังจากมีการพบปะกัน จะมีข้อมูลมากพอที่จะประเมินความเป็นไปได้ ถึงรูปแบบและเป้าหมายขององค์กร

    ..ว่าไปแล้ว ปีนี้ไม่รู้จะเริ่มได้หรือเปล่า หัวเดียวกระเทียมดอง ไม่มีทีมงาน ..แง๊ววว

  7. vaj xyooj ntsuab looj

    ขอบคุณท่านผู้เขียนอีกครั้งครับ
    ใช่ ที่ท่านได้กล่าวมาทุกประการนั้น ผมเข้าใจ แต่ท่านเคยสังเกตไหมว่าทุกองค์กรที่เคยตั้งมา เป้าหมายของเขาคือเพื่อของบประมาณอย่างเดียว ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะช่วยสนับสนุนงบประมาณขององค์กรไปช่วยเหลือคนอื่นเลย ทำไมทำได้แค่เป็นผู้ขอ ทำไมได้เป็นผู้ให้ล่ะครับ คำตอบคือ เราไม่ได้เริ่มจากด้านเศรษฐกิจ เรามาเริ่มที่วัฒนธรรมไปเลย การเผยแพร่วัฒนธรรมมีแต่ใช้จ่ายอย่างเดียว เมื่อใช้แล้วก็ขอใหม่ ก็เลยทำให้องค์กรไม่เติบโตเลย ความหมายของผมก็คือ เราจะเริ่มทำจากด้านเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจเป็นตัวนำทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากทำ เช่นนั้งองค์กรที่เราทำอยู่ก็เหมือนกับบริษัทหนึ่งที่เราทำงาน ทุกคนที่ทำงานในด้านนี้จะมีรายได้เหมือนกับข้าราชการทั่วไป แล้วเรายิ่งทำองค์กรของเราก็ยิ่งเติบโต ยิ่งทำองค์กรยิ่งเจริญรุ่งเรือน ในที่สุดเราก็สามารถสร้างเคือข่ายของเราให้ไปทั่วโลกได้
    ผมรู้ว่าคนที่เกิดในสมัยสงคราม เขาจะมีความคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้สงครามมาแก้ปัญหาทั้งนั้น คนที่เกิดมาอยู่ท่ากลางความรัก เขาก็คิดว่าปัญหาทุกอย่างใช้วความรักไปแก้ไขได้ คนที่เกิดมาร่ำรวย เขาก็คิดว่าปัญหาทุกอย่างใช้เงินแก้ปัญหาก็ได้แล้ว เช่นนายพลหวังเปา ท่านเกิดในสมัยสงครามเวียดนาม ท่านก็เลยใช้ความสามารถของท่านมาแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ผลที่ออกมาของแต่ละวิธก็เลยแต่ต่างกัน ผมเข้าใจว่าท่านผู้เขียนและผมมี่ความคิดไปในทิศทางเดียวกัน แต่เราต่างที่ว่าเราเกิดอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างกัน วิธีที่เราจะทำให้ไปถึงเป้าหมายอันเดียวกันนั้นเลยแตกต่างกัน แต่ผมเชื่อว่าท่านก็มีวิธีที่ดีของท่านแล้ว ผมแค่เสนอความคิดของผมเพื่อแสดงว่าผมเป็นคนม้งคนหนึ่งที่รักและเป็นห่วงทุกชชีวิตของคนม้ง ไม่ว่าเขาจะอยู่มุมไหนของโลก ผมไม่ถือเขาเป็นม้งอะไร ขอเพียงให้เขาเป็นม้ง เขาก็คือพี่น้อง หรือผู้ร่วมอุดมการณ์กับผม ผมจะไม่แบ่งศาสนา นามสกุล หรือ ประเทศ เพราะเราคือแซ่ม้งด้วยกัน
    ท่านผู้มีอุดมการณ์ทั้งหลายครับ ผมมีความคิดเห็นเหมือนกันกับท่านผู้เขียนว่า ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นให้กว้างกว่านี้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาปัญหาม้งอย่างจริงจัง เพื่อเป็นแปลวไฟให้เราเห็นหนทางข้างหน้าให้ชัดเจนกว่านี้ จากนั้นเราค่อยดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนม้งทุกคนครับ
    สุดท้ายนี้ขอขอบคุณท่านผู้เขียนอย่างมากเลยครับ ข้อความของท่านทำให้ผมมองเห็นปัญหาชัดเจนมากยิ่งขึนครับ เนื่องจากท่านเป็นคนคนหนึ่งที่ดำเนินการเรื่องนี้อยู่(ถ้าเดาไม่ผิด) คิดว่าบางอย่างที่ผมเสนอไปถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ควรแล้วก็โปรดบอกผมด้วยครับ
    จาก Vaj Xyooj Ntsuab Looj
    sutthirot_598@hotmail.com

  8. EdiTor (Post author)

    คุณ vaj xyooj ntsuab looj สิ่งที่ทุกคนจะพูดคุยในหัวข้อนี้ แน่นอนว่าต้องแตกต่างกันไป และเป็นแค่การถกกันในเบื้องต้น เรื่องรูปแบบองค์กรเป็นเหมือนบริษัทนั้นถือว่าน่าสนใจครับ และเมื่อไหร่ที่ทำักันเป็นเรื่องเป็นราวจริง ทุกคนก็จำเป็นต้องมีรายได้จากการทำงาน หรืออย่างน้อยก็สวัสดิการพื้นฐาน (เช่นค่าใช้จ่ายในการดำเินินงาน) ทั้งนี้ก็เพื่อความต่อเนื่อง และความยั่งยืนขององค์กร เพราะถ้าไม่มีคนก็ไม่มีองค์กร และถ้าไม่มีค่าใช้จ่ายให้คนทำงาน คนทำงานก็จะค่อยๆ หายไป สุดท้ายองค์กรก็ล่ม ..แต่ในเบื้องต้นของการรวมกลุ่มทำกิจกรรม แน่นอนว่าจะไม่มีรายได้ (และอนาคตก็อาจจะไม่มีด้วยเช่นกัน)

    เรื่องที่เคยลงในม้งเอเชียที่เกี่ยวข้องคือ “Hmong Brand ร่วมสร้างยี่ห้อม้ง

    ม้งเอเชีย ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการครับ เป็นเพราะพวกเราในนี้เสนอกันมาหลายครั้ง ม้งเอเชีย ในฐานะที่พูดคุยกับทุกคนมาโดยตลอด จึงถือโอกาสนำเสนอหัวข้อนี้ขึ้นมา ให้ได้ร่วมกันพิจรณา เผื่อว่าใครจะมีไอเดียที่ดี ที่จะนำไปสู่การทำกิจกรรมร่วมกันในอนาคตครับ

    ขอบคุณสำหรับแนวคิดดีๆ ครับ

  9. เคาะสนิม

    เป็นแรงใจให้นะครับ

  10. คนด้อยโอกาส

    — การรวมกลุ่มโดยไม่ต้องมีจัดตั้งองค์กรหน่วยงานเพิ่มขึ้นมาอีก โดยมองกลุ่มเป้าหมายจากเยาวชนม้ง ที่เป็นนิสิต นักศึกษา คนทำงาน ในการเป็นแกนนำรวมกลุ่ม(โดยมีการตั้งคณะกรรม กรรมการเหมือน เพื่อมาดูแลและประสานกิจกรรมในกลุ่ม)ในการเรียนรู้แลกเปลี่ยนบนสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เช่นเหมือนกับ กลุ่มนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ที่มีการประสานกับแกนนำหรือผู้ที่สามารถมาแลกเปลี่ยนกับสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ โดยมีนักวิชาการระดับชาติ ระดับชุมชน ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวกับ ในการหาแนวทาง/สร้างความเข้าใจร่วมกันในการแก้ไขปัญหาความสงบ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนอิสลามหรือคนมุสลิมเท่านั้นในเวทีการแลกเปลี่ยน

    — ถ้าเรารวมกลุ่มจากเยาวชนม้ง (นิสิต นักศึกษา คนทำงานในเมือง) โดยมีฐานรายชื่อ และมีการตั้งเป็นกลุ่ม มีแกนนำ คณะกรรม กรรมการแต่ละฝ่าย จากสถาบันการศึกษาที่มีม้งอยู่ เพื่อประสานงานในการทำงานกิจกรรมเชิงวิชาการในการจัดเวทีต่างๆ คิดว่าถ้าเรามีกลุ่มนี้แล้ว และกิจกรรมที่ชัดเจน คงมีงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆในสังคมไทย เช่น ศูนย์สันติภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล / สำนักกิจการชาติพันธุ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ (มี ดร. ทรงวิทย์ เชื่อมสกุล ทำงานอยู่) / สมาคมม้งแห่งประเทศไทย (องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับม้งโดยตรง) และองค์กรอื่นๆที่สามารถให้งบประมาณในการจัดเวที

    — แนวคิดการรวมกลุ่มนี้ เน้นเพื่อสร้างเวทีในการแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการ เสนอแนวทางหรือสร้างความเข้าใจภายใต้สถานการณ์ต่างๆที่มีผลกระทบต่อสังคมม้งและประเทศ ซึ่งนำไปสู่การมีตัวแทนของกลุ่มม้งที่มีส่วนในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

    — ผมพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสร้างแนวความคิดการรวมกลุ่มในลักษณะแบบนี้

  11. คนด้อยโอกาส

    จริงๆแล้วกลุ่มนิสิตนักศึกษาม้งในสถาบันการศึกษาต่างๆ ก็มีชมรมนักศึกษาม้งอยู่

    ถ้าเรานำแกนนำ และสามารถดึงกลุ่มประธานชมชมในสถาบันการศึกษาต่างๆ

    มาร่วมสร้างพลังในการตั้งกลุ่มให้เหมือนกับ กลุ่มนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

    คงเป็นเรื่องที่สามารถสร้างกลุ่มหรือรวมกลุ่มได้มากกว่าที่จะมาคิดสร้างองค์กร

    หรือหน่วยงานในการทำงานเกี่ยวกับม้งซ้ำอีก และคงไม่ต้องใช้งบประมาณมาก

    เพราะที่ผ่านมาก็มีหน่วยงานที่ก่อสร้างขึ้นมาก็มีมากแล้ว มีทั้งสร้างประโยชน์

    ให้กับม้งก็มีมาก และที่ทำลายประโยชน์ที่คนม้งควรได้รับก็มีมาก

    ฉะนั้นเรื่องการรวมกลุ่มเชิงจัดเวทีแลกเปลี่ยนในสังคม คิดว่าจะเป็นประเด็น

    และเป็นกลุ่มที่ดูแล้วมีพลังในสถานการณ์ปัจจุบันที่จะสามารถเป็นรูปธรรมได้บ้าง

    ——————————–

  12. EdiTor (Post author)

    คุณ คนด้อยโอกาส ขอบคุณสำหรับแนวคิด และความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากสิ่งที่พวกเราเคยคุยๆ กันมา (จนกระทั้งเกิดหัวข้อนี้ขึ้นมา) ไม่อาจบรรลุผลได้ ม้งเอเชีย เอง ก็ยังยืนยันว่าจะหากิจกรรมเบาๆ ทำร่วมกับพวกเราในโอกาสต่อไป ตามที่ผมเคยแพลมๆ ไว้ เช่น จิบกาแฟพูดคุยเรื่องทั่วไป หรืออาจมีทริปร่วมกันไปค้างคืนในชุมชนม้งที่ห่างไกล

    เพราะผมเชื่อว่ากิจกรรมเบาๆ อาจมีศักยภาพในการสร้างเครือข่ายมากกว่ากิจกรรมหนักๆ ..รอแจ้งนัดพบครั้งแรก กทม. เร็วๆ นี้ :)

  13. คนด้อยโอกาส

    คุณ EdiTor แนวความคิดและตัวอย่าง การจิบกาแฟพูดคุย เป็นสิ่งที่ดีคับ และเชื่อว่ากิจกรรมเบาๆๆ อาจนำไปสู่การรวมตัวและมั่นคง แต่เสียดายจังเลยที่ไม่ได้มาอยู่กทม.ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นคงได้ร่วมจิบกาแฟ

  14. คนใกล้ตัว

    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน
    ขอเป็นกำลังกายยามต้องการ
    ขอแบ่งปัน ยามขอมา

    สู้ๆครับ

  15. คนด้อยโอกาส

    การปรับความเข้าใจ/การอธิบายต่อเหตุการณ์ต่างๆบางสถานการณ์/รวมกลุ่ม คงต้องอาศัยคนม้งที่เข้าใจและมีศักยภาพต่อการจัดเวทีและมีใจมุ่งมั่งต่อการสร้างภาพลักษณ์บนพื้นฐานความหลากหลายทางชาติพันธุ์บนสังคม ถึงจะมีพลังในการสร้างบทบาทและมีความน่าเชื่อถือ สรุปก็คือ แกนนำเยาวชนม้ง/หรือแกนนำที่จะจัดเวทีนั้น ต้องมีคนม้งที่มีความรู้ ความเข้าใจต่อสถานการณ์อย่างแท้จริง และเป็นผู้ที่มีวราวุฒิทางวิชาการเป็นคณะกรรมการกลุ่ม/แกนนำ หรือไม่อย่างนั้นต้องมีอยู่ในกลุ่มที่ปรึกษา เพื่อที่จะเกิดพลังในการขับเคลื่อนไปตามเป้าหมายของกลุ่มได้

    —– ขอบคุณคับ

  16. คนด้อยโอกาส

    ขอเล่าตามความรุ้สึก ****

    เว็ปม้งเอเชียนี้ เป็นอีกแหล่งนี้ที่มีการแลกเปลียนทางความคิดเชิงวิชาการหนึ่ง วันแรกที่ผมเข้ามาในพื้นที่บทความนี้(เข้ามาครั้งแรก กุมภาพันธ์ ปี 2549 จากการแนะนำของเพือนม้งด้วยกัน) รู้สึกว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่มีการแลกเปลียน /พูดถึงวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเข้มขมกว่าที่ใดๆทางอินเตอร์เน็ต(เว็ปทีเป็นภาษาไทย) ทำให้รู้ถึงสถาการณ์ม้งในสังคม และมุมมองที่หลากหลายจากมุมสังคมอื่น และรู้สึกว่าเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เรารู้คุณค่าของความเป็นคนม้งหนึ่งที่จะที่ทำความเข้าใจต่อตัวเองในฐานะที่เราเป็นคนม้ง บางครั้งก็รู้สึกท้อและเบื่อกับการที่ต้องมานั่งเขียนความรุ้สึกที่ๆเป็นเรื่องของคนอื่นและมันเป็นไปไม่ได้ในบางเรื่อง(อาจไร้สาระและยากต่อความเป็นไปได้ในทางความเป็นจริง) แต่คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างของคนชายขอบ/ที่ถูกตราบต่างๆนาๆบนสังคมแห่งสันติสุขนี้ คงต้องเผชิญและรับฟังความหลากหลายทางความคิดจากคนอื่นๆในเชิงวิชาการและไม่วิชาการ เพราะเชื่อเสมอว่า หากไม่มีการเริ่มต้น คงไม่มีความสำเร็จได้ (ความสำเร็จในที่นี้ คื่อความสำเร็จของคนชายขอบอย่างพวกเรา/พวกเขา บางครั้งขอให้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อย่างมีความสุขบ้าง มีความมั่นคงในชีวิตเหมือนชาติพันธุ์อื่นบ้าง สิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่ต้องได้รับความยุติธรรมตามหลัก)

    — แต่ยุดของการเปลียนแปลงตามกระแสโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันที่เน้นเศรษฐกิจเป็นหลัก เรื่องของความยุติธรรม-การเรียนร้องจากปัญหาสังคม คงไม่ค่อยเป็นจุดเด่นต่อสังคมอีก หรือมีน้องลงที่สังคมจะมานั่งอธิบายและหาหนทางในการแก้ปัญหามากนัก และปัญหาเหล่านั้นคงค่อยๆแก้ไขและได้รับความยุติธรรมในไม่ช้านี้ ดูจากทีวี -หนังสือพิมพ์ ฯลฯ มีองค์กรนั้น องค์กรนี้ คณะนั้นคณะนี้พูดถึงเศรษฐกิจเป็นหลัก ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้สังคมเดินก้าวไปอย่างมั่นคง ได้เปรียบการค้า ดุลการตลาดที่มั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องไกลตัวเราไปอีกไกลในความรู้สึก แต่มีความส่วนต่อความมั่นคงของชีวิตที่ต้องดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมแห่งการดำรงอยู่

    — ยิ่งเขียนยิ่งงงกับตัวเอง — นั้นขอจบแค่นี้

  17. EdiTor (Post author)

    คุณ คนด้อยโอกาส ขอบคุณครับ สิ่งที่ ม้งเอเีชีย ทำไป ด้วยความคิดอยากเป็นจุดเริ่มต้น เพื่อกระตุ้นให้สังคมม้งตื่นตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยรอบ และได้แต่หวังว่าิ่สิ่งที่พวกเราเริ่มต้นที่นี่ จะก่อให้เกิดผล (แม้จะแค่ในจินตนาการ ความคิด) ต่อสังคมม้งเรา ในวันหนึ่งข้างหน้า

  18. JJ

    ขอแสดงความคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ
    จากความคิดเห็นของ คุณ vaj xyooj ntsuab looj เราขอยกประเด็นที่น่าสนใจมา สัก 3 ประเด็นนะคะ

    (1)”สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับม้ง คืออะไร”
    เราคิดว่าคงเป็น การมีคุณภาพชีวิตที่ดี การได้รับการยอมรับจากสังคม (นั่นหมายถึงคุณมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีสิทธิ์ มีเสียงในสังคมที่คุณอยู่) ไม่ว่าอยู่ในสังคมไหน จะประเทศใดก็ตาม (ตามความคิดของผู้เขียนค่ะ)

    (2)”จุดเริ่มต้นของการค้นหาปัญหาม้งอย่างจริงจัง เพื่อเป็นแปลวไฟให้เราเห็นหนทางข้างหน้าให้ชัดเจนกว่านี้”
    ปัญหาของคนม้งคือ “ความคิด” ของคนม้งค่ะ ทำไมถึงว่า ความคิดของคนม้งหละ… เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วคนม้ง มีความคิดที่ข้องข้างเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้องของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ (หรือใครจะเถียง) เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง พวกพ้องของตัวเอง ก็จะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ บางทีกลับตอกย้ำซ้ำเติมด้วยซ้ำไป…(เท่าที่เห็นและประสบพบเจอมานะ)

    ในทุก ๆ สังคมของม้ง ก็จะเป็นอย่างนี้โดยส่วนใหญ่ เวลามีเรื่องมีราวกัน แม้ว่าจะเป็นพี่น้องกันก็เถอะ ก็จะเอาชนะอีกฝ่ายจนรู้ดำรู้ดีกันเลยทีเดียว…สิ่งเหล่านี้แหละ ทำให้ม้งไม่มีความสามัคคีกัน ไม่รักกัน เพราะต่างมีความคิดว่าไม่ใช่เรื่องตัวเอง หรือเรื่องที่เกิดขึ้นตัวเองไม่ได้รับความเดือดร้อนก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย…

    ปัญหาของคนม้งอาจจะมีมากมาย แต่เราเห็นว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของคนม้งคือ “ความคิด” นั่นเอง

    (3)”รูปแบบในการพัฒนาม้งในอนาคต เราควรมาพัฒนาให้ครบระบบ…ถามว่าจะเริ่มยังไง”
    จากประเด็นที่ 2 หากว่าเรารู้แล้วว่าปัญหาที่ใหญ่และสำคัญของม้งเรา(ตามความคิดของผู้เขียน) คือ ความคิด เราน่าจะมาเริ่มต้นจากจุดนี้เลยนะคะ…เราค่อย ๆ เปลี่ยนความคิดของคนม้ง ค่อย ๆ ทำให้เค้ารู้ว่า พี่น้องม้งร่วมชาติพันธ์เดียวกันกับเค้ามีความสำคัญกับชีวิตของเค้ามากแค่ไหน พยายามรวมม้งให้มีความคิดเห็นไปทิศทางเดียวกัน (อาจจะไม่ทั้งหมด ขอแค่รักกันไว้ก็พอ) ให้เค้ามีความรู้สึกอยากช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากขึ้น นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราจะสามารถทำได้

    แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อเปลี่ยนความคิดของคนมากมายขนาดนั้น ในเมื่อเรามีประชากร หรือทรัพยากรมากมายขนาดนี้ คำตอบก็ คือ ณ วันนี้ เราเชื่อมั่นในศักยภาพของพี่น้องของเราว่า มีหลาย ๆ คนที่อยากจะให้เกิดการพัฒนา หรือ หาหนทางที่จะนำพาพี่น้องม้งเราไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม เห็นได้จากการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ของทุกท่านในที่นี้ ทุกท่านต่างมีความคิดที่จะทำเพื่อพี่น้องของเรา ผู้เขียนเชื่อว่า ยังมีพี่น้องอีกมากมายที่มีความคิดอย่างพวกเราในที่นี้ ที่อยากให้ม้งรักกันค่ะ

    อย่างที่คุณ vaj xyooj ntsuab looj ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับประวัติของม้ง…ทำไมบรรพบุรุษของเราถึงสามารถสร้างความรุ่งเรือนมานับพันปี ไม่ใช่เพราะความรัก ความสามัคคีที่เรามีหรือ??? หลังจากล่มสลายไปแล้ว ทำไมม้งถึงแพ้มาตลอด ทั้งที่ม้งพยายามตั้งตนขึ้นมาใหม่หลายครั้ง????????????????????????

  19. ขอชื่นชมบทความและทุกแนวความคิดที่เกิดจากปัญญาชนของพี่น้องม้ง จากบทความต่างๆที่ได้อ่านมานั้นล้วนเป็นประโยชน์และเป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงความคิดเห็น การร่วมมือกันแม้จะยังเป็นกลุ่มเล็กๆที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางนัก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการรวมตัวกัน
    จากบทความที่ได้อ่านมา เป็นการดีที่มีแนวทางที่จะร่วมการก่อตั้งองค์กรเพื่อทำงานให้กับพี่น้องม้งของเราเพื่อให้เป็นแบบอย่างในการแ้ก้ไขปัญหาของคนม้ง การจะแก้ไขปัญหาต่างๆให้ได้นั้นต้องรู้ถึงแก่นแ้ท้ของปัญหาอย่างคลอบคลุมทุกๆด้านแจกแจงข้อมูลต่างๆออกมาเป็นส่วนๆจากนั้นบุคลากรต่างๆช่วยกันระดมความคิดเห็นเสนอแนวทางการแก้ไขจนนำไปสู่การปฏิบัติงานจริงๆ โดยเริ่มจากปัญหาเร่ิงด่วนก่อนหรือปัญหาที่ควรจะได้รับการแก้ไขเป็นอันดับแรก ซึ่งการจะสามารถทำงานได้อย่างตรงเป้าหมายนั้นองค์กรหรือผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาจะต้องมีความเข้มแข็ง มีความเป็นเอกภาพในการทำงานรวมถึงทีมงานที่ดี อีกทั้งยังรวมไปถึงทรัพยากรต่างๆตามที่เจ้าของเว็บบอร์ดได้เขียนเอาไว้ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าเรายังไม่มีพร้อมทั้งหมด แต่การเป็นจุดเริ่มต้นซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและถ้ามีกลุ่มคนที่เห็นดีด้วยมาร่วมมือกันแม้จะเป็นคนละเล็กละน้อยก็ตามช่วยในสิ่งที่ตัวเองช่วยได้ เช่น ถ้าไม่สามารถช่วยด้วยทรัพย์ก็ช่วยด้วยแรงกายหรือความคิด
    ข้าพเจ้าเชื่อว่าคนม้งเป็นกลุ่มคนที่มีความฉลาดในตัวเองสูงอยู่ในระดับหนึ่งเพียงแต่เรายังขาดผู้นำ และอีกเรื่องที่เป็นข้อด้อยอย่างเห็นได้ชัดของคนม้งคือการที่ไม่ค่อยยอมรับในตัวของพี่น้องม้งด้วยกันเอง จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมการจัดตั้งหรือทำอะไรเป็นกลุ่มขึ้นมาไม่ค่อยประสบผลสำเร็จนัก ดังนั้นคนที่มีความสามารถจึงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถทำได้และไม่ใช่ว่าจะมีความสามารถเท่านั้นยังจะต้องมีคุณธรรมในตัวเองสูงอีกด้่วย เพื่อให้พี่น้องของเรายอมรับก่อนจึงจะสามรถรวบรวมกลุ่มคนได้ ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคนที่คิดเที่จะิ่ริ่มทำ

  20. คนด้อยโอกาส

    คุณ jj แสดงความคิดได้ดีมาก ขอให้ยกตัวอย่างในการรวมตัว/ตั้งกลุ่ม/องค์กร หรือสิ่งที่คนม้งจะปรับฐานกระบวนทัศน์ในการของการพัฒนาทั้งที่ได้กล่าวไว้ในความคิดเห็น อยากเห็นการแสนอความคิดเห็นในเรื่องของ รูปธรรม จาก คุณ jj ในเรื่องนี้

  21. povlas

    ผมไม่ใช่นักวิชาการ ความคิดของผมจึงดูเหมือนไม่มีหลักการเท่าไหร่ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ อย่าเพิ่งไปคิดให้มันไกลและใหญ่เกินไป เดี๋ยวทำไม่ได้แล้วจะตัดทอนกำลังใจตัวเอง เริ่มจากง่ายๆ ก็รวมคนที่มีความคิดอยากจะช่วยเหลือคนอื่นสัก 2-3-4-5-6 คน หรือเพื่อนที่สนิทกัน หาเวลาว่างๆ วันหยุด หรือวันเสาร์-อาทิตย์ ไปทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่มีประโยชน์ให้หมู่บ้านม้ง แค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นที่อยากจะพัฒนาชุมชนและชนเผ่าของเราแล้วครับพี่น้อง พอทำบ่อยเข้าๆ เดี๋ยวมันก็จะเกิดคำถาม ชวนให้ต้องหาคำตอบว่า จะต้องทำอย่างไงต่อไปเพื่อให้มันดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นจะเป็นการยกระดับงานของเราขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
    ขอบคุณมากครับ สำหรับผู้ที่หลงเข้ามาอ่านความคิดอันไร้วิชาการ ของคนดูแลแกะอย่างผม เฮ.. เฮ..

    ป๋อลา คนดูแลแกะ…

  22. Paradigms

    ขอเป็แรงใจช่วยอีกแรง

    ชื่อว่าทุกคนที่ได้อ่านกระทู้นี้

    ล้วนมีใจอยากร่วมงาน

    อยากเห็นโครงการดีๆแบบนี้

    และเชื่อว่าทุกคนคงอยากช่วยเหลือ

    ดั้งนั้น

    สาระสำคัญคือ “ทำยังไงให้คนที่อยากทำงานร่วมตัวกันได้”

  23. ong

    เวลาคุณพบพี่น้องม้งที่ใดก็ตาม ให้คุณทักทายด้วยประโยคสร้างสรรค์ใดใด ก็ได้แต่ไม่ควรถามทันทีเลยว่า คุณแซ่อะไร(koj yog xeem hmong dab tsi)เพราะถ้าเขาเปนคนแซ่เดวกับคุณ คุณจะรู้สึกดีขึ้นมาทันที แต่ถ้าเขาเปนแซ่อื่นคุณจะเฉยๆไม่รู้สึกว่าเปนญาติ และเรียกเขา ม้ง (hmong swb)ที่มีความหมายว่าเปนใครไม่รู้
    (ตามมารยาทสากลควรถามชื่อเฉยๆ หากสนิทกันแล้วค่อยถามนามสกุล)
    เราว่าน่าจะช่วยลดความแตกแยกห่างเหินของม้งได้เพราเคยมีประสบการณ์ไปร่วมกิจกรรมชาวเขาที่มีหลายเผ่า และมีคนม้งพี่เลี้ยงเดินมาถามพอรู้ว่าไม่ใช่แซ่เดวกันก็เฉยๆและชี้ว่าห้องพักอยู่โน้นนนน พอสักครู่เห็นเขากะเพื่อนม้งคนหนึ่งเดินตามมาช่วยหิ้วกระเป๋าและเดินไปส่งถึงที่เพราะเพื่อนคนนั้นบอกว่าเปนแซ่เดวกันกับพี่เลี้ยง หันไปดูเผ่าอื่นๆแล้วต่างกันมากๆ(เกิดความคิดขึ้นมานะไม่ได้น้อยใจ)
    ๕๕๕โทดที มาผิดที่ผิดเรื่องผิดราว๕๕๕

  24. Khongkrapaan

    มันจะเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นถ้าทุกคนถกถึงสเต็บของการไปถึงจุดนั้น โดยเริ่มที่ก้าวแรกครับ…วางเป้าหมายหลัก แล้วเริ่มที่จุดสตาร์ท…………….

  25. ม้งขอรับ

    อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ-โก หิ นาโถ ปโร สิยา-อตฺตนา หิ สุทนฺเตน-นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ.
    สาธุ

  26. ม้งขอรับ

    ถ้าม้งทุกคนทำได้นะครับ พัฒนาแน่

  27. EdiTor (Post author)

    คุณ Khongkrapaan และคุณ Paradigms สำหรับ hmongasia.com นั้นยังห่างไกล ที่จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมใหญ่ๆ เพราะแต่แรกนั้น ทางเว็บเพียงแต่หวังว่า เนื้อหา และสิ่งที่เกิดขึ้นบนเว็บแห่งนี้ จะกระตุ้นให้พวกเราช่วยกันคิดสร้างเนื้อหาอันเป็นประโยชน์ แก่พวกเรากันเอง ทั้งสร้างขึ้นบน hmongasia.com และเว็บม้งในที่อื่นๆ ..และที่กล่าวไป ก็คือการเริ่มต้นของ hmongasia.com

    ในการที่จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนที่ดีนั้น ต้องเกิดจากกลุ่มคนที่มีแนวความคิดคล้ายคลึงกัน หรือชอบในเรื่องที่คล้ายๆ กัน ซึ่งมันจะต้องชัดเจนด้วยเมื่อต้องเจาะลึกลงไป อย่างเช่น ชมรมรถโฟว์วีล์ ชมรมรถมอเตอร์ไซค์วิบาก ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความชอบที่เหมือนกัน

    ผมเชื่อว่า หากทุกคนมีโอกาสพบปะกันบ้าง เราคิดอะไร ทำอะไร ก็คงจะง่ายขึ้น

    ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ

  28. Paradigms

    หากมีอะไรคุยกัน

    หรือว่ามีแผนงานยังไงก็

    ลองนัดกันอะ

  29. Khongkrapaan

    คุณ EdiTor ผมรู้สึกดีใจที่คุณใส่ใจกับความคิดของผมนะครับ.ผมเข้าใจกับสิ่งที่คุณและอีกหลายๆคนได้เสนอและแสดงวิสัยทัศน์เอาไว้นะครับ…จิงๆแล้วผมได้เขียนไว้เยอะมาก..แต่บังเอินเน็ตผมล่ม ก็เลยพิมใหม่ได้แค่นั้นอ่ะครับ…จิงๆแล้วความหมายที่แท้จริงของผมเป็นอย่างนี้ครับ..ทุกคนลองเอาเป้าหมาย วางไว้เป็นตัวหลัก แล้วแตกปัญหาออกมา ที่ละกิ่งก้างสาขานะครับ..หรือที่เขาเรียกว่าแผนภูมิก้างปลา หรืออีกหลายๆอย่างก็ตาม ในลักษณะเดียวกันนะครับ..เราจะรู้ว่าปัญหามันมากมาย และเราก็ไม่สามารถทำทีเดียวได้แน่นอนครับ และสิ่งที่ผมพูดถึงสเต็ป ก็อย่างนี้ละครับ ..ค่อยๆเริ่มทีละอย่าง ทีละปัญหา..เพราะทุกปัญหานำไปสู่เป้าหมายหลักเช่นเดียวกันครับ..และอยากบอกว่า อย่างที่คุณ EdiTor ได้สร้างเว็ปขึ้นมา ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เกะรอยไปสู่เป้าหมายหลักแล้วครับ..จิงๆอยากเสนอให้ทางเว็ป ทำแบบสอบถามข้อมูล ประวัติ คนม้งด้วย จะเป็นการดี ในการดึงคนที่มีอาชีพที่ดีหน่อย ในการระดมทุนบ้าง เข้าร่วมชุมรมบ้าง..ก็เป็นการดีนะครับ…จะได้รู้ข้อมูลของคนม้งครับ
    แต่อย่างไรก็เป็นแค่ความคิดเห็นของผมเองซึ่งอาจจะไม่ถี่ถ้วงเท่าไรนะครับ….

  30. EdiTor (Post author)

    ขอบคุณ คุณ Khongkrapaan อีกครั้งครับ ทุกความเห็นย่อมต้องเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดนั้น ติดตรงที่เรายังไม่มีเป้าหมาย การคิดรวมกลุ่มผมยังไม่ถือว่าเป็นเป้าหมายครับ ผมอยากให้มีเป้าหมายตามที่คุณ Khongkrapaan ได้กล่าวมาเสียก่อน

    อย่างที่ผมได้พูดไปเรื่อง การทำในสิ่งที่รัก ที่ชอบ คล้ายๆ กัน หากเราพบแล้วว่ามีกลุ่มคนที่คิดเหมือนๆ กัน อยากทำในสิ่งที่คล้ายๆ กัน (ไม่้ต้องเป๊ะๆ) เราจึงจะมารวมตัวกัน (ปกติจะรวมตัวเองโดยธรรมชาติ) ..ฉะนั้นเป้าหมายควรจะเป็นว่า เราจะทำอะไร อะไรคือสิ่งที่เราควรทำ หรือจะทำกิจกรรมเบาๆ ร่วมกัน (โดยรวมตัวแบบหลวมๆ)

    เรื่องเก็บข้อมูล ที่จริงเคยมีคนเสนอมาแล้ว ยังไงแล้วผมจะลองนำไปคิดดูนะครับ ว่าพอจะทำอย่างไรได้บ้าง

    หากเพื่อนๆ คนไหน มีแนวคิดอะไรดีๆ ก็อีเมล์มาเลยนะครับ ผมจะได้เผยแพร่ให้ทุกคนได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำให้มันชัดเจน ม้งเอเชีย ขอเป็นพื้นที่สำหรับพวกเราทุกคน จากใจครับ

  31. Khongkrapaan

    ขอบคุณ คุณ EdiTor เช่นเดียวครับ เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ

  32. Khongkrapaan

    ดัชนีอิ่มตัว….ดัชนีวัดความคิดเห็นอยู่ระดับคงที่ หุ้นไม่มีการเคลื่อนไหว…

    …….ทำให้พอจะคาดคเนได้ว่า ภูมิอากาศ ข้างหน้าเป็นอย่างไร….

    ….ศาสตร์แห่งการคาดคเน …..อ.ดร.คงกระพัน เลิศวิศว์พาณิชย์….

  33. ฅนรำสุรา

    ขอแจมหน่อยครับทุกๆ ท่านจริงๆ แล้วเวลาใครก็ตามที่เขียนบทความหรือให้แสดงความคิดเห็น ในส่วนของเรื่องนั้นๆ จะมีหลายๆ ท่านมักจะมีแนวความคิดที่ดีๆ แต่สิ่งที่ผมเห็นอยู่ ณ ปัจจุบันมีเป็นเพียงนามธรรมเท่านั้น ผมอยากให้ทุกๆ ท่านที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นให้ทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่สร้างสรรค์ให้กับสังคมม้ง อย่างที่หลายๆ คน ชอบกล่าวอ้าง (ให้เป็นรูปธรรม) ดีกว่าไหม
    โดยการขอที่อยู่เป็นจดหมายอิเล็คทรอนิกส์หรือเบอร์โทรศัพท์ก็ได้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ว่าจริงๆ แล้วพวกเราทุกๆ ท่านมีอุดมการณ์อย่างที่ชอบกล่าวอ้างกันหรือ?ไม่
    ผมทำงานอยู่ที่ ระยองและมีกลุ่มม้งหลายๆจังหวัดมาทำงานเช่นเดียวกับผมที่นี่เช่นกันและก็มีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ อย่างที่ได้กล่าวอ้างไปบ้างแล้ว

  34. EdiTor (Post author)

    คุณ ฅนรำสุรา ผมเห็นหลายๆ คน อยากให้มีการรวมกลุ่ม ผมจึงได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อให้พวกเราได้ร่วมกันพูดคุย แต่สุดท้ายผมก็เห็นว่าจริงๆ แล้ว ตามที่ได้พูดคุยกันมา เรายังไม่รู้เลยว่ารวมกลุ่มกันเพื่ออะไร เพราะถ้าบอกว่า “เพื่อม้ง” หรือ “เพื่อช่วยเหลือคนม้ง” ผมมองว่ามันเป็นคำที่กว้าง และไม่มีความชัดเจน่ ..ซึ่งก็ตรงตามที่คุณ ฅนรำสุรา พูดมา และยากที่จะเกิดเป็นรูปธรรม

    จึงคิดว่าควรปล่อยให้กลุ่มเกิดขึ้นโดยธรรมชาติจะดีกว่า คือเมื่อไหร่มีโอกาสก็พบปะกันบ้าง และหากเหนียวแน่นกันมากขึ้น เราอาจจัดทริป ทำกิจกรรมต่างสถานที่กัน ..สิ้นปีนี้น่าจะจัดทริปแรกได้

  35. Khongkrapaan

    เรียนคุณ Editor ที่เคารพครับ ไม่ทราบว่าเว็ปบอร์ดของ Tojsiab มันถูกยกเลิกหรือว่าไง
    หายไปจาก เว็ปหลักเลย และไม่มีใครแจ้งเลย ทางเว็ปไซด์เองก็ไม่ได้แจ้ง หรือว่าไม่เปิดให้สนทนาแสดงความคิดเห็นกันแล้วหรือครับ น่าเสียดายนะครับ จริงๆของเว็ป ม้งเอเชีย ก็มีแต่ไม่ค่อยคุ้นนัก
    ไม่ทราบว่าคุณ Editor พอจะทราบบ้างหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ…………
    ………………………….

  36. EdiTor (Post author)

    คุณ Khongkrapaan ผมเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเว็บบอร์ดของทาง tojsiab.com แต่คิดว่าน่าจะมีการปรับปรุง หรือย้ายโฮสต์กันอยู่มั้งครับ เพราะเมื่อสองวันก่อน ผมได้คุยกับคุณ ไถ๋ ซึ่งเป็นเจ้าของ เห็นบ่นๆ เรื่องปัญหาเซอร์ฟเวอร์ ก็คิดว่าน่าจะกลับมาให้บริการได้อีกครั้งครับ

    สำหรับของ ม้งเอเชีย ที่เห็นอยู่ เป็นแค่การทดสอบ และเป็นการทดสอบที่ไม่ผ่านด้วยครับ :) เพียงแต่ไม่ได้เอาออกสักที

  37. เสก

    ขอบคุณผู้เขียนมากจริงๆที่เริ่มเปิดโอกาสให้เราได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมดีๆเพื่อพี่น้องของเราเอง
    ตัวผมเองเป็นคนที่อ่อนกิจกรรมมากจริงๆ เเละก็อยากได้ประสบการณ์เเบบนี้เข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ
    เมื่อไหร่ที่เริ่มดำเนินก็รบกวนช่วยลงประกาศให้ทราบว่าต้องทำยังบ้างนะครับ วันเวลา หากมีกิจกรรมดีๆเเบบนี้หวังว่าเราคงได้มีโอกาสร่วมกันทำสิ่งดีๆบ้างในช่วงเวลาที่เรายังสามารถมีเวลาให้กับสิ่งนี้ได้นะครับ

  38. หลวงพี่รูปหนึ่ง

    ไปบวชอยู่เสียนาน ไม่ค่อยได้รับรู้ข่าวสารความเป็นไปของพี่น้องม้งสักเท่าไร แต่ก็เป็นห่วงอยู่นะครับ วันนี้หลงทางมาพบเว็บนี้ ได้เห็นความคิดความอ่านของแต่ละคนก็ละอายใจอยู่ว่า ช่างมีความคิดยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ เป็นกบอยู่ในกะลาเสียนานนะเรา เป็นกำลังใจให้นะครับ

  39. EdiTor (Post author)

    หลวงพี่รูปหนึ่ง ขอกราบนมัสการหลวงพี่ วันนี้ดีใจที่หลวงพี่เข้ามาทักทายและให้กำลังใจแก่ชุมชนม้งเล็กๆ แห่งนี้ ชุมชนแห่งนี้ดูแลด้วยบุคคลเพียงคนเดียว (โดยมีเพื่อนๆ พี่ๆ ในนี้คอยช่วยสอดส่องดูแลอีกทางหนึ่ง) พร้อมพี่และเพื่อนนักเขียนอิสระอีกสองสามคน ดังนั้นความคิดความอ่านจึงยังคงวนเวียน และไม่หลากหลายพอ ..แต่ทั้งหมดทั้งปวงคือเวลา และกำลังความคิดที่ทุกคนพอจะสละร่วมกันได้ ก็ได้แต่หวังว่า โอกาสหน้า หลวงพี่ จะยังแวะเวียนมาพูดคุยแบ่งปันความรู้แก่ ชาวม้งเอเชีย อีกครั้งหนึ่ง

    ขอกราบนมัสการครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *