การรวมกลุ่ม ความพร้อมด้าน คน เวลา เงิน

หลังจากที่พวกเราพูดคุยกันมาหลายครั้ง ถึงกรณีการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ แก่สังคมม้งของเรานั้น วันนี้ ม้งเอเชีย ในฐานะที่เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (หรือสถานที่เกิดเหตุนั่นเอง) ก็จะขอนำเสนอรูปแบบที่พอเป็นไปได้ หลังจากที่ EdiTor ได้เคยให้ความเห็นทิ้งท้ายไว้ในบทความเรื่อง “ม้งลาว และนกพิราบสนามหลวง”

hmong-student-activitiesต.คีรีราษฎร์ จ.ตาก “โครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชน” ปี 48 งบฯ โดยรัฐบาล
เสื้อชมพูตรงกลางคือ กลุ่มนักศึกษาม้งและไทย

อันดับแรกนั้น รูปแบบที่จะเกิดขึ้นใหม่จะต้องไม่ไปซ้ำซ้อนกับ “สมาคมม้งแห่งประเทศไทย” ซึ่งผมเชื่อว่าพวกพี่ๆ เค้าได้วางรูปแบบไว้ดีอยู่แล้ว และพี่ๆ ทุกคนก็กำลังทุ่มเททำงานหนักกับมันอยู่ ฉะนั้นการจะรวมตัว หรือรวมกลุ่มในวันนี้ ไม่ควรมองข้ามตรงจุดนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน

สิ่งต่อมาที่เราจะต้องคำนึงถึงคือ บุคลากร เวลา และเงินทุนสนับสนับกิจกรรม ซึ่งทรัพยากรณ์เหล่านี้ ถึอเป็นทรัพยากรณ์พื้นฐาน ที่จะเป็นตัวชี้ชะตาว่า “การรวมกลุ่ม” จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้

ด้านบุคลากร ถือเป็นสิ่งตั้งต้นเลยก็ว่าได้ เมื่อมีการสรุปรูปแบบของกลุ่มออกมาแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ตรงนี้เอง เราจะต้องมีบุคลากรให้เพียงพอสำหรับหน้าที่แต่ละส่วน เพียงพอในที่นี้ไม่ใช่ว่า มีหน้าที่อยู่สิบอย่าง ก็หาคนสิบคนมาทำหน้าที่ตรงนี้แล้วก็จบ แต่คนที่จะมารับผิดชอบหน้าที่แต่ละอย่างนั้น ควรจะต้องมีความรู้ ความชำนาญ ในหน้าที่ที่จะรับผิดชอบด้วย

เรื่องเวลา ตัวแปรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องเวลาก็จะได้แก่ ความถี่ของกิจกรรม และสถานะภาพ (หรือพันธะ) ของตัวบุคลากรเอง สำหรับเรื่องความถี่ของกิจกรรมนั้น ผมเชื่อว่ายังไงเสีย เมื่อมีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นมา หนึ่งในนโยบายที่จะต้องมีคือ ความถี่ของกิจกรรม ว่าในแต่ละปีนั้นกลุ่มควรจะมีกิจกรรมกี่ครั้ง กี่โครงการ แต่ละครั้งน่าจะใช้เวลาแค่ไหน (ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ตอนต้น)

ต่อมาก็เป็นเรื่องของตัวบุคลากร ว่าจะมีเวลาให้กับกลุ่มมากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละคนก็จะมีพันธะ (ภาระ) แตกต่างกันไป เช่น นักเรียนนักศึกษา ก็จะต้องมุ่งเรียนเป็นหลัก คนทำงานประจำ ก็อาจจะยากในการหาเวลามาร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม คนที่แต่งงานแล้วกับคนโสด ก็จะมีภาระหน้าที่หนักเบาไม่เหมือนกัน

ฉะนั้นเรื่องบุคลากร และเรื่องเวลาจึงอาจถือได้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะถ้าได้คนมาแต่คนๆ นั้นไม่มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม ก็จะไม่มีประโยชน์อะไร

สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของเงินทุน (งบประมาณ) ที่จะใช้ทำกิจกรรม ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับแนวนโยบายของกลุ่ม ว่าเป้าประสงค์ของกลุ่มคืออะไร เพราะการจะใช้เงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน

สิ่งหนึ่งที่เกี่ยวโยงกับการใช้เงินก็คือ ความถี่ของกิจกรรมกลุ่มนั่นเอง

ฉะนั้นหากคิดจะตั้งกลุ่มเราต้องมานั่งคิดกันว่า จะหาเงินทุนสนับสนุนจากที่ไหน รูปแบบการหาเงินทุนจะเป็นอย่างไร หรือหากทำแค่กิจกรรมเล็กๆ เราแต่ละคนพร้อมที่จะออกเงินทุนได้แค่ไหน ..อันนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่

ที่พูดมาทั้งหมดคือโจทย์ที่พวกเราต้องตอบ และเป็นโจทย์ที่พวกเราควรจะต้องตอบให้ได้ทุกข้อ และต่อจากนี้คือสิ่งที่ EdiTor ได้ติดค้างไว้จากบทความเรื่อง “ม้งลาว และนกพิราบสนามหลวง” (ความเห็นช่วงท้ายๆ) นั่นคือแนวคิด และรูปแบบของกลุ่ม

จากที่พวกเรามักจะพูดถึงเรื่อง “การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี” ให้เกิดขึ้นในสังคมม้ง เพื่อให้คนภายนอกมองเห็นเราดีขึ้นนั้น แนวทางก็จะมีประมาณนี้ คือ พัฒนา และเผยแพร่ กล่าวคือเลือกชุมชนเป้าหมายสำหรับแต่ละโครงการ จากนั้นก็เข้าไปพัฒนาปรับปรุง (แนวๆ โครงการวิจัย) จากนั้นก็เผยแพร่ออกสู่ภายนอก ว่าสังคมม้งมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง เช่น ตัวอย่างชุมชนเข้มแข็ง การรักษาต้นน้ำ การทำการเกษตรรูปแบบใหม่

ช่องทางการเผยแพร่ควรจะต้องเป็นสื่อหลักอย่างเช่น หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ หากชุมชนใดมีสื่อท้องถิ่นก็จะยิ่งดี (สื่อท้องถิ่น เน้นหนังสือพิมพ์) ซึ่งตรงนี้เราก็จะต้องศึกษาว่าจะเข้าถึงสื่อหลักเหล่านี้ได้อย่างไร

ตัวอย่างแนวโครงการลักษณะนี้ เช่น “การอนุรักษ์ประเพณีปีใหม่ม้ง”

ก่อนอื่นก็จะต้องวางแผนงาน วางรูปแบบการนำเสนอ (เพื่อเผยแพร่) ชุมชนเป้าหมาย จากนั้นก็แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ สำหรับ “การอนุรักษ์ประเพณีปีใหม่ม้ง” เราอาจเผยแพร่ในรูปแบบของวีดีโอสารคดี (เผยแพร่ทางโทรทัศน์) และบทความสารคดี (เผยแพร่ทาง นสพ.)

ก่อนอื่นเราก็จะต้องมาศึกษาผังรายการของโทรทัศน์แต่ละช่องก่อน ว่ามีรายการไหนบ้างที่ตรงกับสิ่งที่เราทำอยู่ หรือมีเนื้อหาที่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ

สำหรับสื่อหนังสือพิมพ์ เราอาจจะต้องศึกษาคอลัมน์ต่างๆ ว่ามีคอลัมน์ใดบ้าง ที่เราจะสามารถส่งเรื่องของเราใด้ทาง นสพ.พิจารณาได้

ซึ่งตัวอย่างที่กล่าวมา สิ่งสำคัญอยู่ที่วิธีการเข้าถึงสื่อ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลยนั่นก็คือ คุณภาพของตัวเนื้อหาที่เราต้องการจะเผยแพร่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสื่อ (เพื่อให้ได้รับการเผยแพร่) และเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

สิ่งที่ผมได้ยกตัวอย่างไป เป็นเพียงรูปแบบหนึ่ง (อย่างคร่าวๆ) ซึ่งอาจจะต้องใช้ทรัพยากรณ์หลายด้าน ความรู้ความเชี่ยวชาญพิเศษบางอย่าง แต่ก็เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ครับ

อีกรูปแบบหนึ่งที่ผมเห็นว่าง่าย และเป็นไปได้อย่างมากเลยก็คือ สิ่งที่ ม้งเอเชีย กำลังทำอยู่ นั่นคือการสร้างนักเขียน แตกยอดความคิด เพราะผมเชื่อว่า “จินตนาการ” จะมีประโยชน์มากขึ้นหากเราสามารถถ่ายทอดมันออกมา ที่สำคัญคือ ม้งเรา จะได้มีแหล่งแลกเปลี่ยนทางความคิด ความอ่าน ต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่มีผลกระทบทั้งโดยตรง และโดยอ้อมต่อสังคมม้งเรา ..ถ้าเป็นรูปแบบนี้เราก็จะมีการพบปะบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งสุดท้ายอาจจะกลายเป็นสมาคมนักเขียน (อย่างไม่เป็นทางการ) ให้กับสังคมม้งของเราในอนาคตก็เป็นได้

ทั้งหมดนี้คือรูปแบบที่ผมพอจะคิดออก และเป็นเพียงรูปแบบที่ยังไม่ได้ขัดเกลา จากนี้ก็คงจะเป็นหน้าที่ของพวกเรา ที่จะเสนอแนวคิดในส่วนของตัวเองบ้าง