การเมืองในงานแต่งม้ง

ที่จริงผมเองเคยเขียนไปบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางอย่างดูเหมือนจะคลี่คลาย (ในความรู้สึกนึกคิด) ไปบ้าง แต่ในความเป็นจริงเมื่อพูดถึงงานแต่งมันคือความหลากหลายอย่างหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามแต่กรณี

ในลักษณะของความเป็นการเมืองนั้นจะเห็นได้ตั้งแต่ก่อนการแต่ง ระหว่างพิธี และหลังจากนั้นอีกเป็นสิบๆ ปี การเมืองหรือที่อาจเรียกว่าความขัดแย้งนั้นยังคงดำเนินอยู่ และมันก็วนไปเป็นวงจรอุบาทว์

สิ่งที่เป็นลักษณะการเมืองแฝงอยู่ก่อนการแต่งก็คือวิธีการแต่งนั่นเอง โดยส่วนมากแล้วม้งเราฝ่ายชายจะมีอิทธิพลในการเลือกวิธีการแต่งมากกว่า และวิธีที่ฝ่ายชายเลือกก็คือการพาฝ่ายหญิงเข้าบ้านฝ่ายชายก่อน (แทนที่จะไปสู่ขอโดยตรงถึงบ้าน)

โดยอีกวิธีการที่แม้จะพบเห็นน้อยลงแต่ไม่กล่าวถึงไม่ได้นั่นคือการฉุด เพราะถือเป็นกรณีเดียวกันที่จะทำให้ฝ่ายชายมีอำนาจต่อรองในช่วงของการประกอบพิธีงานแต่ง

ทั้งสองกรณีนี้นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมถึงขั้นตอนพิธีบางอย่างแล้ว (ซึ่งก็ยังแตกต่างกันตามแต่ละแซ่และพื้นที่) ยังให้อำนาจต่อรองกับฝ่ายชาย ที่อาจเลวร้ายถึงขั้นกดค่าตัวเจ้าสาวเลยก็มี

สำหรับลักษณะการเมืองที่พบเห็นระหว่างพิธีนั้นโดยส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องการนำเอาความขัดแย้งเดิมๆ ระหว่างแซ่มาพูด โดยเนื้อแท้แล้วไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงถึงคู่บ่าวสาวปัจจุบันเลย แทนที่จะเป็นงานรื่นเริงน่ายินดี กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งรอบใหม่

มันจึงกลายเป็นการหล่อเลี้ยงให้ความขัดแย้งนั้นยังคงอยู่ต่อไป

จึงมีคำถามว่าความผิดพลาดหรือความขัดแย้งต่างๆ ในอดีตเราปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร นอกเหนือไปกว่านั้นมันกำลังสื่อถึงอะไรในความเป็นม้งของเราหรือไม่

เกิดจากการที่เราเอารัดเอาเปรียบคดโกงกันและกันในอดีตหรือเปล่า เกิดจากการไม่รู้จักให้อภัยหรือการลดราวาศอกกันหรือเปล่า คิดเล็กคิดน้อยเกินไปมั๊ย

อีกคำถามสำคัญที่อยากให้คิดกันต่อก็คือ เหตุใดเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นแล้วไม่ทำการแก้ไขระหว่างคู่กรณีเสียให้มันจบๆ ทำไมต้องปล่อยให้ยืดเยื้อไปถึงผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง (ในอีกหลายปีต่อมา) และคิดว่ายุติธรรมแล้วหรือที่จะเรียกร้องการชดเชยจากผู้ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียจากความขัดแย้งในอดีต

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายชายจะเป็นผู้กระทำและฝ่ายหญิงถูกกระทำเสมอไป เพราะกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นผู้กระทำก็มีให้เห็นไม่แพ้กัน และโดยส่วนใหญ่ผู้ที่คอยหยิบยกเอาความขัดแย้งมาพูดบนโต๊ะพิธีนั้นหาใช่คนในครอบครัวไม่ หากแต่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่มาร่วมในงานต่างหาก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *