การเหมารวม และการด่าแบบเหมาๆ

สำหรับการพูดเหมารวมแล้วเชื่อว่าม้งเราคงคุ้นเคยกับคำๆ นี้เป็นอย่างดี เพราะม้งเราเองก็ตกเป็นข่าวอยู่ตามหน้าสื่อแทบจะทุกวัน หลายคนอาจมีคำถามว่า เอ๊ะ ทำไมชมแบบเหมาๆ ได้ แต่ด่าแบบเหมาๆ แล้วเป็นเรื่อง นั่นก็เป็นเพราะการด่ากับการชมสร้างผลกระทบที่ต่างกัน เพราะการพูดเหมาไปในทางที่เสียหายนั้น ผู้เสียหายหรือถูกพาทพิงสามารถใช้สิทธิ์ฟ้องร้องตามกฎหมายได้ นั่นหมายความว่ามีกฎหมายคุ้มครองอยู่

หลักใหญ่ใจความของเรื่องนี้คงอยู่ที่ความยุติธรรมนั่นแหละ กล่าวคือการพูดเหมารวมจากพฤติกรรม หรือการกระทำของคนบางคน แล้วไปกระทบกับคนหมู่มาก (ในกลุ่มเดียวกันนี้) มันย่อมไม่ยุติธรรม ใช่ไหมล่ะ

การเหมารวมมักจะมาพร้อมกับการเหยียด ดังนั้นเมื่อเราพบว่ามีการเหยียดกันในทุกระดับของสังคม ตั้งแต่เชื้อชาติ สีผิว คนรวยคนจน นั่นแหละครับการเหมารวมจึงถูกแทรกอยู่ในเรื่องราวเหล่านี้

วันนี้ที่อยากพูดเรื่องเหมารวมก็สืบเนื่องจากมีเพ็จม้งเราเพ็จหนึ่ง ซึ่งทำกิจกรรมเพื่อสังคมนี่แหละ ได้มีการโพสต์ด่ากราดถึงผู้ชายม้งว่าไม่ดีอย่างโน้นไม่ดีอย่างนี้ ก็โอเคว่าเคสผู้ชายม้งแย่ๆ นั้นมีอยู่จริง แต่ก็ควรด่าเป็นเคสๆ ไป ที่สำคัญคือผู้ที่โพสต์ด่านั้นไม่ได้ระบุว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ดูจากอาการฟูมฟายแล้วเข้าใจว่าเพิ่งประสบพบเหตุมาสดๆ ร้อนๆ อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีนี้ก็อยากจะพูดถึงในสองสามประเด็น ซึ่งมันจะไปเกี่ยวโยงถึงการทำงานองค์กรของม้งเราด้วย

หนึ่ง การพูดเหมารวมหรือการด่าแบบเหมาๆ ถือเป็นสิ่งที่ม้งเราได้พบเจอบ่อยอยู่แล้ว ในขณะที่เราพยายามตอบโต้กับสื่อหรือสังคมภายนอกเพื่อดีเฟนด์ตัวเองนั้น สังคมภายในเราเองยังมีพฤติกรรมเหมารวมกันเองอยู่ สิ่งที่ควรจะเป็นคือเราต้องลดพฤติกรรมการเหมารวม ด้วยการแยกแยะให้ได้ว่าสิ่งไหนคือเรื่องของตัวบุคคล และสิ่งไหนเป็นการกระทำของกลุ่ม ยกตัวอย่างเรื่องเหมาๆ ในสังคมเราก็อย่างเช่น ผู้ชายเลว พ่อเป็นยังไงลูกเป็นอย่างนั้น เป็นต้น

สอง เรื่องวุฒิภาวะของคนทำกิจกรรมเพื่อสังคม การใช้คำว่า “วุฒิภาวะ” อาจดูแรง แต่ก็เป็นคำที่ตรงที่สุดแล้ว เพราะว่าหากคุณรักที่จะทำงานเพื่อสังคม คุณควรต้องเท่าทันอารมณ์ของตัวเองให้ได้ระดับหนึ่ง เพราะมันจะช่วยให้เราแยกแยะได้ และไม่ใส่อารมณ์กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องนำเสนอเรื่องส่วนตัวที่ประสบพบเจอมา ก็ควรนำเสนอในแง่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะต้องไม่ลืมว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณมองดูคุณอยู่ แต่สำหรับกรณีนี้ผู้โพสต์ด่าผู้ชายอย่างโน้น ผู้ชายอย่างนี้ แต่ไม่ได้ระบุว่าเรื่องไหน รายละเอียดเป็นอย่างไร คนอื่นก็พลอย เออ ออ และด่าผสมโรงกันไปโดยไม่ต้องมีชื่อเรื่อง

สาม การจดจ่อกับเป้าหมายของกลุ่ม เพราะการจดจ่อกับสิ่งที่ทำนั้นจะทำให้เราตระหนักอยู่เสมอ ที่จะไม่กระทำสิ่งใดที่จะเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายหรือภาระกิจของกลุ่ม อย่างเช่นในกรณีนี้การด่าเหมารวมผู้ชายนั้นต้องไม่ลืมว่าภาระกิจของคุณหลายๆ อย่างจำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ชายด้วยเช่นกัน อีกทั้งพฤติกรรมย้อนแย้งอาจสร้างแรงเสียดทานขึ้นในสังคม ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมของกลุ่มในภายภาคหน้า

ในเรื่องของวุฒิภาวะนั้นไม่ใช่เฉพาะกรณีนี้ หากแต่เคยพบเห็นจากหลากหลายกลุ่มของม้งเรา โดยจะเห็นว่าบางคนเมื่อมีโอกาสเข้าร่วมกลุ่มก็มักให้ความเห็นส่วนตัวในนามของกลุ่มโดยพลการ หรือโพสต์เรื่องตัวเองลงบนพื้นที่ขององค์กรโดยเรื่องเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวโยงกับภาระกิจขององค์กรแต่อย่างใด

แม้ตัวผู้เขียนเองจะเป็นชายม้ง แต่ทั้งหมดที่เขียนไปไม่ได้เน้นเพื่อการปกป้องชายม้งแต่อย่างใด หากแต่เจตนาที่อยากเห็นคือการที่ม้งเราจะช่วยกันลดละหรือเลิกใช้ำคำพูดที่เหมารวม อย่างน้อยเวลาที่เราถูกเหมารวมจากสื่อและสังคมภายนอก เราจะได้ปกป้องตัวเองโดยไม่ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ที่สำคัญคือการไม่เหมารวมนั้นจะทำให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง

อย่างไรก็ตามแม้การเหมารวมจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่เราต้องไม่ลืมว่า “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง” นั่นหมายความว่าอีกด้านหนึ่งนั้น ความผิดพลาดของสมาชิกในกลุ่มอาจก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่กลุ่มได้ ฉะนั้นสมาชิกกลุ่มต้องระมัดระวังไม่ให้กลุ่มได้รับผลกระทบจากการกระทำของตนด้วยเช่นกัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *