การแบ่งเขาแบ่งเรา ในสังคมม้ง

สังคมม้งถือเป็นสังคมที่ไม่ใหญ่ (เล็ก) เราจึงสังเกตุอะไรต่อมิอะไรได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ หรือลักษณะนิสัยใจคอของคนในสังคม

ที่ผ่านมาเราหลายคนอาจมีความรู้สึกว่า ม้งเราเป็นผู้ถูกกระทำจากสังคมอื่น ม้งเราถูกตราหน้าในเรื่องไม่ดีไม่งาม แม้คนที่ทำสิ่งเหล่านั้นจะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นก็ตาม อย่างเช่น เรื่องของยาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า

ความรู้สึกที่โดนสังคมอื่นตีตราว่าไม่ดี จนนำไปสู่ความรู้สึกของการถูกแบ่งแยกทางเชื้อชาติ (ซึ่งเราอาจคิดไปเอง) ดังนั้นเราลองมาดูกันว่า เมื่อสังคมอื่นมองเราด้วยสายตาที่แบ่งแยก (ซึ่งเราอาจคิดไปเอง) แล้วทำให้ม้งเรารู้สึกแย่ บางคนก็แค่น้อยเนื้อต่ำใจ แต่บางคนก็ถึงกับรู้สึกอับอายไปเลย (ทำไม่ทำก็อายไว้ก่อน) แล้วถ้าเรามาแบ่งแยกกันเองล่ะ เรารู้สึกอะไรไหม ?

แล้วถ้าเรามาแบ่งแยกกันเองล่ะ … ประโยคนี้ไม่ใช่ประโยคสมมติ แต่ผมกำลังจะพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่จริงในสังคมม้งเรา ที่ว่าด้วยเรื่องการแบ่งแยก แล้วเราจะเห็นได้ว่าม้งเราเองยังรังเกียจกันเอง และไม่ใช่การรังเกียจ แบ่งแยกแบบธรรมดา หากแต่เป็นการแบ่งแยกแบบลุ่มลึก จนถึงหน่วยย่อยสุดของสังคมเลยก็ว่าได้

ม้งในไทยถูกแบ่งไว้หลักๆ คือ ม้งขาว และม้งเขียว (ม้งน้ำเงินไม่รู้มาจากไหน) การถูกแบ่งเช่นนี้เป็นเพราะความต่างในเรื่องของ ภาษา และการแต่งกาย (กายภาพนั่นเอง) สำหรับในส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ พิธีกรรมทางศาสนา ทุกอย่างแทบจะเหมือนกัน เหมือนไม่เหมือนก็ลองสังเกตุหมอผี …คนเดียวกัน

เนื่องจากความต่างทางกายภาพบางอย่าง จึงทำให้ม้งเราถูกแบ่งออกเป็นม้งขาว และม้งเขียว แต่ความต่างตรงนี้ไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ ม้งเรายังพยายามขุดคุ้ยหาความต่างต่อไป จนนำไปสู่การแบ่งว่าเธอเลว ฉันดี ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเราทุกคนต่างไม่เข้าใจ ถึงการอยู่ร่วมบนความแตกต่าง และนี่อาจเป็นสาเหตุหลักที่ว่า ชุมชนหรือหมู่บ้านม้งมักมีการแยกโซน หรือหมู่บ้าน ระหว่างม้งขาวกับม้งเขียว ยากมากที่จะเห็นม้งทั้งสองกลุ่มอยู่ผสมปนเปกัน

หลังจากที่มีการแบ่งแยกจนได้ฝ่ายดี กับฝ่ายไม่ดีแล้ว (ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองดี) ก็มาถึงการคัดกรองอันดับต่อไป เพื่อให้ตัวเองเป็นคนที่ดีกว่านั้น โดยการเปรียบเทียบภายในกลุ่มแซ่ แซ่ท้าว แซ่โซ้ง แซ่ลี แซ่เฮ้อ แซ่ย่าง แซ่ม้า แซ่หาญ ฯลฯ

เรื่องการแบ่งแยกกลุ่มแซ่นั้น จะเห็นได้ชัดเจนในโอกาสที่ต้องสรรหาผู้นำชุมชน หลักการเลือกผู้นำโดยทั่วไปก็จะเลือกจากแซ่เดียวกันก่อน (คนไม่ดี ถึงแซ่เดียวกันเค้าก็อาจไม่เลือก) โดยอาจมีการปรึกษากันในหมู่ผู้หลักผู้ใหญ่ของแซ่นั้นๆ เพื่อเสนอชื่อผู้ที่เห็นว่าเหมาะสม จากนั้นก็เป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจกับทุกคนในแซ่นั้น เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด โดยหวังว่าหากคนในแซ่เดียวกันได้เป็นผู้นำ ทุกคนก็จะพลอยได้หน้าได้ตาไปด้วย ที่สำคัญคือความเข้าใจที่ว่า จะสามารถเรียกใช้คนของตนได้สะดวก

หลังจากการแบ่งแยกหน่วยใหญ่ คือม้งขาว ม้งเขียว และการแบ่งแซ่ ก็ยังมีการแบ่งย่อยในกลุ่มญาติพี่น้อง กล่าวคือถึงจะแซ่เดียวกัน แต่หากไม่ได้มาจากปู่ หรือปู่ทวดเดียวกัน ก็จะมีการแบ่งแยกย่อยไปอีก โดยลูกหลานก็จะแบ่งกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ตามแต่สาขาว่ามาจากปู่ หรือปู่ทวดท่านไหน

ซึ่งการแบ่งแยกอย่างหลังนี้ เริ่มเห็นเด่นชัดในยุคนี้ เมื่ออำนาจบริหารจากส่วนกลางถูกแบ่งมาให้กับส่วนท้องถิ่น หรือ อบต. โดยสังเกตุจากการแข่งขันทางการเมือง ในหมู่เครือญาติเดียวกัน จนนำไปสู่การหมางใจกันในที่สุด

ตั้งแต่แรกเกิด ม้งเราก็ถูกแบ่งเป็นม้งขาว ม้งเขียว แซ่ท้าว แซ่โซ้ง แซ่ลี ฯลฯ แต่การแบ่งตรงนี้มันก็แค่การแบ่งในเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่การแบ่งแยก หากแต่อาจเป็นด้วยความธรรมดาสามัญของคน ที่จะมีอคติ ซึ่งเป็นที่มาของความใจแคบ ความอิจฉาริษยา รวมไปถึงความละโมบโลภมาก จนนำไปสู่การแบ่งแยกอย่างเบ็ดเสร็จในที่สุด

ก็หวังเพียงว่าม้งรุ่นใหม่จะเท่าทันความเป็น มายา ในสังคมม้ง และร่วมกันเสริมสร้างความสามัคคีในสังคมม้งต่อไป