ขอบเขตการจีบสาวยามค่ำคืน

สืบเนื่องจากความเห็นของ พี่ธงชัย เปาอินทร์ จากบทความเรื่อง “หนุ่มม้ง กับพฤติกรรมจีบสาว ยามค่ำคืน” ผมจึงขอยกมาตอบเป็นเรื่องใหม่ เผื่อว่าพี่ๆ เพื่อนๆ จะได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน

ก่อนอื่นผมต้องขอทำความเข้าใจเล็กน้อย ก่อนที่เราจะเริ่มแสดงความคิดเห็นกัน จากความแตกต่างในแง่ของพื้นที่ และพัฒนาการของชุมชนม้งเรา จึงอาจส่งผลให้ประสบการณ์ หรือสิ่งที่เราพบเจอนั้นต่างกัน ฉะนั้นผมจึงอยากให้พี่ๆ เพื่อนๆ ร่วมแสดงความเห็นตามประสบการณ์ที่พบเจอในชุมชนของตน เพื่อมุมมองที่กว้างขึ้น ทั้งต่อตัวผมเอง และสังคมภายนอก ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

“ผมเคยอยู่ทางภาคเหนือ ทำงานป่าไม้ รู้จักม้ง เย้า อีก้อ ฯลฯ ผมกลับบ้านที่กรุงเทพเล่าให้เตี่ย(พ่อ)ฟังว่าไปเจอชาวแม้วที่ลำปาง บนดอย เตี่ยผมบอกว่า ไม่ใช่แม้ว คนกลุ่มนี้เป็นม้งโกล (พ.ศ.2516)พ่อผมเรียนหนังสือจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ผมรู้จักเพียงว่านี่ชนเผ่าม้ง เย้า แต่ไม่ได้ลงลึก จนถึงวันนี้ ผมกลายสภาพมาเป็นคนเขียนหนังสือ และเป็นเจ้าของwww. อยากเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับ วัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะ วิถีชีวิตการกินอยู่ การทำงาน การแต่งงาน การจีบสาว แต่อ่านของคุณแล้วผมยังไม่รู้เลยว่า การไปจีบสาวตอนกลางคืนนั้น เขามีขอบเขตแค่ไหน ทำได้ แค่ไหนมากไป พ่อแม่สาวจะต้องทำอย่างไร นิ่ง หรือห้าม ซึ่งของไทยก็อีกอย่างหนึ่ง

อย่างเช่นที่ภาคเหนือก็มีการแอ่วสาว ซึ่งสวยงามมาก อีสาน(ผมก็เคยไปอยู่และไปเล่น)ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ตอบผมสักนิดนะครับ ลงลึกเลย ผมอยากสื่อด้วยเรื่องราวที่เป็นจริง เพื่อให้เป็นข้อมูลที่อาจจะมีนักเรียน นิสิต คนทั่วไปได้รับรู้ข้อเท็จจริง สมัยอยู่ จ.น่านผมเคยอพยพม้งจากบนดอย(เด็ก)มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนที่ผมสร้างยกให้ ราชการ เด็กม้งชกกันเอง แต่กับเด็กไทยในหมู่บ้านกลับไม่เคยทะเลาะกันเลย น่ารักมาก” ธงชัย เปาอินทร์

ขอบคุณ พี่ธงชัย เปาอินทร์ (ขออนุญาติเรียกพี่นะครับ) ทั้งเรื่องในอดีต ที่พี่เคยมีพระคุณกับคนม้ง และเรื่องที่พี่ได้ให้ความสนใจกับบทความ “หนุ่มม้ง กับพฤติกรรมจีบสาว ยามค่ำคืน” ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด พี่ธงชัย เขียนประจำอยู่ คอลัมน์ ต้นไม้ยา ของ นสพ.มติชน ใช่มั๊ยครับ (เนื่องจากคุ้นๆ ชื่อพี่ ผมเลยลองค้นดูครับ)

สำหรับเรื่องขอบเขต ที่สามารถกระทำได้ ในการจีบสาวตอนกลางคืนของคนม้งนั้น มีตั้งแต่การแอบเข้าไปในบ้านของฝ่ายสาว การพูดคุยกันผ่านฝาบ้าน และการออกมาคุยกันนอกบ้าน

เนื่องจากชุมชนม้ง (หมู่บ้าน ตำบล) แต่ละแห่งมีความแตกต่างกันด้านการพัฒนาการ ฉะนั้นขอบเขตด้านพฤติกรรมจึงแตกต่างกันไป ชุมชนม้งในถิ่นทุรกันดาร หนุ่มม้งอาจจะยังสามารถแอบเข้าไปในบ้านสาวยามดึกดื่นได้ ซึ่งการแอบนี้หมายถึง การกระทำโดยพยายามไม่ใ้ห้พ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ตัว และแน่นอนว่าสิ่งที่พอทำได้ เมื่อฝ่ายชายแอบเข้าไปได้แล้ว นั่นคือการได้อยู่ใกล้ชิดกันเท่านั้น (แต่หากพ่อแม่ฝ่ายสาวไม่อยู่ ก็อาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) ทั้งนี้เนื่องจากตัวบ้านส่วนใหญ่ยังกั้นด้วยไม้แผ่น หรือไม้ไผ่ (แน่นอนว่าไม่มีฝ้าเพดาน) ซึ่งไม่ได้มิดชิดพอที่จะสามารถส่งเสียง แม้แต่แค่การกระซิบกระซาบ

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากพ่อแม่ของฝ่ายสาวจับได้ ก็อาจจะถูกจับแต่ง หรือไม่ก็แค่ปรับสินไหม

สำหรับกรณีการคุยกันผ่านฝาบ้านนั้น ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ในระยะเริ่มแรกของการทำความรู้จัก ซึ่งแน่นอนว่าพ่อแม่ฝ่ายสาวจะไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว นอกจากว่าถ้าต้องมีภาระกิจในวันรุ่งขึ้น แม่ฝ่ายสาวอาจจะไม่ให้คุยกันจนดึกเกินไป

การคุยกันผ่านฝาบ้านนี้ หากชายหนุ่มคารมดีพอ และสาวเจ้าชอบพอด้วย ต่อไปฝ่ายสาวอาจจะยอมออกมานั่งคุยด้วยนอกบ้าน หรืออย่างน้อยก็ที่ประตู แต่หากฝ่ายสาวไม่ได้ชอบพอ ฝ่ายชายก็จะเป็นจิ้งจกประจำฝาบ้านนั้นต่อไป จนกว่าฝ่ายชายจะถอดใจ และจากไปเอง

กรณีที่หนุ่มสาวรู้จักกันอยู่แล้ว หรือเริ่มมีความคุ้นเคยกัน ฝ่ายสาวก็อาจจะยอมออกมาคุยด้วยนอกบ้าน ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่จะว่าอะไรหรือไม่ ซึ่งโดยปกติพ่อแม่ก็จะไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะต้องพูดคุยกันอยู่บริเวณบ้าน และไม่ออกไปนาน หากออกไปนานเกิน ผู้เป็นแม่อาจต้องได้เรียกให้ลูกสาวกลับเข้าบ้าน

อย่างที่ผมได้เกริ่นมาข้างต้น เนื่องด้วยสังคมม้งมีความแตกต่างในด้านการพัฒนาการ (เหลื่อมล้ำค่อนข้างมาก) ฉะนั้นสิ่งที่ผมได้อธิบายไป ปัจจุบันบางพฤติกรรมไม่มีแล้วในบางชุมชน อย่างเช่นเรื่องการแอบเข้าบ้าน แต่สำหรับการจีบสาวยามค่ำคืนนั้น ยังพบได้ในชุมชนม้งเกือบทุกพื้นที่ เพียงแต่จะมากน้อย หรือมีความแตกต่างด้านพฤติกรรมแค่ไหน เท่านั้นเอง

อาจด้วยพฤติกรรมการจีบสาวในลักษณะนี้ จึงเป็นสาเหตุ และที่มาของการแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยของคนม้งนั่นเอง