ขอบเขตการจีบสาวยามค่ำคืน

สืบเนื่องจากความเห็นของ พี่ธงชัย เปาอินทร์ จากบทความเรื่อง “หนุ่มม้ง กับพฤติกรรมจีบสาว ยามค่ำคืน” ผมจึงขอยกมาตอบเป็นเรื่องใหม่ เผื่อว่าพี่ๆ เพื่อนๆ จะได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน

ก่อนอื่นผมต้องขอทำความเข้าใจเล็กน้อย ก่อนที่เราจะเริ่มแสดงความคิดเห็นกัน จากความแตกต่างในแง่ของพื้นที่ และพัฒนาการของชุมชนม้งเรา จึงอาจส่งผลให้ประสบการณ์ หรือสิ่งที่เราพบเจอนั้นต่างกัน ฉะนั้นผมจึงอยากให้พี่ๆ เพื่อนๆ ร่วมแสดงความเห็นตามประสบการณ์ที่พบเจอในชุมชนของตน เพื่อมุมมองที่กว้างขึ้น ทั้งต่อตัวผมเอง และสังคมภายนอก ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

“ผมเคยอยู่ทางภาคเหนือ ทำงานป่าไม้ รู้จักม้ง เย้า อีก้อ ฯลฯ ผมกลับบ้านที่กรุงเทพเล่าให้เตี่ย(พ่อ)ฟังว่าไปเจอชาวแม้วที่ลำปาง บนดอย เตี่ยผมบอกว่า ไม่ใช่แม้ว คนกลุ่มนี้เป็นม้งโกล (พ.ศ.2516)พ่อผมเรียนหนังสือจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ผมรู้จักเพียงว่านี่ชนเผ่าม้ง เย้า แต่ไม่ได้ลงลึก จนถึงวันนี้ ผมกลายสภาพมาเป็นคนเขียนหนังสือ และเป็นเจ้าของwww. อยากเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับ วัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะ วิถีชีวิตการกินอยู่ การทำงาน การแต่งงาน การจีบสาว แต่อ่านของคุณแล้วผมยังไม่รู้เลยว่า การไปจีบสาวตอนกลางคืนนั้น เขามีขอบเขตแค่ไหน ทำได้ แค่ไหนมากไป พ่อแม่สาวจะต้องทำอย่างไร นิ่ง หรือห้าม ซึ่งของไทยก็อีกอย่างหนึ่ง

อย่างเช่นที่ภาคเหนือก็มีการแอ่วสาว ซึ่งสวยงามมาก อีสาน(ผมก็เคยไปอยู่และไปเล่น)ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ตอบผมสักนิดนะครับ ลงลึกเลย ผมอยากสื่อด้วยเรื่องราวที่เป็นจริง เพื่อให้เป็นข้อมูลที่อาจจะมีนักเรียน นิสิต คนทั่วไปได้รับรู้ข้อเท็จจริง สมัยอยู่ จ.น่านผมเคยอพยพม้งจากบนดอย(เด็ก)มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนที่ผมสร้างยกให้ ราชการ เด็กม้งชกกันเอง แต่กับเด็กไทยในหมู่บ้านกลับไม่เคยทะเลาะกันเลย น่ารักมาก” ธงชัย เปาอินทร์

ขอบคุณ พี่ธงชัย เปาอินทร์ (ขออนุญาติเรียกพี่นะครับ) ทั้งเรื่องในอดีต ที่พี่เคยมีพระคุณกับคนม้ง และเรื่องที่พี่ได้ให้ความสนใจกับบทความ “หนุ่มม้ง กับพฤติกรรมจีบสาว ยามค่ำคืน” ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด พี่ธงชัย เขียนประจำอยู่ คอลัมน์ ต้นไม้ยา ของ นสพ.มติชน ใช่มั๊ยครับ (เนื่องจากคุ้นๆ ชื่อพี่ ผมเลยลองค้นดูครับ)

สำหรับเรื่องขอบเขต ที่สามารถกระทำได้ ในการจีบสาวตอนกลางคืนของคนม้งนั้น มีตั้งแต่การแอบเข้าไปในบ้านของฝ่ายสาว การพูดคุยกันผ่านฝาบ้าน และการออกมาคุยกันนอกบ้าน

เนื่องจากชุมชนม้ง (หมู่บ้าน ตำบล) แต่ละแห่งมีความแตกต่างกันด้านการพัฒนาการ ฉะนั้นขอบเขตด้านพฤติกรรมจึงแตกต่างกันไป ชุมชนม้งในถิ่นทุรกันดาร หนุ่มม้งอาจจะยังสามารถแอบเข้าไปในบ้านสาวยามดึกดื่นได้ ซึ่งการแอบนี้หมายถึง การกระทำโดยพยายามไม่ใ้ห้พ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ตัว และแน่นอนว่าสิ่งที่พอทำได้ เมื่อฝ่ายชายแอบเข้าไปได้แล้ว นั่นคือการได้อยู่ใกล้ชิดกันเท่านั้น (แต่หากพ่อแม่ฝ่ายสาวไม่อยู่ ก็อาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) ทั้งนี้เนื่องจากตัวบ้านส่วนใหญ่ยังกั้นด้วยไม้แผ่น หรือไม้ไผ่ (แน่นอนว่าไม่มีฝ้าเพดาน) ซึ่งไม่ได้มิดชิดพอที่จะสามารถส่งเสียง แม้แต่แค่การกระซิบกระซาบ

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากพ่อแม่ของฝ่ายสาวจับได้ ก็อาจจะถูกจับแต่ง หรือไม่ก็แค่ปรับสินไหม

สำหรับกรณีการคุยกันผ่านฝาบ้านนั้น ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ในระยะเริ่มแรกของการทำความรู้จัก ซึ่งแน่นอนว่าพ่อแม่ฝ่ายสาวจะไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว นอกจากว่าถ้าต้องมีภาระกิจในวันรุ่งขึ้น แม่ฝ่ายสาวอาจจะไม่ให้คุยกันจนดึกเกินไป

การคุยกันผ่านฝาบ้านนี้ หากชายหนุ่มคารมดีพอ และสาวเจ้าชอบพอด้วย ต่อไปฝ่ายสาวอาจจะยอมออกมานั่งคุยด้วยนอกบ้าน หรืออย่างน้อยก็ที่ประตู แต่หากฝ่ายสาวไม่ได้ชอบพอ ฝ่ายชายก็จะเป็นจิ้งจกประจำฝาบ้านนั้นต่อไป จนกว่าฝ่ายชายจะถอดใจ และจากไปเอง

กรณีที่หนุ่มสาวรู้จักกันอยู่แล้ว หรือเริ่มมีความคุ้นเคยกัน ฝ่ายสาวก็อาจจะยอมออกมาคุยด้วยนอกบ้าน ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่จะว่าอะไรหรือไม่ ซึ่งโดยปกติพ่อแม่ก็จะไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะต้องพูดคุยกันอยู่บริเวณบ้าน และไม่ออกไปนาน หากออกไปนานเกิน ผู้เป็นแม่อาจต้องได้เรียกให้ลูกสาวกลับเข้าบ้าน

อย่างที่ผมได้เกริ่นมาข้างต้น เนื่องด้วยสังคมม้งมีความแตกต่างในด้านการพัฒนาการ (เหลื่อมล้ำค่อนข้างมาก) ฉะนั้นสิ่งที่ผมได้อธิบายไป ปัจจุบันบางพฤติกรรมไม่มีแล้วในบางชุมชน อย่างเช่นเรื่องการแอบเข้าบ้าน แต่สำหรับการจีบสาวยามค่ำคืนนั้น ยังพบได้ในชุมชนม้งเกือบทุกพื้นที่ เพียงแต่จะมากน้อย หรือมีความแตกต่างด้านพฤติกรรมแค่ไหน เท่านั้นเอง

อาจด้วยพฤติกรรมการจีบสาวในลักษณะนี้ จึงเป็นสาเหตุ และที่มาของการแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยของคนม้งนั่นเอง

16 Comments

  1. Rain

    เออ…ที่บ้านมีอยู่นะ สาวๆหนุ่มๆที่ไม่รู้จักกันยังคงต้องใช้ตัวช่วยนั่นคืือผนังบ้านเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร หนุ่มที่รู้จักสาวแล้ว และมาทุกคืน อันนี้ไม่ต้องผ่านด่านไม้แล้ว
    สำหรับสาวที่รวยๆบ้านเป็นปูน อันนี้หนุ่มๆไม่สามารถมองเห็นความขยันของสาวๆได้หรอกจ้า

    ดิฉันคิดว่า…การจีบสาวในยามค่ำคืนนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่จีบๆแล้วก้ไป
    แต่คิดว่าแน่นอนว่าฝ่ายชายคงต้องมาดูพฤติกรรมของฝ่ายหญิงกับครอบครัวของเขาด้วย
    ซึ่งการเที่ยวค่ำคืนจะกลายเป็นสิ่งที่ดีก็ได้ เพราะฝ่ายชายสามารถที่จะไปดูว่าฝ่ายหญิงเขาขยันทำงานไหม ปักผ้ากลางคืนไหม กิริยาการพูดกับสมาชิกครอบครัวเป็นอย่างไร หรือนนอนกลน กร๊อกๆๆๆอยู่

    สังคมม้งที่เหลือมล้ำอย่างที่คุณได้แสดงความคิดไป คุณหมายถึงภาพรวมหรอ? เลยไม่แน่ใจที่คุณกำลังสื่อ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงเพราะว่าเพราะสังคมเราเหลือมล้ำในการพัฒนา เลยทำให้มีการจีบสาวกลางคืนหลงเหลืออยู่ในโลก…….ดิฉันจึงคิดว่าสังคมม้งมีดีและไม่ดี แต่ไม่ได้เหลือมล้ำ การจีบสาวยก็ดีก็ไม่ได้เหลือมล้ำนะ ถ้าหากเรามองหลายๆด้าน….คิดเสียอีกว่าเป็นยุทธวิธีในการเรียนรู้คนทั้งในด้านมืดและสว่างที่ไม่เหมือนใคร…เราจะไม่เห็นอะไรเลย หากใช้ตัวตัดสินเพียงตัวเดียว ไม่มีที่มืด เราจะรู้ได้ไงว่ามีแสงสว่าง ไม่มีแสงสว่าง เราจะรู้ได้ไงว่ามันมืด…เคยพาญาติๆผู้ชายไปจีบเพื่อนเราเหมือนกัน…ไปแอบไปส่องดูว่าหญิงเค้าทำอะไรก่อน ทำงานหรอ…ไฟก็ดับ..ไม่รู้นอนห้องไหน..เลยพาไปหาเพื่อนอีกคน..คนแล้วคนเล่าก็ไม่ได้อ่ะ เพราะบางคนกำลังคุยกับหนุ่มเค้าอยู่แล้ว…บางคนก็ไม่ยอมตอบ..เซงมากเลย!!!

    เลยรอยามดีของอีกวันหนึ่ง….พอดีเราไปยังไม่ดึกนัก ย่องๆมองๆเค้ากำลังปักผ้าอยู่..เราก็เลยคิดเรียก..พอออกมา..เราก็บอกให้เค้าช่วยคุยกับพี่ชายญาติเรา เด็กสาวนี้เมื่อปักผ้าไม่ได้..แกก็เลยเอาข้าวโพดที่ยังไม่ปรือ(ขอทับศัพท์นะ ไม่รู้คำไทยเค้าว่าไง สี?) แกก็เอามานอกบ้านแล้วทำไปด้วยคุยไปด้วย พวกเราก็ช่วยจนเสร็จ….วันหลังพี่ชายไ่ม่ให้ไป..แกไปเองได้..เราเลยไม่รู้ว่าแกจีบสาวยังไง จีบไม่ติด บ่าวอื่นไปขอแต่งกับสาวนี้เสียก่อนแล้ว น่าเสียดาย

    อีกครั้งหนึ่ง….หนุ่มจีบเรา อิอิ..ฉันปกติตื่นสายกว่าแม่…และแล้วพอดีวันนั้นเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้…เราตื่นเองตามเวลาตื่นของแม่นะ…ก่อไฟเสร็จ แต่ข้าวยังไม่หุง เพราะน้ำหมดพอดี(เพราะก่อนนอนลืมไปตวงน้ำไว้…เห็นไหมกุลสตรีอะไรลืมงาน)เลยต้องไปตักน้ำนอกบ้าน ทีนี้ก็อกน้ำเราก็อยู่นอกบ้าน กลัวๆผีอยู่นะ บ้านอื่นก็มีแสงไฟอยู่บ้าง ออกไปป้าบ เกิดไรขึ้น เสียงดังปุบๆๆๆๆวิ่งออกไปด้านหลังบ้านเลย…ฉันก็กลัวมากๆ….คิดว่าเป็นโจรขโมยเสียอีก

    อีกวันเราไม่ขอตื่นก่อนนะแม่….ไว้ตื่นหลังแม่ดีกว่า แบบใกล้สว่างๆแล้วค่อยตื่นอ่ะ
    วันนั้นก็เลยตื่นสายกว่าแม่ตามนิสัยของตัวเอง….ก็มาย่องๆมองๆว่ามีโจรที่เราคิดนั้นอยู่หรือเปล่า
    สรุปคือ…อยู่อีกแล้ว….

    และพวกนั้นก็เป็นลูกชายของผู้ใหญ่บางคน …..ฉันจึงรู้ตัวเลยว่า..พวกนั้นรู้ว่าฉันไม่ขยันหมด
    แล้วววววววว…..ทีนี้วันหลังๆต่อมา…เลยบอกแม่ว่าต่อไปแม่ไม่ต้องตื่นนะ ให้หนูตื่นละกัน…แม่งง

    แต่แล้วนิสัยฉันก็ไม่ใช่นิสัยฉันอ่ะนะ…ภายหลังรู้ว่าหนุ่มๆไม่มาแล้ว…ก็ตื่นสายเหมือนเดิม อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ

    กำลังจะขี้ให้เห็นว่า…การจีบสาวของคนม้งผู้รู้ถึงการเลือกกุลสตรีไม่ได้มาเพียงแค่พูดคุย แต่ยังมาแอบดูพฤติกรรมของหญิงด้วย…ซึ่งคิดว่าคงไม่มีมากให้เห็นแล้วในรูปแบบแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็มีแบบที่เที่ยวเกี้ยวพาราสีเพื่อสนุกอย่างเดียว…ถึงกับในบางรายก็อาจถึงขั้นมีอะไรกันในบ้าน นอกบ้านด้วย…ได้ยินเรื่องเล่ามากันอย่างนั้นนะ..

    ฉันเชื่อว่าหากเรารู้จักคุย รู้จักจีบ รู้จักการถนอมตัวเอง คิดว่าการจีบสาวของหนุ่มในกลางคืนจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากไม่น้อย เหมือนการเสี่ยงทายเลยว่าม่ะ เพราะรักนะ ถึงมาหาแม้จะดึกค่ำเพียงใด….
    เพราะไม่รักอ่ะนะ ถึงเรียกเท่าไหร่ ก็ไม่ออกมาสักที

    เลยคิดว่าการจีบสาวของคนม้งในยามวิกาลอ่ะนะมีทั้งได้ดีและไม่ดี แล้วแต่เราจะมองในแง่มุมไหนใช่หรือเปล่าน้อ….คิดไปเอง อิอิ

  2. *โป๊ยเซียน*

    ขอบคุณคุณแรน คนสวย….พูดได้ดีพุดจนพี่คนนี้เห้นภาพสวยๆของการจีบสาวๆแบบม้งๆได้ชัดแจ๋วมากมาย อ่านเคลิ้มเลยคับ ขอรับ…ผมก้เห็นด้วยกะEdiTor บรรยายสรรพคุณและวิถีวชีวิตการจีบสาวยามค่ำคืนของพี่น้องม้งได้ดี ถูกต้องแร้วคับ ไม่ปฎิเสธในฐานะผมก้อหนุ่มม้งอีกคนหนึ่ง

    แม้ทุวันนี้โลกเราจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย แต่วิถีชีวิตหรือขนบธรรมเนียมของคนบางกลุ่มก้อยังคงไว้ซึ่งภูมิปัญญาของความสวยงาม แม้บางคนที่ไม่ใช่ม้งหรือไม่ได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบนี้ก็อาจจะมีความคิดต่าง และมองต่างมุมบ้างก็คงไม่แปลก เพราะเค้าไม่ใช่เรา จึงไม่เข้าใจเข้าถึง ว่าม้งเราต้องมีวิถีชีวิตอย่างนี้ด้วยหรือ ? แต่ถ้ายอมเปิดใจกว้างอีกนิด ยอมที่จะเรียนรู้ในด้านที่ดี ที่ถูกก็จะรู้ว่าวิถีชีวิตการจีบสาวในค่ำคืนของม้งนั้น มันยังมีอะไรอีกหลายอย่างดั่งที่น้องแรนได้พูดไว้แร้ว ไม่ว่าหนุ่มๆม้งจะไปแอบดูการกระทำตัวของสาวๆในช่วงนั้นๆ หรือสังเกตพฤติกรรมต่างๆของคนที่เรารัก แม้สิ่งเหล่านี้จะเปงวิถีชีวิตในอดีต แต่ ถ้าเอามันมาเทียบกะปัจจุบันก็คงไม่ต่างกันสักเท้าไร เพราะทุวันนี้แม้จะอยู่ในยุคของโลกศิวิไลน์ ความเจริญเข้าไปถึงทุวิถีชีวิต แต่อย่างน้อยๆคุณๆหรือ ท้านๆก้อยังต้องหาวิธีไปดูไปเลือกสาวๆดังกล่าวว่า…แต่มันต่างกันวิธีการเท่านั้น

    วิถีและพฤติกรรมชีวิตในอดีตและอาจยังมีในปัจจุบันด้วย มันอาจไม่ใช่ว่าเปงสิ่งที่เลวร้ายสักทุกอย่างเพียงแต่ว่า เราและคนอื่นพร้อมจะเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ และศึกษาให้เข้าใจก่อนนำไปสู่ภายนอกแบบผิดๆ เพียงแค่ได้ยินมาปากต่อปากไม่ได้คัดกรอนให้ถูกต้อง ก็เอออ๋อไปตามที่ได้ยินมาสักทุอย่าง นั้นคือภาพลักษณ์ที่ผิดๆ เพราะพวกเค้าไม่ใช่พวกเรา จึงเข้าไม่ถึง ไม่เข้าจั่ย….ต่างหาก ?

    ทุกอย่างในโลกนี้มีทั้งด้านดีและด้านลบ และสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ การจีบสาวของพี่น้องม้งในยามการค่ำการคืนก้อทำได้แต่ต้องค่อยเปงค่อยไปตามโลก….

    การใช้ชีวิตในยามค่ำคืนผมก็เคย…! และยังเปงสิ่งที่ท้าทายมากมายกะลูกผู้ชายม้ง แม้แต่กุลสตรีม้งก้อคิดไม่ต่างกัน เพราะผู้หยิงก็คือผู้หยิงโอกาศที่จะเปงฝ่ายรุกนั้นมันมีน้อยกว่าผู้ชาย ดังนั้นผู้หยิงจะเคยรอดูว่าถ้าชายใดรักจิงหวังแต่ง ก้อต้องมีความอดทนเพียงพอที่จะมาเปงตู๊กแกฝาบ้านประจำ และก้อนานเพียงพอที่ฝ่ายหญิงจะยอมรับได้ ว่าคนนี้แร่ใช่ เพราะเค้ามีความอดทนเพียงพอกะเรา ดังนั้นอณาคตถ้าฝ่ายผู้หญิงฝากชีวิตให้ดูแลคงจะไม่แห้ว นี้ก็อาจเปงการพิสุจน์รักแต้ๆด้วย…เช่นกาน

    จาก “โป๊ยเซีน”

  3. EdiTor (Post author)

    คุณ เรน เรื่องความเหลื่อมล้ำ หรือความแตกต่างในสังคมม้ง ผมหมายถึงความแตกต่างด้านพัฒนาการ ตั้งแต่ด้านการศึกษา อาชีพ หน้าที่การงาน ฯลฯ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่านิยม และความคิดความอ่านที่แตกต่างกันครับ

    ขอบคุณ คุณเรน สำหรับการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวครับ ผมเองก็เคยให้เพื่อนผู้หญิงพาไปจีบสาวเหมือนกัน ก็ยังจำบรรยากาศดีๆ เหล่านั้นไว้เสมอ และมันเป็นอะไรที่น่าเสียดายแทนน้องๆ รุ่นหลัง ที่ไม่ได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นเหมือนรุ่นเราๆ แม้ปัจจุบันยังคงมีการจีบสาวยามค่ำคืน แต่บรรยากาศต่างๆ ได้เปลี่ยนไปแล้ว

    อีกประการหนึ่ง ที่ต้องขอขอบคุณ คุณเรน ก็คือเจตนาหลักอย่างหนึ่ง ของการจีบสาวยามค่ำคืน (และช่วงเช้ามืด) ก็เพื่อสังเกตุพฤติกรรมของฝ่ายหญิง ว่าขยัน ขี้เกียจ ตื่นเช้า ตื่นสาย หรือไม่ เพื่อเป็นการตัดสินใจที่จะจริงจัง หรือลดความจริงจังลงไป

    สำหรับเรื่องนี้เคยมีกรณีให้พบเห็นมาแล้ว อย่างเช่นชายหนุ่มตั้งใจจีบน้องสาว ซึ่งหน้าตาดีกว่าผู้เป็นพี่สาว แต่สุดท้ายชายหนุ่มต้องเลือกแต่งกับผู้เป็นพี่สาว เพราะพี่สาวขยันมากกว่า .. พอพูดถึงตรงนี้ คุณเรน อาจจำเป็นต้องตื่นเร็วกว่าก่อน หากว่ามีพี่สาว หรือน้องสาว :-)

    คุณโป๊ยเซียน ผมเองก็เป็นหนุ่มม้งคนหนึ่ง ที่มีประสบการณ์ยามค่ำคืนไม่แพ้ใคร แม้แต่ดึกดื่นเที่ยงคืน ตีหนึ่งตีสอง (ฝนตกด้วย) ก็เคยซิ่งแมงกะไซต์ขึ้นดอยเป็นชั่วโมง เพื่อไปหาสาวน้อยผู้เป็นที่รักมาแล้ว (อันนี้ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน) :-) .. ฉะนั้นความเหมาะสมของเรื่องนี้ จึงขึ้นอยู่กับสังคม หรือชุมชนม้งในแต่ละพื้นที่ ว่าจะให้การยอมรับมากน้อยแค่ไหน

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของทั้งสองท่านครับ

  4. Rain

    ขอบคุณนะ…สำหรับคำอธิบายเพิ่มเติมความเหลือมล้ำ

    อ่านดูแล้วชักจะมีรอยยิ้มนิดๆ เมื่อได้รู้ว่าพวกคุณเองก็มีความประืัทับบใจในการไปอัวลัวNruag
    แม้เวลาจะล่วงกันมาแล้ว อิอิ

    ส่วนที่คุณ editor เอ่ยถึง…มีพี่สาวและน้องสาวอยู่แล้ว แต่เราก็ยังเสมอต้นเสมอปลายกับการตื่นสายของเรา หลังจากพี่สาวเลยได้เข้างานวิวาห์ไปแล้ว น้องสาวตัวเล็กอยู่ เราเลยต้องทำใจตื่นเช้า…เลยคิดว่าไม่นานคงได้สักคนอ่ะ จริงไหมล่ะ?

    กิกิ(-_-)

  5. ป.เข็กน้อย

    ผมว่า เลิกประเพณี “จีบสาวยามวิกาล” ซะทีเุถอะครับ ผมทนคำดูถูกเหยียบหยามจากคนอื่นเต็มกลั้นแล้วครับ…

  6. ม้งเหมือนก๊าน

    ขอบคุณนะสำหรับคำอธิบาย
    เราเรียนรู้ได้มากเลยล่ะ

  7. dej ntwg mus

    เมื่อโลกเปลี่ยน วัฒนธรรมต้องปรับ และศึกษาแต่ข้อมูลที่ดีดีก็พอ

  8. หนอนรักผู้เดียวดาย

    เพราะ เราเป็นม้ง สิ่งที่เป็นไปคือความเป็นม้งของเรา ถ้าหากเราเปลี่ยนแปลง จากสิ่งที่เล็กๆเหล่านี้ สุดท้ายความเป็นม้งก็คงที่จะไม่เหลือ หรือม้งคงจะสูญหายไปอย่างถาวร

  9. povlas

    การจีบสาวยามค่ำคืน ผมว่าไม่ใช่เฉพาะคนม้งเท่านั้นที่ปฏิบัติกัน คนไทย หรือคนอื่น ก็ปฏิบัติกัน ไม่เชื่อเพื่อนๆ ลองไปตามชนบทสิครับ เค้าก็มีมานั่งคุยกัน จีบกันยามค่ำคืน แต่ถ้าในเมืองก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง ดังนั้นอยู่ที่ว่าเราจะมีขอบเขตในการปฏิบัติอย่างไรให้ดูเหมาะสม และปรับเปลี่ยนบางอย่างเล็กๆ น้อยๆ ให้ดูดีขึ้น

  10. suav

    ฟังเล่าไปเล่ามา
    คิดถึงตอนหนุ่มๆจัง

  11. คนที่รักมาก

    เรื่องนี้คงมีอยู่นะค่ะ

  12. ม้งขอรับ

    เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะ สงสารก็แต่ผู้แก่ผู้เฒ่าม้งเรา ไปบ้านม้งไหนๆก็เห็นผู้เฒ่าผู้แก่เฝ้าบ้าน เฮ่อ

  13. เสือ

    ผมก้อชอบจีบสาวกลางคืนนะ (ไม่ใช่”สาวกลางคืน”อย่างว่านะ)ถือว่าเป็นประเพณี เพราะม้งเราดั้งเดิมจะมีอาชีพทำไร่ ไม่ว่างเลย (ประมาณว่าขยั๊นขยันเนาะ)ก้อเลยใช้เวลากลางคืนจีบสาว ส่วนข้อที่เหลือคูณ เรน ตอบหมดแร้วแหละ

  14. tee

    กลางคืนก็ดีนี่ครับ ถือเป็นประเพณีหรือเอกลักษร์ก็ว่าได้

  15. Nkauj Hmoob Xyooj

    ว้าววว ขอบคุณทุกความคิดเห็น และพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ((มากไปอิอิ)) และที่สำคัญที่สุดคือ ขอบคุณเว็บ hmongasia.com มากๆเลยนะคะ ที่ให้ทั้งสาระความรู้ความและบันเทิง เป็นประโยชน์ต่อหัวข้องานของหนูมากๆๆ แหะๆๆ

    ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ^_____^

  16. EdiTor (Post author)

    ที่จริงเนื้อหาที่ผมเขียนไปถือว่าค่อนข้างย่นย่อไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร ถ้าจะให้ลงลึกในทุกรายละเอียด คงต้องใช่เวลาเป็นวันครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *