คนชนเผ่า และสิทธิ์ถือครองที่ดิน

สวัสดีชาวม้งเอเชียที่เคารพรักทุกท่าน หลังจากหายหน้าหายตาไปโดยไม่ได้บอกกล่าว ร่ำลา ไม่ได้เปิดโอกาสให้อาลัยอาวรณ์กัน ก็อยากบอกว่า “คนเล่นหมอก” จะกลับมาประจำที่แล้ว (หลังจากโดนพี่ EdiTor ตามจิกตามข่วนอยู่พักใหญ่)

เมื่อหลายวันก่อนผมได้เห็นข่าวหนึ่ง เนื้อข่าวตามนี้
“ในขณะนี้ชาวเขาเผ่าม้ง ที่อาศัยอยู่ที่บ้านไมโคเวฟ หมู่ที่ 11 ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้เพื่อปลูกกระหล่ำปลี ปลูกข้าวโพด และข้าวไร่ กันอย่างกว้างขวาง ขณะนี้พบว่าภูเขาบ้านไมโคเวฟหัวโล้น อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความเข้าใจชาวเขาเผ่าม้งก็ไม่ให้ความ ร่วมมือ”

กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายคือตัวน่ารังเกียจ

คำถามคือ ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ หรือเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไม่เคยคิดหาทางออกให้กับพวกเค้า สักแต่บอกว่าให้หยุดให้เลิก ถ้าไม่หยุดไม่เลิกก็จะจับ โดยไม่ได้มองว่า แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ที่ชาวม้งและชาวเขาเผ่าอื่นถือกำเนิด และตายบนเขา จนมีคำเปรียบเปรยที่ว่า “น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก ภูเขาเป็นของม้ง” แต่ทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐก็ไม่เคยสำเหนียกว่า ทางเจ้าหน้าที่เองนี่แหละที่กำลังเป็นภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของคนชนเผ่า

แน่นอนเราไม่ได้คิดว่าเราคือเจ้าของภูเขาเหล่านั้นจริงๆ แต่เราคนชนเผ่าสำนึกอยู่เสมอว่าเมื่อกฎหมายเข้าถึง แทนที่เราจะได้รับความเป็นธรรม แบ่งสันปันส่วนพื้นที่ให้เราได้ครอบครองเพื่อทำกินบ้าง แต่ก็เปล่าเลย เรากลับถูกลดทอนสิทธิ์ในการหาเลี้ยงชีพตามวิถีที่เราเคยมีมา วิถีชีวิตแบบชนเผ่าของเราจบลง (การดำเนินต่อถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย) โดยไม่ได้รับการเหลียวแลหรือเยียวยาใดๆ

ชาวเขาไม่ได้รับสิทธิ์ถือครองที่ดินอย่างเท่าเทียม เหมือนชาวไทยคนอื่นๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ ชาวม้งใน ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มิได้รับเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดที่ดิน แม้แต่ผืนดินแปลงเล็กที่บ้านตนเองตั้งเบียดเสียดกันอยู่ ในขณะที่คนในพื้นที่ตำบลใกล้เคียงสามารถมีโฉนดที่ดินกันแล้ว ที่ร้ายกว่านั้นคือมีรีสอร์ทหรูนับสิบแห่งตั้งเด่นเป็นสง่าราคีในพื้นที่ใกล้เคียง (ในเขตที่สามารถมีโฉนดได้) เหมือนเป็นการตอกย้ำแกมเย้ยหยันว่า คนชนเผ่าและคนไทยทั่วไปมีความแตกต่างด้านสิทธิอย่างไรบ้าง แม้ครั้งหนึ่งทางการไทยเคยเรียกพี่น้องม้งในแถบนี้ว่า “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ก็ตาม แต่เดี๋ยวนี้พวกเรารู้แล้วว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” นั้นเป็นอย่างไร

ความสามารถของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อย่าเพียงแต่นำมาเบ่งมาใช้กับคนกลางป่าเขา ให้หันไปมองพวกนายทุน และนักการเมืองทั้งหลาย เมื่อนั้นแล้วพวกท่านจะได้พิสูจน์สติปัญญาของกรมป่าไม้อย่างแท้จริง

คนชนเผ่าส่วนใหญ่ถือครองที่ดินแปลงเล็กๆ เพียงเพื่อการเลี้ยงปากท้อง และครอบครัว (หรือแค่เพียงปลูกกระท่อมสักหลัง) แต่กลับไม่ได้รับสิทธิ์ในการถือครอง ทั้งๆ ที่ป่าเป็นบ้านเกิดของพวกเค้าด้วยซ้ำไป (เจ้าหน้าที่มองว่ามันคือป่าสงวนฯ อุทยานฯ)

ฉะนั้นทางออกง่ายๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยคิดทำก็คือ การให้โอกาสคนชนเผ่าที่อยู่กลางป่าเขาได้ถือครองที่ดิน เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่งทางราชการเคยจัดสรรที่ดินทำกินให้กับคนพื้นราบ เมื่อทุกครอบครัวมีที่ดินเป็นของตนเอง (อย่างเพียงพอในการเลี้ยงชีพ) ผมเชื่อได้ว่าระบบไร่เลื่อนลอยจะไม่ถูกนำมากล่าวอ้างอีก

การให้สิทธิ์ในการถือครองที่ดิน จะช่วยเพิ่มสำนึกต่อคนชนเผ่าในการที่จะรักและหวงแหนผืนป่าที่มีอยู่อย่างจำกัดมากขึ้น อีกประการหนึ่งการให้สิทธิ์ถือครองที่ดิน จะเปรียบเสมือนการตีกรอบให้คนชนเผ่าทำมาหากินแต่เฉพาะบนที่ดินของตนเองเท่านั้น เพราะพวกเค้าจะเข้าใจได้เองว่าขอบเขตและสิทธิของพวกเค้านั้นมีแค่ไหน

กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายคือตัวน่ารังเกียจ

Links: wd-73737,wd-73736,wd-73735,wd-73837,wd-73835,wd-73734

48 Comments

  1. คนด้อยโอกาส (สิทธิในการตั้งถิ่นที่ทำกิน)

    ขอขอบคุณ คุณคนเล่นหมอก ที่ได้นำเสนอหัวข้อ “คนชนเผ่า และสิทธิ์ถือครองที่ดิน”

    ที่ยังเป็นปัญหากับพี่น้องชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงทุกวันนี้ และกลุ่มชาติพันธุ์ม้งก็ได้รับผลกระทบดังเหตุการณ์สิทธิถือครองที่ดิน ดังบ้านไมโคเวฟ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นจากแนวนโยบายการพัฒนาชุนชนบนพื้นที่สูง และการประกาศขยายเขตพื้นที่ป่าสงวนฯ อุทยานฯ ของรัฐเป็นหลัก เพราะนโยบายการพัฒนาประเทศที่มุ่งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการมองกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงในฐานะต้นเหตุของปัญหา ทั้งปัญหาความมั่นคงของชาติ ปัญหายาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า และความแตกต่างทางสังคมวัฒนธรรมที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ด้วยฐานคิดและกระบวนทัศน์ดังกล่าว รัฐจึงพยายามผลวกกลือกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ให้อยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจของรัฐ ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม รัฐกลับกีดกัน/ปิดกั้น หรือปฏิเสธสิทธิขึ้นพื้นฐานที่กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงพึงจะได้รับในเรื่องต่างๆ เช่น สิทธิในการตั้งถิ่นที่อยู่ทำกิน สิทธิความเป็นพลเมือง สิทธิในการดำรงชีวิตอย่างเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีความมนุษย์ของตน เป็นต้น แม้บางครั้งข้อเท็จจริงจะพบว่า จะตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ทำกินในเขตพื้นที่ป่าอาณาบริเวณนั้นมานานมากกว่า 3 ชั่วอายุคน แต่รัฐกลับประกาศเป็นเขตป่าสงวนฯ อุทยานฯ ซึ่งเป็นการปฏิเสธสิทธิการตั้งถิ่นฐานที่อยู่ทำกินอย่างชัดเจน และเป็นการควบคม/ลดทอนอำนาจในการตัดสินใจในการกำหนดชะตาชีวิตของชาวบ้าน โดยการอ้างถึง การอนุรักษ์เพื่อควบคุมการใช้ทรัพยากร

    ______________ ขอบคุณคับ

  2. Hmoob ntxhais nkauj xwb

    ถูกใจนะคนเล่นหมอก….เรามีภาพประกอบเรื่องนี้ได้ดีมาก เราไม่ได้วาดเอง แต่ คนอดีต 66/23 วาดมาให้ ลองดูนะ หากเหมาะสมก็ลงให้เขาที

  3. EdiTor

    หลายปีก่อนสวนลิ้นจี่ป่ากลางเคยถูกโค่นหลายพันต้น เพราะรัฐใช้แผนปลุกมวลชนในพื้นที่ (คนไทยพื้นราบ) ร่วมกันโค่นเพื่อไล่ที่ ไม่รู้ตอนนี้เรื่องจบหรือยัง

  4. วิจารณ์

    มองอีกมุมนะ การออกกฎหมายหรือการละเว้นกฎหมายไม่สามารถใช้เฉพาะกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ ซึ่งหากละเว้นให้คนกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มอื่นก็จะอ้างสิทธินั้นด้วย ปัญหาจะไม่จบ และจะมีหลักประกันอะไรว่าเมื่อได้สิทธิครอบครองที่ดินแล้วจะไม่มีการรุกพื้นที่เพิ่มอีก เพราะพื้นที่ที่คนม้งตั้งบ้านพักอาศัยอยู่โดยมากจะอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำสำคัญของประเทศ (ที่คิดเช่นนี้มิใช่เอาออกห่างคนม้งหรอกนะ แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่คนม้งเองก็รู้อยู่แก่ใจ)

  5. คนเล่นหมอก

    คุณวิจารณ์ ถ้าทางการจัดสรรพื้นที่ทำกินประกอบกับการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องของป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ผมก็เชื่อได้ว่าอีกไม่นานปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า โดยกลุ่มคนชาวเขาก็จะลดลงไปได้ แต่หากทางเจ้าหน้าที่สักแต่ขอความร่วมมือ ผมก็เชื่อได้ว่าการขอโดยไม่ให้ก่อนนั้น ก็ยากที่จะได้รับการตอบรับ

    ผมไม่ได้ขอกฎหมายพิเศษ หากแต่เป็นการขอให้ทางการเข้าไปช่วยจัดระเบียบมากกว่าครับ

  6. ddd

    มาดูที่บ้านน้ำเพียงดิน หล่มเก่า กรมป่าไม้ อ้างว่า น้ำก้อที่ดินถล่มคนตาย 120 คน สาเหตุเพราะทำลายป่า จึงขอยึดที่คืนทำอุทยานเขาค้อ กินพื้นที่เขตติดต่อหลายอำเภอ และยึดที่ทำกินชาวม้งน้ำเพียงดินเกือบหมด คนถูกยึดที่ไม่มีที่ทำกิน หลวงไม่หาทดแทนให้ด้วย เป็นปัญหาทุกวันนี้ ปวดใจมาก คือ เมื่อร้องเรียนบ่อย ๆ จนท.พาไปชี้หน้าผา ให้ไปทำกินที่นี่ งงแมะ….ความลาดชันจะ 90 องศาแล้วพี่น้อง และมีเท่ากระแบะมือ ทำไรด๊ายยยย ใครรู้กฎหมายก็ไปดู ๆ ให้พวกเขาหน่อยเถอะ…..กองทัพเดินด้วยท้องก็จริง แต่หากเขาไม่มีอะไรจะยัดใส่ท้องอยู่แล้ว ถามว่ารอชาติไหนเขาจึงจะมีเงินมาจ้างทนายฮ้า…..

  7. วิจารณ์

    ผมจำได้ว่าเคยมีกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนเคยพลักดันร่าง พรบ.ป่าชุมชน แต่ดูเหลือนจะตกไป ซึ่งหากผ่าน พรบ.นี้อาจให้อำนาจชาวบ้านตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปจัดสรรพื้นที่ทำกินให้คนบนพื้นที่สูงได้ แต่หากไม่มีระเบียบกฎหมายมารองรับเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่สามารถจัดสรรพื้นที่ทำกินให้ราษฎรได้เพราะเรื่องมันเกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย แต่ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายใดรับรองชาวบ้านก็สามารถทำการเกษตรในที่ดินเดิมของตนได้ตราบเท่าที่ไม่รุกพื้นที่ใหม่ และหมู่บ้านสามารถจัดระเบียบชุมชนกำหนดกติกาการใช้ที่ดินทำกินของตนได้ ซึ่งในการนี้จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ร่วมด้วยก็ได้ เจ้าหน้าที่ไม่น่าจะขัดข้องอยู่แล้ว ในขณะเดียวกันกติกาก็ต้องเป็นกติกา ถ้าใครฝ่าฝืนก็ต้องว่าไปตามกติกา

  8. aa

    เป็นบทความที่ดีมาก
    ใช่แล้วครับ ทุกวันนี้ไม่มีที่ดินเปนของตัวเองจริงสำหรับพี่น้องม้งเรา
    ไม่มีโฉนด พิ้นที่ถูกจำกัดลงให้แคบมากๆ
    ดินบนภูเขา ลาดชัน จะทำกินได้สักเท่าไหร่

    นอกจากโดนกรมป่าไม้บีบให้เล็กลงแล้ว
    ไม่มีการสอนอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ไดๆทั้งสิ้น

    ทุกวันนี้ พี่น้องม้งเราดิ้นรนอย่างมาก เพื่อความอยู่รอด
    แต่ไม่มีการส่งเสริม การขยายโอกาสใดๆเข้าสู่ชุมชน

    ส.ส. หรือ ส.ว. หรือแม้แต่นายกอบจ. เวลามาหาเสียง
    บอกว่าจะให้อย่างนั้นจะให้อย่างนี้ จะทำตรงนั้นตรงนี้

    จะพัฒนาให้ แต่รู้มั้ย เลือกตั้งมาหลายสิบปีนี้ ไม่เคยช่วยเหลือ
    หรือพัฒนาใดๆ มีเพียงเล็กน้อยที่รัฐสั่งชัดเจนเท่านั้น
    ยี่สิบปีที่แล้วเป็นยังไง เดวนี้เป็นอย่างนั้น
    ที่อยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะความดิ้นรนสุดชีวิตเท่านั้น

    งบประมาณผ่านน้อยที่สุดเพราะเป็นม้ง แต่กับพื้นราบ งบผ่านเข้าฉลุยเป็นเงินก้อนโต
    ทั้งๆที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมีครบทุกอย่าง
    แต่กับหมู่บ้านม้ง ถนน หนทางยังเปนถนนดินเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
    ไฟฟ้าไม่มี ประปาเพิ่งช่วยกันยื้อจนได้มาไม่กี่ปีนี้เอง

    หน่วยงานรัฐเลือกปฏิบัติไม่สนใจ

    พี่น้องม้งเรา เพราะด้อยการศึกษา ไม่ทันเกม ไม่ทันเหตุการณ์
    จึงถูกรังแกตลอด คิดๆแล้วรู้สึกสงสาร

    อ่อ…หมู่บ้านที่ว่าคือ บ้านน้ำแจ้งพัฒนา(แต่ไม่เคยพัฒนา)จ.พิษณุโลก
    ตอนนี้ยังคงล้าหลังเช่นเดิม แม้จะอยู่ตรงกลางระหว่างพิษณุโลก เลย เพชรบูรณ์

    แต่ไม่เคยมีอะไรเปลั่ยนแปลง ว่างๆ ก็ลองไปดูได้

  9. คนเล่นหมอก

    คุณวิจารณ์ ลองมองตัวอย่างง่ายๆ คือ ชาวม้ง ต.เข็กน้อย ชาวม้งบ้านน้ำเพียงดิน (คุณ ddd อ้างถึง) ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ พรบ. อะไรเลย แค่สิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ก็มีเหตุสมควรให้ได้โฉนดอยู่แล้ว ข้อสังเกตุคือเหตุใดพื้นที่ตำบลใกล้เคียงถึงสามารถมีโฉนดได้ แต่ชาว ต.เข็กน้อยไม่สามารถมีได้

    ผมไม่ได้คิดว่าปัญหานี้จะเกิดเฉพาะกับคนม้ง หรือคนชนเผ่าเท่านั้น คนพื้นราบบางพื้นที่ก็มีปัญหาที่ทำกินเช่นเดียวกัน หากแต่กรณีของคนชนเผ่า (ชาวเขา ชาวดอย) มันเด่นชัดเกินไป จนสามารถมองเป็นการไล่ที่โดยรัฐไม่ต้องชดเชยใดๆ ด้วยซ้ำ

    อย่าให้ต้องเหมือนชาวหมู่เกาะสุรินทร์ ที่ถูกทางการสั่งย้ายเข้าฝั่ง เพื่อเป็นการอนุรักษ์หมู่เกาะ (ให้นักท่องเที่ยว และนายทุน) ตอนอยู่เกาะชาวหมู่เกาะสุรินทร์ก็จับปลาและสัตว์น้ำเลี้ยงครอบครัว แต่พอย้ายเข้าฝั่ง ภูมิปัญหาหรือความรู้ในการหาเลี้ยงชีพที่พวกเค้าเคยมีมาก็เป็นอันใช้ไม่ได้อีกต่อไป

  10. วิจารณ์

    ถ้าอย่างนั้น ต้องมาหาวิธี หรือหาทางออกของปัญหานี้ ว่าจะทำอย่างไรจึงจะทำให้ชาวบ้านมีความมั่นคงในที่ดินที่ทำกินหรือที่อยูอาศัยของตน หากเป็นทุกวันนี้(ทำงานเชิงรับ)โอกาสที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะมากันเขตให้นั้นเป็นไปได้น้อยมาก ดังนั้นต้องทำงานเชิงรุกเท่านั้น

  11. *โป๊ยเซียน*

    อันที่จิงเรื่องของที่ดินทำกินทุกวันนี้ระบบรัฐก็ทำได้ดีไม่น้อยเหมือนกันนะ
    รัฐพยายามจัดสรรที่ดินเสื่อมโทรมให้ไปอยู่ในรูปของสปก.เพื่อผลประโยชน์
    กับชาวบ้านผู้เปงเจ้าของมากที่สุด เพราะที่ดินสปก ไม่สามารถนำมาชื่อขาย
    ให้กะนายทุนได้ และถ้าใครเปงเจ้าของไม่ทำกิน ปล่อยให้ร้างว่างเปล่านานปี
    รัฐจะเรียกเก็บคืน ปล่อยให้มีเจ้าของใหม่ นี้คือขอ้ดีอีกอย่างที่ที่ดินทั้งหลาย
    ไม่สามารถไปตกกะมือนายทุน หรือเจ้าของนำไปขายทอดตลาดได้
    ….แต่ข้อเสียคือ เราไม่ได้เปงเจ้าของที่มีโฉนด ชื้อขายไม่ได้
    พื้นที่ทุกที่รัฐพยายามเข้าไปจัดการให้เปงที่ดินมีโฉนด ถ้าไม่ทับซ้อน
    หรือมีหลักฐานมาหลายชั่วอายุคน ทำได้อยู่แร้ว แต่รัฐอาจจะอืดอาดมั่งเล็กๆน้อยๆ
    ดังนั้น ถ้าเราใจร้อนก็รวมกลุ่มกันเรียกร้อน หรือมีเงินก็จ้างเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาดำเนินการได้
    ถ้าได้ตรวจสอบไว้ถูกต้องแร้ว ขอบคุณ!

  12. คนหลงทาง

    คือ…อย่างนี้ครับ
    ผมก็พึ่งรู้ว่าคนเข็กน้อยไม่มีโฉนดที่ดิน
    บางทีเพราะว่าคนเข็กนน้อยถูกมองว่าถ้ามีที่ดินเป็นของตัวเอง
    อาจเกิดปัญหาใหญ่ภายในภาคหน้าที่พูดไม่ได้ในที่นี้
    ส่วนสวนลิ้นจี่ที่ป่ากลางที่เดินชาวพื้นเมืองขึ้นไปตัดนั้น
    มันเกิดจากการที่ม้งป่ากลางเริ่มมีฐานะทางครอบครัวดีขึ้น
    มีรถ ขี่ มีลูกหลานเรียนหนังสือสุงๆๆกันมากมาย
    และแถมยังมีสวนมะม่วง ลิ้นจี่ ที่ชาวพื้นเมืองไม่มี
    มันจึงเกิดการปลุกระดมว่า ม้งฉีดยาฆ่าแมลง
    น้ำที่ไหลเข้ามาจากคลองแม่น้ำต่างๆๆมันจะเสียด้วย
    จึงปลูกระดมขึ้นไปตัดสวนลิ้นจี่
    แต่ความจริงคือ ม้งป่ากลางรวยเพราะทำสวนลิ้นจี่
    ลูกหลานได้เรียนหนังสือจบสุงๆๆเยอเยอะเพราะ
    เงินจากการขายลิ้นจี่ นี่จึงเป้นสาเหตุในครั้งนั้น
    ส่วนม้งเข็กน้อยปลุกแต่ขิ้ง ก็คงจะรวยเพราะขิ้งมั้ง
    เลยไม่มีโฉนด
    ผมอยากให้…คนเล่นหมอก…พี่โดมดอย..
    ช่วยออกความคิดเห็นในเรื่องนี้หน่อยครับ
    ขอบคุณครับ

  13. คนเล่นหมอก

    ตอบคุณวิจารณ์ ต.เข็กน้อย และ ต.ป่ากลาง บริหารงานท้องถิ่น (อบต) ด้วยกลุ่มคณะกรรมการซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนม้ง ดังนั้นจึงควรมีการรณรงค์และผลักดันจาก อบต. แต่ที่สำัคัญคือภาคประชาชนต้องเข้มแข็ง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

    ตอบคุณคนหลงมา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเงินหรอกครับ สังเกตุดูว่าจากที่ต้นลิ้นจี่ของชาวป่ากลางถูกโค่นนั้น รัฐได้ดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มคนที่โค่นบ้าง สำหรับคนเข็กน้อยตั้งแต่เกิดยันตาย ยังไม่มีใครเคยได้โฉนดที่ดิน ฉะนั้นจึงไม่เกี่ยวกับเรื่องขิง

  14. khejme

    ความเห็นต่าง ๆ ที่ให้ไว้ล้วนแต่เป็นความจริงทั้งนั้นพี่น้องม้ง ผมก็เป็นคนเข็กน้อยตั้งแต่เล็กจนโต
    คนเข็กน้อยไม่เคยมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน เมื่อเทียบกับพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งถ้าเปรียบคนม้งที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เข็กน้อยเป็นชุมชนที่ใหญ่มาก แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์อะไรเลยครับ ตอนเล็ก ๆ เห็นนายทุนมาตัดท่อนไม้ใหญ่ ๆ แล้วลากออกมาจากป่า เอามากองไว้บริเวณหน้าหมู่บ้านเข็กน้อยแถว ๆ
    93 ถ้าจำไม่ผิดนะครับ ทอนไม้แต่ละท่อนขนาดใหญ่ ๆ ทั้งนั้นครับ แต่ทุกวันนี้กลับหาว่าคนม้งทำลายป่าไม้

  15. modtanoy

    ขอบคุณมากค่ะ
    เป็นบทความที่ได้ความรู้ดี เพราะตอนนี้กำลังเรียนกฎกหมายอยู่พอดี จากการเรียนทำให้เรารู้อะไรมากขึ้นโดยเฉพาะการถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเราไม่ใช่ชนเผ่าเดียวที่ถูกตั้งข้อหา แม้แต่คนชนพื้นราบก็ถูกเอารัดเอาเปรียบกันเอง โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเดิมทีชนเผ่าต่างๆก็อยู่บนดอยเป็นปกติและมาช้านานแล้วและมีการทำไร่นาไปเรื่อยๆแล้วจะวนกลับมาใช้พื้นที่เดิม ซึ่งเรียกว่าการหมุนเวียน แต่กฎหมายหรือผู้ใช้กฎหมายกลับมองว่าเราบุกรุก ซึ่งอาจจะจริงในบางส่วนแต่อยากจะให้คนที่ใช้กฎหมายนั้นได้ย้อนกลับมองผู้ที่ทำธุรกิจการค้าส่งทรัพยากรป่าไม้บ้าง ทำไมล่ะเขาทำถูกงั้นหรือ

  16. โดมดอย

    เรื่องเอกสารที่ดิน ขอแสดงความคิดเห็นว่า อาจเป็นเพราะเราไม่รวมตัวกันเรียกร้องสิทธิของเรา เพราะที่ดินข้างเคียงที่เป็นรีสอร์ท เขาเข้าพบอำเภอ ที่ดิน จนท.ที่ดินยังทำโฉนดได้ เราเชื้อชาติม้งแต่สัญชาติไทยนะคะ ไม่ใช่ต่างด้าว มีสิทธิมีเสียงเช่นกัน รวมตัวกันซิคะ…. ผู้นำเป็นผู้ประสานหน่อย อย่าเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวจนเกินไป หากได้เราก็ได้ประโยชน์ด้วยกัน หากรอ…พวกคุณรอใครคะ….หากเราไม่วิ่งเต้น มันเป็นเรื่องของเรา เราเต้นเองค่ะ ใครมีอำนาจพอที่เราจะพาไปหาก็ไปซิคะ ไม่มีใครจะมาร้อนเนื้อร้อนตัวทำให้พวกคุณแน่ พอเป็นเรื่อง หรือเป็นข่าวออกไป นักสิทธิฯ ผู้เกี่ยวข้องจะออกมาเต้นช่วย หากเราไม่เต้นตอนแรก บอกว่ายากนะ….ลองคิดดู ไม่ได้ชวนปลุกระดม แต่มันเป็นเรื่องจริงของบ้านนี้เมืองนี้นะพี่น้องม้งทั้งหลาย

  17. วิจารณ์

    ความเห็นของคุณโดมดอยคือสิ่งที่ผมต้องการ และเป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องทำ มิใช่วิพากษ์เรื่อยไปโดยมิได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา มันเป็นปัญหาของเรา ถ้าเราไม่ดิ้นแล้วใครจะมาดิ้นให้เรา ต้องศึกษาข้อมูลให้ถ้วนทั่ว อย่างกรณีบ้านเข็กน้อยทำไมจึงออกเอกสารสิทธิให้ไม่ได้ อาจเป็นเพราะอยู่ในพื้นที่ทหารหรือเปล่าเป็นต้น

  18. Vaaj Ntxum Tshwb Thoj

    เรื่องม้งไม่มีที่ดินเป็นโฉนด….เป็นปัญหาที่ใหญ่…ข้อเท็จจริงบางทีพวกเราไม่ ทราบ เราจะไปวิจารณ์ผิดๆ ไม่ได้….เช่น
    1# ม้งเล่าลือ บนเขาค้อ ก็ได้สิทธิ สปก. เหมือนกับคนไทยที่อาศัยอยู่บนเขาค้อ…เขาก็ไม่ได้โฉนดเหมือนกัน…
    2# เข็กน้อย เป็นพื้นที่ทับซ้อน ระหว่างกระทรวงกลาโหม มหาดไทย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม..ไม่ใช่ที่ดินของกรมที่ดิน จึงออกไม่ได้ …แต่อย่างว่าจริงๆแล้วไม่รู้..รู้เท่านี้
    3# หากว่า เราอยากได้โฉนด..เราก็ต้องตั้งใจเรียนหนังสือ..ทำงาน เก็บเงินไว้ซื้อที่ดินเอง เพื่อจะได้เป็นสินทรัพย์ของตนเอง …หละ….อิอิออิ

    4# ม้งเป็นชนเผ่าหนึ่งที่ไม่รู้จักการปลูกป่า ปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นต้นน้ำ จริงๆแล้ว ไม่มีหน่วยงานราชการที่มาใส่ใจ รณรงค์ เรื่องการปลูกป่า…พ่อแม่รุ่นเราจึงตัดอย่างเดียวไม่มีการปลูกเพิ่มเลย..แม้ตั้งแต่ปี 24 ที่ ม้ง ผกค.หนีมา เข็กน้อยยังมีป่าอยู่มาก..แต่ว่าอย่างที่บอกนายทุนเล่นซะเหี้ยน..และมีม้งที่ทำงานให้ด้วย…หากเรามีความคิดที่ดี ไม่เล่นกับนายทุน..ป่านนี้ป่ายังมีอีกเยอะ….หากจะทำไร่หมุนเวียนกันจริงๆ และไม่เผาที่กันจนวายวอดทุกปี….แต่บัดนี้ไม่มีป่าอีกแล้วที่จะให้ตัด….หากไม่สร้างจิตสำนึกใหม่….เราก็จะไม่เห็นป่าแบบเดิมอีกต่อไป…
    5# เรื่องการปลูกป่าชุมชน…ผมอยากให้หน่วยงาน อบต. เน้นเรื่องนี้ให้มากๆๆๆ เพราะหากเราเน้นการเพิ่มพื้นที่ป่าตอนนี้ อีก 20-30 ปีข้างหน้า แม่น้ำต่างๆก็จะไม่แห้งเช่นปัจจุบัน.ลูกหลานก็จะมีป่าไว้ใช้สอยได้..ผมไม่อยากให้คนไทยดูถูกพวกเราในด้านลบๆแบบนี้อีกต่อไป….นอกจากที่ดูถูกเรื่องยาบ้า…เพราะ ไม่รู้ว่าชาติไหน พรบ.ป่าชุมชนจะผ่านสภา…เพราะไม่มีเงินเข้ากระเป๋านักการเมือง
    6# ผมปลูกป่ามาหลายปี…โดนไฟม้งเผาไร่ เดี้ยงหมด..จนไม่มีจิตใจจะปลูกอีกแล้ว ตอนนี้มียูคา อยู่ 16 ไร่…ต้นสัก 1 ไร่… 3ปี…ป่าดงดิบผสมปลูกไว้ 5ไร่..ตายหมด เพราะไฟป่าของชาวไร่ เมื่อปีที่แล้ว…เซ็งๆๆ ..

  19. คนหลงทาง

    อืม…
    นายพี่เล่นหมอกบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องตังแล้วเกี่ยวกับอะไรครับ
    คือ ผมตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ว่ามันเกิดจากความอิจฉา
    เพราะพ่อผมก้อยู่ป่ากลางนั้แหละ มีญาติพี่น้องอยู่ปางแก
    คนยังยุให้ม้งปางแกเกรียจม้งป่ากลางที่ขึ้นไปปลูกลิ้นจี่ที่ปางแกเลย
    โดยให้เหตุผลว่าม้งป่ากลางแย่งลูกค้าและที่ทำมาหากินของม้งปางแก
    ผมอยากถามพี่นั่งหมอกสักหน่อยว่า
    พี่ก็รู้ว่าม้งป่ากลางอยู่ปัว ม้งป่าแกอยู่ทุ้งช้าง
    เกิดจะเกิดสงครามระหว่างม้งป่ากลางกับม้งปางแกแล้ว
    หากใครอยู่ป่ากลางกับปางแกก็คงจะรู้เรื่องนี้ดี
    และปัจจุบันมันทำให้ความแน้นแฟ้นของม้งป่ากลางกับม้งปางแก
    ไม่ชิดสนิทเหมือนแต่ก่อน…..
    ผมอยากให้พี่เล่นหมอกลองเสดงความคิดเห้นว่า
    ม้งป่ากลางกับม้งปางแกเกือบก่อสงครามกันเพราะสาเหตุใด
    ใช่ถูกคนอื่นใส่ไฟหรือว่าเป้นอะไร เพราะปัจจุบันการที่ม้งปางแก
    จะลงมาป่ากลางมันก็ออกจะหวาดเสียว
    และม้งป่ากลางจะขึ้นไปที่ปางแกมันก็ไม่ค่อยมั่นใจ
    ผมอยากให้พี่เล่นหมอก แจงเหตุผลและเสดงความคิดเห้นเพื่อความอยู่เป้นสุข
    ในชีวิตของพี่น้องม้งทั้งสองหมู่บ้าน

  20. คนเล่นหมอก

    ตอบพี่โดมดอย ตรงนั้นล่ะครับคือสิ่งสำคัญ ถ้าผู้นำเข้มแข็ง ชาวบ้านเข้มแข็ง ชุมชนก็จะเข้มแข็ง

    ตอบคุณ Vaaj Ntxum Tshwb Thoj ถ้าเป็นพื้นที่ทับซ้อนจริง เราอาจต้องข้ามเรื่องกฎหมายไป มาพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนแทน (ที่จริงกฎหมายไทย ก็ยังขึ้นอยู่กับว่าใครตีความ) เพราะพื้นที่ใกล้เคียงยังสามารถมีโฉนด มีรีสอร์ทหรูได้

    สำหรับเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้นั้น ถือได้ว่าม้งเรายังขาดสำนึกในเรื่องนี้ ก่อนอื่นก็คงจะต้องเริ่มจากการหยุดการทำไร่เลื่อนลอย อย่างเข็กน้อยก็คงต้องได้คิดแล้วว่าต้องทำอย่างไร ให้แม่น้ำเข็กกลับมามีน้ำเหมือนเมื่อสิบ ยี่สิบปีก่อน

    ตอบคุณคนหลงมา เบื้องลึกผมไม่ทราบเรื่องปัญหาม้งปางแก และป่ากลาง แต่ที่ได้กลิ่นนิดๆ คือ นักการเมืองบางท่านในยุคนั้น (ที่โค่นลิ้นจี่) พยายามผลักดันให้มีโครงการปลูกป่าในพื้นที่ดังกล่าว จึงต้องการไล่ที่ชาวม้ง .. แปลกที่ตั้งใจจะปลูกป่า แต่กลับมาโค่นต้นลิ้นจี่อายุสิบกว่าปี หลายพันต้น ผลประโยชน์ไม่ลงท้องก็อย่างนี้แหละ

  21. คนหลงทาง

    อ้อครับ
    พี่โดมดอยครับ
    พี่ใจเย็นๆๆไว้ก่อนก็ได้นะครับพี่
    ผมตั้งแต่เกิดมาจนโตล้วนแต่ถูกเลี้ยงมาด้วยมือของคนไทย
    คนไทยใจดีและผมก็รับถือเลื่อมใสน้ำใจคนไทย
    ผมเพียงแต่ได้ชื่อว่าเกิดเป็นคนม้ง
    แต่ถูกเลี้ยงด้วยมือคนไทย
    ดังนั้น ผมรู้ว่าความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อคนม้ง
    เป็นพวกที่โดนciaหรอกใช้และยังเป็นคอมมิวนิสต์
    มาฆ่าคนไทยด้วย เขายังมีความรู้สึกว่าคนม้งพร้อมที่จะเป็นคอมมิวนิสต์
    หรือเป็นอะไรก็ได้ ถ้ามีคนมาให้เงินช่วยการสนับสนุนคนม้ง
    และคนม้งก็พร้อมที่จะหันไปในทางนั้น
    ดังนั้นการที่จะรวมกลุ่มไปประท้วงไปเรียกร้องอะไน้นนะ
    จะทำให้คนไทยเกลียดคนม้งหนักไปอีก
    ดังนั้นผมเพียงแค่หวังการอย่าให้มีเหตุการณ์อย่างนั้นเลย
    พวกเราคนม้งรุ่นใหม่ต้องรีบเรียนหนังสือหาความรู้แล้วค่อยหาเงิน
    ชื้อที่ชื้อทางทำธุรกิจให้คนไทยยอมรับว่าเราก็ทำได้
    ผมไม่อยากให้ในอนาคตลูกหลานม้ง จะถูกเกลียดจากสังคมไทยมากกว่านี้
    จนกลายเป็นปมด้อยไปมากกว่านี้
    เพราะฉนั้นอดทนหน่อยเถิดครับพี่น้องม้ง
    ส่วนเรื่องม้งป่ากลางกับม้งปางแก ก็ขอให้เป็นบทเรียนก็แล้วกัน
    ว่าผลประโยชน์นั้นมันสามารถทำลายมิตรภาพได้
    แม้จะเป็นพี่น้องด้วยกันก็ตาม

  22. ป.เข็กน้อย

    หากไ่ม่ตายเสียก่อน สักวันก็คงหาที่ดินผืนเล็กๆ เอาไว้ใช้ชีวิตยามแ่ก่ได้หรอกน่า พี่น้อง
    สำหรับผมแล้ว คงไม่กลับไปฝากฝังร่างกายที่บ้านเกิดแน่นอนครับ…

  23. โดมดอย

    การเต้นในที่นี้…..หมายถึงคุณเดือดร้อนหาตัวแทนกลุ่มผู้เดือดร้อนไปร้องทุกข์สิ….จะเป็นผู้ตรวจการรัฐสภา , สำนักราชเลขาธิการ , สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , ฯลฯ ได้ทั้งนั้น หากเราไม่บอกว่าเราเดือดร้อน เจ้านายอยู่บนหอคอยงาช้างเขาไม่รู้นะ….ส่วนคนที่อ่านตำนานม้ง 5000 ปี มีอยู่ตอนหนึ่งที่จีนใช้แผน สร้างความขัดแย้งให้เกิดในหมู่ม้งโดยคนของม้ง….เพื่อไม่ให้ไปทำมาหากิน หรือไปรบกับจีน คงเหมือนปางแก กับ ป่ากลาง หากพวกคุณบ้าจี้ตามก็เกิดศึกระหว่างม้งขึ้นล่ะค่ะ…..รู้แล้วหันมาจับมือกันนะคะ

  24. Phaa

    มีสิทธิ์เรียนเหมือนคนอื่น มีสิทธิ์ทำงานเหมือนเขา มีความก้าวหน้าไม่แตกต่างกันหากมีความสามารถความอดทน แล้วจะเรียกร้องอะไรอีก เขาไม่ออกให้เพราะกลัวคนไม่มีความรู้จะเอาไปขายให้นายทุนหมดแล้วป่าจะยิ่งไม่เหลือแล้วก็จะบุกรุกเพิ่มเติมขึ้นไปเรื่อย ๆ อีก ดังนั้นจงใช้สิทธิที่ตนเองมีอยู่อย่างเท่าเทียมกับคนอื่น สิทธิการศึกษาครับ ให้เต็มที่ ส่งเสริมสนับสนุนให้บุตรหลานได้เรียนหนังสือให้สูงที่สุด(ปริญญาตรีไปเลย มีสิทธิกู้ยืมเงินเรียนหมือนคนพื้นราบทุกกระเบียบนิ้วครับ) มีโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ให้เรียนฟรี มีทุนการศึกษาชาวไทยภูเขาให้สอบแข็งขันเพื่อให้มีเงินเรียนต่อระดับปริญญาตรีแล้วจะเรียกร้องอะไรอีก แค่คุณตั้งใจเรียนตั้งใจเรียนจนจบคุณจะมีโอกาสทำงานแข็งขันกับคนอื่นคุณก็จะได้อะไรบางสิ่งบางอย่างที่คุณต้องการที่คุณเรียกร้องเพิ่มเติมด้วยตัวคุณเองโดยไม่ต้องไปเรียกร้อเอาฟรี ๆ จากคนอื่น พ่อผมจนครับ แม่ผมไม่มีเงินครับ แต่พวกผมพี่น้อง 11 คน ได้เรียนหนังสือทั้งหมด 10 คน ยกเว้นพี่สาวที่โตก่อนโรงเรียนเปิด (เมื่อ 25 ปี ก่อน) ดังนั้นผมว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปปลุกระดมให้เขาให้อะไรเราหรอกเราต้องไขวขว้าเอาครับเมื่อมีโอกาสครับ และโอกาสมีเสมอครับ ลืมบอกพี่น้องผมตอนนี้เรียนจบปริญญา 3 คน ปวส. 1 คน ทุกคนกำลังช่วยกันส่งน้อง ๆ ที่เหลือเรียนต่อเป้าหมายคือปริญญาตรีเหมือนกันครับ และไม่ต้องบอกว่าบ้านผมรวยความจริงจนยิ่งกว่าพวกคุณอีกแต่ผมเป็นคนชอบไขวควา้หาโอกาสที่มันลอยมาหาครับโดยไม่รอเรียกร้องเอาจกคนอื่นแบบฟรี ๆ ครับ

  25. *โป๊ยเซียน*

    สิทธิสู้ชีวิตของคุณPhaa น่าเอาอย่างอย่างแรงงงงงง ชอบ!
    ….หวังว่า สักวันในอณาคตพี่น้องม้งเราชาวบันฑิตม้ง
    คงแถบจะเดินชนไหล่กันทุหมู่บ้านนะคร๊าบบบ ….รอชนอีกคน อิอิ ?

  26. Phaa

    ทุกคนเกิดมาเพื่อสู้ชีวิตครับอย่างทักษิน ก่อนเป็นทักษินไม่มีบ้านอยู่ครอบครัวเขาก็สู้ชีวิตมาทั้งนั้นแหละครับ แม้ตัวทักษิณเองก็สู้ชีวิตครับ ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วรวยแต่กำเนิดหรอกครับ คนที่เขารวยเพราะเขาสู้ชีวิตครับ เขาให้ความสำคัญเรื่องของการศึกษาครับไม่ใช้แบมือขอ ขอได้เอาไปแลกเป็นอย่างอื่นแล้วแผ้วถ่างต่อแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร
    เหมือน สปก ให้โดยมีเงื่อนไขห้ามขายแต่ก็แอบขายอยู่ดีลองติดตามดูที่ สปก ที่มีทำเลดี ๆ อยู่ในมือใครบ้างไม่ได้อยู่กับเจ้าของเดิมที่รัฐแจกให้แล้ว

  27. lee

    เยาวชนม้งควรรณรงค์ให้ คนม้งเรียนให้มากๆ นะคร๊าบบบ..โดยเฉพาะกฏหมาย
    ปัญหาต่างที่ได้เกริ่นด้านบนนี้ล้วนแล้วแต่มีที่ไปที่มา เพียงแต่ต้องมีวิธีการตามปัญหาแต่ละอย่างไป
    เอาเป็นว่าเยาวชนม้งควรที่จะศึกษาเรียนหนังสือให้สุงๆ อีก20 ปีข้างหน้ารับรองได้ว่าชนกลุ่มน้อยอย่างเราเรา ต้องไม่ถูกคนอื่นดูถูกเยียดหยามถ้าเราม้งมีความรู้ความสามารถไม่หยิ่งยะโสแตกความสามัคคีต่างคนต่างหนีต่างฝ่ายต่างแยก แต่ควรที่จะเป็นต้นไผ่ที่อยู่เป็นกองใหญ่ๆ บนยอดเขาก็ไม่ต้องหวั่นว่าลมจะพัดแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่นว่าจะล้มลงได้ นอกเสียจากว่า ม้งเราจะถอนม้งเราด้วยกันเสียเองจากยอดดอย ทำให้แตกแยกเป็นพรรคเป็นพวก และซ้ำร้ายยังเป็นศัตรูฆ่าฟันกันยิ่งแย่ที่สุดคือ สอนลูกสอนหลานในทางที่ผิดๆ เกลียดคนโน้น เกลียดคนนี้ ไม่ใช่เพียงปัญหาต่างๆ นานาเหล่านี้เท่านั้นยังมีอีกถมไปที่เรายังไม่รู้เท่าถึง แต่เชื่อได้ว่าการแก้ปัญหาพื้นฐานคือเยาวชนม้งต้องเรียนให้มากๆ ก่อนในตอนนี้เพื่อเป็นรากฐานการแก้ไขในวันข้างหน้าก็ยังไม่สายเกิน ถ้าคนม้งมีความรู้ความสามสารถเป็นปัญญาที่จะเป็นอาวุธป้องกันลมมรสุมที่เราต้องผจูญไปอีกไกล เพื่อลูกหลานม้งที่ยังต้องต้องการสิทธิและเสรีภาพ ที่พวกเขาควรจะมีจริงในรูปธรรม มิใช่เพียงแค่ในรัฐธรรมนูญที่ได้แค่บัญญัติไว้

    สำคัญเราม้งจะมีศักดิ์ความเป็นศรีม้งละก็ต่อเมื่อเราสามัคคีกันเป็นกองไผ่กอเดียวกันอยู่บนยอดภูเขาด้วยกันอย่างแข็งแรงที่ใครก็ต่างเกรงขามไม่กล้าถอนรากเราได้นะคร้าบ พี่น้อง !! ว่ามั้ยครับ..

  28. Hmoob ntxais nkauj xwb

    Phaa thab Lee ก็พูดถูกมากที่สุด เท่าที่เรามีวิชาความรู้ ทำมาหารับราชการก็เพราะ เรามีสิทธิและเสรีภาพพอควร เรื่องที่ดิน เราว่าอยู่ที่เขาจะพิจารณา หากให้แล้วกลายเป็นเงินไป เพราะว่าง่ายขายคล่อง เหมือนตอนนี้พื้นที่ ทั้งเข็กน้อย น้ำขาว ห้วยทราย ขายให้นายทุนสวนยางพาราหมด อีกหน่อยลูกหลานพวกท่านจะทำกินอย่างไร….ขนาดไม่มีเอกสารสิทธินะ หากมียิ่งแย่…ไม่รู้ขายไปหมดปีไหนแล้ว…หลวงทำถูกแล้วล่ะ… ม้งไม่สนใจให้ลูกหลานเรียนสูง ๆ น้อยคนที่เหมือน Phaa และครอบครัว บางครอบครัวพี่น้องจะฆ่ากันเอง ไม่สามัคคีกันเลย เราเองในครอบครัว ยังไม่รักกันใครเลยจะมารักเราคะ หากพูดคำสามัคคี ก็เอาในบ้านให้ได้ พ่อแม่ ต้องเป็นแบบอย่างให้ลูก ๆ ก่อนเมื่อเขาเห็นพ่อแม่ดี เขาก็จะเดิน หรือเจริญรอยตาม สังคมจะดีตาม ชาติก็เจริญเองแหละท่าน….อย่าเรียกร้องสิทธิมาก แต่เรารักษาสิทธิที่เขาให้ไว้ไม่ได้..จะอายเขาค่ะ

  29. คนเล่นหมอก

    เห็นหลายคนพูดถึงเรื่องตั้งใจเรียน ทำงาน หาเงิน ซื้อที่ แล้วก็ได้เป็นเจ้าของที่ .. คำถามคือถ้าวันหนึ่งที่ดินของเราถูกโกงล่ะ

    ประเด็นคือม้งเราต้องหัดต่อสู้เพื่อชุมชน หรือเพื่อถิ่นที่อยู่ของเราบ้าง ตามช่องทางกฎหมาย และแนวทางที่ถูกต้อง ที่สำคัญเราต้องสมัครสมานสามัคคีกัน เราต้องหัดคิดหาช่องทาง หรือทางออกสำหรับปัญหาในชุมชน อย่างนี้แล้วชุมจึงจะเข้มแข็งและน่าอยู่

  30. lee

    ผมว่าถ้าเราชาวม้งเปนผู้มีความรุ้ยิ่งขึ้น ปัญหาต่างก็จะน้อยลงเรื่องการคดโกงนั้นเราย่อมต่อสู่ได้ด้วยความรู้ได้โดยอัตโนมัตนะ
    อย่างเช่นการนั่งสมาธิบ่อยย่อมทำให้เกิดปัญญาโดยตามมา สาธุ

    แค่คิดก็ขนลุกครับพี่น้อง

  31. dome-doi

    วันนี้วันสำคัญทางศาสนา ไปนั่งสมาธิกันเถอะ เราไปดูมาแล้ว กะ วันนี้หากว่างอยากไปที่นี่….สำนักสงฆ์พุทธปฐม บ้านเนิน ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ที่นี่มีรอยพระพุทธบาทพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ เสียดายว่าเราส่งภาพลงในคอลัมน์ นี้ไม่ได้ อยากให้คนที่นับถือพุทธไปสักการะจัง น้องLee ไปไหม ไปด้วยกัน หากไม่มีคนไป เราไปมาจะนำบุญมาฝากนะคะ สาธุ…..

    ส่วนเรื่องที่ทำกิน…เราต้องรู้รอบด้านเพื่อเป็นทุนในการแสวงหาช่องทางให้เรามีสิทธิในที่ทำกินของเรา เผื่อวันหนึ่งถูกป่าไม้ยึด หรืออื่น ๆ เราจะได้มีช่องทางช่วยได้ค่ะ

  32. *โป๊ยเซียน*

    เสียดายนะ ที่เรามันดันอยู่ไกลเกินฝัน…..?
    จึงร่วมไปนั่งสมาธิกะคุณ dome-doi บ่ได้
    ไม่งั้นจะนั่งตีตั๋วไปชมด้วยกันเลย
    แต่ไม่เปงไรไว้คราวหน้าละกัน วันดีๆอย่างนี้ยังมีอีกหลายปี
    555….แต่อย่างน้อยๆข้าเจ้าก็ไหว้พระทุคืน
    และวันนี้อาจพิเศษอีกวันนึ่ง สำหรับชาวพุทธเรา ขอรับ

  33. คนหลงทาง

    พี่เล่นหมอกครับ
    ผมใคร่เรียนพี่ว่าสมัยนี้คนม้งคนไทยล้วนแต่ได้ชื่อว่าสัญชชาติไทย
    เรื่องการโกงที่ดินผมว่าไม่น่าเกิดขึ้นหรอกครับ
    หรือจะเกิดขึ้นก็เป็นส่วนน้อย จริงๆๆแล้วผมว่าสมัยนี้
    ในที่บางมหาลัยสถานที่ศึกษาหลายแห่ง
    คนม้งเป้นหัวหน้าคนไทยด้วยซ้ำ
    ดังนั้นถ้าจะบอกว่าให้พี่น้องม้งรักกันไว้นี่ผมเห็นด้วยครับ
    แต่จะบอกว่า จะโดนโกงที่ดินหากม้งมีที่ดินผมว่าคนม้งโกงที่ดินม้ง
    ก้มีมากมาย และการกล่าวเช่นนี้ก็เป็นอีกมุมของพี่
    แต่ผมคิดว่าหากม้งมีเงินและชื้อที่ดินใครจะกล้ามาโกงครับ
    เสดงว่าคนโกงต้องเป็นโจรมืออาชีพและอยู่คนอื่นจะมาโกง
    ผมว่าไม่น่าจะเป้นไปได้

  34. ม้งไทย

    ใครก็ตามหากเกิดมาจนและไม่ใช่คนไทยโดยกำเนิดนั้นยากครับที่ภาครัฐจะให้ความช่วยเหลือและความสำคัญ ผมไปเที่ยวเขาค้อและเข็กน้อยมาเห็นรีสอร์ทมากมายเพราะอะไรส่วนมากคนมีเส้นคนมีกะตังค์ อยู่ประเทศไทยถ้ามีตังค์ทำอะไรก็ง่ายครับ เพราะภาครัฐมีแต่เห็นแก่ตัวคอรัปชั่นไปทุกหน่วยงานครับ อย่าว่าแต่คนชนเผ่าอื่นเลยครับทุกวันนี้คนไทยด้วยกันจะฆ่ากันตายอยู่แล้วเพราะอะไร เพราะอำนาจและผลประโยชน์ไม่มีหลอกที่เค้าจะทำเพื่อประชาชน การที่คนทุกคนทุกชนเผ่ามีสิทธิ์และเสรีภาพเท่าเทียมนั้น เริ่มต้นประเทศต้องมีประชาธิปไตย แต่ไทยไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ เราจึงร้องเรียนกับหน่ยวงานใหนไม่ได้ ส่วนที่คนม้งออกจากป่ามาเพื่อพัฒนาชาติไทยนั้น เป็นเพียงคำหวานและหลอกลวงเท่านั้นเดียวนี้ไทยไม่ได้จำคำๆนี้แล้ว ฉนั้นคนม้งต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่ และวิธีใหม่ 1มีลูกน้อยลง 2เรียนให้มาก 3หางานทำในเมือง 4ฝึกค้าขายบ้าง 5ฝึกอาชีพอย่างอื่น จะได้ไม่ต้องไปตัดไม้ทำลายป่า นี้เป็นเพี่ยงความเห็นส่วนตัวเท่านั้นผิดถูกคิดเอาเองนะครับ

  35. คนเล่นหมอก

    ตอบคนหลงทาง แค่การอุปมาอุปไมยครับ เมื่อเรารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เราก็ต้องหาทางต่อสู้ต่อไป ไม่ได้หมายความว่าทั้งชีวิตเราต้องมานั่งพะวงเรื่องที่ดิน

  36. yeng

    ผมไม่ได้เป็นคนม้งหรอกนะครับ แต่เป็นเขยม้งที่เข็กน้อย
    ผมพยายามหาข้อมูลเรื่องที่ดินที่นี่มาก็นานแล้วเหมือนกัน
    ผมสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมที่ดินที่เข็กน้อยถึงไม่สามารถออกโฉนดหรือเอกสารสิทธิได้
    จึงไปค้นหาข้อมูลมาบ้าง จึงได้รู้ว่า หลังจากที่สงครามจบลง ทางทหารก็ได้โอนผืนดินแถบนี้ไปให้กรมธนารักษ์เป็นคนจัดการดูแล พื้นที่แถบนี้จึงกลายเป็นที่ราชพัสดุไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการใดๆกับที่ดินบ้านเข็กน้อยได้ (เพียงแค่ข้ามภูเขามาจากแค้มป็สน และ ข้ามถนนมาจาก อช.เท่านั้น ทำไมถึงได้โชคร้ายจริง)
    แต่ผมได้ข่าวว่า ทางกรมธนารักษ์ จะดำเนินโครงการ “1 ล้านไร่ มิติใหม่ที่ราชพัสดุ” (ไปหาข้อมูลในเวปของกรมธนารักษ์ได้) ซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์ก็เป็นหนึ่งในจังหวัดในโครงการด้วย แต่ผมไม่ทราบว่าพื้นที่เข็กน้อยจะเป็นหนึงในโครงการด้วยหรือไม่?

    โดยคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้เข้าร่วมโครงการ คือ
    – เป็นผู้มีสัญชาติไทย
    – มีภูมิลำเนาหรือเคยมีภูมิลำเนาในจังหวัดที่มีพื้นที่โครงการ
    – ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการจังหวัด
    – มีอาชีพเกษตกร และหรือมีความประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกร
    – ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเอง หรือมีแต่ไม่เพียงพอ(มีที่ดินทำกินไม่ถึง 15 ไร่)
    เงื่อนไขการจัดให้เช่าเบื้องต้น
    – เนื้อที่ไม่เกิน 15 ไร่ต่อครอบครัว (ยกเว้นกรณีครอบครองที่ดินมาแต่เดิม)
    *** ข้อนี้แปลกๆไหมครับ เหมือนกับเขาเปิดโอกาสให้คนที่อาศัยพื้นที่ราชพัสดุทำมาหากินแต่ดั้งเดิมสามารถไปขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการเพื่อจะได้รับสิทธิต่างๆ ดังในข้อถัดไป
    – อัตราค่าเช่าขั้นต่ำ 20 บาท/ไร่/ปี
    – สัญญาเช่าที่ดินขั้นต่ำมีกำหนดไม่น้อยกว่า 3 ปี
    – ห้ามโอนสิทธิ์การเช่า ยกเว้นกรณีโอนสิทธิให้แก่ทายาทหรือกรณีการโอนสิทธิ์ให้แก่สถาบันการเงิน (กรณีนำสิทธิการเช่าที่ดินไปผูกพันเงินกู้)
    – สามารถนำสิทธิการเช่าที่ดินไปผูกพันเงินกู้กับสถาบันการเงิน (ขอกู้เงินเพื่อทำการเกษตรกรรม) โดยความเห็นชขอบของกรมธนารักษ์
    *** สองข้อหลังนี้ถือเป็นข้อดีที่ ที่ดินที่เราใช้ทำมาหากินมาตั้งแต่นมนานจะสามารถนำไปกู้เงินจากธนาคารได้ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ทำไม่ได้

    ผมก็ได้แต่คาดหวังว่า ที่ดินที่เข็กน้อย จะสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ โดยการผลักดันจาก ทั้งคนในหมู่บ้าน และที่สำคัญ คือ ผู้นำที่เป็นทางการอย่าง อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันเสนอเรื่องในทางจังหวัด (หากพื้นที่เข็กน้อยไม่ได้อยู่ในโครงการนี้) ซึ่งผมว่า หากได้เข้าร่วมโครงการนี้ น่าจะเป็นผลดีกับชาวบ้าน มากกว่าผลเสีย นะครับ
    ยกเว้น ก็พวกหาผลประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่คำนึงถึงคนอื่น จะแอบ ทำกันเอง แล้วไปไล่ที่ชาวบ้านเท่านั้นแหละครับ

  37. Tsov Liab

    ปู่ผมอยู่เข็กน้อย ตายเข็กน้อย พ่อผมอยู่เข็กน้อย สู้ที่เข็กน้อย ( ทหารผ่านศึก ) ตายที่เข็กน้อย
    พี่น้องก็พอมีที่ดินทำกินบ้าง เป็นทรัพย์สมบัติของพ่อ ถึงแม้ไม่มีสิทธิ์เอาไปจำนำกับธนาคาร ผมก็ยังภูมิใจว่าเป็นสมบัติที่พ่อหาไว้ และผมไม่คิดที่จะเอาไปจำนำ หรือขาย จะเอาไว้ทำกินจนถึงลูกหลานต่อไป และจะสอนลูกหลานว่าอย่านำเอาทรัพย์สมบัติของพ่อแม่ ไปขาย ถึงแม่ไม่มีหลักฐานแต่เรามีสิทธิ์ทำมาหากินจนตลอดชีวิต (ผมคิดว่าทางการคงไม่เข้ามายึดที่ดินของเราเป็นป่าสงวนหรือเป็นของหลวงอีก)และสอนลูกหลานให้ตั้งใจเรียน ให้มีความรู้ มีงานทำ (อะไรก็ได้ ขอให้เป็นงานที่สุจริต ไม่ผิดกฏหมาย)และเก็บเงินไว้ เมื่อมีเงินก็จะสามารถไปซื้อที่ดิน ที่มีเอกสารสิทธิ์ได้
    ประเทศไทย มีผู้ที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองประมาณ ๑ ล้านครอบครัว ผมว่าคนม้งน่าจะภูมิใจนะครับ ที่ยังมีที่ดินสร้างบ้าน มีที่ทำมาหากิน ถึงแม้ไม่มากมาย พวกเราอย่าเอาเราไปเปรียบเทียบกับรีสอร์ท กับคนมีเงิน มียศ มีตำแหน่ง เราจงพอใจในเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ที่พระราชทานให้พวกเราไว้คิดและปฏิบัติตาม แล้วเราจะเป็นสุข โดยที่ไม่ต้องไปดิ้นรนแข่งกับคนไทยอีกกว่า ๑ ล้านครอบครัว
    ในบางประเทศที่ผมไปพบมา เขาไม่ให้สิทธิ์คนไทยที่ติดแผ่นดินเขา มากมายเหมือนกับพวกเรา (ประเทศรอบเมืองไทยนี่แหละ ไปหาความรู้เอง)
    ผมว่าพวกเราควรที่จะรักประเทศไทย รักในหลวง เท่าชีวิตพวกเรา เพื่อทดแทนบุญคุณของท่านที่ได้ให้เราอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ครับ

  38. ม้งน้อย

    ดีตนเล่นหมอก อยากรู้จักจัง เขียนได้ดี นะคะ อยากรู้จักคะ

  39. แวะมา

    กอ เอ๋ย กอ ไก่

  40. *โป๊ยเซียน*

    ______________ต่อคับ

    ขอ ไข่ ในเล้า และขอ ขวด ของใคร… 555?

  41. Tsov ntsuab

    ล่าสุด….วันที่ 15 กค. 52 พี่น้องม้งส่วนหนึ่งที่เดือดร้อนเรื่องที่ทำกินบ้านเข็กน้อย อดีต ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เตยอยู่ภูขี้เถ้า เข้าร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล แต่นายกฯ ไม่ลงมาพบ ไม่มีใครมาพบนอกจาก เจ้าพนักงานรัฐสภา เลยไปต่อที่ บ้านสี่เสา เลขาท่านได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว ส่วน UN ก็รับเรื่องไว้แล้วเช่นกัน จะเป็นเรื่องเลือกปฏิบัติหรือไม่อย่างไร รอดูตอนต่อไปครับบบท่าน…..

  42. โทรมา นรินทร์

    เด็กม้ง ใหม่ หัดขับ

    เรื่องที่ดินทำกินนี้ มีปัญหากันทุกลุ่มแหละ จะกลุ่มน้อย กลุ่มใหญ่ ที่สูงหรือที่ราบ ที่ลุ่ม ที่ดอน ปัญหาอยู่ที่ว่า ประชากรมนุษย์ คนเรานี้ เขาเพืิ่มกันทุกวัน แต่ที่ดินของเรามันเท่าเดิม ปากท้องก็เพิ่มขึ้น เดิมเข็กน้อยมีประชากรเท่าใหร่ ปัจจุบัน 50 ปีผ่านไป เพิ่มขึ้นมาก เป็น 10-20 เท่าแล้ว

    ชาวบ้านทั่วไปมีที่ทำกิน พอเพียง มีบางคนมีมาก บางคนมีน้อย หากมีการปฏิรูปที่ดิน คนมีมากก็ต้องเสียสละบ้าง เพื่อคนที่มีน้อย รัฐอาจจะชดเชิยให้บ้างตามสมควร ไม่ใช่ไม่มีเลย ซึ่งเรื่องนี้รัฐจัดการได้ แต่คนของรัฐ ซิ ฮฺ ฮิ หรือพี่น้องม้งที่มีอำนาจในท้องที่เอง ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่า มีอำนาจแค่ใหน ฮา

    ทำอำเภอไกล้ ๆ ออกเอกสารสิทธิให้ได้ เพราะมีเงิน มีอำนาจ ข้ามเขาไปิดเดียว มีเงินเหมือนกัน แต่ไม่มีอำนาจ ไม่มีความสมานสามัคคี หรือว่าบางทีปล่อยไว้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะคนโต โตจะได้ขยายที่ของตนได้มากยิ่งขึ้น

    เอาละพี่น้องม้ง ทั้งทีมั่งมีและยากจน ขอให้สู้ ๆ ต่อไปนะ
    เวลาของเราจะมาถึง ให้ส่งลูกหลานเรียนดีๆ ปลูกขิง ปลูกกะลำ่่ให้มากไว้ จะได้มีความสุข มีเงินใช้

    คนจร

  43. โมเม

    ไม่เห็นจะยากอะไร หากคุณรู้ว่า “เมื่อมีเงินและมีอำนาจแล้ว” คุณจะได้เอกสารที่ดิน คุณก็ไปหาเงินและอำนาจมาก่อนซิ แล้วคุณจะได้สิ่งนั้น หรืออาจได้มากกว่านั้น

  44. มะขาม

    บัวขาวสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเอาแชมป์ k1กลับมา

  45. มะขาม

    รอบุญ รอวาสนา ไปก่อน กรรมเก่าม้งเยอะ ใช้กรรมให้พอ มึงจะรอให้ใครเอาเอกสารสิทธิ์มาให้ ไปร่วมด้วยช่วยกันปิดถนนสาย พิษณุโลก-หล่มสัก อาจได้นะ ตราบใดที่ยังตัวใครตัวมัน ก็รอชาติหน้าเูถอะ โฉนดที่ดินไม่มีทางหล่นจากฟ้ามาให้เราชาวม้งหรอก……

  46. 123

    สิทธิครอบครองน่ะมีได้ แต่โฉนกที่ดินนะต้องเป็นพื้นที่สามารถออกโฉนกไห้ได้จึงสามารถมีได้

  47. เด็ก ดอยภูลังกา

    จะเข้ามาชมบ่อย ๆค่ะ

  48. เด็ก ดอยภูลังกา

    ถ้าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ยอมรับในความเป็นม้ง
    เชื่อว่าอีกไม่นานหรอก
    เราจะได้สิ่งที่สมหวัง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *