คนชนเผ่า และสิทธิ์ถือครองที่ดิน

สวัสดีชาวม้งเอเชียที่เคารพรักทุกท่าน หลังจากหายหน้าหายตาไปโดยไม่ได้บอกกล่าว ร่ำลา ไม่ได้เปิดโอกาสให้อาลัยอาวรณ์กัน ก็อยากบอกว่า “คนเล่นหมอก” จะกลับมาประจำที่แล้ว (หลังจากโดนพี่ EdiTor ตามจิกตามข่วนอยู่พักใหญ่)

เมื่อหลายวันก่อนผมได้เห็นข่าวหนึ่ง เนื้อข่าวตามนี้
“ในขณะนี้ชาวเขาเผ่าม้ง ที่อาศัยอยู่ที่บ้านไมโคเวฟ หมู่ที่ 11 ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้เพื่อปลูกกระหล่ำปลี ปลูกข้าวโพด และข้าวไร่ กันอย่างกว้างขวาง ขณะนี้พบว่าภูเขาบ้านไมโคเวฟหัวโล้น อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความเข้าใจชาวเขาเผ่าม้งก็ไม่ให้ความ ร่วมมือ”

กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายคือตัวน่ารังเกียจ

คำถามคือ ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ หรือเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไม่เคยคิดหาทางออกให้กับพวกเค้า สักแต่บอกว่าให้หยุดให้เลิก ถ้าไม่หยุดไม่เลิกก็จะจับ โดยไม่ได้มองว่า แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ที่ชาวม้งและชาวเขาเผ่าอื่นถือกำเนิด และตายบนเขา จนมีคำเปรียบเปรยที่ว่า “น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก ภูเขาเป็นของม้ง” แต่ทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐก็ไม่เคยสำเหนียกว่า ทางเจ้าหน้าที่เองนี่แหละที่กำลังเป็นภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของคนชนเผ่า

แน่นอนเราไม่ได้คิดว่าเราคือเจ้าของภูเขาเหล่านั้นจริงๆ แต่เราคนชนเผ่าสำนึกอยู่เสมอว่าเมื่อกฎหมายเข้าถึง แทนที่เราจะได้รับความเป็นธรรม แบ่งสันปันส่วนพื้นที่ให้เราได้ครอบครองเพื่อทำกินบ้าง แต่ก็เปล่าเลย เรากลับถูกลดทอนสิทธิ์ในการหาเลี้ยงชีพตามวิถีที่เราเคยมีมา วิถีชีวิตแบบชนเผ่าของเราจบลง (การดำเนินต่อถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย) โดยไม่ได้รับการเหลียวแลหรือเยียวยาใดๆ

ชาวเขาไม่ได้รับสิทธิ์ถือครองที่ดินอย่างเท่าเทียม เหมือนชาวไทยคนอื่นๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ ชาวม้งใน ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มิได้รับเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดที่ดิน แม้แต่ผืนดินแปลงเล็กที่บ้านตนเองตั้งเบียดเสียดกันอยู่ ในขณะที่คนในพื้นที่ตำบลใกล้เคียงสามารถมีโฉนดที่ดินกันแล้ว ที่ร้ายกว่านั้นคือมีรีสอร์ทหรูนับสิบแห่งตั้งเด่นเป็นสง่าราคีในพื้นที่ใกล้เคียง (ในเขตที่สามารถมีโฉนดได้) เหมือนเป็นการตอกย้ำแกมเย้ยหยันว่า คนชนเผ่าและคนไทยทั่วไปมีความแตกต่างด้านสิทธิอย่างไรบ้าง แม้ครั้งหนึ่งทางการไทยเคยเรียกพี่น้องม้งในแถบนี้ว่า “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ก็ตาม แต่เดี๋ยวนี้พวกเรารู้แล้วว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” นั้นเป็นอย่างไร

ความสามารถของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อย่าเพียงแต่นำมาเบ่งมาใช้กับคนกลางป่าเขา ให้หันไปมองพวกนายทุน และนักการเมืองทั้งหลาย เมื่อนั้นแล้วพวกท่านจะได้พิสูจน์สติปัญญาของกรมป่าไม้อย่างแท้จริง

คนชนเผ่าส่วนใหญ่ถือครองที่ดินแปลงเล็กๆ เพียงเพื่อการเลี้ยงปากท้อง และครอบครัว (หรือแค่เพียงปลูกกระท่อมสักหลัง) แต่กลับไม่ได้รับสิทธิ์ในการถือครอง ทั้งๆ ที่ป่าเป็นบ้านเกิดของพวกเค้าด้วยซ้ำไป (เจ้าหน้าที่มองว่ามันคือป่าสงวนฯ อุทยานฯ)

ฉะนั้นทางออกง่ายๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยคิดทำก็คือ การให้โอกาสคนชนเผ่าที่อยู่กลางป่าเขาได้ถือครองที่ดิน เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่งทางราชการเคยจัดสรรที่ดินทำกินให้กับคนพื้นราบ เมื่อทุกครอบครัวมีที่ดินเป็นของตนเอง (อย่างเพียงพอในการเลี้ยงชีพ) ผมเชื่อได้ว่าระบบไร่เลื่อนลอยจะไม่ถูกนำมากล่าวอ้างอีก

การให้สิทธิ์ในการถือครองที่ดิน จะช่วยเพิ่มสำนึกต่อคนชนเผ่าในการที่จะรักและหวงแหนผืนป่าที่มีอยู่อย่างจำกัดมากขึ้น อีกประการหนึ่งการให้สิทธิ์ถือครองที่ดิน จะเปรียบเสมือนการตีกรอบให้คนชนเผ่าทำมาหากินแต่เฉพาะบนที่ดินของตนเองเท่านั้น เพราะพวกเค้าจะเข้าใจได้เองว่าขอบเขตและสิทธิของพวกเค้านั้นมีแค่ไหน

กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายคือตัวน่ารังเกียจ

Links: wd-73737,wd-73736,wd-73735,wd-73837,wd-73835,wd-73734