คนหลังเขา

ม้งเอเชีย รกร้างแรมปีไม่มีข่าวคราว ไม่มีความเคลื่อนใหวใดๆ แต่อย่างว่าครับทะเลสงบก่อนคลื่นจะมา ตอนนี้ EdiTor ซุ่มเงียบทำโปรเจ็กใหญ่ยักษ์อยู่ หากสำเร็จขึ้นมาจะสามารถกลับมาต่อยอด ม้งเอเชีย พร้อมเสริมกิ่งก้านสาขา หรือแม้แต่รากแกร่งให้กับสังคมม้งเรา

แต่หากไม่สามารถสำเร็จตามเป้า อย่างน้อย EdiTor ก็สามารถหาเลี้ยงตัวและครอบครัว รวมถึงช่วยเหลือผู้อื่นได้บ้างเล็กน้อย ที่สำคัญไม่เป็นภาระให้กับใครก็พอใจละ

เมื่อวานมีพี่คนหนึ่งโพสต์ในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับความฝันของนักฟุตบอลญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่เค้าเคยเขียนความฝันของตัวเองไว้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ในความฝันของเค้านั้นเค้าบรรยายไว้เป็นฉากๆ ว่าแต่ละขั้นของเส้นทางไปสู่ฝันนั้นเค้าต้องสำเร็จในเรื่องใดบ้าง พูดง่ายๆ ก็คือต้องมีเป้าหมายตลอดเส้นทางฝันนั้น

ที่พูดถึงนี้คือ เคซึเกะ ฮอนดะ เค้ามีความฝันที่เห็นภาพชัดเจนในหัว ว่าเมื่อโตขึ้นเค้าต้องเป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก ได้สวมเสื้อเบอร์ 10 และตอบแทนพ่อแม่ มันไม่ใช่แค่ความฝันแต่เป็นความฝันที่มีการลงรายละเอียดไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนกระทั่งวันนี้เค้าได้มายืนอยู่ในฝันที่เค้าเคยฝันไว้เมื่อ 15 ปีก่อน

กลับมาที่ “คนหลังเขา” หรือเด็กหลังเขาอะไรก็แล้วแต่ มันถือเป็นนิยามหนึ่งของชีวิตม้งเรา และผมก็เพิ่งค้นพบความหมายโดยนัยของมันว่า “คนหลังเขา” ก็คือคนที่ทำอะไรหรือได้อะไรทีหลังคนอื่นนั่นเอง เช่นว่าการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร จนถึงพัฒนาการต่างๆ ที่มักเป็นไปตามหลังคนอื่นอยู่เสมอ

.. กระทั่งความฝันที่มีก็ล่าช้าและสุดแสนจะล้าสมัย

ที่จริงทุกความฝันล้วนมีค่าดังคำกล่าวที่ว่า “คนไม่มีความฝันคือคนที่ตายแล้ว ..” เพียงแต่หากเราสามารถมองโลกได้ไกลขึ้น โลกทัศน์เรากว้างขึ้น ทางเลือกของความฝันก็จะมีมากขึ้นตาม

จำได้ว่าสมัยประถมฯ ถ้าไม่ฝันเป็นตำรวจก็ทหาร ตอนมัธยมฯ อยากเป็นนักธุรกิจแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นนักธุรกิจอะไร เป็นนักธุรกิจแบบใคร เพราะว่าสังคมที่เราอยู่นั้นเต็มไปด้วยความขาดแคลน ขาดแคลนข้อมูล ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่สำคัญคือขาดแคลนผู้ให้

สังคมที่คาดหวังเพียงให้ตัวเองอยู่รอดไปวันๆ ก็ยากที่เด็กๆ จะฝันไกลได้

เมื่อเรามองว่าสังคมเราอ่อนแอและขาดแคลน จึงเป็นที่มาของความเชื่อผิดๆ ที่ว่าเราไม่สามารถให้ใครหรือช่วยเหลือใครได้ แต่แท้จริงแล้วการให้เราสามารถเริ่มได้จากสิ่งเล็กๆ โดยสิ่งเล็กๆ บางสิ่งสามารถก่อผลกระทบขนาดใหญ่เกินกว่าที่เราจะคาดถึง

อย่าได้รอให้คนอื่นเป็นผู้ให้เราอยู่เสมอ หากแต่เราต้องริเริ่มความคิดที่ว่าเราจะสามารถเป็นผู้ให้ได้จากจุดไหน ไม่เช่นนั่นแล้วเราจะกลายเป็นผู้ให้หลังคนอื่นเขา

.. คนหลังเขา …

7 Comments

  1. mangmao

    รอชื่นชมความสำเร็จของ Editor อยู่นะคะ ^___^”

  2. ม้งเมกา

    เป็นบทความที่ดี มีความหมายลึกซึ้ง
    มันช่วยเตือนว่าเราก็มีโปรเจ็กหนึ่งที่ต้องทำเพื่อความฝัน
    ดูเหมือนว่าเราไปช้ามากและเต็มไปด้วยความขาดแคลน 555

  3. pee

    เยี่ยมครับ
    ผมก้อเป็นหนึ่งได้ในสิ่งที่คิดฝันไว้บ้าง
    ผมทำงานที่ต่างประเทศได้ระยะหนึ่งแล้วหน้าที่การงานถือว่าที่หนึ่งสายงานด้านนี้ ดีใจครับกับความเป็นไป ในทุกย่างก้าวที่มาด้วยความเชื่อ ขอให้ก้าวต่อไป เพื่อเป็นหน้าเขา แทนหลังเขา

  4. Thojphaj

    ความรู้สึกของ คนหลังเขา นั้นสะท้อนใจพี่น้องม้งเรานัก ผมเป็นคนหนึ่งแหละที่เกิดหลังเขาด้วยพ่อและป้าผมเป็นหมอและพยาบาลเอง(30ปี) ผมคิดว่าผมพอรู้สึกถึงความหมายของคนหลังเขาได้บ้าง แต่ทุกวันนี้ผมก็ตอบคำถามที่ว่า “เธอเป็นม้งที่มาจากไหน?” (Mej nyoob qhov thws thuaj?) ได้ไม่เต็มปากแล้ว เพราะผมทำงานอยู่มาในเมือง แต่ผมก็ไปๆมาๆระหว่างบนดอยกับในเมืองอยู่นะครับ ทำให้ผมเห็นว่าความรู้สึกที่เราเป็นคนหลังเขานั้นบ่อยครั้งเราเป็นคนที่รับมันไว้เอง ผมมีความเป็นผลเมืองไทย(จ.เชียงใหม่)อย่างเต็มตัว ผมสามารถทำงานหรือแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ แต่ที่แน่ๆผมจะต้องสละความรู้สึกในตัวผมที่เป็น”คนหลังเขา”วางมันลงก่อนแล้วสวมบทบาท”ผลเมืองไทย” มันทำให้ผมมีความสามารถเช่นที่น้องคนไทยทั่วไป มีคุณภาพชีวิตเหมือนคนไทยทั่วไปได้ตามความสามารถของผมที่ศึกษาเล่าเรียนมาและประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ที่แน่ๆผมทำทุกอย่างได้เพราะผมยังไม่ลืมว่าผมเป็นคนหลังเขา

  5. pitak

    กำลังทำวิจัย เรื่อง ?ความเท่าเทียมด้านโอกาสและเสมอภาคในความสัมฤทธิ์ผลทางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการพัฒนาอาชีวศึกษาในการเตรียมแรงงานของประเทศและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน: การจัดการศึกษาเด็กชาติพันธุ์? ได้รับการสนับสนุนจาก สวก. ปี 2557

    วัตถุประสงค์

    1. เพื่อประเมินสถานการณ์ปัจจุบันของเด็กชาติพันธุ์ที่ส่งผลต่อความด้อยโอกาสและความไม่เสมอภาค เมื่อเข้าสู่การเรียนในโรงเรียนชุมชนท้องถิ่นตามนโยบายของรัฐ ซึ่งมีองค์ประกอบด้านหลักสูตร ระบบการเรียนการสอน บทบาทครูผู้สอน การใช้สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ และการสัมฤทธิผลในการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กชาติพันธุ์

    2. เพื่อประเมินสถานการณ์ปัจจุบันการจัดการทักษะการเรียนรู้เน้นเนื้อหาหลัก
    ( core subjects) ที่ครูผู้สอนใช้ภาษาไทย และทวิภาษาในการจัดกิจกรรมทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการผลิตทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติตามวิถีการดำรงชีวิตในชุมชนท้องถิ่น

    3. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ วิธีการและแนวทางในการจัดการศึกษาเพื่อให้เด็กชาติพันธุ์สามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ และมีแนวทางพื้นฐานอาชีพที่มั่นคง อันนำไปสู่รูปแบบโรงเรียนที่เป็นสถาบันชุมชนท้องถิ่น (Community-based Institutions)

    4. เพื่อเสนอแนวทางการจัดระบบการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตรที่เน้นทักษะการประกอบอาชีพอันเป็นแนวทางอาชีวศึกษา โดยการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการภาคเอกชน สถาบันชุมชนท้องถิ่น ผู้บริหารการศึกษาระดับท้องถิ่น ผู้กำหนดนโยบายระดับชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการสวัสดิการชุมชน ในด้านสาธารณสุข การศึกษา การคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม

    ตัวชี้วัดความไม่เสมอภาคของเด็กชาติพันธุ์ ในด้านการศึกษา (พยายามค้นหาบนพื้นฐานของชาติพันธุ์ด้านการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยของเด็กชาติพันธุ์)
    1. ทางเศรษฐกิจของครอบครัว
    2. ทางสังคมของความครอบครัวไม่มีการยอมรับในสังคมเมือง
    3. พื้นที่แหล่งพำนักในถิ่นห่างไกลคมนาคม ใกล้แหล่งต้นน้ำ ใกล้เขตป่าไม้ หรือพื้นที่ภูเขา
    4. ทางการศึกษา โดยสถานที่ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาห่างไกลจากแหล่งพำนักอาศัย
    5. ครูไม่ได้มีถิ่นพำพักในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านชาติพันธุ์ ไม่เข้าใจภาษาชาติพันธุ์
    6. ไม่สามารถเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนของรัฐ เนื่องจากความยากจน
    7. ถูกจำกัดสิทธิ์การหาพื้นที่ยืนในสังคม ไม่สามารถใช้ภาษาถิ่นชาติพันธุ์อย่างเปิดเผย ยกเว้นการสื่อสารในระบบครอบครัวและชุมชน
    8. การเข้าสอบแข่งขันในสายวิชาการเฉพาะทาง เช่น แพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ มีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนยังไม่มีประสิทธิภาพ
    9. การเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐ เช่น การคุ้มครองแรงงาน จึงต้องเลือกเส้นทางไปสู่แรงงานทักษะขั้นต่ำ
    10. มีโอกาสใช้ทรัพยากรท้องถิ่น แต่มูลค่าในการผลิตค่อนข้างต่ำ

    อย่างไงขอคำปรึกษาด้วยนะครับ
    กำลังได้รับอนุมัติในการดำเนินการวิจัย แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้กระทรวงศึกษาธิการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ได้รับรู้ถึงความเสมอภาค ความเท่าเทียมบนฐานการพัฒนาประเทศไทย ไปในด้านที่สามารถทำให้เด็กชาติพันธุ์ได้โอกาส ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างมั่นคง

    ผู้วิจัยยินดีที่จะรับข้อเสนอและคำปรึกษาครับ

  6. ไกลถิ่น

    จะคนหน้าเขา หรือคนหลังเขา หรือจะหลังใคร ทุกๆๆคนก็คือหนึ่งมนุษย์ที่เหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นคนทางชาติพันธ์ที่อยู่ในที่ที่ห่างไกลความเจริญในเมื่อก่อนจึงอาจจะทำให้คนบางคนที่ถือว่าตนเองนั้นเปนคนจำพวกดี ส่วนคนหลังเขาหรือเรียกว่ากลุ่มชาติพันธ์เป็นจำพวกชนคนชนชั้นสอง หลงตนเองมากไปหรือเปล่าครับ ที่เรียกพวกเราว่าชนชั้นสอง 5555
    ความเป็นมนุษย์นั้นถ้าจะวัดคุณค่าของเปนมนุษย์ไม่อาจจะได้ด้วยความเปน ชนชาติใด ชนชั้นใด หรือชนเผ่าใด แต่ถ้าหากว่าจะวัดกันส่วนตัวผมแล้วน่าจะวัดกันที่จิตใจไม่อาจจะใช่ที่ชนชั้น หรือ ชนชาติ และอีกมากมาย ฯลฯ
    แต่ใครจะมองเป็นเช่นไรก็ช่างเขาเถอะครับ เพราะมันเปนสิทธิส่วนตัวของเขาใครหลงตนเองมากเพียงใดก็เวียนว่ายมากเพียงนั้น
    สิ่งที่ดีที่สุดในโลกนี้ไม่อาจจะบอกได้ว่ามันคืออะไร??????
    เพราะสิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละคนนั้นย่อมที่จะแตกต่างกันไป ก็สุดแล้วแต่คนคนนั้นจะเป็นคนว่าเอา

  7. huaj

    เป็นบทความที่ดีมากครับ ผมก็คิดอย่างนั้นนะทุกคนมีความฝันแต่มันอาจจะมีอุปสรรคขวางกั้น บางทีอาจทำให้หลายๆๆคนท้อแท้และถอยหลัง บางคนก็ก้าวผ่านไปได้ บางคนก็หลงทาง ต้องยอมรับว่าม้งเราเนี่ยยังล้าหลังมาก ความคิดความอ่านยังสู้คนอื่นไม่ค่อยได้ ได้แต่หวังและเป็นกำลังใจให้ม้งทุกๆๆคนพัฒนาก้าวสู่ความสำเร็จต่อไป แน่นอนครับผมก็คนหนึ่งที่จะทำอย่างนั้น

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *