ความรู้สึกของเพื่อนบ้านม้ง

สวัสดีครับพี่น้องม้งทั่วโลกครับ ผมคนบ้านเลขที่ 96 นะครับ อันที่จริงบ้านเลขที่ 96 ตัวเลขนี้ไม่ใช่บ้านเลขที่ของผมหรอกครับ เพียงแต่บ้านเลขที่นี้เคยมีความหลังกับผม ก็ขอแจงอธิบายไว้ตรงนี้สักหน่อย เดี่ยวหลายๆ ท่านอาจเข้าใจผิดว่าผมบ้านเลขที่ 96 จริงๆ ความจริงคือนามปากกาของผมนะครับ ไม่ใช่บ้านเลขที่ของผม

จากที่ผมได้เขียนบทความเกี๋ยวกับโรงเรียนป่ากลางมิตรภาพที่ 166 ก็รู้สึกว่าในที่แห่งนี้มีศิษย์พี่ศิษย์น้องกันค่อนข้างเยอะนะครับ แต่อย่างไรเสียก็ขอให้ทั้งศิษย์เก่าศิษย์ใหม่ หรือศิษย์ต่างโรงเรียน ต่างเมือง ต่างประเทศที่เป็นพี่น้องม้งทุกคน มีความสุข มีความสบายกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะ

no prescription 10mg levitra

ก็เหตุเนื่องด้วยคราวก่อนที่กลับไปบ้านนั่นแหละครับ ก็มีโอกาสได้สนทนากับเพื่อนบ้าน ที่ไม่ใช่คนม้ง เพราะที่ป่ากลาง มีทั้ง เมี่ยน ลั้วะ และคนไทยพื้นราบ (คนเมือง) ที่ขึ้นไปอยู่อาศัยเป็นเวลายาวนาน จนบางคนก็เรียนรู้วัฒนธรรมของคนม้ง จนแยกไม่ออกว่าคนที่อื่นหรือเปล่าก็เยอะ บางท่านก็มาเป็นเขยของคนม้งก็มากมาย พี่น้องเหล่านี้มาในหลายรูปแบบ อย่างที่เข็กน้อย discount viagra levitra ก็มาในรูปแบบของการเป็นพ่อค้าแม่ขาย บางท่านถึงกับเป็นคนคุมตัวเศรษฐกิจของหมู่บ้านม้งในระแวกนั้น บางท่านถึงกับพูดภาษาม้งได้ดีจนคนม้งแทบไม่รู้ว่า คนนี้ไม่ใช่คนม้งโดยกำเนิด ส่วนป่ากลางก็มีมาในทั้งรูปแบบของพ่อค้าแม่ ขาย และแบบอยู่ประจำกับคนม้งเป็นเวลา 20?30 ปีมาแล้ว จน พี่น้องม้งคุ้นหน้าค่าตากันหมด และพี่น้องเหล่านี้ก็มีความสุขในการใช้ชีวิตกับพี่น้องม้ง

การสนทนากับเพื่อนบ้านคนไทยพื้นราบท่านหนึ่ง ที่ท่านได้มาอยู่ในหมู่บ้านม้งเป็นเวลานาน เพื่อนบ้านคนนี้เขากล่าวกับผมว่า ได้มาอยู่ในหมู่บ้านม้งเป็นระยะเวลา 30 กว่าปีมาแล้ว ก็เห็นความเป็นไปของพี่น้องม้ง เขามีความรักในสังคมม้งชอบวัฒนธรรมม้ง มีใจอยากช่วยกันพัฒนาหมู่บ้านม้งให้เจริญ

ผมเคยไปเข็กน้อย ถ้าใครเคยไปเข็กน้อย จะเห็นได้ซัดที่สุดว่า มีแม้กระทั่งฝรั่งมาสร้างบ้านอยู่ในหมู่บ้านม้ง พ่อค้าแม่ขายที่นั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นพี่น้องจากทางอีสานบ้าง จากทางเหนือ หรือทางภาคกลางบ้าง ผม เคยไปนั่งกินน้ำในร้านขายของร้านหนึ่งที่เข็กน้อย เจ้าของร้านบอกผมว่าเป็นคนเหนือมาจากเชียงใหม่ ที่มานี่ เพราะอยากทำธุรกิจค้าขายกับพี่น้อง และเขาเองก็รักวัฒนธรรมของม้ง เลยมาชื้อบ้านทำมาค้าขายกับพี่น้องหลายสิบปีมาแล้ว

คราวนี้มาต่อกันที่ผมกับเพื่อนบ้านท่านนี้คุยกัน เพื่อนบ้านท่านนี้ก็กล่าวว่า เป็นไปได้ไหม เขาเองก็รักพี่น้องม้ง รักวัฒนธรรมของม้ง มาอยู่กับม้งนับหลายสิบปี เขาอยากให้พี่น้องม้งสนับสนุนเขาบ้าง ไว้ใจของบ้างในการพัฒนาหมู่บ้านม้ง เพราะเขาเองก็เป็นหนึ่งที่มีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่บ้านพี่น้องม้ง เป็นไปได้ไหม ว่าเขาเหล่านั้นอยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาหมู่บ้านม้ง ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องม้ง

ประเด็นนี้ผมเองก็ตอบลำบาก ก็เลยอยากจะแตกประเด็นให้พี่น้องม้งทั่วโลก ช่วยกันตอบพี่น้องเหล่านั้นทีว่า หากพี่น้องเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถ อยากพัฒนาหมู่บ้านม้ง สามารถทำให้หมู่บ้านม้งเจริญ สามารถ ที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างที่ดีๆ ให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านม้งได้ แต่ติดนิดเดี่ยวที่ว่า ท่านเหล่านั้นไม่ใช่คนม้งอาจมาในรูปแบบของเป็นเขยม้งบ้าง เป็นพ่อค้าแม่ขาย ที่ชื้อที่ปลูกบ้านอยู่กับพี่น้องม้งบ้าง หรือแม้กระทั่งคน ที่กำเนิดในหมู่บ้านม้ง และมีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่บ้านม้ง พวก เขาเหล่านั้น เป็นคนดี คนแก่ง สมควรไหมที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับการยอมรับเชื่อใจจากพี่น้องม้ง ให้เป็นผู้มีส่วนในการพัฒนาหมู่บ้านม้งบ้างไหม หรืออย่างไร เพราะว่าปัจจุบันคนเหล่านี้ ก็มีอยู่ตามหมู่บ้านม้งถมเถไป และอาจเป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้ ชีวิตของพี่น้องม้งมีสีสันมากขึ้นก็ได้

zp8497586rq

7 Comments

  1. โดมดอย

    คนสมัยนี้มองลึก ๆ ก็ไม่เห็นธาตุแท้ กาลเวลา การกระทำขณะที่มีอำนาจเท่านั้นจึงจะบอกได้ว่าธาตุแท้เป็นอย่างไร…..เช่นบ้านเมืองไทยขณะนี้ เกิดจากน้ำมือคนที่อีกฝ่ายเทิดทูนบูชา แต่อีกฝ่ายไม่เห็นด้วย แล้วเป็นอย่างไร…..ส่วนตัวโดมดอย เป็นผู้ให้โอกาสคนเสมอ หากเราให้โอกาส ผู้นั้น เขาต้องแสดงความรู้ความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ ซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่พวกพ้องน้องพี่ ให้การช่วยเหลือ เรื่องทุกข์ร้อนของส่วนรวม แน่นอน คุณย่อมได้ใจชาวม้งโดยปริยายจ้ะ….แต่หากตรงข้าม ม้งมักถือคติคนจีนกลาย ๆ คือบุญคุณอาจจะทดแทน แต่…แค้นนนน…ต้องชำระ แน่นอน เหตุที่พูดเช่นนี้ เพราะเรา…ให้…ช่วย…แต่อย่าหวังว่าเขาจะตอบแทนเรานะ ให้คือให้จริง ๆ เพราะเรื่องจิตสำนึกที่ต้องแทนคุณ เราต้องใช้เวลานิดหน่อยเพื่อสร้างจิตสำนึก เพราะบางส่วนที่ไร้การศึกษา กลุ่มเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวแม้มีการศึกษา ก็ไม่มีจิตสำนึก และข้อนี้ก็อยู่ในทุกชาติ ภาษาเช่นเดียวกันจ้ะ

  2. EdiTor

    โอกาสไม่ใช่เรื่องที่จะร้องขอกันได้ โดยเฉพาะหากต้องการเป็นที่ยอมรับ เค้าคนนั้นต้องทำตัวเองให้เป็นที่ยอมรับ เช่น ต้องมีน้ำใจ เสียสละ ช่วยงานสังคม

    ธรรมชาติอย่างหนึ่งของสังคมคือ เรื่องของเครือข่าย หากเค้าคนนั้นมีเครือข่ายมากพอ มีสายสัมพันธ์กับคนในชุมชนดีพอ เค้าก็จะได้รับความไว้วางใจ และได้รับการสนับสนุนจากคนในชุมชน

    แม้แต่คนม้งด้วยกันเอง ก็จะต้องได้ทำในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ครับ

  3. nanas

    ฉันว่าเรื่องเหล่านี้ในสมัยนี้ เขาต้องเราคนแก่ง คนดีมาทำงาน แต่อย่างว่าแหละ ไม่ว่าเป็นคนม้งหรือคนไทย ก็ต้องเอาพวกเดี่ยวกันก่อน แม้ว่าคนของเราจะไม่แก่งเท่าที่ควร แต่เป็นพวกเรานี่ ดีกว่าจะไปให้โอกาส คนอื่น ที่ไม่ใช่พวกเราแม้ว่าเขาคนนั้นจะแก่ง ก็จะเห็นจากการที่ม้งเราเองถูกกีดกัน ในงานราชการบางอย่าง อย่างที่ฉันเคยอ่านเจอในเวปนี้ และก็เช่นเดี่ยวกัน ม้งเราก็กีดกันคนอื่นที่ไม่ใช่ม้งมาเป็นคนสำคัญ เช่นการเลือกผู้ใหญ่บ้าน แน่นอนถ้าในหมู่บ้านนั้น เป็นหมู่บ้านม้ง คนที่อื่นอย่าหวังเลยว่า จะได้เป็น แม้ตัวเองจะเป็นคนดี และแก่ง เพราะว่า ม้งก็ต้องเอาม้งมาเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว นั้นฉันคิดว่าฉันสามารถ ตอบได้ว่า เป็นไปได้อยากคะ และให้คนเหล่านั้นทำใจเถิด

  4. โยซิโอ

    ในสังคมทั่วไปที่มีการเลือกตั้งหัวหน้า ใครๆ ก็ต้องเลือกคนที่เป็น.. 1 พรรคพวก 2 คนดี 3 คนเก่ง ฉะนั้น ผู้สมัครรับการเลือกตั้งที่มีคุณสมบัติครบแก้ว 3 ประการนี้ ย่อมมีโอกาสได้รับชัยชนะ และเป็นที่ยอมรับสูงสุด

    หลายครั้ง ผลการเลือกตั้งเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย ก็เพราะผู้ที่ชนะการเลือกตั้งมีคุณสมบัติไม่โดดเด่นครบทั้งสามประการนั่นเอง เมื่อเข้ารับตำแหน่งก็อาจ เน้นประโยชน์พวกพ้องเป็นหลัก ฝีมือไม่ถึง มีปัญหาการปกครอง บางทีมีโอกาส..อาจโกงได้ แย่ลงไปอีก ก็คือ เกิดการแตกแยกในสังคม

    ฉะนั้น ผู้ที่คิดจะสมัครเข้ารับการเลือกตั้ง หากมีคุณสมบัติไม่ครบแก้วสามประการ อย่างน้อยก็ขอ 2 อย่าง ต้องโดดเด่น คือ เป็นคนดีและเป็นคนเก่ง เป็นใครมาจากไหน ไม่สำคัญ จงมั่นใจและลงสนามไปเลย

  5. โป๊ยเซียน

    ….ยังงัยผมก้อชาตินิยมคับ
    ม้งเก่งๆก็มีแต่ไม่แสดงความสามารถ?
    แต่อย่างไรม้งก้อต้องมาก่อนจร้า ทีรักม้งทุท่าน!
    คนนอก นอกจากไม่มีทางเลือกอื่นๆใด เท่านั้น

  6. ดอกหญ้าบนคานทอง

    เหอๆๆ สมัยนี้ม้งบ้านเราแต่งงานกับกะเหรี่ยงกันเกือบหมดแล้ว

    สาเหตู : เพราะว่าทั้งอำเภอร้อยละ 80 เป็นกะเหรี่ยง ม้งคงจะมีแค่ร้อยละ 2 หรือาจน้อยกว่า ที่เหลือก็เป็นคนเมืองกะมูเซอ จะไปจีบสาวที่อื่นก็ไกลแสนไกล จะได้ไปทีก็รอมีงานปีใหม่หรืองานอื่นๆ ไม่เว้นแต่คนที่ไปเรียนกลับมาก็ยังไม่พ้นจะพาสะไภ้ เขยกะเหรี่ยงกลับมาอีก แต่งกับคนเมืองก็มีบ้างแต่ไม่มาก น่าเศร้าใจนัก อีกหน่อยม้งบ้านเราคงจะกลายพันธ์ไปเป็นกะเหรี่ยง /คนเมืองกันหมดแหล่ะมั้ง

    ทีนี้หล่ะ ม้งสูญพันธ์แน่ๆๆ

  7. pipe

    ไม่ว่าจะเป็นคนเมือง คนม้ง หากอยู่ร่วมกันก็คือคนพื้นที่เดียวกัน ไม่น่าจะแบ่งแยกเป็นม้ง เป็นคนเมือง เราอาศัยอยู่พื้นที่เดียวกันก็คือเพื่อนบ้านกันแล้ว หากยังคิดว่าเขาคือเขา เราคือเรา แล้วเราจะอยู่กับเขาอย่างสนิทใจได้อย่างไร? คนเรามักจะเชื่อใจและไว้ใจกับพวกเดียวกัน แต่ต้องมองต่อว่า บางครั้งพวกเดียวกันนั่นก็ทำร้ายกันเอง ฉะนั้นอย่ามองแค่เขาและเรา แต่จงมองเป็น “คน” เหมือนกัน
    ม้ง มักจะไม่ไว้ใจคนอื่น ที่ไม่ใช่พวกเดียวกับตนเอง ฉะนั้น หากไปอยู่ที่ไหน ม้ง มักจะแยกตัวออกไป ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนในพื้นที่นั้นๆ การทำตัวแปลกแยก นั่นยิ่งเป็นการทำให้เป็นจุดสนใจในสังคม …. ความไม่ไว้ใจ มีได้ แต่ก็จงมี ความเชื่อใจ ให้กันบ้าง ดีกว่าไหม?

Comments are closed.