คุณเคยคิดว่า ตัวเองตายแล้วไหม

Hmong Asia Thailand

นานมากที่ไม่ได้เข้ามาทักทาย และเขียนเรื่องให้อ่านกันเลย วันนี้ขอเล่าประสบการณ์ที่เกิดกับตัวเอง ใครไม่เชื่อไม่เป็นไร แต่หากวันใดที่คุณอยู่ในภาวะเดียวกับโดมดอย คุณจะรู้ว่า การมีชีวิตอยู่ หรือการตาย มีเพียงเส้นบาง ๆ กั้นเท่านั้นเอง

…..เมื่อตัวเองต้องเข้าห้องผ่าตัดเพื่อกำจัดโรคที่เป็นอยู่ออกไป ก็ตามวิธีของหมอคืออดข้าวอดน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมง จำได้ว่า กำหนดผ่าตัด 9 โมงเช้า เมื่อถึงเวลา จนท. เข็นเปล มาเข็นเราไปยังห้องผ่าตัด เมื่อมาถึงเราเห็นว่าตัวเองนอนใต้ดวงไฟที่กลมสว่างพอสมควร มีแพทย์ 1 พยาบาลอีก 3 วิสัญญี 1 หมอวิสัญญีผู้ที่จะให้ยาสลบบอกเราว่าให้หายใจลึก ๆ ไม่ต้องกลัวนะ

…….แล้วเขาก็ฉีดยาสลบลงในสายน้ำเกลือ ระหว่างที่ฉีดยาลงไป และยามาลงในกระแสเลือด ตัวเราเองจะเห็นหลอดไฟที่สว่างอยู่ค่อย ๆ จางแสงลง และเบื้องหน้าที่เราลืมตาค้างอยู่นั้นจะปกคลุมไปด้วยหมอกควันคละคลุ้งและแล้ว ตัวเราจะเบาหวิว ล่องลอยไปเหมือนมีดวงกลม ๆ คล้ายโคมไฟในเทคเป็นสี ๆ หมุนไปเรื่อย ๆ ตอนหลังถึงรู้ว่านั่นคือดวงจิตเราเอง เมื่อดวงไฟที่หมุนได้นี้เคลื่อนที่ไปเราสามารถมอง และเห็นทุก ๆ สิ่งที่เราอยากรู้ แต่เราก็ไม่รู้ทันทีทันใด ต้องใช้เวลาระลึกสักครู่จึงจะทราบว่านั่นคืออะไร ที่ไหน เราเห็นว่ามีคน 4-5 คนกำลังทำอะไรกับท่อนกล้วย หรือท่อนไม้อะไรสักอย่าง และได้ยินเสียงไกล ๆ พูดมาเป็นระยะ ๆ

ขณะนั้นความระลึกของดวงจิตพาไปถึงในอดีตของเรา…….เช่นเคยอยู่ที่ไหน พ่อแม่ในชาติปัจจุบันชื่ออะไร เรียนที่ไหน จะค่อย ๆ พาดวงจิตเราไป และให้ระลึกได้ทีละอย่าง จนสุดท้ายมาจบลงที่ว่ากล้วยท่อนนั้นเขาเข็นมาแล้วยกมากลิ้งใส่ในที่นอน เราเริ่มได้ยินเสียงคนเรียกไกล ๆ จากอีกฝั่งฟากภูเขาหนึ่ง สักครู่เราจึงรู้ว่าชื่อนั้นคือชื่อเราเอง

แล้วใครมาเรียกเรานะ…..กว่าจะรู้ว่าเสียงคนชื่อโดม…..แล้วโดมเป็นใคร กว่าจะรู้ว่าเป็นลูกเราก็นาน เราพยายามจะโต้ตอบ แต่ทำไมอ้าปากยากเย็นแสนเข็น และไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมาเลย จนในที่สุดต้องรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีตะโกนตอบลูกไปว่า ?โดม…..แม่อยู่นี่…..? ก็สะดุ้งรู้สึกตัว และแล้วดวงไฟสี กลม ๆ นั้นก็หายวับไปกับร่างของเรา

ใครเคยเป็นอย่างนี้บ้าง……..ถ้าถามว่าใช่ตายไปแล้วไหม…..ก็ตอบไม่ได้ เราคิดว่าเป็นเพียงดวงจิตออกจากร่างไปชั่วขณะเท่านั้น แต่ระหว่างทางสัญจรของดวงจิตเรานั้น เราไม่พบใครเลย เส้นทางกว้างไกลอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย จะเรียนรู้ด้วยตัวเองตลอดเวลากับบางสิ่งที่ระลึกขึ้นมาได้ ไม่มีใครมาบอก แนะ ชี้ หรือสอนเลย หากในการตายจริง ๆ เป็นเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ช่างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย อาดูรจริง ๆ อยากร้องเรียก และร้องไห้ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกใคร เพราะไม่รู้ว่าเราเป็นใคร

……..ที่เขียนมาก็เตือนผู้ประมาทต่อชีวิตว่าการตายเป็นเรื่องง่ายมาก หากประมาท บางทีเราไม่รู้ตัวว่าตายหรือยัง เพราะเราไม่รู้ตัวเลย กว่าจะรู้คงสายเกินกว่าที่ดวงจิตจะกลับมาคืนสู่ร่างได้ ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนอย่าประมาทตั้งตนอยู่ในความมีสติเสมอ และแคล้วคลาดสารพัดอุปสรรคนะคะ ด้วยความหวังดีจากโดมดอยค่ะ.

***************

16 Comments

  1. เกมส์

    เคยคิดครับ ว่าตัวเองอยากตาย

    ยิ่งมีช่วงนึง มันเป็นความฝันนะ เหมือนตัวเองล่องลอยไปที่ไหนก็ไม่รู้ มืดไปหมดอะ

    แต่ก็นะ สุดท้ายก็กลับสู่สภาวะปกติได้

  2. โปรโมทเว็บ

    เคยเป็นเหมือนกันครับ

    ช่วงจิตตก คิดบ้าบออะไรไม่รู้

    แบบ ประมาณว่า อยากตาย แล้วมันฝันว่าเราตายจริงๆอะ

    แล้วเจอแต่ โลกมืดๆ มองอะไรไม่เห็น

    ทำนองนั้น แอบเพี้ยนนิดๆเปล่าหว่าเรา

  3. ป.เข็กน้อย

    เป็นข้อพิสูจน์ เรื่องของกฏแห่งกรรมในพุทธศาสนาได้อย่างดี
    และ เป็นข้อคิดเตือนใจที่ดีมาก
    ขอบคุณนะครับ
    ด้วยมิตรภาพ

  4. ม้งคนหนึ่ง

    ดีมากเลย และก็ขอบคุณ คุณโดมดอย ที่นำมาแชร์ให้เราทุกคนได้รู้ และทำให้รู้ว่าควรจะอยู่อย่างมีคุณค่ามากขึ้น เคยมีหลายๆเรื่องที่ทำให้ท้อ และคิดอยากตาย แต่ถ้าอีกโลกเป็นเช่นนั้นจริง โลกเราน่าอยู่กว่าเยอะเลย และก็ขอให้สุขภาพดีขึ้นไวๆ นะคะ

    จากม้งคนหนึ่ง

  5. EdiTor (Post author)

    ก็ถือเป็นการให้สติทุกคนในช่วงเทศกาลแบบนี้ ก็ขอให้พวกเราที่ต้องเดินทางในช่วงนี้ จงเดินทางโดยสวัสดิภาพ ทั้งขาไป และขากลับ

    ขอบคุณพี่โดมดอยครับ

  6. Dome-doi

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไปกรุงเทพ…..และขอลงทางแยกรัชฎา เพื่อจะไปกรมการส่งออกรถเมล์จอด ก็ก้าวกำลังจะลง มีรถมอเตอร์ไซค์ แล่นมาแซงทางขวา และชนเข้าที่ข้อมือด้านซ้าย แต่ไม่แรง ตกใจมากกว่า…แต่ไม่เป็นไรมากจึงเดินขึ้นถนน ลังเลสักครู่…….เพราะฟังธรรมเป็นประจำเกี่ยวกับการเป็น-ตาย การตายบางครั้ง เราไม่รู้ตัวกายละเอียดอาจล่องลอยไปตามสิ่งที่คิดแต่แรก เช่นว่าจะไป กรมส่งออก คงต้องไป แต่กายหยาบอาจนอนตายอยู่ตรงนั้น…..ก็คิดว่าหากเราเดินไปที่รรถมอ,ไซค์รับจ้างหากเขาเห็นเรา เรียกรถไปส่งได้ แสดงว่ายังไม่ตาย แต่หากเรียกแล้วเขาไม่เห็น…..จะทำอย่างไรดี แต่สามารถเรียกรถได้….มาลังเลอีกว่าตายใหม่ ๆ อาจยังมีรูปร่างก็ได้ เดี๋ยวจะลองไปพบคนที่เราต้องการไปหา หากเขาเห็นเราแสดงว่าไม่ตาย แต่เรียกแล้วเขาไม่ตอบสนอง…..แสดงว่าเราตายจริง ๆ แล้ว ก็ทำใจจนไปถึงที่ คนที่ไปหาดีใจที่เราไปถึงเขาพาไปเดินดูสินค้าและทานข้าว จึงเล่าให้เขาฟัง เขาหัวเราะว่าเราคิดมาก หรือฟังธรรมมากไปป่าว…..

  7. Tshua tshaj

    Koj zaj lus hais los sauv kuj zoo kawg lawm thiab, tsis tas li los tseem yog ib qho hais kom peb sawv daws ceev faj peb tus kheej tsis hais mus txoj kev twg, caij tsheb loj, mus kaw taw los yog caij mos taus xais, yog zoo li koj hais es yus tus kheej mus lawm ntsiag to ntev loo mam li tsim rov los saib ntej teb es tseem nco tau txhua yam, tias dab tsi yog dab tsi ces twb zoo heev tab sis tsuas ntshai tsam tos nco xwb twb looj hlias lawm leej twg qw npaum cas los lub me plawv twb tsis dhia, txoj me siav twb tsis ntoj lawm ces xyov yuav tu siab mus txog tiam twg, tus nyob los ntshe yuav quaj quaj tsis txawj tag, tus mus los ntshe yuav seev seev tsis txawj dua…
    thaum los nyeem koj cov ntsiab lus no lawm zoo li cia li muaj 2-3 teev dej ntshiab ntshiab teev saum kuv lub ntsiab muag tuaj vim nco txog thaum coj kuv txiv mus kho mob nram tsev kho mob loj txog thaum kawg twb tsis zoo li koj hais los sauv li thiab, cia li qe muag nti mus lawm yam tsis paub txog tias tseem tshuav ib co neeg uas tuaj saib nws li, kuv txawm quaj txawm qw npaum cas los twb tsa tsis taus lub qhov ncauj los nrog kuv tham li lawm mas ua rau tu siab kawg nkaus…

    xyoo tshiab 2010/2553 los yuav txog no thov foom kom nej txhua tus tsuas ntsib kev kaj siab thiab safety txhua yam xwb os…

  8. ม้งกระบี่

    เคยครับเมื่อวันที่1 ธค.นี้เองขับลงไปจังหวัดกระบี่ระหว่างทางฝนตกหนักมากด้วยความที่ใกล้ถึงเป้าหมายเลยขับให้เร็วขึ้นจะได้ถึงไวๆๆด้วยความประมาทบวกกับถนนลื่นทำให้รถเสียหลักตกเขาพลิกสามตลบรถเสียหมดคับเเต่เราไม่เป็นไรเเผลเเม้เเต่นิดเดียวก็ไม่มีเเต่เหมือนตายเเล้วเกิดใหม่จริงๆๆใครไม่เคยเจอคงนึกภาพไม่ออกเสี้ยววินาทีเป็นอย่างไรทำให้อดเที่ยวปีใหม่เลยเพลนว่าจะไปปายเเม่ฮ่องสอนเชียงราย อยากบอกทุกคนว่าขับรถใจเย็นๆๆค่อยๆๆไปถึงช้าแต่ถึงชัวร์คับเพราะโดยปกติเเล้วเวลาไปไหนก็เหยียบ 160-180คับนี่ไม่เป็นไรเพราะขับคัมรี่นะอยากบอกว่าของเขาดีจริงๆๆถ้าเป็นรถเล็กไม่อยากจะนึกภาพคับ โชคดีทุกคนครับ

  9. VAj XYOOJ NTSUAB LOOJ

    ใช่ครับ การมีชีวิตอยู่นี้มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดเลยครับ เศรษฐีจีนคนหนึ่งบอกว่า(การที่เรามีทรัพย์สินมากมายในตอนนี้ ดูเหมือนมีความหมายมาก แต่หากเราไม่มีชีวตไปแล้วทุกอย่างก็เหลือศูนย์)

  10. โป๊ยเซียน

    ว้า….คนสวย ถ้าการตายมันเปงแบบนี้จิงๆๆ
    แร้วคนคู่ที่รักกันมากมาย กอดคอกันตายเปงตายดี นี้
    พอตายแร้วจะได้หากันเจอไหมเนี๊ยะ น่าคิดมากมายนะ ขอบอก
    พอตายด้วยกันแล้ว ต่างคนต่างจำซึ้งกันและกันไม่ได้นี้ แย่แร่ะ
    คงจะใช้เวลาอีกกี่ภพ ถึงจะคืนความจำได้กลับมา เฮ้อ…คิๆแร้วไม่อยากตาย!!
    รักกันแค่ไหน ไม่ขอตายดีกว่า ถ้าไม่สมหวังอ่ะนะ !
    ดีนะ ทำให้ได้รู้ว่า ” ความนิพาน ” ไม่ใช่สิ่งที่น่าเล้าโลม เมื่อมันไม่ถึงเวลา อิอิๆๆ

    บทความท่านมาทีไร ไม่เคยผิดหวังเล้ยน๊า คนสวย
    การตายที่เกิดจากความประมาท มันคือ ความตายที่เสียใจไม่มีวันหยุดดดดด
    แม้มันจะตายแร้วก็จิง แต่พอระลึกได้ก้อยังเสียใจอีกอยู่ดี ใช่ป่ะ

    ดังนั้น…จงอยุ่อย่างมีสติ อย่าได้ประมาทเด็ดขาดเชียว ไม่ว่าที่ไหนๆ
    ขอให้มีสติ________และมีสติก่อนสะต๊าฟฟฟ์ ป่าวววว์ๆ ตั้งสติคร๊าบ?

  11. เคาะสนิม

    มาติดตามชมและอ่านเพื่อความรู้ครับ และความสนุกสนาน

  12. the girl Hmongism

    ตอนอกหัก เครียดมาก
    ไม่มีกะจิตทำอะไรสักอย่าง
    อะไรก็ไม่สำคัญอีกเลย
    ใช้ชีวิตอย่างประมาท
    เดินตามถนน ก็ไม่สนใจระวังรถ
    ไม่ระมัดระวังตัวเลย
    เรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน
    คือแบบว่าตัดทุกอย่างที่มันสำคัญกับชีวิตออกหมดเลย เพราะช่วงเวลานั้น คิดอย่างเดียว แค้น และเจ็บใจ อยากจะฆ่าผู้หญิงที่มมาแย่งแฟนเราไป (ทั้งที่แฟนเก่าเราเองเป็นคนเจ้าชู้)
    แต่ความรู้สึกผู้หญิงนะ จะแค้นผู้หญิงคนคนใหม่ที่มากิ๊กกะแฟนเราอยู่แล้ว

    มีแต่ความเกลียดชัง แค้น คิดภาพวางระเบิดใส่บ้านมัน
    ให้มันเละเป็นชิ้นกันทั้งคู่

    เวลาผ่านไป 3 ปี เราก็ยังไม่หายแค้น จนป่วยและต้องเข้ารับการผ่าตัด
    อาการเหมือนตายไปแล้วจริง
    ความรู้สึกเหมือนเรื่องที่คุณ โดมดอยเล่ามาเลย
    พอเราฟื้นมา เราก็สงบสติอารมณ์ ไม่แค้นแฟนเก่าและผู้หญิงคนนั้นอีกเลย
    และตั้งใจเรียนจนจบ มีงานทำมาจนทุกวันนี้
    เหตุการณ์หลังจากการผ่าตัดแล้วโดนวางยาสลบ ทำให้ฉันคิดได้ว่า ชีวิตคนเรามันมีค่าเหลือเกิน
    มีอะไรดีๆอีกมากมายที่เรายังไม่ได้ทำ
    อย่ามัวไปยึดติดอะไรกับพายุลูกนี้ที่มันเพียงแค่พัดมาและโหมกระหน่ำเราให้ยับเยิน
    แล้วมันก็จากไป
    ทิ้งไว้แต่ความเจ็บช้ำ

    และฉันก็ทำใจได้ตั้งแต่ฟื้นจากการวางยาสลบ
    ฉันตั้งใจว่าทุกลมหายใจที่มีต่อจากนี้ จะทำความดี ทำเพื่อพ่อ แม่ เพื่อตัวเอง
    และอยู่เพื่อให้ได้พบแฟนเก่าอีกครั้ง เพราะว่าใจยังรักเขามาก แต่ไม่มีความรู้สึกว่าต้องเป็นเจ้าของเขาอีกแล้ว
    ขอเพียงแค่มีลมหายใจอยู่เพื่อให้ได้อยู่ ได้รู้ว่ายังยืนบนผืนดินเดียวกับเขาก็พอ

    และชีวิตฉันก็สงบมาตลอดตั้งแต่นั้น
    ฉันระวงัตัวเองในทุกๆเรื่อง
    และทำประโยชน์เพื่อสังคมทุกครั้งที่มีโอกาส

  13. EdiTor (Post author)

    คุณ the girl Hmongism ผมเชื่อว่าหลายคนคงพบเจอมาไม่ต่างจากคุณ และพวกเค้าก็ไม่สามารถผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนั้นมาได้

    ช่วงเวลาที่คุณได้สติ หลังจากการให้ยาสลบนั้น อาจเป็นเพราะภาวะจิตหลับทำงาน (จิตใต้สำนึก) แสดงว่าจริงๆ แล้วลึกๆ ข้างในจิตใจคุณเข้มแข็ง เพียงแต่สภาวะจิตตื่น (จิตสำนึก) วุ่นวายเกินไป

    ยินดีกับวันนี้ และวันข้างหน้าที่ดีๆ ของคุณครับ

  14. คนดอย

    ขอเป็นกำลังใจให้กับ ทุกๆๆคนที่ คิดดี ทำดี นะครับ
    และ ขอให้เชื่อมั่นศัทธาในการกระทำความดี เพราะความดีเท่านั้น
    ที่จะปกป้องผู้ปฎิบบัติ ทั้งในยามที่ที่มีชีวิตอยู่และจาก โลกนี้ไป
    ดั้ง พุทธสุภาษิตที่วา ” สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม ”
    ” คนทุกคน มีกรรมเป็นแดนเกิด ”
    ” ดี ชั่ว สืบได้วยกรรม ”
    จงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท
    เจริญธรรม สำนึกดี สังคมดี
    คนเข็กน้อย sawat.R@sanook.com

  15. วันดี

    ไม่อยากเชื่อว่าสุดท้ายเราก็เจอคนที่ มีประสบการณ์เหมือนเรา คือผ่าคลอด น่ะแต่ร่างกายเราไม่รับยาชา ( เพิ่งรู้ภายหลัง) พอหมอลงมีดตามเวลาที่เราฝากท้อง(ตามหมอดู) แล้วแฟนอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงกรี้ดดัง มากกก แต่เราไม่รู้สึกว่าเรากรี้ด และเราไม่เห็นว่าเราเจ็บ งงงง แล้วเราคงสลบด้วยยา เรารู้สึกตัวเราเป็นแสง วิ่งเร็วมาก แต่จำไม่ได้ว่าตัวเป็นใคร ได้แต่ถามไปว่า เราเป็นใคร และกำลังไปไหน วิ่งเร็ว และหลายดวงก็วิ่ง แล้วนึกภาพปัจจุบันได้และได้ยินเสียงพยาบาลเรียกเราตื่นมาแบบ งงงง พยาบาลมาถามว่าเจ็บมากเหรอร้องเสียงดัง เรางงง แฟนก็บอกแต่เราจำไม่ได้จริงๆ รู้แต่ว่าหมอคอยถามว่า เจ็บมั้ยๆๆโดยเข็มจิ้ม เราบอกว่าเจ็บแบบยาไม่ออกฤทธิ์เลย แต่หมอคงเข้าใจว่า ไม่เจ็บ ตั้งแต่นั้นมาเราเริ่มเชื่อเรื่อง ดวงจิต การเกิด การตาย

  16. ไกลถิ่น

    ชีวิตทุกชีวิตนั้นเกิดมาล้้วนมีเหตุแห่งกรรมทั้งสิ้นทั้งในอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ ก็สุดแท้แต่การกระทำของคนแต่ละคน ผมเองมีเรื่องอยู่เรื่องหนึ่งที่จะขอเล่ามาเพื่อสู่การฟังบ้าง
    ซึ่งมันเป็นแค่ความฝัน แต่เป็นฝันที่ทำให้ตัวเรานั้นเห็นธรรม โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนค่อนข้างธรรมะ ปลงมากมายครับทุกวัน
    มีอยู่ว่าคืนหนึ่งได้ฝันไปว่าได้ไปกราบพระพุทธรูป แต่ในฝันนั้นบอกว่าเป็นพระพุทธเจ้าพอไว้เสร็จ
    ก็ได้เดินไปสักพักก็เกิดเหมือนแผ่นดินนั้นทรุดตัวลงทรุดแบบเร็วมากเหมือนในหนังเลย เราเห็นคนโดนดูด หรือที่เรียกว่าตกลงไป ต่อหน้าต่อตาเราก็โดดหนี โดดไปมันก็ตามมา โดดไปมันก็ตามมาในที่สุดตัวเรานั้นก็ตกลงไปด้วย แต่ในขณะที่ตัวเรานั้นตกลงไปตัวเรานั้นรู้สึกอยู่ตลอดเวลา ภาวนาถึงสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดเวลา เราไม่รู้สึกว่าตัวเรานั้นตายไปหรือเป็นอะไรไป สักพักก็เหมือนกับว่าถึงที่ที่หนึ่งมีคนนุ่งจุงกระแบนสีแดงมาที่ตัวเรา เราเห็นเขาถึงแค่เอวเองส่วนบนไม่ทันมอง ยังอยากรู้ต่อว่าต่อไปจะพาเรานั้นไปใหนต่อ แต่ดันตื่นจากฝันมาเสียก่อน หลังจากนั้นมาเกิดคำถามมากมายในชีวิต จนทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงตนเองมาเป็นคนที่ไม่กิน แอลกอฮอล์ และไม่ขอเบียดเบียนสรรพสัตว์ โดยไม่ขอกินเนื้อสัตว์ โดยขอมีธรรมะอยู่ในใจตลอดไปตราบจนกว่าชีวิตนี้จะหาไม่ บุญใดก็แล้วแต่ที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาแล้วในทุกภพชาติไม่ว่า จะมากหรือน้อยเพียงใดขอให้บุญนั้นเป็น พัลวะปัจจัย เป็นนิสัยตามส่งให้ตัวเรานั้นได้มีดวงตาเห็นธรรม อันเป็นที่เพิ่งเพื่อปฏิบัติเพื่อหนทางแห่งการหลุดพ้นไปจากวัฏฏะสงสารนี้เพื่อดับรูป นาม เป็นไปตามพระนิพพานด้วยเทอญ
    ……หากวันใดที่ฉันสิ้นใจลง…
    ……ได้โปรดจงอย่าฆ่าสัตว์แด่ฉัน…
    ……เพราะสัตว์นั้นก็รักชีวิตเหมือนๆกัน…
    ……อย่าฆ่ามันเพียงเพื่อฉันตายเอย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *