จารีตวัฒนธรรม ได้เวลารับลูกสาวกลับบ้าน

ไม่ว่าจะหญิงหรือชายเมื่อแต่งงานแล้วย่อมคาดหวังให้ชีวิตคู่ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อชีวิตคู่ไปกันไม่รอดคู่สามี-ภรรยาควรได้สิทธิ์ในการเลือกทางออกให้กับตัวเอง เฉกเช่นวันที่พวกเค้าได้เลือกที่จะแต่งงานกัน

ในช่วงหนึ่งของคลิปวีดีโอนี้ได้กล่าวไว้ว่า “ไม่มีอะไรรับประกันว่าลูกสาวทั้งหลายที่เราๆ ท่านๆ อบรมสั่งสอนมาดีจะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตคู่” ดังนั้นแล้วสิ่งที่เราควรทำคือการวางกรอบจารีตวัฒนธรรมให้เหมาะสมเอาไว้ ไม่ใช่เพียงเพื่อรองรับสถานการณ์ของลูกสาวเราในอนาคต แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ความอยุติธรรมเกิดขึ้นกับสังคมที่เราอาศัยอยู่

การปลดล็อคให้หญิงหย่าร้างสามารถกลับเข้าสู่ครอบครัวเดิมของเธอได้นั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายสุดของเรื่องการหย่าร้างเท่านั้น เรายังไม่ได้ขุดคุ้ยเจาะลึกถึงรากเหง้าของปัญหาที่หนักหน่วงกว่านั้นมาก อย่างเรื่องความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ที่เพศหญิงถูกกระทำทั้งก่อนหย่าและหลังหย่า

ก่อนหย่าก็อย่างเช่น ถูกทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ หลังหย่าอาจถูกผู้คนในสังคมดูแคลนว่าเป็นหญิงไม่มีสามี และหลายกรณีพวกเธอถูกลวนลามทั้งทางกายและวาจา (ให้นึกภาพสนามปีใหม่ม้งที่ผู้ชายล้อมวงคุยและถูกเนื้อต้องตัวหญิงหม้าย/หย่า นั่นแหละครับลวนลาม)

เมื่อยิ่งพูดจะยิ่งเห็นภาพว่ากรณีหญิงม้งที่หย่าแล้วไม่สามารถกลับเข้าบ้านพ่อแม่ของเธอได้อีก หรือหากเข้าได้ก็ไม่สามารถร่วมพิธีกรรมตามปกติได้ ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การหย่าร้าง และปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวจารีตวัฒนธรรมที่เราถือปฏิบัติกันมา ปัญหาที่แท้จริงของเรื่องนี้คือมนุษย์รุ่นเรานี่แหละที่คอยเป็นอุปสรรคไม่ยอมเปิดกว้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

ถึงตรงนี้บางคนเถียงว่า ถ้าปล่อยให้ผู้หญิงที่หย่าแล้วกลับเข้าบ้านได้จะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการหย่าขึ้นมากมายในอนาคต ผมก็อยากบอกว่านี่เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลที่ไม่สมเหตุสมผลกัน เพราะการแต่งงานไม่ใช่ธุรกิจที่การได้กลับเข้าบ้านจะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการหย่า

งานแต่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับทุกฝ่ายครับ แต่จะมีใครสักกี่คนที่ขณะจิตหนึ่งจะระลึกได้ว่าผู้หญิงคนหนึ่งกำลังผูกมัดตัวเองเข้ากับจารีตวัฒนธรรมบางอย่าง ที่เธออาจไร้ตัวตนในที่สุดหากชีวิตคู่ของเธอล้มเหลว

จารีตวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันเราควรทำการเปลี่ยนแปลงด้วยมือเราเองขณะที่เรายังพร้อม อย่าได้รอจนถึงวันที่คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาปฏิเสธและละทิ้งจารีตวัฒนธรรมของตน โดยเฉพาะผู้หญิงม้งที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมในวัฒนธรรมหลายๆ เรื่อง เค้าก็จะเลือกรับวัฒนธรรมของสังคมอื่นที่เป็นสากลมากกว่า และพร้อมจะละทิ้งวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอง นั่นหมายความว่าสังคมม้งเราจะสูญเสียกำลังคนหนุ่มสาวที่จะมาช่วยสืบทอดวัฒนธรรมม้งให้คงอยู่ต่อไป

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *