จุดกำเนิดสงครามคนม้งในลาว

บทคัดย่อนี้ โดย คุณเบอะแระ สำหรับที่มา ผม (EdiTor) เข้าใจว่าต้นฉบับจริงน่าจะมาจากหนังสือชื่อ “ผลาญชาติ สงครามลับของซีไอเอ ในลาวและ ความเชื่อมโยงกับสงครามในเวียดนาม” ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมเคยเขียนถึงเอาไว้ ถ้าใครสนใจ ก็ลองหาซื้อมาอ่านดูนะครับ ดูรายละเอียดหนังสือ

ณ ที่แห่งหนึ่งบริเวณตะแขบชายแดนไทยลาว? วังเปา ผู้นำม้ง แลร์ ทหารยุคสงครามเกาหลี และ ประนิตย์ หัวหน้าหน่วยพารูของไทยได้พบกัน แลร์ ถามวังเปาว่ามีแผนอย่างไร วังเปา ขอตอบในฐานะชาวม้งไม่ใช่ฐานะทหารแห่งกองทัพลาว ว่า ?ที่นี่คือบ้านของเรา? ..เราไปมาหาสู่กับพวกคอมมิวนิสต์มานานแล้ว วิถีเราเข้ากับเขาไม่ได้?.เรามีทางเลือกสองทาง คือสู้กัน หรือ ทิ้งถิ่นฐานไปที่อื่น เราไม่มีทางเลือก..หากคุณให้อาวุธ เราจะสู้กับพวกมัน

General Vang Pao

แลร์ ถามว่า จะติดอาวุธสักเท่าไหร่..วังเปาตอบ ? หนึ่งหมื่นคน แล้ว??.ฉันจะภักดีต่อกษัตริย์ลาว พวกเขาจะเดินตามฉัน ? (ดูม้งห้วยน้ำขาว ในวันนี้ ซิ ถ้าวังเปาชนะสงครามในวันนั้น ม้งคงจะมีประเทศสมใจนึก ไม่ต้องมาเป็นเหมือนทุกวันนี้ ระหกระเหินแร่ร่อนอย่างไร้ความหมาย)และนี่คือจุดเริ่มต้นความยากลำบากของชน ที่เรียกว่าม้ง?ด้วยยุธปกรณ์ที่เหลือใช้จากสงครามโลกครั้งที่สอง ของ สหรัฐฯ.ที่หยิบยื่นให้กองกำลังพิเศษกองโจรม้งขนาดใหญ่ หนึ่งหมื่คน?

ม้งพันคนแรกผ่านการฝึกจากพารูแล้ว ในไม่ช้า ก็จะถึงหลักหมื่น กองบัญชาการใหญ่พารู ได้ฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำให้แก่ชาวม้งหัวกะทิ ที่หัวหิน และฝึกการรับส่งวิทยุในประเทศลาว และนำมาซึ่งการออกซุ่มโจมตีข้าศึกอย่างได้ผลติดๆกัน ทำให้เครือข่ายต่อต้านของชาวม้งขยายตัว ทำให้ฝ่ายซ้ายและฝ่ายเป็นกลางไม่อาจตอบโต้ทหารม้งวังเปาได้ ทหารม้ง วังเปา ไม่ยี่หระต่อฝ่ายเป็นกลางและฝ่ายปะเทศลาวเท่าใดนัก..แต่เขามองว่าเวียดนาม เหนือคือศัตรูตัวฉกาจ?เพราะชายแดนเวียดนามอยู่ห่างแค่ไม่กี่ขุนเขาเท่านั้น ?นั่นแหละเหมือน แลร์ นั้นจะรู้ดีกว่าใครๆว่า ทหารเวียดนามเหนือผู้น่าเกรงขามยังไม่ได้เข้าร่วมสมรภูมิเท่านั้นและหวังว่า สิ่งที่คิดอย่าได้เกิดขึ้นเลย จนเวลาล่วงเลยหลังจากได้ชัยชนะที่ผาขาว วังเปาตั้งกองบัญชาการใหญ่ที่ปาดอง ชุมทางค้าฝิ่นใน อดีตปาดองเป็นที่ราบสูง มียอดเขาสูงทะมึนทางทิศใต้ และยามนี้ปาดองเหมือนแม่เหล็กดึงดูดชาวม้งให้มาที่นี่ พวกเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนกางเกงดำขาก๊วย เป็นกางเกงลายพรางทหารสีมะกอก ไม่เว้นแม้คนแก่ๆ?.. แหม๋?ช่างดูหึกเหิมเหลือคณา..

ในสายตาคนอื่นๆที่ไม่ใช่วังเปากับพวก มองว่า วังเปาไม่ใช่คู่ต่อกรของเวียดนามเหนือ ทหารเวียดนามได้รับการฝึกอย่างดีเยี่ยม ไม่สะทกสะท้านต่อการสูญเสียหากจำเป็น มีทักษะการรบเหนือกว่า ที่เห็นได้ชัดเจนคือการชี้เป้าปืนใหญ่ อันเป็นสิ่งที่ม้งทำอย่างไรก็ทำไม่ได้ ม้งชำนาญการตีหัวเข้าบ้าน ระเบียบวินัยทหารไม่มีในหัวสมองของพวกเขา หากเสียงปืนข้าศึกดังกว่าฝ่ายเขา ทหารม้งพร้อมจะหนีเอาตัวรอดทันที หากพวกเขานึกอยากออกไปล่าสัตว์ หรือกลับไปเยี่ยมลูกเมียที่บ้านก็ไม่มีสิ่งไรจะมาฉุดรั้งไว้ได้ จึงมีเรื่องเล่าขำๆว่า เรื่องการรบพวกคัมบาของธิเบตอันดับหนึ่ง จีนมุสลิมอันดับสอง ม้งอันดับสุดท้ายในเรื่องความเป็นนักรบ สมองพวกม้งมึนชาต่อความรับรู้ เทคนิคเพียงพื้นๆอย่างการปรับศูนย์ยิง ข้อแตกต่างระหว่างการยิง100 เมตร กับ 600 เมตร คุณไม่มีวันอธิบายให้คนพวกนี้เข้าใจได้ อาจเป็นเพราะเขาใช้ปืนแก๊ปที่ยิงไกลแค่ 30 เมตร ขนาดลงทุนวาดวิถีกระสุนให้ดูก็ยังไม่รู้เรื่อง วิธีปรับปืนค.ยิ่งไม่ต้องสอนเลย เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา สุดท้ายยย ปาดองก็แตก นายพลวังเปาก็ ถอยมาที่ ล่องแจ้ง?.

ล่องแจ้งเติบโตอย่างรวดเร็ว จากหุบเขาไร่ข้าวโพดกลายเป็นหมู่บ้านม้งและลาวเทิง?.ช่างน่าตื่นตาตื่นใจกับ รันเวย์ทางดินสีส้ม สนามบินที่กุดสั้น ทางวิ่งเป็นหลุมเป็นบ่อ ตื่นตากับทหารร่างเล็กชุดเขียวพราง ซึ่งใครๆต่างเข้าใจว่าเป็นพวกลาวลุ่ม แต่ที่แท้ก็เป็นพวกม้งนี่เอง ที่ล่องแจ้งแห่งนี้ข้าวเหล็ก(สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 )เริ่มถูกลำเลียงมายังฝ่ายม้งอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ วังเปาตัดสินใจส่งกำลังเข้าผลักดัน ฝ่ายประเทศลาวและลาวฝ่ายกลางที่เริ่มเอนเอียงไปเข้าฝ่ายซ้ายที่เคลื่อนกำลัง เข้ามาตั้งมั่นทางตะวันตกของทุ่งไหหิน ปิดกั้นเส้นทางสู่เวียงจันทร์

เหตุการณ์ผลักดันในวันนั้น วังเปากับลอว์เลนซ์ วางแผนการรบร่วม กองทัพเรืออเมริกัน ส่งจรวดเหลือใช้มาให้ อาวุธหนัก รวมทั้งปืนใหญ่โฮวิตเซอร์ ส่งเสียงหวีดหวิวผ่านอากาศสู่เป้าหมาย วังเปาอำนวยการยิงด้วยตนเอง ลอว์เลนซ์ บอกว่า ? เขาทำอย่างกับตัวเองเป็นนายทหารปืนใหญ่ ? กระสุนเกือบทั้งหมดพลาดเป้า แต่ก็ทำให้ฝ่ายปะเทดลาวล่าถอย พวกม้งขวัญกำลังใจมีมากขึ้น ลาวฝ่ายเป็นกลางที่แตกเป็นสองฝ่าย อีกฝ่ายเข้ากับฝ่ายปะเทดลาว แต่กองแล กับอีกฝ่าย ก็หันมาเข้าฝ่ายวังเปา ดุลยภาพของกำลังเปลี่ยนแปลงไป

คืนหนึ่งในความมืดมิดที่เงียบสนิท ก็มีเสียงปืนดังขึ้นในค่ายวุ่นวายไปหมด เกิดอะไรขึ้นนี่คงเป็นคำถามสุดฮิตในยุคสงครามเช่นนี้ ภาพที่เห็นตำตาอยู่ก็คือทหารม้งกำลังยิงปืนขึ้นฟ้า ใส่ดวงจันทร์เหมือนที่แลร์ เคยเล่าว่า ??ยิงไล่ราหู? และนั่นทำให้พวกฝรั่งในเวียงจันทร์พากันพูดติดตลกว่า ? จริงๆแล้วพวกชาวม้งยิงปืนขับไล่ราหูได้ผล โลกภายนอกต่างหากที่ไร้สาระ ? ลอว์เลนซ์ผู้เป็นทั้งสายลับและนักมานุษยวิทยา รู้ดีในเรื่องความเชื่อและศรัทธาของคนท้องถิ่น พวกม้งมีผีอยู่รอบกาย ก้อนหิน ต้นไม้ใบหญ้า?.วันหนึ่งมีคนตาย เขาเห็นหญิงม้งร้องไห้ฟูมฟาย ป่านว่าจะขาดใจ พวกผู้หญิงไม่ยอมห่างใบหน้าศพ คอยลูบไล้อย่างทนุถนอม จนเมื่อเหนื่อย มีคนอื่นมาร้องฟูมฟายแทน หญิงคนแรกก็จะถอยออกมา เธอกลับมีอาการปรกติเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

วันที่ 6 ของพิธีศพ มีการนำหีบศพขึ้นแบกวนรบเสา พอถึงรอบที่ 8 ก็วนกลับ เพื่อไม่ให้วิญญาณผู้ตายมากลับบ้านถูก มาหลอกหลอนญาติผู้ตาย

ลอว์เลนซ์ ทบทวนสิ่งที่ได้เห็น เขาสรุปได้ว่า พวกม้งไม่มีวันเป็นกองกำลังที่สมบูรณ์แบบได้ พวกเขาผูกพันกับสถานที่ บวกกับพื้นฐานขาดการศึกษา และความเป็นตัวของตัวเองสูง ได้จำกัดภารกิจชาวม้ง ให้เหลือแค่การโจมตีก่อกวนข้าศึก ..สมมุติว่าหน่วยสังเกตุการณ์ที่ทางเหนือพบรถบรรทุกเคลื่อนจากชายแดน เวียดนามห่างจากที่มั่นสัก 10 กิโลแม้ว ? ทหารม้งจะไม่มีวันออกโจมตีตอบโต้ พวกเขาจะไม่ทำอย่างนั้นแน่ หากเราให้เขาไปทำการลุกขึ้นสู้เพื่อแผ่นดินเกิดย่อมทำได้ ตามข้อตกลงว่าจะให้ปืนสมัยสงครามโลกแก่เขา แต่ให้เขาห่างไกลบ้านเกิดละก็ เขาจะพากันมาหาวังเปา และบอกว่า ? นี่มันไม่อยู่ในข้อตกลงนี่ คุณไม่ได้บอกว่าให้เราไปสู้กับไอ้พวกนี้? สิ่งเหล่านี้ล้วนท้าทายการสร้างชาติม้ง และนี่กระมั่งที่ม้งเรายังไม่มีชาติตั้งแต่อดิตมาจนถึงปัจจุบัน

จากการกรำศึกกับลาว และเวียดนามมายาวนานของทหารม้งๆ ได้สูญเสียและล้มตายหลายหมื่นคน ก็ไม่สามารถปลดแอดเผ่าพันธ์ม้งให้เป็นเอกราชได้ สงครามครั้งนี้ปรากฏชัดเจนเป็นที่ทราบดีแล้วว่า ม้งไม่มีวันเอาชนะข้าศึกได้ หากคำว่าชัยชนะนั้นหมายถึงการทำให้ข้าศึกยอมแพ้ ขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่า ข้าศึกเอาชนะม้งยากเช่นกัน ในป่าเขาที่กองกำลังชาวม้งยึดครองอยู่ ขบวนการต่อต้านของชาวม้ง หยั่งรากลึกเกินกว่าจะถูกถอนรากถอนโคน หากจะทำได้ ก็ต้องทุ่มกำลังอย่างเต็มที่ของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ชาวม้งไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร
เมื่อเสร็จศึกอย่างไม่เบ็ดเสร็จจากการหนีหางจุกตูดของอเมริกานั้นแล้ว จึงทำให้ชาวม้งรู้ว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างทำสงครามกับคอมมิวนิตส์นั้น ทำให้ม้งได้รับรู้ความจริงบางอย่าง?.ว่า?. ?ถ้าไอ้พวกนั้น ไม่มา เราคงขยี้ทหารปะเทดลาวด้วยปืนแก๊ปหรือหน้าไม้ของเรา? แต่เราก็ยังทนสู้โดยคิดว่า มันจะช่วยเรา แต่ตอนนี้มันช่วยเราไม่ได้มาก และเราก็ไม่แน่ใจว่า มันจะพาเราไปประเทศที่สามที่เราจะได้อยู่อย่างสันติหรือไม่..? (ไอ้พวกนั้น.. หมายถึงเวียดนามเหนือหรือ?เปล่าเลย?มัน คือพวกอเมริกันต่างหาก) นี่คือคำพูดบางส่วนของม้ง ที่ขึ้นเครื่องตามวังเปาไป อเมริกาไม่ทัน