จุดกำเนิดสงครามคนม้งในลาว

บทคัดย่อนี้ โดย คุณเบอะแระ สำหรับที่มา ผม (EdiTor) เข้าใจว่าต้นฉบับจริงน่าจะมาจากหนังสือชื่อ “ผลาญชาติ สงครามลับของซีไอเอ ในลาวและ ความเชื่อมโยงกับสงครามในเวียดนาม” ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมเคยเขียนถึงเอาไว้ ถ้าใครสนใจ ก็ลองหาซื้อมาอ่านดูนะครับ ดูรายละเอียดหนังสือ

ณ ที่แห่งหนึ่งบริเวณตะแขบชายแดนไทยลาว? วังเปา ผู้นำม้ง แลร์ ทหารยุคสงครามเกาหลี และ ประนิตย์ หัวหน้าหน่วยพารูของไทยได้พบกัน แลร์ ถามวังเปาว่ามีแผนอย่างไร วังเปา ขอตอบในฐานะชาวม้งไม่ใช่ฐานะทหารแห่งกองทัพลาว ว่า ?ที่นี่คือบ้านของเรา? ..เราไปมาหาสู่กับพวกคอมมิวนิสต์มานานแล้ว วิถีเราเข้ากับเขาไม่ได้?.เรามีทางเลือกสองทาง คือสู้กัน หรือ ทิ้งถิ่นฐานไปที่อื่น เราไม่มีทางเลือก..หากคุณให้อาวุธ เราจะสู้กับพวกมัน

General Vang Pao

แลร์ ถามว่า จะติดอาวุธสักเท่าไหร่..วังเปาตอบ ? หนึ่งหมื่นคน แล้ว??.ฉันจะภักดีต่อกษัตริย์ลาว พวกเขาจะเดินตามฉัน ? (ดูม้งห้วยน้ำขาว ในวันนี้ ซิ ถ้าวังเปาชนะสงครามในวันนั้น ม้งคงจะมีประเทศสมใจนึก ไม่ต้องมาเป็นเหมือนทุกวันนี้ ระหกระเหินแร่ร่อนอย่างไร้ความหมาย)และนี่คือจุดเริ่มต้นความยากลำบากของชน ที่เรียกว่าม้ง?ด้วยยุธปกรณ์ที่เหลือใช้จากสงครามโลกครั้งที่สอง ของ สหรัฐฯ.ที่หยิบยื่นให้กองกำลังพิเศษกองโจรม้งขนาดใหญ่ หนึ่งหมื่คน?

ม้งพันคนแรกผ่านการฝึกจากพารูแล้ว ในไม่ช้า ก็จะถึงหลักหมื่น กองบัญชาการใหญ่พารู ได้ฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำให้แก่ชาวม้งหัวกะทิ ที่หัวหิน และฝึกการรับส่งวิทยุในประเทศลาว และนำมาซึ่งการออกซุ่มโจมตีข้าศึกอย่างได้ผลติดๆกัน ทำให้เครือข่ายต่อต้านของชาวม้งขยายตัว ทำให้ฝ่ายซ้ายและฝ่ายเป็นกลางไม่อาจตอบโต้ทหารม้งวังเปาได้ ทหารม้ง วังเปา ไม่ยี่หระต่อฝ่ายเป็นกลางและฝ่ายปะเทศลาวเท่าใดนัก..แต่เขามองว่าเวียดนาม เหนือคือศัตรูตัวฉกาจ?เพราะชายแดนเวียดนามอยู่ห่างแค่ไม่กี่ขุนเขาเท่านั้น ?นั่นแหละเหมือน แลร์ นั้นจะรู้ดีกว่าใครๆว่า ทหารเวียดนามเหนือผู้น่าเกรงขามยังไม่ได้เข้าร่วมสมรภูมิเท่านั้นและหวังว่า สิ่งที่คิดอย่าได้เกิดขึ้นเลย จนเวลาล่วงเลยหลังจากได้ชัยชนะที่ผาขาว วังเปาตั้งกองบัญชาการใหญ่ที่ปาดอง ชุมทางค้าฝิ่นใน อดีตปาดองเป็นที่ราบสูง มียอดเขาสูงทะมึนทางทิศใต้ และยามนี้ปาดองเหมือนแม่เหล็กดึงดูดชาวม้งให้มาที่นี่ พวกเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนกางเกงดำขาก๊วย เป็นกางเกงลายพรางทหารสีมะกอก ไม่เว้นแม้คนแก่ๆ?.. แหม๋?ช่างดูหึกเหิมเหลือคณา..

ในสายตาคนอื่นๆที่ไม่ใช่วังเปากับพวก มองว่า วังเปาไม่ใช่คู่ต่อกรของเวียดนามเหนือ ทหารเวียดนามได้รับการฝึกอย่างดีเยี่ยม ไม่สะทกสะท้านต่อการสูญเสียหากจำเป็น มีทักษะการรบเหนือกว่า ที่เห็นได้ชัดเจนคือการชี้เป้าปืนใหญ่ อันเป็นสิ่งที่ม้งทำอย่างไรก็ทำไม่ได้ ม้งชำนาญการตีหัวเข้าบ้าน ระเบียบวินัยทหารไม่มีในหัวสมองของพวกเขา หากเสียงปืนข้าศึกดังกว่าฝ่ายเขา ทหารม้งพร้อมจะหนีเอาตัวรอดทันที หากพวกเขานึกอยากออกไปล่าสัตว์ หรือกลับไปเยี่ยมลูกเมียที่บ้านก็ไม่มีสิ่งไรจะมาฉุดรั้งไว้ได้ จึงมีเรื่องเล่าขำๆว่า เรื่องการรบพวกคัมบาของธิเบตอันดับหนึ่ง จีนมุสลิมอันดับสอง ม้งอันดับสุดท้ายในเรื่องความเป็นนักรบ สมองพวกม้งมึนชาต่อความรับรู้ เทคนิคเพียงพื้นๆอย่างการปรับศูนย์ยิง ข้อแตกต่างระหว่างการยิง100 เมตร กับ 600 เมตร คุณไม่มีวันอธิบายให้คนพวกนี้เข้าใจได้ อาจเป็นเพราะเขาใช้ปืนแก๊ปที่ยิงไกลแค่ 30 เมตร ขนาดลงทุนวาดวิถีกระสุนให้ดูก็ยังไม่รู้เรื่อง วิธีปรับปืนค.ยิ่งไม่ต้องสอนเลย เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา สุดท้ายยย ปาดองก็แตก นายพลวังเปาก็ ถอยมาที่ ล่องแจ้ง?.

ล่องแจ้งเติบโตอย่างรวดเร็ว จากหุบเขาไร่ข้าวโพดกลายเป็นหมู่บ้านม้งและลาวเทิง?.ช่างน่าตื่นตาตื่นใจกับ รันเวย์ทางดินสีส้ม สนามบินที่กุดสั้น ทางวิ่งเป็นหลุมเป็นบ่อ ตื่นตากับทหารร่างเล็กชุดเขียวพราง ซึ่งใครๆต่างเข้าใจว่าเป็นพวกลาวลุ่ม แต่ที่แท้ก็เป็นพวกม้งนี่เอง ที่ล่องแจ้งแห่งนี้ข้าวเหล็ก(สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 )เริ่มถูกลำเลียงมายังฝ่ายม้งอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ วังเปาตัดสินใจส่งกำลังเข้าผลักดัน ฝ่ายประเทศลาวและลาวฝ่ายกลางที่เริ่มเอนเอียงไปเข้าฝ่ายซ้ายที่เคลื่อนกำลัง เข้ามาตั้งมั่นทางตะวันตกของทุ่งไหหิน ปิดกั้นเส้นทางสู่เวียงจันทร์

เหตุการณ์ผลักดันในวันนั้น วังเปากับลอว์เลนซ์ วางแผนการรบร่วม กองทัพเรืออเมริกัน ส่งจรวดเหลือใช้มาให้ อาวุธหนัก รวมทั้งปืนใหญ่โฮวิตเซอร์ ส่งเสียงหวีดหวิวผ่านอากาศสู่เป้าหมาย วังเปาอำนวยการยิงด้วยตนเอง ลอว์เลนซ์ บอกว่า ? เขาทำอย่างกับตัวเองเป็นนายทหารปืนใหญ่ ? กระสุนเกือบทั้งหมดพลาดเป้า แต่ก็ทำให้ฝ่ายปะเทดลาวล่าถอย พวกม้งขวัญกำลังใจมีมากขึ้น ลาวฝ่ายเป็นกลางที่แตกเป็นสองฝ่าย อีกฝ่ายเข้ากับฝ่ายปะเทดลาว แต่กองแล กับอีกฝ่าย ก็หันมาเข้าฝ่ายวังเปา ดุลยภาพของกำลังเปลี่ยนแปลงไป

คืนหนึ่งในความมืดมิดที่เงียบสนิท ก็มีเสียงปืนดังขึ้นในค่ายวุ่นวายไปหมด เกิดอะไรขึ้นนี่คงเป็นคำถามสุดฮิตในยุคสงครามเช่นนี้ ภาพที่เห็นตำตาอยู่ก็คือทหารม้งกำลังยิงปืนขึ้นฟ้า ใส่ดวงจันทร์เหมือนที่แลร์ เคยเล่าว่า ??ยิงไล่ราหู? และนั่นทำให้พวกฝรั่งในเวียงจันทร์พากันพูดติดตลกว่า ? จริงๆแล้วพวกชาวม้งยิงปืนขับไล่ราหูได้ผล โลกภายนอกต่างหากที่ไร้สาระ ? ลอว์เลนซ์ผู้เป็นทั้งสายลับและนักมานุษยวิทยา รู้ดีในเรื่องความเชื่อและศรัทธาของคนท้องถิ่น พวกม้งมีผีอยู่รอบกาย ก้อนหิน ต้นไม้ใบหญ้า?.วันหนึ่งมีคนตาย เขาเห็นหญิงม้งร้องไห้ฟูมฟาย ป่านว่าจะขาดใจ พวกผู้หญิงไม่ยอมห่างใบหน้าศพ คอยลูบไล้อย่างทนุถนอม จนเมื่อเหนื่อย มีคนอื่นมาร้องฟูมฟายแทน หญิงคนแรกก็จะถอยออกมา เธอกลับมีอาการปรกติเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

วันที่ 6 ของพิธีศพ มีการนำหีบศพขึ้นแบกวนรบเสา พอถึงรอบที่ 8 ก็วนกลับ เพื่อไม่ให้วิญญาณผู้ตายมากลับบ้านถูก มาหลอกหลอนญาติผู้ตาย

ลอว์เลนซ์ ทบทวนสิ่งที่ได้เห็น เขาสรุปได้ว่า พวกม้งไม่มีวันเป็นกองกำลังที่สมบูรณ์แบบได้ พวกเขาผูกพันกับสถานที่ บวกกับพื้นฐานขาดการศึกษา และความเป็นตัวของตัวเองสูง ได้จำกัดภารกิจชาวม้ง ให้เหลือแค่การโจมตีก่อกวนข้าศึก ..สมมุติว่าหน่วยสังเกตุการณ์ที่ทางเหนือพบรถบรรทุกเคลื่อนจากชายแดน เวียดนามห่างจากที่มั่นสัก 10 กิโลแม้ว ? ทหารม้งจะไม่มีวันออกโจมตีตอบโต้ พวกเขาจะไม่ทำอย่างนั้นแน่ หากเราให้เขาไปทำการลุกขึ้นสู้เพื่อแผ่นดินเกิดย่อมทำได้ ตามข้อตกลงว่าจะให้ปืนสมัยสงครามโลกแก่เขา แต่ให้เขาห่างไกลบ้านเกิดละก็ เขาจะพากันมาหาวังเปา และบอกว่า ? นี่มันไม่อยู่ในข้อตกลงนี่ คุณไม่ได้บอกว่าให้เราไปสู้กับไอ้พวกนี้? สิ่งเหล่านี้ล้วนท้าทายการสร้างชาติม้ง และนี่กระมั่งที่ม้งเรายังไม่มีชาติตั้งแต่อดิตมาจนถึงปัจจุบัน

จากการกรำศึกกับลาว และเวียดนามมายาวนานของทหารม้งๆ ได้สูญเสียและล้มตายหลายหมื่นคน ก็ไม่สามารถปลดแอดเผ่าพันธ์ม้งให้เป็นเอกราชได้ สงครามครั้งนี้ปรากฏชัดเจนเป็นที่ทราบดีแล้วว่า ม้งไม่มีวันเอาชนะข้าศึกได้ หากคำว่าชัยชนะนั้นหมายถึงการทำให้ข้าศึกยอมแพ้ ขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่า ข้าศึกเอาชนะม้งยากเช่นกัน ในป่าเขาที่กองกำลังชาวม้งยึดครองอยู่ ขบวนการต่อต้านของชาวม้ง หยั่งรากลึกเกินกว่าจะถูกถอนรากถอนโคน หากจะทำได้ ก็ต้องทุ่มกำลังอย่างเต็มที่ของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ชาวม้งไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร
เมื่อเสร็จศึกอย่างไม่เบ็ดเสร็จจากการหนีหางจุกตูดของอเมริกานั้นแล้ว จึงทำให้ชาวม้งรู้ว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างทำสงครามกับคอมมิวนิตส์นั้น ทำให้ม้งได้รับรู้ความจริงบางอย่าง?.ว่า?. ?ถ้าไอ้พวกนั้น ไม่มา เราคงขยี้ทหารปะเทดลาวด้วยปืนแก๊ปหรือหน้าไม้ของเรา? แต่เราก็ยังทนสู้โดยคิดว่า มันจะช่วยเรา แต่ตอนนี้มันช่วยเราไม่ได้มาก และเราก็ไม่แน่ใจว่า มันจะพาเราไปประเทศที่สามที่เราจะได้อยู่อย่างสันติหรือไม่..? (ไอ้พวกนั้น.. หมายถึงเวียดนามเหนือหรือ?เปล่าเลย?มัน คือพวกอเมริกันต่างหาก) นี่คือคำพูดบางส่วนของม้ง ที่ขึ้นเครื่องตามวังเปาไป อเมริกาไม่ทัน

58 Comments

  1. ตั้วจะกรุงเทพฯ

    ชาวม้งต้องอยู่ได้และยอมรับได้กับกฏและสังคมของประเทศนั้นๆ ม้งไม่ใช่ชนกลุ่มใหญ่ที่สุดของลาวแต่ลาววอยากกำจัดเพราะลาวไม้ไว้ใจม้ง ต่างจากชาวลาวเผ่าอื่นๆ ที่อยู่กับในฐานะคนลาว แต่ม้งอยู่ในฐานะคนม้ง พูดลาวไม่ได้ ลาวก็เกรงว่าจะกระด้างกระเดื่องเหมือนในอดีตที่พยายามจะกู้ชาติทั้งที่จริงถ้าจะกู้ชาติกันจริงก็ต้องไปกู้ในดินแดนจีนเพราะม้งอพยพมาจากจีน ลาวให้ที่อยู่ที่อาศัยไม่ใช่จะมายึดเป็นประเทศตน
    ในไทยก็เช่นกัน ที่ภูหินร่องกล้า เขาค้อ ไทยต้องรบกับทหารม้งที่ถูกคอมมิวนิสต์ปั่นหัวเหมือนที่อเมริกาให้ความหวังม้งในลาว ทหารไทยต้องสูญเสียชีวิตมากมายเพราะม้งที่อาศัยแผ่นดินไทยอยู่ เปรียบเทียบกับพวกจีนฮ่อหรือจีนยูนานที่เข้ามาอาศัยแผ่นดินไทยในฐานะผู้อพยพยังได้แต่งทัพออกไปอาสาช่วยทหารไทยรบกับพวก ผกค.หลายต่อหลายครั้ง แต่ม้งอยู่สบายไม่เคยช่วยมิหนำซ้ำยังตั้งกองกำลังมารบกับไทย
    ม้งที่ถ้ำกระบอกที่เข้ามาอาศัยอยู่ก็ใช้พื้นที่วัดถ้ำกระบอกเป็นศูนย์กระจายยาเสพติดดังที่มีข่าวการบกตรวจค้น
    อีกหลายต่อหลายปัญหา ถ้าม้งต้องการความสงบสุขก็ควรอยู่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งของประเทศนั้นๆ เลิกคิดเรื่องกู้ดินแดนเพราะถ้ากู้ต้องไปกู้ในจีน

  2. ไกลถิ่น

    พี่น้องม้งผู้เจริญทั้งหลาย ณ.วันนี้การอ่านประวัติศาตร์เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่ให้ท่านได้รับรู้เอาไว้เท่านั้นอย่าเอามาเก็บเป็นอารมณ์การเขียนหนังสือเล่มหนึ่งย่อมมีความจริงและความเท็จอยู่ในตัวเดียวกัน สมัยนี้ไม่ใช่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่ยังรบกันอยู่ คงไม่มีใครที่จะไปกู้ชง กุู้ชาติ อะไรต่ออะไรอีกนะครับ อ่านประวัติศาสตร์แล้วอย่าบ้าตาม วันนี้17/5/2555และต่อๆไปให้ท่านกู้ชีวิตตนเองจากสภาพเศรษฐกิจให้รอดก่อน ความจริงกับความคิดมันต่างกัน ทุกสิ่งไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คิด จงใช้สติบวกเหตุผล อย่าใช้อารมณ์

    ทุกวันนี้ผมเองก็คิดกู้ชาติอยู่ทุกวัน แต่ชาติที่ผมกู้นี้คือ “กู้ชาติภพ”ไม่ใช่กู้ชาติแผ่นดิน คือไม่อยากให้ตนเองมีภพมีชาติอีกต่อไปแล้ว ถ้าเมื่อใหร่ที่พี่น้องท่านหลายกู้ “ชาติภพ”ได้สำเร็จคงไม่มีพี่น้องท่านใดอยากได้ชาติแผ่นดินแล้วล่ะ
    “ชาติแผ่นดิน” เกิดมาจาก “ชาติภพ” เมื่อท่านใดทำตนเองให้ไม่มีในชาติภพ ชาติแผ่นดินก็จะไม่มีตามมา พี่น้องม้งผู้เจริญทั้งหลายสิ่งที่สมควรตามหาคือ ชาติภพ ไม่ใช่ชาติแผ่นดิน ตราบใดที่มนุษย์นั้นยังตามหาวัตถุ ตามหาชาติแผ่นดิน ตามหาจิปาถะ ฯลฯ “ชาติภพ”จะไม่มีวันสิ้นสุด

    อยากให้กำลังใจพี่น้องม้ง พี่น้อง เมือง หรือ พี่น้องใดๆๆก็แล้วแต่ที่เป็นมนุษย์ด้วยกันว่า
    มนุษย์เรานั้น เป็นเพียงแค่ร่างกาย และจิตใจ เป็นรูปร่างขึ้นมาแต่ถูกมนุษย์จำกัดความว่า เป็นอย่างนั้นเป็นเป็นอย่างนี้ ไม่มีสิทธิ์ใดๆๆอะไรต่อมิอะไรมากมาย ถ้าท่านใดตามหาตนเองเจอจะไม่ทุกข์กับคำเหล่านั้น แต่ในทางตรงกันข้าม กลับเป็นกระจกส่องตัวเขาว่านี่หรือ???ผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้เจริญแล้ว
    ในสรรพสิ่งของตนเอง ที่ยังมองไม่เห็นตนเอง แล้วใครจะมองเห็น??????

    เกิดคำถามมากมายในชีวิต……เกิดเป็นคนครั้งหนึ่งแค่นี้หรือ???
    จิตนั้นถ้าแค่รู้สึกไม่ฝึกปรือ…….ลือจะเห็นสัจธรรมที่แท้จริง
    อย่าเพียงแค่รู้สึกในความคิด….แล้วปรุงแต่งได้ใช่อย่างใจหมาย
    ถ้าไม่ฝึกแค่คิดหรือจะได้ดั่งใจ…สิ้นลมไปสิ้นคิดเมื่อใหร่จะได้กัน

    ยากนักที่จะเห็นน้ำทะเลที่นิ่งได้ แต่ไม่ยากที่จะเห็นใจที่สงบนิ่ง

  3. ไกลถิ่น

    คนม้งที่ยึดพระรัตนไตรเป็นที่เพิ่ง

  4. ม้งเมกา

    ผมเคยอ่านหนังสือผลาญชาติครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเพื่อนนำมาให้อ่าน เพราะเห็นชอบอ่านหนังสือไทย และก็ได้อ่านจนจบเล่ม แต่ก็นานมากเลยจำไม่ได้ว่า ทุกตอนกล่าวถึงอะไรและเหตุการณ์ไหน แต่ยังจำได้บ้างเล็กน้อย ส่วนตัวคิดว่า หนังสือผลาญชาติฉบับแปลไทยเล่มนี้จะกล่าวชมหน่วยพารู และก็ดิสเครดิตทหารม้งมากกว่า เพราะผมได้ไปถามทหารผ่านศึกม้งที่มาจากลาวถึงเหตุการณ์บางเรื่องบางตอนในหนังสือเล่มนี้ พวกเขาก็ว่าไปอีกอย่าง หรึอแม้แต่ท่านนายพลเองก็เคยให้สัมภาษณ์ถึงสงครามครั้งนั้นที่มีบางเรื่องไม่ตรงกันกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ เราก็ไม่แน่ใจว่าใครถูกใครผิด แต่มันคือประวัติศาตร์ที่เราเกิดไม่ทัน ย่อมไม่รู้จริง(แต่ดีแล้วที่ไม่เกิดในช่วงเหตุการณ์)ถึงอย่างไรมันก็คือหนังสือที่ควรศึกษาหาอ่าน ก็คิดว่าจะสั่งซื้อฉบับอังกฤษมาอ่านอีกครั้ง

    สำหรับสงครามเวียดนามนั้น แม้คนอเมริกาบางคนไม่ยอมรับว่าแพ้ แต่หากศึกษาประวัติศาตร์สหรัฐฯจะทราบว่าสหรัฐแพ้สงครามเวียดนาม และตามหลักพิชัยสงคราม ถ้ายกทัพไปสู้แล้วไม่ชนะกลับมาก็คือแพ้นั้นเอง การถอนทหารของสหรัฐยังทำให้ทุกฝ่ายที่ร่วมรบกับสหรัฐ คือฝ่ายเสรี แพ้หมด รวมทั้ง ม้ง ไทย ฝรั่งเศษ ทุกประเทศที่อยู่ฝ่ายสหรัฐแพ้ให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ และถึงแม้คนทั่วโลกจะรู้จักสงครามนี้ในนามสงครามเวียดนาม แต่กับคนเวียดนามพวกเขากลับเรียกว่าสงครามอเมริกา ส่วนสาเหตุที่ทำให้สหรัฐต้องเข้ารบนั้นยังมีหลายเรื่องที่ควรศึกษารู้ไว้ คนทั่วไปอาจยังไม่รู้ครับ

    เห็นด้วยครับที่ว่าม้งไม่ได้ถูกหลอกใช้ เกิดที่ไหนก็ต้องปกป้องประเทศนั้นอยู่แล้ว ม้งช่วยรบปกป้องลาวเพื่อเสรีประชาธิปไตยก็ถูกต้องแล้ว และถ้าอยากรู้ว่าทหารม้งรบเก่งมั้ย ก็ควรไปศึกษาสงครามเขาค้อให้ดี อย่างคุณความจริงกล่าวนะครับ

  5. ความหวังดี

    ขอความกรุณาอย่าแบ่งกันเลยไ่ม่ว่าจะม้งหรือไทยทุกคนก็คือคน ในที่นี้ทุกคนคือไทยไม่ว่าม้ง ไทย อิสาน ใต้ คนเมือง และกลุ่มต่างๆในผืนแผนดินไทย ม้งที่เข้าร่วมคอมมิวนิสต์ไม่ปฏิเสธ แต่ถามว่าวีรชนม้งที่เสียสละชีพที่เข้าค้อละครับเขาไม่ได้ปกป้องชาติไทยหรอครับ ผมว่าเขาคือวีรบุรุพที่ควรแก่การยกย่องสำหรับคนไทยรุ่นหลังทุกคน ถามว่าใครครับที่มาชวนม้งเข้าร่วมคอมมิวนิสต์ สุดท้ายนี้ขอถามว่าหากว่าคนอเมริกาบอกว่าคนไทยล้าหลังด้อยการพัฒนาเจ็บไหมครับ และเมื่อเปรียบเทียบหากคนลาวพูด อันไหนจะเจ็บกว่ากัน รักกันเถอะครับอย่านำความแตกต่างมาแบ่งแยกกันเลย

  6. ไกลถิ่น

    ความเป็นมนุษย์หรือที่เค้าเรียกว่าเป็นชาติพันธ์ใดๆก็แล้วแต่ในประเทศนี้หรือประเทศใหนๆหรือในโลกนี้ ไม่ได้ใช้ความเป็นชาติพันธ์ของมนุษย์นั้นมาเป็นตัวชี้วัดคุณค่าของความเป็นมนุษย์และความดีงามของมนุษย์บนโลกใบนี้ เพียงเพราะเป็นแค่ชาติพันธ์ หรอกครับ แต่คุณค่าของการเป็นมนุษย์นั้นมันอยู่ที่จิตใจของตนเองที่จะมีความเมตตาธรรมค้ำจุนโลกใบเดียวกันเห็นอกเห็นใจกันในความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันบนโลกใบเดียวกัน ให้โลกใบนี้อยู่แบบสันติสุข นั้นจึงจะเป็นผู้ที่ได้ชือ่ว่าเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจเจริญอย่างแท้จริงของกาลครั้งหนึ่งที่ได้เกิดมา คงไม่ใช่แค่การที่ใครจะมาแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งสี แบ่งชนชั้นและอีกมากมาย ฯลฯ ตามที่กระแสสังคม โลกในวันนี้ที่เป้นอยู่ ต่อนี้ไปโลกจะมีแต่ความวุ่นวายเพราะมัวแต่หลงในอวิชชาที่มีอยู่ในจิตนี้ที่มองไม่เห็นความมีเมตตา ความมีจิตใจที่มองเห็นสัจธรรมของความเป็นจริงที่ในหนึ่งจิตที่สิงอยู่ในหนึ่งร่างนี้ อนาถหนอสรรพสัตว์ทั้งหลาย

    ผื้นดินและแผ่นฟ้านี้ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่งดอกครับแต่เป็นของมนุษย์ทุกคนที่จะต้องช่วยกันดูแลรักษา เพราะคงไม่มีใครหน้าใหนที่จะขนแผ่นดินนี้ แผ่นฟ้านี้เข้าบ้านของตนเองได้ หรือขนแผ่นดินนี้แผ่นฟ้านี้ข้ามภพ ข้ามชาติไปได้แม้กระทั่งหนึ่งร่างกายที่ว่าหล่อนักหล่อหนา สวยนักสวยหนานี้ หลงกันเข้าไปเพื่อนมนุษย์เอ๋ย

    การดูคน ดูที่ใจ ใช่ใบหน้า
    การนินทา อย่าให้มี ต่อหน้าหลัง
    คนจะดี ดีที่ใจ ใช่มีตางค์
    คนจะพัง พังเพราะใจ ของตัวเรา

  7. จัน vaj

    ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ช่าง ความคิดฉันสมัยใหม่ คือตั้งเรียนยอมเสียสละเพื่อแผ่นดินเกิด และสิ่เคารพบูชาคือในหลวงพระองค์ที่ให็แผ่นดินเกิดแก่เด็กม้งคนนี้ และไม่เคยลืมว่าตัวเองเป็นชนเผ่าม้ง รักสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่บนโลกนี้ และเคารพบูชาถึงบรรพบุรุษม้งทุกนาย

  8. love hmoob

    ผมว่า ม้งเมกา พูดถูก อะไรที่เรารู้ไม่จริง(หรือรู้จริงในบางเรื่อง)ก็ไม่ควร โอดอวด ทำให้เขารู้ว่าเราเก่ง รอบรู้ในเรื่องนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าคุณรู้เพืยงคนเดียว มีคนมากมายที่สนใจในเรื่องนี้ที่ความคิดไม่เหมือนกัน(เเละผมคนหนึ่งที่คิดไม่เหมือนคุณ) ผมว่าอย่ามาพูดให้ ม้ง
    เสียหายดีกว่า จาก ลูกชาย ทหารผ่านศึก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *