ฉันก็ด้วย ที่เคยช่วยม้งลาวห้วยน้ำขาว

ฉันช่างบังเอิญอยู่ตลอดหลายครั้งโดยไม่เจตนา หรือตั้งใจในเหตุการณ์ที่เกิดเฉพาะหน้าและจำต้องช่วยเหลือพวกเขาจนสุดความสามารถที่ฉันมี เช่นเหตุการณ์ที่เขียนให้ผู้อ่านได้อ่านต่อไปนี้ คือ ฉันได้รับคำสั่งจากเจ้านายของฉันให้หาข้อมูลเกี่ยวกับชาวม้งลาวที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่บ้านห้วยน้ำขาว อ.เขาค้อ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 เพื่อเสนอต่อนายใหญ่อีกชั้นหนึ่ง โดยไม่ทราบมาก่อนว่าวันดังกล่าวฝ่ายปกครองได้ผลักดันให้ผู้อพยพออกจากพื้นที่ที่เขาอยู่ ซึ่งเป็นไร่นาของชาวบ้านห้วยน้ำขาว มิเช่นนั้นตำรวจจะเข้าจับกุมเจ้าของที่ทำกิน ฐานให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าว ที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

Laos Hmong Refugees
ภาพขณะที่ฉันรับหนังร้องทุกข์
คลิกเืพื่อชมภาพใหญ่

ผู้อพยพจึงเริ่มออกจากที่พัก มาอยู่ข้างถนนระหว่าง โรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาวยาวออกนอกหมู่บ้านเป็นระยะทาง กว่า 1 กิโลเมตร โดยไร้ซึ่งที่พัก น้ำ อาหาร ทำให้ลูกเด็กเล็กแดง สตรี เยาวชน คนชรา ต้องออกมารอความตายข้างถนน ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาให้การดูแล หรือแนะนำว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป เมื่อฉันเข้าไปถึงเวลาประมาณ 9 นาฬิกาเศษ ผู้คนจำนวนมากในมือพวกเขาถือดอกไม้ป่าเท่าที่จะหาได้ เทียน ธูป มานั่งรอกราบเจ้านายที่จะช่วยพวกเขาได้ไม่ทราบว่าเจ้านายคนนั้นเป็นใคร หรืออาจไม่มีเลย เพราะฉันเห็นแต่รถสายตรวจที่นานๆ จะเวียนมาสักครั้ง แต่ไม่มีระดับที่จะได้ชื่อว่าเจ้านายมาสักคนเลย

ฉันตัดสินใจออกไปพบพวกเขา เมื่อเขารู้ว่าฉัน คือ ฉัน พวกเขาหมอบลงกับพื้นทั้งหมดดังในภาพ และยื่นหนังสือต่อฉันเพื่อให้ฉันช่วยเหลือพวกเขา ฉันทนเห็นพวกเขาทุกข์ไม่ไหวอย่างน้อยพวกเขาก็คนเหมือนกัน ฉันจึงโทรศัพท์ปรึกษา คุณเอกชัย ปิ่นแก้ว เลขานุการ คุณหญิงอัมพร มีศุข กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการด้านสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ คุณเอกชัย ฯ จึงเรียนให้คุณหญิงอัมพรฯ ทราบ

คุณหญิง
ภาพคุณหญิงเยี่ยมชมกลุ่มอาชีพทอ

จนในที่สุดจึงมีหนังสือแฟกซ์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และนายอำเภอเขาค้อ จากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อระงับการผลักดันพวกเขาออกนอกพื้นที่ พวกเขาจึงกางผ้าใบ ผ้าเต็นท์มากางข้างถนนให้ลูกเล็กเด็กแดงได้นอนพักกัน เพราะพวกเขาออกจากที่พักมาตอนตี 4 ขณะที่ฉันคุยกับชาวบ้านอยู่คือ บ่าย 3 โมงแล้ว มีคนเจ็บและเป็นลมหลายคน ฉันได้โทรศัพท์ปรึกษา คุณเอกชัย ฉันยอมรับว่าคุณเอกชัยเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ดีมากถึงมากที่สุด เหมาะกับงานที่เขาทำ เขาช่วยเหลือฉันอย่างเร่งรีบและไม่รีรอ ต่างกับผู้นำม้งและคนในหมู่บ้านใกล้เคียง ฉันหดหู่ใจอย่างมาก

ฉันรับปากกับพวกเขาว่าเขาจะปลอดภัย เพราะหนังสือถึงจังหวัดเรียบร้อยแล้ว และในวันรุ่งขึ้น นายประนูญ สุวรรณภักดี รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ถือหนังสือตัวจริงมายื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยตนเอง และเดินทางไปที่บ้านห้วยน้ำขาว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ผู้อพยพก็ไม่สามารถเข้าพักในที่พักเดิมได้ โดยให้พักข้างถนนไปก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ขณะนั้นฝนตกหนัก ทำให้เด็ก คนชราป่วยลงจำนวนมาก และมีเด็กเสียชีวิต ดิฉันจึงโทรศัพท์ปรึกษา คุณเอกชัย อีกครั้งจนได้มีการติดต่อ ?องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน? ขณะนั้นให้การรักษาพยาบาลชาวกะเหรี่ยงอพยพที่จังหวัดตากอยู่ และได้เดินทางมาเพื่อให้การรักษาพยาบาล และสร้างห้องสุขาให้ผู้อพยพเพื่อป้องกันโรคติดต่อ

แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายปี แต่คุณหญิงอัมพร มีศุข ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายชาติพันธุ์ ไม่เคยละทิ้งปัญหาทุกปัญหาที่ชาวม้งลาวห้วยน้ำขาวร้องทุกข์ไป ท่านเดินทางมารับฟังข้อเท็จจริงกรณีรัฐบาลไทยจะส่งกลุ่มคนเหล่านั้นกลับลาวเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2550 โดยฉันได้มาเป็นล่ามให้ท่านด้วย

เพราะพวกเขาไม่มั่นใจความปลอดภัยในชีวิต หากส่งไปลาวจริง ๆ เนื่องจากกลุ่มม้งลาวมีด้วยกันหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มจากถ้ำกระบอกเก่าที่ไม่สามารถไปประเทศที่ 3 ได้ , กลุ่มม้งไทยที่อยากไปประเทศที่ 3 , กลุ่มม้งเจ้าฟ้า และ กลุ่มม้งลาวถูกกฎหมายมีบ้านช่องในลาวแต่ถูกหลอกว่าจะได้ไปประเทศที่ 3 งานนี้ใครได้ผลประโยชน์ฉันไม่อยากรู้ สักวันกรรมจะตามพวกเขาทันเอง แต่อดสงสารผู้รับกรรมตาดำ ๆ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย

แม้ฉันไม่ได้มีหน้าที่การงานที่ใหญ่โตให้พวกเขาพึ่งได้ แต่การที่ฉันสามารถพูดภาษาม้งได้ เป็นล่ามให้ผู้ใหญ่ท่านได้ เป็นการช่วยเหลือชาวม้ง อีกนับพัน ๆ ชีวิต เท่านี้ฉันก็ภูมิใจมากแล้วค่ะ แม้ใครจะว่าอย่างไรก็ตามถ้าฉันคิดว่าถูกฉันจะทำ เพราะฉันถือคติว่า

?อย่าถามตัวเองว่าช่วยใครไว้และเขาจะมาแทนคุณเมื่อไหร่ แต่ให้นึกเสมอว่าใครบ้างที่เคยช่วยตัวเองไว้บ้าง…อย่าลืมแทนคุณท่านเหล่านั้นเมื่อมีโอกาส?