ฉันไม่ใช่ NGO

ฉันมักถูกเรียกให้ไปเป็นผู้ไกล่เกลี่ยคดีความกรณีพี่น้องชาวม้งถูกจับ เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ รวมถึงออกนอกพื้นที่ควบคุม ทั้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและพี่น้องม้งเองบ่อยมาก และได้รับการร้องเรียนจากเยาวชนม้งว่า พ่อแม่ลงมามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยก่อนหน้า ซึ่งได้รับสัญชาติเรียบร้อยแล้ว แต่พวกตนลงมามอบตัวทีหลังไม่สามารถมีสัญชาติได้ ซึ่งรวมถึงส่วนหนึ่งที่มีบัตรบุคคลพื้นที่สูงมาเป็นเวลานานแล้วยังไม่สามารถขอสัญชาติได้ ทำให้ไม่สามารถขอมีใบขับขี่ได้ แต่ต้องเดินทางเข้าเมือง และถูกจับ – ปรับเป็นประจำ บางคนมีใบเสร็จปรับนับหลายสิบใบ ยามเจ็บป่วยไม่มีสิทธิรักษาพยาบาลฟรีเช่นคนอื่น ฉันจึงทำหนังสือไปยังกรมการปกครองในนามของพวกเขา แต่ไม่ได้รับการตอบกลับว่าทางกรมการปกครองจะมีแนวทางอย่างไร

Head Officer and Hmong
ภาพเจ้าหน้าที่อำเภอพบปะกับชาวม้ง

ปัญหาเดิม ๆ ยังมีเป็นรายวันจนบางคนมีหลักฐานที่ฉันคิดว่าสมควรได้รับสัญชาติ ฉันพาเขาไปหาปลัดอำเภอ และพูดถึงความจำเป็น เพราะเด็กกำลังศึกษาระดับ ม.ปลาย ต้องไปเรียนต่อ กลัวเด็กไร้สัญชาติจะไม่ได้รับสิทธิในด้านการศึกษา ปลัดอำเภอตะคอกฉันว่า ?คุณเป็นพวก NGO หรือไง…? ฉันงงว่าต้อง NGO หรือ ถึงจะเอื้อมมือเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ หากฉันไม่ใช่…ฉันไม่มีสิทธิยื่นมือช่วยใช่ไหม…. แต่ฉันทนไม่ได้ที่เห็นพวกเขาไร้สิทธิไร้เสียง ฉันตัดสินใจพาตัวแทนชาวบ้านเข้าพบนายอำเภอ ซึ่งขณะนั้น คือ ท่านนิธิพัฒน์ เสนาะดนตรี หลังเจรจาแล้วนายอำเภอได้นัดขึ้นไปพบประชาชนในเวลาต่อมา ร่วมกับฉันและเจ้าหน้าที่จากศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา คือพี่ก่อเกียรติ ไพรสิงห์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ในวันนั้นนายอำเภอได้เซ็นต์ชื่อกำกับในทะเบียนสำรวจบุคคลพื้นที่สูงให้กับผู้ที่พ่อแม่ได้สัญชาติก่อนหน้าสามารถนำลายเซ็นต์ของท่านนายอำเภอ ไปขอสัญชาติและถ่ายบัตรประชาชนได้ที่ฝ่ายทะเบียน อำเภอหลายสิบราย ส่วนที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน จะมีการพิสูจน์ และต่อมาส่วนที่มีบัตรบุคคลพื้นที่สูงสามารถขอมีสัญชาติไทยได้เกือบหมด

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548 ส่วนพวกเราชาวม้งผู้ได้รับการศึกษาจะมากหรือน้อยก็ตาม แม้ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องแต่โอกาสอำนวย อยากขอให้ใช้โอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ด้อยโอกาสของเราที่ไร้การเหลียวแล ให้ได้รับการเหลียวแลบ้าง แม้ใครจะมองว่าเราไม่เกี่ยวข้อง และอาจจะเป็นการเสือ…. ด้วยซ้ำก็อย่าได้สนใจ เรายกโทษและอภัยให้กับกลุ่มคนไร้มารยาทและไร้น้ำใจเหล่านั้นเสีย สังคมม้งเราจะได้มีสิทธิมีเสียงแม้ไม่เท่าชนอื่นก็ตามให้เขาก้าวไปข้างหน้าได้บ้างก็ดีที่สุดแล้ว

16 Comments

  1. EdiTor (Post author)

    ผมเคยทำงาน NGO เข้าออกงานตามเวลา อย่างเก่งก็แค่การเรียกร้องเล็กๆ น้อยๆ ที่เห็นว่าจำเป็นสำหรับกลุ่มคนที่เราให้ความช่วยเหลืออยู่ ไม่ได้โลดโผนอย่างพี่โดมดอย ผมจึงยืนยันได้ว่า ไม่จำเป็นต้องเป็น NGO ก็สามารถทำงานเพื่อสังคมได้ครับ

  2. ผมอยากเสดงความความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า
    กรณีที่พี่น้องม้งของเราไม่มีบัติอะไรทำนองนี้
    อย่างพี่โดมดอยนี่เคยทำงานช่วยสังคมมานาน
    ผมเองที่จริงแล้วก็อยากทำงานอย่างนี้บางนะ
    แต่ผมเคยได้ยินมากับหูว่าพี่น้องที่จะได้รับสัญชาตินั้น
    บางทีต้องมีลายเซ็นจากผู้ใหญ่บ้าน
    หรือข้าราชการหรือพูดง่ายๆๆคือต้องมีคนที่พอเชื่อถือได้
    เซ็นรับรองสิทธิ์อย่างที่เขามาขอความช่วยเหลือจากพี่โดมดอยให้ช่วยเหลือ
    ผมเคยได้ยินมาว่ามีพี่น้องม้งแถวหนึ่งที่คนม้งกันเองที่เป็นราชการเป็นผู้ใหญ่ กำนัน
    ไม่ยอมเซ็นเพราะเขาให้เหตุผลว่าม้งไม่รู้จักบูญคุณจึงไม่เซ็ฯ
    และบางทีจึงกับไม่มีใครช่วยจนต้องให้พระสงฆ์องค์เจ้าเซ็นให้
    จึงจะได้สัญชาติมา และพี่น้องม้งของเราชอบเวลามีเรื่องกันเองเขาบอกว่า
    คนม้งเก่งมากเลยทีเดียวเลย
    แต่เรื่องราวปัญหาที่เกิดกับคนต่างถิ่น มีเหมือนทุกคนกลายเป็นคนกระจอก
    บ้าใบ้ไปหมดไม่ยอมช่วยเหลือกันเลย
    ดังนั้นผมคิดว่าควรแล้วที่พี่น้องม้งที่มีการศึกษาความมาช่วยกัน
    เป็นกระบอกเสียงเป็นหูเป็นตาช่วยพี่น้องม้งที่ขาดการศึกษาและคนที่เก่งในเผ่า
    แต่นอกเผ่าเป็นใบ้สักงั้ง
    หรือว่าเพราะเหตุใด
    พี่โดมดอยครับ
    ผมอยากให้พี่เขียนบทความสักบทความเกี่ยวกับ
    ม้งที่สท้อนให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของม้ง
    ว่านิสัยและวิสัยทัศน์ม้งมันเป็นอย่างไรครับ
    พี่editerครับไม่รู้เป็นอะไร
    ทำมันผมpostแล้วมันขึ้นอยู่นะ
    แต่พอมาเปิดดูมันก็หายไป
    ผมอยากให้พี่แก้ไขครับ
    เพราะทุกคนที่มาเสดงความคิดเห็นที่นี่ล้วนแต่
    มีเจตนาที่จะช่วยกันสร้างสังคมม้งดังนั้น
    ทุกข้อความมีค่าและเป็นประโยชน์แก่ชาวม้ง

  3. Rain

    เด็กน้อยๆไม่ได้แจ้งเกิด เพราะพ่อแม่ไม่มีสัญชาติ
    หนุ่มสาวม้งขาดโอกาสทางการศึกษาในระดับสูงเหตุหนึ่งเพราะเรื่องสัญชาติ
    ผู้ใหญ่ม้งทำผิดกฎจราจรเพราะไม่มีใบขับขี่(เพราะสัญชาติไม่มี ขับขี่เลยไม่มี)

    ถือเป็นการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมที่ดีนะคะ หนูคิดว่าคุณพี่โดมดอยเป็น NGOนะ
    เพราะเสียงคุณพี่โดมดอยแม้จะเป็นเสียงเดียว แต่ทำงานเหมือนเป็นองค์กรอิสระเลย NGO
    (Non government Organization)
    ถือว่าเป็นNGOม้งละกันน้อ

    เป็นกำลังใจในการร่วมด้วยช่วยกันพาสังคมม้งไปข้างหน้า สู่ความทัดเทียมและถูกต้องในสังคมนะคะ

  4. เบอะแระ

    ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณโดมดอยเป็นอย่างดีเลยแหละ เพราะผมเคยผ่านเรื่องราวการขอสัญชาติมาแล้ว ไม่ใด้ขอให้คนอื่นหรอกขอให้ตัวเองนั่นแหละ ก็อย่างว่าละนะ ยอมให้เค้าตะคอกอย่างเดี่ยวแล้วเมื่อไหร่จะได้สัญชาติละโดนบ่อยๆเข้า ผมชักเหลืออดแล้วนะ เลยตะคอกกลับไปบ้าง ไม่ใช่ที่อำเภอนะ แต่ไปถึงผู้ว่าเลย (ผมตะตอกอย่างสุภาพด้วยการเขียนจดหมายร้องเรียนน่ะ…อิอิ)ไปอำเภออีกทีก็กลายเป็นคนสำคัญของเจ้าหน้าที่อำเภอไปเลย ทีนี้ ไม่เกินปีก็ได้สัญชาติมาอย่างสมใจ เอามาขึ้นหิ้งบูชามันอยู่เนียยยย….อิอิ เวรกำเจ่งๆๆ….

  5. *โป๊ยเซียน*

    ความเห็นส่วนตัว________สำหรับเรื่องการช่วยเหลือกันผมว่าพี่น้องม้งเราทำได้ดีคับ ไม่แพ้ชนกลุ่มใดในโลกเพียงแต่ม้งเราขาดแรงหนุ่นจากชนม้ง…ทุกคนเท่านั้น
    ______ยกตัวอย่างง่ายๆที่ใกล้ตัว และมองภาพได้ชัด เช่น งานอมงคลหรืองานศพ พี่น้องม้งเราให้ความช่วยเหลือได้ดี เหลือล้นด้วยซ้ำไป
    ดังนั้น พวกเราน่าจะเอาแบบอย่างนี้มาปรับใช้กับงานต่างๆด้านอื่นๆมั่ง คงจะดีไม่น้อย
    แต่ทุกวันนี้งานการกุศลและให้ความช่วยเหลือ ม้งเราไม่เกิดเปงรูปธรรม มีน้อยนั้น
    อาจเพราะว่า พวกเราส่วนหนึ่ง ยังปากกัดตีนถีบกับการดำรงชีพของตัวเองอยู่
    กับอีกฟากหนึ่ง คนมีอันจะกิน(ฐานะดี)อาจเพาะว่าพวกเค้ายังมองไม่เห็นความสำคัญ
    มันยังเปงภาพที่ห่างไกลการเข้าถึง งานการกุศล เพราะทุกอย่างมันต้องได้มาจากใจ
    “ต้องสมัครใจ” ถึงจะเกิดขึ้นได้
    การทำงานของคนมาอาสา ต้องมีองค์กร(ชมรม)เพื่อรองรับพวกเค้าและเป้าหมายที่จะเดินไป
    อย่างน้อยๆควรจะต้องมีค่าตอบแทนให้กะคนมาอาสาช่วยเหลือ เพื่อค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ
    ” เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ” ผมเข้าใจว่าคนที่อาสา เรื่องค่าตอบแทน
    ไม่ใช่เป้าหมายหลักแต่ ควรมีเพื่อความคล่องตัวในการทำงานเล็กๆน้อยๆ
    ….ทุกวันนี้ ต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่า พี่น้องม้งเราเรียนจบสุงๆไม่ใช่น้อย และที่
    มีธุระกิจน้อยใหญ่ ก้อไม่มากมาย พร้อมที่จะให้ได้ ถ้าพวกเค้า ” เข้าใจ ” เข้าถึง
    ทุคนที่มีองค์ความรู้ บัณฑิตม้งต่างๆหลากหลายสาขา แทบจะครบทุกสาขาแร้วด้วย
    สามารถนำมาเปงทีปรึกษาให้องค์กรได้ ถ้าพวกเค้ารักการกุศลช่วยเหลือ
    ….คนละเล็ก ละน้อยเพื่อสังคมม้ง คิดว่าอณาคตพี่น้องม้งสามารถมีองค์กรม้งอาสาเล็กๆ
    ให้ความช่วยเหลือ พวกเราม้งด้วยกันได้แน่นอน มันก็ไม่ยากและไม่ง่ายยยยยย…?

  6. โดมดอย

    ก็หลายหน แม้ จนท.สงเคราะห์ชาวเขา ไปเองก็หลายหน เห็นบอกพี่นะ….แต่ไม่พิจารณา พี่เลยมาลุยด้วย พาตัวแทนที่เดือดร้อนมาด้วย นายอำเภอก็มาใหม่ ท่านดีมาก แต่ปลัดแย่…..หากช่วยม้ง…อย่าหวังผลตอบแทน จะเจ็บใน แต่เราช่วยคือช่วย สลึงไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ เขาละอายหรือเปล่าไม่ทราบนะ แต่ให้เขาหายทุกข์เราได้บุญ..อิ่มใจ สบายใจ พอแล้วอย่าหวังว่าต้องนำเงินมาให้….ต้องเคารพเรา …มีอะไรกินต้องนึกถึงเรา…..อย่าคิด…สบายใจจ้ะน้อง ๆ

  7. วิจารณ์

    มาตรฐานชีวิตของคนไร้สัญชาติ
    (****คัดลอกจาก:คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน
    ด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ)

    1)แนวทางข้อกำหนดด้านสิทธิทางสังคมและการคุ้มครองสิทธิ คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องการคุ้มครองสิทธิ การคุ้มครองสิทธิ ในที่นี้หมายถึง
    1.คนไร้สัญชาติที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร มีสิทธิอาศัยอย่างน้อยเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย
    2.คนไร้สัญชาติจะต้องไม่ถูกส่งกลับไปนอกราชอาณาจักรไทย โดยไม่สมัครใจ หรือถูกส่งกลับไปรับความยากลำบาก หรือความตาย
    3.ได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากการทำงาน ไม่ถูกเอาเปรียบเกี่ยวกับการทำงาน
    4.ได้รับการปกิบัติในการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียมกับบุคคลอื่นในสังคม โดยไม่มีการละเมิดและถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
    5.สามารถเดินทางไปรับบริการการศึกษา การรักษาพยาบาลได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

    คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องสถานภาพบุคคลทางกฎหมาย สถานภาพบุคคลทางกฎหมาย ในที่นี้หมายถึง
    1.บุคคลที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยที่มีเชื้อสายไทย แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาทางสถานะทางกฎหมาย มีโอกาสได้รับการพิจารณาให้สัญชาติไทย
    2.บุตรของบุคคลที่มีเชื้อสายไทย ที่เกิดในประเทศไทย ได้รับสัญชาติไทย
    3.บุคคลที่มีชื่ออยู่ในระบบการทะเบียนราษฎร ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันเป็นเวลานานไม่ต่ำกว่า 10 ปี จนกลมกลืนกับสังคมไทยและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทาง มีโอกาสได้รับการพิจารณาสถานะเป็นบุคคลต้างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและมีโอกาสได้รับการพิจารณาให้ได้สัญชาติไทย
    4.บุคคลที่เกิดและอาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย และศึกษาสำเร็จในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ได้รับการพิจารณาได้สัญชาติไทย
    5.บุคคลที่เกิดและอาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย และยังไม่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้นำเข้าสุ่กระบวนการพิจารณากำหนดสถานะทางกฎหมาย
    6.บุคคลที่ขาดบุพการี หรือบุพการีทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์ และมีชื่ออยู่ในระบบการทะเบียนของทางราชการ และอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี จนกลมกลืนกับสังคมไทยและมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดได้รับการพิจารณาให้สัญชาติไทย
    7.บุคคลที่ขาดบุพการี หรือบุพการีทอดทิ้ง ที่ได้รับสถานะเป็นบุตรบุญธรรมตามคำสั่งของศาล เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย ได้รับสัญชาติไทย
    8.บุคคลที่มีผลงาน/ความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการกีฬา รวมทั้งด้านอื่นๆ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นสมควรได้รับการพิจารณาให้ได้สัญชาติไทย
    9.บุตรของคนไร้สัญชาติที่เกิดในประเทศไทย ได้รับการแจ้งเกิดและได้รับสูติบัตร ซึ่งเป็นเอกสารแสดงการเกิด

    2)แนวทางข้อกำหนดทางสังคมต่อไร้สัญชาติ มีการกำหนดมาตรฐานไว้ ดังนี้ คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องการเข้าถึงบริการ การเข้าถึงบริการ ในที่นี้หมายถึง
    1.คนไร้สัญชาติสามารถเข้าถึงกองทุนสวัสดิการด้านการศึกษาในชุมชน กองทุนส่งเสริมการประกอบอาชีพในชุมชน กระบวนการยุติธรรม
    2.สามารถไปใช้บริการจากภาครัฐ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่ชุมชนและสังคมจัดขึ้น

    คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมในที่นี้หมายถึง คนไร้สัญชาติได้รับโอกาสเป็นสมาชิกและมีส่วนร่วมในชุมชน คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ในที่นี้หมายถึง คนไร้สัญชาติ/ครอบครัว มีโอกาสถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องการบริโภคข้อมูลข่าวสาร การบริโภคข้อมูลข่าวสารในที่นี้หมายถึง
    1.คนไร้สัญชาติรับทราบข้อมูลข่าวสารและแหล่งบริการต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนและภายนอกชุมชน
    2.รับทราบและเข้าใจถึงวิธีการไปใช้สิทธิและบริการที่มีอยู่ตามความต้องการคนไร้สัญชาติ
    3.มีส่วนร่วมในการให้ข้อมุลข่าวสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแก่คนในชุมชน หน่วยงานและสังคม มีฐานข้อมูลชุมชนที่เป็นประโยชน์ในการมาใช้บริการ หรือการมาขอรับความช่วยเหลือ

    3)แนวทางข้อกำหนดด้านความมั่นคงในการดำรงชีวิต มีการกำหนดมาตรฐานไว้ ดังนี้ คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องสุขภาพ สุขภาพ ในที่นี้หมายถึง คนไร้สัญชาติสามารถเข้ารับบริการด้านสุขภาพจากสถานพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย ได้รับการดูแลและรับผิดชอบการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยจากการทำงานจากนายจ้าง คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องที่อยู่อาศัย
    ที่อยู่อาศัย ในที่นี้หมายถึง คนไร้สัญชาติและครอบครัว มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง โดยมีถิ่นที่อยู่/ทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนประวัติ(ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง)

    4)แนวทางข้อกำหนดด้านการศึกษา มีการกำหนดมาตรฐานไว้ ดังนี้ คนไร้สัญชาติควรได้รับการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเรื่องการศึกษา
    การศึกษา นี้หมายถึง บุตรคนไร้สัญชาติได้รับการศึกษาจนสำเร็จขั้นพื้นฐาน และต้องได้รับหลักฐานทางการศึกษา(ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ.2548) สถานศึกษาในชุมชนที่มีคนไร้สัญชาติ เปิดโอกาสให้(ไม่ปิดกั้น)บุตรของคนไร้สัญชาติได้เข้าเรียน

  8. คนเล่นหมอก

    ปัญหาบุคคลไร้สัญชาตินั้น ไม่ใช่ปัญหาของคนม้ง หากแต่เป็นปัญหาของประเทศไทย ที่ทางรัฐบาลไทยจะต้องมีความจริงใจที่จะแก้ไขในเรื่องนี้ ..แต่อย่างที่รู้ๆ กัน คนไร้สัญชาติสู้ตายแล้วเกิดใหม่ ยังมีโอกาสได้สัญชาติมากกว่ามานั่งรอรัฐบาล (โดยเฉพาะรัฐบาลที่จริงใจ)

  9. หนุ่มเข็กน้อย

    เมื่อคนส่วนใหญ่ของเราขาดโอกาศในการร่ำเรียน….
    จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนที่พอจะมีการศึกษาควรที่จะหันหลังกลับไปมองและช่วยเหลือ…
    ตามกำลังของแต่ละคน..โดยเฉพาะการติดต่อกับหน่วยงานราชการ…
    **แต่ก็จริงนะที่คนม้งส่วนใหญ่พอมีปัญหาระหว่างคนม้งด้วยกันต่างคนต่างเก่งไม่ยอมกันปัญหาใหญ่โตขนาดใหนก็ไม่ยอมต้องสู้ให้ถึงที่สุด แต่พอมีปัญหากับคนพื้นราบก็ยอมแม้รู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกก็ตาม
    ก็ไม่กล้าที่จะต่อสู้แต่กลับยอมถอยเพียงเพราะไม่มีความรู้**

  10. โดมดอย

    หนุ่มเข็กน้อยพูดถูก….เพราะเราทำงานอยู่ใกล้ม้ง รับรู้มาเยอะ พวกกันเองชวนตีชวนต่อย พอกับไทยพื้นล่าง เรายุให้เอาความกลับหนี ไม่ยอมทั้งที่ตัวถูก….น้องพูดมาถูกต้อง แม้คดีความ…เห็นตำรวจยิงพ่อตัวเองตายต่อหน้าเรายุให้แจ้งความ…แจ้งสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ…นิ่ง แล้วเงียบ เราทวงถาม..บอกกลัวตาย เราบอกตัวตาย1 เราเอาผิดเขาได้ ที่เขาไม่ไปฆ่าม้งอีก 100 คุ้มนะ…เขาตอบว่าไม่ครับ ยังไม่อยากตาย…ก็ถูกของเขานะ…..มีชีวิตอยู่ก็อยากรวย อยากมี อยากได้ แต่ไม่อยากตาย ธรรมดาของโลก ซ้าธุ….

  11. โดมดอย

    น้อง คนหลงมา….(พี่โดมดอยครับผมอยากให้พี่เขียนบทความสักบทความเกี่ยวกับม้งที่สท้อนให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของม้งว่านิสัยและวิสัยทัศน์ม้งมันเป็นอย่างไรครับ)….เอ้อ…ครือ….จะไม่อยากว่าอ่ะนะ คนดีก็มี ก็จะเขียนแต่คงไม่อยากสะท้อนทั้งหมด คอยติดตามอ่านเรื่องต่อ ๆ ไปนะ เพราะที่ช่วยตลอด พอไม่ว่าง ไม่ได้ช่วย กลายเป็นว่า….ก็เราไม่มีเงินให้น่ะสิ…หรือเราไม่ใช่แซ่เดียวกับเขาน่ะ เขาจึงไม่ช่วย….เป็นงั้นไป ..พระเจ้าจ๊อดเข้าใจเราดีกว่าม้งด้วยกันอีก

  12. เดอะม้ง

    ผมทำงานกับองค์กร NGO โดยตรงและรับเด็กกำพร้า เด็กยากจน และผลักดันเรื่องสิทธิมนุษยชนมาตลอด แม้ไม่นานนัก ก็เห็นได้ว่า คนม้งเรายังได้รับการบริการที่อยู่ในระดับล่างมากจากหน่วยงานราชการ ถูกปลัดอำเภอตะคอกบ่อยๆ ซึ่งไร้มารยาทมาก พี่น้องม้งที่มีการศึกษา ก็ขอร่วมเป็นแรงผลักดันด้วยแล้วกัน เพราะ เจ้าหน้าที่รัฐ กับ คนม้งเรา เป็นคนเหมือนกัน สิทธิความเป็นคน ไม่ได้ต่างกันไปเลยแม้แต่น้อย ร่วมมือกันครับ

  13. ปลายฟ้า

    บางครั้งก็เป็นเรื่องยากเป็นเรื่องต้องคิดมากๆสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐเลยทีเดียวในการออกสิทธิบัตรต่างๆให้กับผู้คนที่เรียกร้องสิทธิ ไม่ว่าในเรื่องใด กับกลุ่มเผ่าใด ผมเป็นคนเชียงใหม่เลยอยากจะขอยกตัวอย่างในเชียงใหม่ หากช่วงเช้าๆ ท่านเดินไปแถวหลังราชภัฐเชียงใหม่ หรือ ในงานฤดูหนาว โรงงาน หรือแม้แต่บนดอยต่างๆ ตามไร่ตามสวน ก็อาจพบได้ว่าแรงงานส่วนใหญ่ มักไม่ใช่คนไทยแล้ว และทุกครั้งที่มีการประกาศออกสิทธิบัตรให้ ก็จะพบว่ามีประชากรแอบแฝงเข้ามาจำนวนเยอะมาก
    คงเป็นเรื่องที่ละเอียดครับ ไม่งั้นปัญหาต่างๆ อาจตามมาสร้างความเดือดร้อนให้กับ ประชาชนคนไทยได้ ผมมีโอกาศได้ไปเที่ยวใน หลายประเทศ และก็พบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในประเทศไทยนั้นมีอรรถยสศัยดีกว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศอื่น ๆ เยอะมากทีเดียว ผมคิดว่า เหตุผลด้วยหลักฐาน น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ครับ

  14. Tsov Liab

    ขอเป็นกำลังใจให้คุณโดมดอย ครับ
    เห็นด้วยกับคุณปลายฟ้า การที่เจ้าหน้าที่จะทำอะไร ก็ต้องอาศัยหลักฐาน กฏหมาย ไม่ใช่จากความรู้สึก การบอกเล่า ถ้าทำผิด เจ้าหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบ (น่าเห็นใจนะ)
    แต่ถึงอย่างไร ผมก็อยากให้พี่น้องม้งเรา ที่อยู่ในเมืองไทยถูกต้องตามกฏหมาย ได้รับสัญชาติไทยทุกคน

  15. ฅนรำสุรา

    จริงๆแล้วช่างเขาเถอะ อย่าซีเรียสเลยคุณโดมดอย

  16. huo

    เพื่อนเป็นครูดอยตั้งใจทำงานมากเสียสละสอนเด็กๆมา10กว่าปี จากหมู่บ้านม้งยากจนเพื่อนขอทุนจากพี่น้องม้งในสหรัฐมาช่วยจนมีห้องเรียนดีๆ แต่สุดท้ายถูกสั่งย้ายไปที่ยากจนกว่านั้นอีก และให้ครูไทยมาอยู่แทน ทั้งที่ครูไทยคนนี้เคยเป็นเพื่อนกับครูม้ง ซึ่งตอนแรกเขาขอย้ายไปในตัวเมืองให้เหตุผลว่าลำบาก ครูไทยบอกเพื่อนครูม้งว่า”เงินที่กู้มาสร้างโรงเรียนจ่ายให้หมดก่อนค่อยไปนะ ถ้าเธอไปอยู่ที่กันดารขี้เกียจตาม” ครูม้งบอกฉันว่าทำไมครูไทยถึงใจดำได้เช่นนั้น ทั้งๆที่เธอเคยช่วยเหลือครูไทยคนนี้ตลอด เช่นครูไทยทำงานในเวอร์ไม่ได้เธอก็ช่วยเสมอ ฉันก็เลยบอกว่า “เธอก็ทำเหมือนฉันซิ ตอยเรียนมหาลัย เพื่อนคนไทยคนหนึ่งตอแหลมากต่อหน้าพูดดีๆ ลับหลังนินทาว่าเราอิดอย วันหนึ่งฉันจึงแก้เผ็ดมันลอกการบ้านฉัน พิมพ์อักษรตัวใหญ่สีแดง ว่า “ลอกการบ้าน ของไช” วันนั้นเขาอายไม้กล้าสู้หน้าเพื่อน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *