ชนกลุ่มน้อย แพะในป่าใหญ่

จากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก ซึ่งส่งผลให้นายทหารรวมถึงนักข่าวเสียชีวิตรวม 17 ราย จนถึงวันนี้ยังเป็นที่กล่าวขาน ล่ำลือกันไปต่างๆ นานา ถึงสาเหตุที่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ตกไล่เลี่ยกันถึงสามลำ

จากการขุดคุ้ยเรื่องเฮลิคอปเตอร์ตก ได้นำเราไปพบกับอีกแง่มุมหนึ่งที่ถูกปิดบังเอาไว้ นั่นคือการบุกเผาไล่ที่ชนกลุ่มน้อยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จนเป็นที่มาของเรื่องเล่าลี้ลับอาถรรพณ์

อาถรรพณ์ของหุบเขาแห่งนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่า เป็นแรงอาถรรพณ์ของแรงอาอาฆาตของชาวกะเหรี่ยง ที่ถูกเจ้าหน้าที่ของไทยผลักดันออกไปจากพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อยู่อาศัยอยู่กลางป่าลึก เนื่องจากชาวกะเหรี่ยงบุกรุกต้นน้ำเพชร และบริเวณต้นน้ำห้วยใหญ่ หรือที่ชาวกะเหรี่ยงเรียกว่าแม่น้ำที้กรูพะดู ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนเก่าแก่ของกะเหรี่ยงมากว่า 100 ปี จนทำให้เป็นแรงอาฆาตของชาวกะเหรี่ยงก็ได้

นอกจากนี้ชาวกะเหรี่ยงรุ่นคุณปู่ที่ได้อาศัยอยู่บริเวณผืนป่าแก่งกระจานที่ ชื่อ ?คออี๋? อายุ 103 ปี ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและพรานป่าจอมขมังเวทย์แห่งเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งชาวกระเหรี่ยงใน จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ให้ความเคารพนับถือ เปิดเผยความอาถรรพณ์กับผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุ ฮ. ตกทั้ง 3 ครั้งรวมทั้งสิ้น 17 ศพ ซึ่งเลข 7 ถือเป็นเลขอาถรรพณ์และเลขแห่งความตายของชาวกะเหรี่ยงโบราณ โดยเลข 7 หากเขียนกลับหัวจะตรงกับภาษาของชาวกะเหรี่ยงว่า ?ตาย? …เดลินิวส์

แน่นอนว่ามีประชาชนบางส่วนอาจหลงตื่นเต้นไปกับความลี้ลับ อาถรรพ์ ดังกล่าว แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าเรื่องเล่าลี้ลับ ก็คือ ความเดือดร้อนของชาวกะเหรี่ยง (หรือชาวปะกากะญอ ชนกลุ่มน้อยในข่าว) ที่ถูกเผาไล่ที่

ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อเรื่องการเผาไล่ที่แดงขึ้นมา ชาวกะเหรี่ยงกลุ่มนี้ก็ถูกโยงเข้ากับกลุ่มกองกำลังในพม่าทันที โดยทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กล่าวหาว่ากลุ่มกะเหรี่ยงในพื้นที่ดังกล่าว เป็นกลุ่มสนับสนุนกองกำลังพม่าแดง และยังกล่าวหาต่อไปอีกว่าไร่ข้าวที่พบในพื้นที่ เป็นไร่ข้าวที่ปลูกไว้สำหรับสนับสนุนกองกำลังพม่าแดง ..รู้อีก

ภาพถ่ายดาวเทียม
ภาพถ่ายดาวเทียม ไม่ต้องเพ่งมากเพราะมันมีเท่าที่เห็น

เรื่องที่ชาวกะเหรี่ยงมีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังพม่าแดง แทนที่จะเป็นการพูดจากปากของหน่วยงานความมั่นคง แต่กลับเป็นการเปิดเผยโดยเจ้าหน้าที่อุทยาน จึงมีคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือตามมา

แต่อย่างไรก็ตาม การกล่าวหาของทางเจ้าหน้าที่ก็ใช่ว่าจะเป็นการกล่าวหาลอยๆ เพราะจากการบุกค้นบ้านของกลุ่มชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้ค้นเจออาวุธหนักจำนวนหนึ่ง ได้แก่ ปืนแก๊ป 2 กระบอก และกระสุนปืนคาร์บิ้น 3 นัด ..ฟังแล้วขนลุก

เรื่องราวทั้งหมดไม่รู้จะเกี่ยวกันหรือไม่ จากเรื่องของเฮลิคอปเตอร์ตก มาถึงเรื่องการเผาไล่ที่ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ แล้วก็มีเรื่องแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมโผล่ขึ้นมาอีก ที่ระบุว่าตามแผนที่ จุดที่เฮลิคอปเตอร์ตกนั้นมีอาคารแปลกประหลาดปรากฎอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของกองกำลังบางกลุ่มในพม่า ..ก็ไม่รู้จะพูดถึงทำไม ก็นั่นน่ะเขตุพม่า ถ้าไม่ใช่กองกำลังพม่าแล้วจะให้เป็นกองกำลังต่างดาวที่ไหน

งานนี้คง ลับ ลวง พราง กันอุตลุด ..

ด้วยความอยากรู้ ผมจึงตามหาแผนที่ดังกล่าว ทั้งจากสื่อเล็กและสื่อใหญ่ แต่จากการค้นหาพบว่าเป็นเพียงภาพกราฟฟิก (ที่เห็นมีแต่พิกเซลแตกๆ) ภาพหนึ่ง ..ไม่ได้ว่าแผนที่ดังกล่าวปลอมนะ มันก็แค่เบลอไปหน่อย

ข่าวบรรยายละเอียดยิบ หลังคามุงด้วยกระเบื้อง และกระเบื้องมีสีส้ม ..แต่ภาพเบล๊อเบลอ

จากเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเรื่องของชาวม้ง ต.ป่ากลาง เมื่อประมาณปี 2542 ที่ถูกทางเจ้าหน้าที่รัฐบุกโค่นลิ้นจี่ โดยให้เหตุผลว่าต้องปลูกป่าเพิ่ม ซึ่งการกระทำของเจ้าหน้าที่ในยุคนั้นก็มีลักษณะไม่ต่างกัน คือบุกโค่นลิ้นจี้นับพันไร่ ตามด้วยการเผากระท่อมในสวนทิ้ง มิหนำซ้ำยังมีการจับสัตว์เลี้ยงของชาวม้งไปอีก ..นึกถึงภาพการปล้นสะดมในหนัง ปล้นไป เผาไป

หลังจากต่อสู้มากว่าสิบปี ชาวม้ง ต.ป่ากลาง ก็ชนะคดีในที่สุด และได้รับการจ่ายเงินชดเชยเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมานี้เอง ..งานนี้ได้แต่เงิน ไม่ได้ตัวคนผิด

เห็นว่าวันนี้ทางสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จะจัดเสวนาเรื่อง “ฮ. ตก กับปัญหาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน” ก็ลองติดตามดู ว่านอกจากเรื่องทรัพยากรณ์ป่าไม้แล้ว จะมีการพูดถึงทรัพยากรณ์มนุษย์ในป่าแห่งนั้นด้วยหรือไม่

ชนกลุ่มน้อยส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า กฎหมาย(พรบ.)อุทยานและที่ราชพัสดุ ..แค่บ่น

4 Comments

  1. หนุ่มเข็กน้อย

    น่าสนใจที่เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั่งเทียนเขียนแผนที่โดยที่ไม่ศึกษาถึงการมีอยู่หรือการดำรงอยู่ของชนเผ่าที่อาศัยอยู่บนพื้นที่เดิมมาก่อนที่จะมีการกำหนดเขตพื้นที่ไม่ว่าชายแดนหรือเขตอุทยานแห่งชาติ..
    หลายครั้งหลายคราที่ทำให้คิด..ชุมชนทุกชุมชนมีความมั่งคงอยู่แล้วแต่เจ้าหน้าที่ต่างหากเล่าที่เป็นคนสร้างความไม่มั่นคงให้กับชุมชนเหล่านั้น…
    ความสูญเสียย่อมนำมาซึ่งความเสียใจของคนข้างหลัง…
    แต่เหตุแห่งความสูญเสียเหล่านั้นละ…
    คนชายขอบและคนชนเผ่าจำเป็นที่จะต้องศึกษาและเรียนรู็้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้กับเหตุการณ์เหล่านี้เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าเมื่อใหร่จะเกิดขึ้นกับเรา…
    สงสารและเศร้ากับผู้ปฎิบัติงานและผู้ซึ่งที่น่าสงสารที่สุดคือคนที่ไร้แม้โอกาศจะมีที่อยู่บนผืนแผ่นดินแห่งนี้….
    หากรักโลกนี้จริงเรามารงณรงค์ให้มีการปิดไฟทั้งประเทศทุกธุรกิจทุกองค์กรทุกครอบครัวเดือนละครั้งไม่ดีกว่าหรือ…เพราะไม่ว่าคนเมืองหรือคนป่าต่างมีสิทธ์ในการใช้ชีวิตเท่ากัน…ในเมืองเองก็เคยเป็นป่ามิใช่หรือ? และสิ่งที่ทำลายโลกนี้มากที่สุดคืออุตสากรรมต่างหากเล่า…
    อัดอั้นหน่อยพอดีท่านเจ้าของเว็ปขึ้นเรื่องโดนใจเลยระบายพอสมควร

  2. EdiTor (Post author)

    แสดงว่าผมทำให้คุณ หนุ่มเข็กน้อย มีอารมณ์

  3. หนุ่มเข็กน้อย

    editorเขียนได้ดีแล้วครับ…
    บังเอินว่าสถานะการณ์ไกล้เคียงกันกับที่บ้านที่เข็กน้อย..
    ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังพยายามจะยึดให้เป็นที่ราชพัสดุอยู่

  4. EdiTor (Post author)

    ขอบคุณครับ ผมแค่แซวเล่น

    ส่วนเรื่องที่ดินเข็กน้อย ผมมีข้อมูลไม่มากจึงไม่ได้เขียนสักที จำได้ว่าเคยเขียนไปทีนึงแล้ว แต่ไม่ได้ลงรายระเอียดอะไรมากมาย หากใครมีข้อมูลก็ส่งมาได้นะครับ เราจะได้ตีแผ่ความเดือดร้อนให้ผู้คนได้รับรู้บ้าง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *