ชีวิตหลังการเลือกตั้ง

ก็ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งปี 2554 ใครที่ออกมาใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ก็ขอให้ภูมิใจได้เลยครับ ไม่ว่าท่านจะเลือกพรรคไหนก็ตาม เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ นั่นคืออนาคตประเทศไทยอาจเหลือพรรคการเมืองเพียงแค่สองพรรค เหมือนบางประเทศในยุโรปและสหรัฐฯ

เมื่อผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคการเมืองขนาดกลางสอบตกกันระนาว จึงเป็นที่มาของแนวโน้มที่ว่าอนาคตคนไทยอาจเหลือทางเลือกอยู่เพียงสองพรรค เพราะอนาคตนักการเมืองคงต้องเลือกอยู่กับพรรคใหญ่เท่านั้น เพื่อหวังอิงกระแสพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ที่มีทั้งทุนและฐานเสียง

เพราะอะไร เพราะอนาคตฐานเสียงของพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดย่อมจะค่อยๆ ถูกย่อยสลาย โดยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ จากสาเหตุที่ว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่เท่านั้นที่มีโอกาสได้เป็นหัวหน้ารัฐบาล และแสดงผลงานต่อประชาชนได้ชัดเจนกว่า จึงมีนัยยะต่อการตัดสินใจเลือกของประชาชนมากกว่า

เหนืออื่นใด ประชาชนต้องการเลือกพรรคการเมืองที่สามารถผลักดันนโยบายที่พวกเค้าเรียกร้อง ให้เป็นจริง นั่นก็คือต้องเลือกพรรคการเมืองขนาดใหญ่เท่านั้น จึงจะมีอำนาจผลักดันนโยบายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

..ข้อดีของการมีสองพรรคก็คือ บัตรเลือกตั้งไม่ลายตา บัตรเสียก็จะน้อยลงด้วย

ทันทีที่ทราบผลการเลือกตั้งหุ้นไทยก็ดีดขึ้นไปกว่า 40 จุด ภายในวันเดียว มูลค่าของการซื้อขายมากกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่ามากสุดเป็นประวัติการณ์ มันบ่งบอกถึงอะไร ? มันกำลังบ่งบอกว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ เหนืออื่นใดคือความมีเสถียรภาพของว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ (ด้วย 299 เสียง อย่างไม่เป็นทางการ) เพราะเมื่อรัฐบาลมีเสถียรภาพแล้ว การผลักดันนโยบายในด้านต่างๆ ก็จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

..ต้องแยกให้ออกว่า ความน่าเชื่อถือในด้านเสถียรภาพ ต่างจากความเชื่อถือในตัวบุคคล

แต่ก็ใช่ว่ามี 299 เสียงแล้วว่าที่รัฐบาลชุดใหม่จะประมาทพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็เต็มไปด้วยเหล่าผู้ยอดฝีมือ ไล่ตั้งแต่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายเนวิน ชิดชอบ รวมไปถึงว่าที่ ส.ส. ที่ประกาศตัวขอเป็นฝ่ายค้านมาตั้งแต่ต้น นายชูวิทย์ กมลวิศิษย์

ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจนถึงวันนี้ เราจะเห็นได้ว่ามีผลโพล์ต่างๆ ออกมามากมาย ซึ่งโพล์ส่วนใหญ่ถึงแม้จะคลาดเคลื่อน (เป็นธรรมดาของโพล์) แต่ผลโดยรวมก็คือ โพล์เป็นตัวบอกผลการเลือกตั้งตั้งแต่ต้นแล้ว นั่นคือผลแพ้ ชนะ

และทาง Hmongasia.com เองก็ได้เปิดโพล์สำรวจการเลือกตั้ง ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมก่อนการประกาศยุบสภา จนกระทั้งโค้งสุดท้ายของการหาเสียง (กกต. ห้ามเปิดเผยผลโพล์) โดยผลโพล์ครั้งนี้มีจำนวนผู้ร่วมโหวตทั้งสิ้นคือ 434 คน

Thailand election 2011

แม้ทาง Hmongasia.com จะไม่สามารถการันตีเรื่องความน่าเชื่อถือของผลโพล์ที่ทางเราได้จัดทำขึ้น แต่อย่างน้อยผลโพล์ของเราก็ไปใกล้เคียงกับผลของทาง เอกซิทโพล์ (สวนดุสิตโพล์, นิด้าโพล์, ศรีปทุมโพล์) ..โพล์ของเราออกก่อนด้วยซ้ำ :)

..ผลเอกซิทโพล์ โดย ไทยรัฐออนไลน์

ต้องยอมรับว่าประเทศไทยในวันนี้ ประชาชนไม่ได้นิ่งเฉยอีกต่อไป ประชาชนเข้าใจเรื่องสิทธิพลเมืองมากขึ้น ประชาชนรู้เท่าทันนักการเมืองมากขึ้น ประชาชนพร้อมออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตนเองมากขึ้น หากนักการเมืองผู้ใดไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือนิสัยเดิมๆ ก็ยากที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีก

เช่นกัน หากประชาชนไม่พัฒนาตัวเองให้รู้เท่าทันนักการเมือง เสียงของท่านก็จะถูกตีค่าแค่เพียง 300-500 บาท สุดท้ายต้องมานั่งกุมขมับกับปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาของขึ้นราคา รวมๆ ก็คือปัญหาปากท้องนั่นเอง (ไม่มีอะไรใส่เข้าไป)

..ม้งล่ะ เลือกตั้งครั้งนี้เราได้อะไร มีองค์กรใดเตรียมเสนอปัญหาของม้งหรือยัง

ขอทิ้งท้ายนโยบายหาเสียงของว่าที่หัวหน้ารัฐบาลชุดใหม่ (เพื่อไทย) เพื่อให้พวกเราช่วยกันจับตาดู ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นเพียงแค่ลมปาก หรือเป็นนโยบายที่พร้อมจะทำให้คนไทยได้จริงๆ

  • พรรคเพื่อไทย
  • 1. พักหนี้เกษตรกร ไม่เกิน 500,000 บาท 5 ปี และหนี้ไม่เกิน 5 ล้านบาทยืดหนี้ 10 ปี
  • 2. โครงการรถไฟฟ้า 10 สายรอบกรุงเทพ และปริมณฑล
  • 3. รถไฟเชื่อมต่อชานเมืองกรุงเทพฯ
  • 4. รถไฟความเร็วสูงนครรชสีมา-ระยอง-จันทบุรี
  • 5. ขยายแอร์พอร์ทลิ้งค์-พัทยา
  • 6. ภาคใต้ทำแลนด์บริดจ์
  • 7. ทำสนามบินสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางการบิน
  • 8. ชลประทานระบบท่อ 25 ลุ่มน้ำ
  • 9. เพิ่มกองทุนหมู่บ้านอีก 1 ล้านบาท
  • 10. รีไฟแนนซ์ หนี้ส่วนบุคคลไม่เกิน 500,000 บาท นาน 3 ปี และหนี้เกิน 500,000-1 ล้านบาท ปรับโครงสร้างหนี้
  • 11. โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
  • 12. จบปริญญาตรีมีเงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท
  • 13. รัฐลดภาษีเงินได้นิตีบุคคล จากปัจจุบัน 30% เหลือ 25%
  • 14. ขจัดความยากจนต้องหมดไปภายใน 4 ปี
  • 15. ออกบัตรเครดิตการ์สำหรับเกษตรกร
  • 16. โครงการรับจำนำข้าว

10 Comments

  1. hmong21

    เยี่ยมเลยครับ ผลการเลือกตั้งออกมาเป็นไปตามโพล์ ที่หลายสำนักได้สำรวจกันรวมถึงhmongasia ด้วย เเสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศรวมถึงม้งด้วย คิดเเละมองไปในทิศทางเดียวกันนั้นเเสดงว่าผลการเลือกตั้งนั้นประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ให้คุณยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารประเทศเเละอยากเห็นนายกหญิงคนเเรกของประเทศไทยด้วย เเละนโยบายของเพื่อไทยน่าจะเป็นจริงได้ คงไม่เกินความสามารถของนายกยิ่งลักษณ์

  2. antactica

    ก็ ผมคิดว่าเลือกตั้งครานี้พรรคเล็กพรรคน้อยพรรคกลางไม่เข้า
    เพราะว่าคนไปลงคะแนนให้พรรคใหญ่เพราะต้องการตัดสินปัญหาอะไรบางอย่างแม้ว่าก่อนก็เคยเชียพรรคเดิม อย่างกลุ่มพันธมิตรก็อาจไปลงคะแนนให้ประชาธิปัตได้

    แต่เลือกตั้งไปแล้วก้ยังคาดสายตาไม่ได้ว่าจะมีการแทรกแทรงรึป่าว อีกฝ่ายจะทำอย่างไรต่อจากนี้ มีการล้มรัฐบาลหรือรัฐประหารไม๊ หรือจะปล่อยไห้เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ให้คนตายใจเสียก่อน

  3. คนด้อยโอกาส

    เลือกตั้งเกือบทุกครั้งที่ผ่านมา หนี้ไม่พ้นเรื่องของการซื้อสิทธิ ขายเสียง ของชาวบ้าน ในเขตพื้นที่การเลือกตั้งแต่ละเขต ซึ่งดูเหมือนเป็นวัฒนธรรมที่เห็นทั่วไปในหมู่บ้านที่ตนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

    ถ้าสังคมไทย สามารถปราศจากเรื่องซื้อสิทธิ ขายเสียงได้ คิดว่า การเลือกตั้งคงเป็นสิ่งที่โปร่งใส่กับการตัดสินใจเลือกตั้ง

    การเลือกตั้งครั้งนี้ คงพาประเทศไปในทางที่ดี (หวังว่าอย่างนั้น)

  4. EdiTor (Post author)

    น่าเสียดายที่การเลือกตั้งครั้งนี้หลายคนไม่สามารถออกไปใช้สิทธิ์ เนื่องจากไม่ได้แจ้งย้ายเขตเลือกตั้ง (กกต. ยัง งง) ดังนั้นใครที่ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขต เสร็จการเลือกตั้งแล้วก็ให้รีบแจ้งย้ายกลับเขตเดิมด้วยนะ เพราะเมืองไทยไม่รู้จะมีเลือกตั้งอีกเมื่อไหร่

    การเมืองรักชอบได้ แต่อย่าหัวปักหัวปำนะครับ อย่างที่นายชูวิทย์บอก “ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก”

  5. ช.ช้าง

    @ Editor ขอยกมือสูงๆ สองข้างเลย เราคือหนึ่งในพวกนั้นที่ไม่มีสิทธิ์ เซ็งเลย

  6. EdiTor (Post author)

    ช.ช้าง ตัวเลขผู้ไม่สามารถใช้สิทธิ์จากกรณีนี้เห็นว่าน่าจะ ล้านกว่าๆ แล้วถ้าคนกลุ่มนี้ต้องเสียสิทธิ์ทางการเมือง (จากการไม่ไปเลือกตั้ง) ..อยากถามว่า ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ต้องรับโทษอย่างไร?

    อันที่จริงน่าจะมีระบบที่ดีกว่านี้นะ เช่นเลือกตั้งเสร็จสิทธิ์ควรจะกลับที่เดิม (ตามทะเบียนบ้าน) โดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ว่าก่อนเลือกก็ให้ไปแจ้งย้าย หลังเลือกก็ต้องไปแจ้งยกเลิกอีก ..ที่สำคัญแทบจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้

    มั่วจนบางคนชื่อไปโผล่อยู่ต่างประเทศ ..นี่คือผลพวงจากการเมืองเพี้ยนๆ ในช่วงหลายปีนี้

  7. รักม้ง

    ตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ สำหรับการปรับตัวครั้งใหญ่ พวกเราส่วนมากหยิบยื่นอำนาจ ที่จะกำหนดทิศทางของอนาคตตนเอง และกำหนดอนาคตของคนอื่นทั้งประเทศ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้แก่ชรา ผู้ยากจน ผู้มั่งมีล้นฟ้า ผู้มีความหวัง ผู้หมดแล้วซึ่งความหวัง อีกไม่นานพวกท่านทั้งหลาย จะได้ประสบพบเจอด้วยตนเอง หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ามันจะดีขึ้น ดีขึ้นเพี่อพวกเราทั้งหลายจะได้ตาสว่าง

    ขอให้สิ่งศักสิทธิ์ สิ่งที่ท่านทั้งหลายเคารพนับถือ จงคุ้มครองทุกท่านให้เจริญรุ่งเรือง

    สุดท้าย ขอฝากหลักธรรมของศาสนาพุทธ ที่ตนเองนับถือ แม้ผู้นับถือศาสนาอื่นก็คงจะเข้าใจ

    กาลามสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล (เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือเกสปุตตสูตร ก็มี[1]) กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่

    1. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
    2. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
    3. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
    4. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
    5. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
    6. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
    7. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
    8. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
    9. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
    10.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน(รวมถึงพระพุทธเจ้า)

    ปัจจุบันแนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลงเชื่องมงาย ในทำนองเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์เมื่อ 2500 ปีก่อน ได้รับการบรรจุเป็นวิชาบังคับว่าด้วยการสร้างทักษะการคิดหรือที่เรียกว่า “การคิดเชิงวิจารณ์” (Critical thinking) ไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของประเทศพัฒนาแล้ว[2](ที่มา จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

    ขอให้ทุกท่านจงโชคดี…

  8. ผมรักวัฒนธรรมม้ง

    ผมเห็นด้วยกับหลักคำสอนทางศาสนาพุทธ ที่คุณ รักม้ง นำมาเผยแผ่ครับ เป็นเป็นคำสอนที่ประกอบด้วยเหตุและผล

  9. คนไม่มีแฟน

    นโยบายแต่ละอย่าง ผมไม่อยากจะนึกภาพเลยจริงๆ
    ว่าสุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้น ………………
    ถ้าหากดำเนินการตามนโยบายต่างๆเหล่านี้ คนจนคนรากหญ้าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจริงๆรึ?

    ผมคงไม่ต้องคาดเดาอะไรมาก สิ่งที่จะตามมานับจากนี้ไปคือHyper Inflation
    คนจน+คนรากหญ้า จะลำบากมากขึ้นอย่างแน่นอน
    คนรวยจะรวยขึ้นแบบทวีคูณ……..

    หุหุ เตรียมตัวรับมือดีกว่า….. มันมาแน่ๆ

  10. EdiTor (Post author)

    นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลชุดใหม่ เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะส่งผลกระทบดีร้ายอย่างไร ทั้งต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และคนจนอย่างเราๆ

    แน่นอนว่าสิ่งใหม่ย่อมมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนี้แหละที่ผู้คนมักจะกลัวกัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *