ดอกหญ้าบาน เทศกาลปีใหม่

เนื่องจากใกล้เทศกาลปีใหม่ม้งของเราเข้าไปทุกทีแล้ว จึงขอเรียบเรียงเรื่องนี้ เพื่อเอาบรรยากาศ อรรถรส และกลิ่นไอของเทศกาลปีใหม่ม้งเรามาฝากกัน เผื่อใครที่อ่อนใหว จะได้สัมผัสลุ่มลึกเข้าไปได้มากยิ่งขึ้น ถึงสิ่งที่เคยเป็นมา รวมถึงสิ่งที่กำลังจะเป็นไป ในอนาคตอันใกล้นี้

ดอกหญ้า

หญ้าสาบเสือ (Pov Cai) ถึอเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่ง ที่สามารถผูกติดอยู่กับความเป็นม้งของเรา (แม้จะแค่ช่วงเวลาหนึ่งก็ตาม) วงจรชีวิตของมัน สามารถกระตุ้นให้เกิดห้วงอารมณ์ที่แตกต่างกันไป จนบางครั้งไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นเพราะอิทธิพลของเจ้าหญ้าสาบเสือหรือเปล่า ที่ทำให้เราเกิดห้วงอารมณ์เหล่านั้น หรือที่จริงแล้วอารมณ์ของเราแปรปรวนไปตามกาลเวลา

ในยามที่หญ้าสาบเสือเริ่มออกดอก ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบรรยากาศในหน้าแล้ง หรือหน้าหนาว ซึ่งแน่นอนว่าเป็นช่วงที่อาจจะเงียบเหงา หรือบางคนอาจจะรู้สึกว้าเหว่ไปเลย (หากอยู่บ้านนอกจะรู้สึกได้) ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน ปูมหลังของแต่ละคน :)

เริ่มแรกดอกตูม ผมเชื่อได้ว่าม้งเราจะเริ่มตระเตรียมสิ่งต่างๆ ในช่วงนี้ เพื่อรอการมาถึงของเทศกาลปีใหม่ม้ง อย่างเช่นอาจจะเก็บข้าวเข้ายุ้งฉางให้เรียบร้อย เก็บสะสมฟืนไฟไว้ใช้ในยามเทศกาลมาถึง เริ่มช่วงนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ หากเป็นม้งเราแล้ว ผมเชื่อได้ว่าคงจะมีความรู้สึกไม่ต่างกัน คือเฝ้ารอให้งานวันปีใหม่มาถึงไวๆ

เมื่อยามดอก (หญ้า) สาบเสือบานสะพรั่ง ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกม้งเราให้รู้ว่า เทศกาลแห่งความสนุกสนานรื่นเริงได้มาถึงแล้ว เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องที่อยู่ไกลบ้านก็จะเริ่มทะยอยเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาล ที่จะมีเพียงปีละครั้ง ยิ่งทำให้บรรยากาศในครอบครัว ในชุมชนดูครึกครื้นมากขึ้นไปอีก

ลูกเด็กเล็กแดง ก็จะพากันอวดโฉมชุดเสื้อผ้าตัวใหม่ วิ่งเล่นกันเป็นระวิง ส่วนหนุ่มสาวก็ถึงคราวที่จะได้งัดเอาชุดม้งสุดโปรด ออกมาใช้งานอีกครั้ง เพื่อประชันกับหนุ่มสาวมากหน้าหลายตา ในสนามโยนลูกช่วง ประดุจการแข่งขันท้าชิงอะไรสักอย่าง หากแต่ไม่ต้องมีกรรมการ และรางวัลก็คือความพึงพอใจของตัวเอง (ไม่ต้องรอใครมายัดเยียดโล่ห์ หรือประกาศนียบัตร)

บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ ก็มีความสุขไม่แพ้กัน เพราะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับลูกหลาน ที่จากไปเรียน ทำงาน นานๆ จะกลับที ่ยังมีกลุ่มญาติพี่น้องจากต่างบ้านต่างเมือง ที่นานๆ จะได้พบกันสักครั้ง สรุปแล้วเทศกาลปีใหม่ม้งให้ความสุขได้ กับทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง

แต่ เมื่อเสียงประกาศตามสายเริ่มเงียบลง เสียงดนตรีที่เคยอึกทึกครึกโครมก็เงียบเสียงไป ลูกหลานที่ทำงานก็เริ่มร่ำลากลับไปทำงาน ที่เรียนก็เริ่มทะยอยกลับไปเรียน


ฟังนะ .. ว้าเหว่

พ่อแม่ลูกต้องจากไกล ญาติพี่น้องต้องจากกัน เพื่อนฝูงก็ต้องร่ำลา บัดนี้ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง คนอยู่บ้านก็ต้องได้เตรียมที่ทางสำหรับการทำการเกษตรในปีต่อไป ความยากลำบากรออยู่ข้างหน้าอีกครั้ง

ยามนี้ ดอกหญ้าสาบเสือเริ่มร่วงโรย ร่ำลาต้น ปลิวไปกับสายลม แล้วแต่ลมจะพาพัดไป มันคือความเศร้า มันคือความไม่จีรัง สูงสุดแล้วก็โรยรา …

ขอบคุณเจ้าดอกหญ้า ที่อยู่เคียงข้าง ช่วยเตือนความจำ ว่าฉันต้องกลับไป