ตำนานประวัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 5

เปิดตำนานประวัติศาสตร์ชนชาติม้งที่ซ่อนเร้นมากว่า 5,000 ปี (ตอน 5 ) โดย โดมดอย

Hmoob Keeb Kwm

ย้อนกลับตอนที่แล้วเราพูดถึงประเทศซานเหมี่ยว และ ฉู่ ที่นักค้นคว้ากล่าวว่าเป็นประเทศม้งล่มสลายไปแล้ว ลองย้อนรอยประวัติศาสตร์ต่อว่าจะมีประเทศใหม่ๆ ที่เป็นประเทศม้งเกิดขึ้นหรือไม่….นักค้นคว้ากล่าวว่าหลังจากประเทศซานเหมี่ยว และ ฉู่ ล่มสลาย ม้งก็ไม่สามารถฟื้นตัวกลับมามีประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาลขึ้นมาได้อีกเลย ชาวม้งแตกกระเซ็นกระสายไปทั่ว ไม่สามารถรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนและเข้มแข็งได้ดังเดิมอีก เพราะรัฐบาลจีนขณะนั้นนำแนวคิดที่เรียกว่า แบ่งแยก และ ยึดครอง โดยจับกลุ่มชนต่าง ๆ แบ่งแยก และสร้างความแตกแยกให้กลุ่มชนต่าง ๆ จนพวกเขาลุกขึ้นมาต่อสู้กันเอง จนแตกความสามัคคี เพื่อรัฐบาลจีนจะได้เข้าไปปกครองได้โดยง่าย และบังคับให้กลุ่มชนต่าง ๆ กลายมาเป็นคนจีนให้หมด เพื่อความสะดวกที่ชาวจีนจะได้เข้ามายึดครอง พื้นที่ทำกินของพวกเขาได้โดยง่าย บังคับให้ม้งต้อง กิน นุ่งห่ม มีความเป็นอยู่ และมีแนวคิดแบบชาวจีน

แนวคิดอันเลวร้ายนี้ สามารถทำให้กลุ่มชนที่ยิ่งใหญ่ และเข้มแข็งมาก่อน เช่น พวกโซ่งนู , แมนจู ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ โดยกลายเป็นคนจีนในเวลาต่อมาทั้งหมด โซ่งนู เป็นชนชาติหนึ่งที่อาศัยอยู่ตอนเหนือของประเทศ โดยก่อนหน้านี้ จีนไม่สามารถเอาชนะโซ่งนูได้เลย จีนจึงได้ก่อสร้างกำแพงเมืองจีน (Great war) มากันชาวโซ่งนูไว้ ไม่ให้มารุกรานชาวจีนได้ โดยเริ่มก่อสร้างกำแพงเมืองจีน 221 BC (ก่อนตริสตกาล 221 ปี) โดยเริ่มสร้างจากทางตะวันออก ไปทางตะวันตก ใช้เวลา 1,500 AD จึงสำเร็จลงได้ โดยใช้เวลาเกือบ 2,000 ปี ( แปลตามคำกล่าว Xwb fwb Ywj Pheej Xyooj)

กำแพงเมืองจีน หากนำมาต่อรวมกันจะยาว 3,968 ไมล์ เป็นสิ่งก่อสร้างสิ่งเดียวที่เมื่อขึ้นไปถึงดวงจันทร์แล้วสามารถมองลงมาเห็นได้ แม้จีนจะกลัวชาวโซ่งนูมากขนาดนี้ แต่สุดท้ายชาวโซ่งนู ก็ถูกบังคับขู่เข็ญจนสูญพันธุ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของจีนไปก่อน 220 AD ปัจจุบันไม่มีแม้สักคนเดียวที่เรียกตัวเองว่า โซ่งนู เหลืออยู่เลย

ต่อมาชาวแมนจู ซึ่งเป็นชนชาติที่มีความสามารถมากชาติหนึ่ง สามารถรบชนะจีนมาตลอด และอยู่ในดินแดนนี้มากว่า 3,000 ปี แต่สุดท้ายก็สูญพันธุ์ไปเช่นเดียวกับโซ่งนู ม้ง เป็นชนชาติที่เข้มแข็ง ตามประวัติศาสตร์จะไม่ยอมชาวจีนเด็ดขาด สามารถมีวิถีชีวิตต่อสู้มาได้กว่า 5,000 ปี โดยไม่สูญพันธุ์ เหตุที่ไม่สูญพันธุ์ เพราะไม่ยอมลงให้กับจีน ไม่ยอมอยู่รวมกับชาวจีน ยามใดชาวจีนมาแย่งชิงประเทศ หรือที่ทำกิน ม้งลุกขึ้นสู้ยิบตา หากเกิดการพ่ายแพ้แก่จีน ม้งจะอพยพประชากรของเขาหนีไปให้ไกลชาวจีน หากจีนยังรุกรานมาถึงอีก สงครามจะระอุขึ้นอีก เป็นเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ตามประวัติศาสตร์แล้วดูเหมือนไม่มีปีใดเลย ที่ม้งจะสุขสบายใจกายลงได้เลย จะมีแต่ลุกขึ้นสู้กับชาวจีนอยู่ร่ำไปตลอดจากรุ่นสู่รุ่น พ่อตาย…ลูกลุกขึ้นสู้ ลูกตายไป หลานลุกขึ้นสู้ต่อ ในปี 403-561 เป็นระยะเวลา 158 ปี ม้งลุกขึ้นมาทำสงครามกับจีนมากกว่า 40 ครั้ง นั่นหมายความว่า 4 ปีต่อครั้ง ที่ม้งต้องลุกขึ้นมาทำศึกสงครามกันครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น ไม่นับการรบราฆ่าฟันรายวัน ซึ่งเป็นการสู้รบเล็ก ๆ ตามเมือง หรือหมู่บ้าน ที่นับไม่ถ้วนหลายร้อย หลายพันครั้ง

Great Wall of China

ในปี 1615 จีนได้สร้างกำแพงเมืองจีนมาป้องกันชาวม้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน กำแพงนี้ยาวกว่า 100 ไมล์ แต่ปัจจุบันก็พังลงมาตามกาลเวลา และผู้คนที่อยู่ใกล้ก็รื้อถอนมาก่อสร้างบ้านเรือนบางส่วน จะยังคงเหลือซากปรักหักพังกองกันอยู่บ้าง ซึ่งกำแพงด้านนี้ เริ่มก่อสร้างที่เมืองถงเหวิน จังหวัดกุ้ยเจ๊อ ไปจนจรดเมืองเป่าจึ้ง จังหวัดหูหนาน โดยผ่าน ถงเหวิน พึ่งหวง จี๋โฉ ( Jishou ) ฟุ่ยหยวน และเป่าจึ้ง บางแห่งเรียก เซาเทิ่ลเกรตวอร์ ( Southern Great War )

ตามประวัติกล่าวว่าจีนใช้งบประมาณมากถึง 400 Choj Nyiaj (เป็นการนับเงินสมัยนั้น ปัจจุบันอาจเป็นเงินถึง 400 ล้านก็เป็นได้ ต้องขออภัยที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าป็นเงินเท่าไหร่ หากทราบจะมาบอกให้ทราบในโอกาสต่อไป) ที่นำมาก่อสร้าง โดยรับบริจาคช่วยเหลือจากประชาชนจีนบริเวณที่กำแพงนี้สร้างผ่านไป และใช้กำลังทหาร 6,000 – 10,000 นาย มาเฝ้าดูแลกำแพงนี้ และท้ายสุดม้งก็พ่ายแพ้แก่จีน แต่กำแพงที่มีขนาดใหญ่ ยาว และแข็งแรงขนาดนี้ ย่อมบอกได้ว่า ม้ง เป็นชนชาติที่แข็งแกร่งปานใด และยังทำให้จีนกลัวม้งมากแค่ไหน…..ไว้ฉบับหน้าค่อยว่ากันต่อแล้วกันนะ.