ตำนานประวัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 6

เปิดตำนานประวัติศาสตร์ชนชาติม้งที่ซ่อนเร้นมากว่า 5,000 ปี (ตอน 6 )

Hmong Clothe Tradition

ผู้อ่านที่ติดตามอ่านเปิดตำนานประวัติศาสตร์ชนชาติม้งที่ซ่อนเร้นมากว่า 5,000 ปี มาถึงตอนนี้ก็ขอให้เข้าใจว่า โดมดอย ไม่ได้ไปมาเอง….แต่แปลมาจาก สารคคดีชุด “Keeb Kwm Hmoob” โดย Ywj Pheej Xyooj อ่านออกไหม… แปลเป็นไทยก็ “ประวัติศาสตร์ชนชาติม้ง” ผู้ค้นคว้าชื่อ ยื่อ เพ่ง โซ่ง ซึ่งเป็นคนม้งสัญชาติอเมริกัน…

ฉบับก่อนคุยกันถึง จีนได้สร้างกำแพงเมืองจีนมาป้องกันชาวม้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนในปี 1615 ฉบับนี้เดินท่องเที่ยวไปกับคณะว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก….กำแพงเมืองจีนทางตะวันตกเฉียงใต้ สร้างป้องกันชาวม้ง ด้านเหนือสร้างกำแพงป้องกันชาวโซ่งนู แต่ต่างกันตรงที่ ชาวโซ่งนูปัจจุบันไม่มีชื่อนี้ปรากฏในโลกนี้มาแล้วกว่า 2,000 ปี แต่ชาวม้งยังมีตัวตน และมีประชาชนเหลืออยู่ แต่ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะอยู่ไปถึงเมื่อไหร่ ?…

ตอนที่ม้งพ่ายแพ้แก่จีน ม้งส่วนใหญ่ได้อพยพไปอยู่ตามหุบเขา บนเขา ไม่ยอมกลายเป็นคนจีน ไร่นาที่เคยเป็นของชาวม้งทางตะวันออก ก็ถูกจีนยึดครองจนสิ้น ทำให้ชาวม้งไม่มีที่ทำกินลำบากยากแค้นแสนเข็นมากว่า 5,000 ปี แต่ไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ เพราะความเด็ดเดี่ยวของบรรพบุรุษม้งที่เป็นแบบอย่างให้ลูกหลานเข้มแข็งมาจนเท่าทุกวันนี้

สมัยราชวงศ์ชิง ประมาณ ปี 1644 -1911 ม้งได้สู้รบกับจีนหลายครั้ง ไม่นับการรบราเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งนับครั้งไม่ถ้วน แต่สงคราม 3 ครั้งที่ใหญ่ที่สุด คือ สงครามปี 1735 – 1738 , สงครามปี 1795 – 1806 และ สงครามปี 1854 – 1873

สงครามปี 1735 – 1738 เริ่มประทุขึ้นทางตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมืองกุ้ยเจ๊อ เพราะจีนมาแย่งชิงไร่นา และบังคับขู่เข็ญชาวม้ง มี 8 เมือง 1,224 หมู่บ้าน ได้ร่วมมือกันรบกับจีน เมื่อม้งพ่ายแพ้แก่จีนในปี 1738 มีผู้เสียชีวิตในสงครามที่เป็นชาวม้งมากถึง 17,670 ศพ ประชาชน 11,130 คน ถูกจับได้และถูกนำไปฆ่าทิ้ง เหลือ 13,600 คน ถูกบังคับให้ไปเป็นทาสของชาวจีน ครึ่งหนึ่งของประชากรชาวม้งสูญเสียเพราะศึกสงครามครั้งนี้

ต่อมาอีก 57 ปี คือปี 1795 – 1806 ปัญหาชาวม้งกับชาวจีนเริ่มขึ้นอีกครั้งใน 3 จังหวัด ทางตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมืองเสฉวน ทางด้านตะวันออกที่เมือง กุ้ยเจ๊อ และด้านตะวันตก ที่เมืองฮูหนาน ผู้นำม้งในศึกสงครามครั้งนี้คือ “เจ้าเมือง วื่อ ป้าเยีย” ( Fuab tais Vwj Paj Yias) “เจ้าเมือง สือ เหลียว ติ้ง” (Fuab tais Swv Lim Teej) “เจ้าเมือง สือ ซ้าง เป่า” (Fuab tais Tswv Xaab Pov) และ “เจ้าเมือง อู๋ เทียน ปั้น” (Fuab tais Vwj Theeb Paaj)

Tsaab Tswm Meej

การศึกสงครามทุกครั้งสาเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน คือ การรุกราน แย่งชิงดินแดน โดยรัฐบาลจีนเข้ามาแย่งชิงอย่างซึ่ง ๆ หน้า จนชาวม้งทนไม่ได้ ศึกสงครามครั้งนี้มีกลอนม้งได้จารึกไว้ว่า “แย่งชิงดินแดนของเราคืนมา ขับไล่จีนและแมนจูออกไปจากแผ่นดินของเรา” แต่สุดท้ายม้งก็พ่ายแพ้แก่จีน เจ้าเมือง วื่อ ป้าเยีย ถูกจับได้และถูกฆ่าตาย 48 ปีต่อมาหลังจากเจ้าเมือง วื่อ ป้าเยีย เสียชีวิตแล้ว ม้งและจีนก็ได้เปิดศึกรบราอีกครั้ง นับเป็นศึกครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยรบมาและใช้ระยะเวลาทำสงครามนานที่สุดถึง 19 ปี คือปี 1854-1873 โดยเริ่มที่เมืองกุ้ยเจ๊อ สาเหตุมาจากจีนแพ้สงครามแก่ชนชาติผิวขาว รัฐบาลจีนเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงแก่ชาวม้ง และบังคับชาวม้งไปเป็นทาส “จั๊งฉู้เหม่” (Tsaab Tswm Meej) จึงเป็นผู้นำ ได้นำกำลังม้งลุกขึ้นสู้กับจีนทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง กุ้ยเจ๊อ มีชาวม้งกว่า 1 ล้านคนที่ได้ร่วมมือลุกขึ้นมาร่วมสู้รบกับจีน จนสงครามได้ลามไปหลายเมือง

หลังสงครามครั้งนี้ยุติลง ปี 1873 เหลือเพียงร้อยละ 30 ของประชากรม้งเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ และยังคงอาศัยอยู่ในเมืองเดิมของพวกเขา ร้อยละ 70 ถูกฆ่าตายหมด บางส่วนก็อพยพไปอยู่ที่อื่น “จั๊งฉู้เหม่” ถูกจับได้และนำไปทรมานจนตายที่เมือง ชั่งชะ (Tshaaj Sab) จังหวัดฮูหนาน ขณะที่ทหารจีนจับ จั๊งฉู้เหม่ ได้ และพันธนาการแล้วบังคับให้เดินจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง พี่น้องชาวม้งถาม “จั๊งฉู้เหม่” ว่าเมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้แล้ว ชาวม้งจะทำอย่างไรต่อไป “จั๊งฉู้เหม่” ตอบพี่น้องม้งของเขาว่า “ม้งอย่ายอมแพ้ … แม้ตัวเขาจะตายไป เขาจะกลับมาเกิดเป็นม้ง และช่วยเหลือม้งอย่างนี้อีก…”

“จั๊งฉู้เหม่” เป็นยอดนักสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ทำไมถึงแพ้ คล้ายสมัยอยุธยาถูกพม่าเผาทำลาย เพราะคนชั่วแปรพักตร์เข้ากับศัตรูเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตนฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น …น่าเศร้าใจไม่ว่ายุคใด…ตอนหน้าค่อยมาว่าต่อนะ.

32 Comments

  1. หนุ่มเข็กน้อย

    เรียนคุณ โดมดอย
    เนื้อหาทั้งหมดอาจเป็นตำนานไปแล้วแต่คนม้งรุ่นใหม่ควรที่จะรับรู้และทราบถึงบรรพบรษของตนเองขอชื่นชมที่แปลมาให้ได้อ่านกัน ขอบคุณไปถึงอาจารย์ ยื่อ เพ่ง ซ่ง ด้วย ผมเองมีความเห็นว่าน่าจะมีการรวบรวมและจัดพิมพ์เป็นหนังสือให้กลุ่มนักศึกษาและคนทั่วไปได้อ่านกัน จำได้เมื่อ 20 ปีที่แล้วมีหนังสือของคุณ พิริยะ พนาสุวรรณ เรื่อง”เจ้าฟ้า”ขายดีมากครับเป็นหนังสือเกี่ยวกับม้งที่หนีภัยสงครามในประเทศลาว ปัจุบันหาไม่มีแล้วครับ หากว่าจะจัดพิมพ์จริงน่าเชื่อว่าน่าจะดีมากและปัญหาเรื่องลิขสิทธ์คงไม่น่ามีปัญหาผมเชื่อว่าที่อาจารย์ ยื่อ เพ่ง ท่านรวบรวมและเสาะหาเรื่องราวเหล่านี้ก็เพราะอยากให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ถึงบรรพบรุษของเราเพื่อเป็นแนวทางให้กับคนรุ่นต่อไปที่จะหาแนวทางในการดำรงอยู่ของคนม้งต่อไปและหากสามรถจัดพิมพ์ได้ก็จะเป็นการต่อยอดให้กับความพยายามของท่านอาจารย์ ยื่อ เพ่ง ด้วยครับ ตัวผมเองพอมีความรู้เรื่องการจัดพิมพ์หนังสืออยู่บ้างโดยทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตงานสิ่งพิมพ์ของบริษัทในนิคมการพิมพ์ในจ.สมุทรสาคร หากว่าคุณโดมดอยมีความสนใจจัดพิมพ์ยินดีอย่างยิ่งที่จะให้คำปรึกษาครับ

  2. โดมดอย

    ยินดีมาก….เพราะมีผู้อ่านต้องการเช่นกัน หากคุณอยู่ตรงนี้อยู่แล้ว คุณลองถามดูให้ด้วย อยากได้เมล์ของคุณ เพื่อจะปรึกษาค่ะ….โดมดอย

  3. EdiTor (Post author)

    ถือเป็นข่าวดี ที่คุณ หนุ่มม้งเข็กน้อย มีความรู้ด้านนี้พอดี เราจะได้มีโอกาสเห็นหนังสือเป็นรูปเป็นร่างของม้งเราสักที .. คนอื่นๆ ล่ะ ไม่คิดเขียนหนังสือบ้างเหรอ :-)

  4. povlas

    หนุ่มม้งเข็กน้อย ผมก็คนม้งเข็กน้อย เหมือนกัน ถ้าคุณสนใจอยากรู้ประวัติศาสตร์ม้ง เวลากลับบ้านก็ลองแวะไปที่ ศูนย์แพร่ธรรมคาทอลิกม้ง (Zoo Tswv Zov Yaj) อยู่ที่สี่แยกพ่อขุนผาเมือง อำเภอหล่มสัก ลองเข้าไปสอบถามหนังสือประวัติศาสตร์ม้ง (Haiv Hmoob Liv Xwm) มีทั้งหมด 566 หน้า แต่เป็นภาษาม้งทั้งหมด หนังสือเล่มนี้ทำออกมาเมื่อ ปี 1997 โดยคุณพ่อ Yves Bertrais ( Txiv Plig Nyiaj Pov ) ได้รับต้นฉบับเป็นภาษาจีน จากอาจารย์ม้งจีนคนหนึ่ง ชื่อ วื่อ ย๋ง เช่ง ( Vwj Zoov Tsheej ) เป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ ใน University of Jishou, Hunan Povince, China. หนังสือเล่มนี้ทำออกมานานแล้ว แต่เป็นเพราะเราไม่ได้สนใจภาษาม้งกันจึงไม่มีคนที่รู้มากนะ ทั้งๆ ที่อยู่แค่ในประเทศไทยนี่เอง ผมเองก็เหมือนกันแต่ก่อนก็ไม่ได้ใส่ใจจนกระทั่งได้เข้ามาทำงานนี้ จึงได้รู้ว่ามีหนังสือที่มีคุณค่าเล่มหนึ่งที่จะบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับประวัติของม้งอยู่ด้วย ถ้ากลับบ้านก็ลองแวะไปสอบถามดูนะครับ

  5. หนุ่มเข็กน้อย

    เมล์ได้ตามนี้ครับ
    vorteva1@gmail.com

  6. หนุ่มเข็กน้อย

    ลืมบอกคุณ povlas ไปตัวผมเองเป็นคาทอลิกเหมือนคุณครับและเป็บสัตบรุษวัดพระมารดานิจานุเคราะห์เข็กน้อย ยินดีที่รู้จักครับ

  7. povlas

    หนุ่มเข็กน้อย ยินดีที่ได้รู้จักด้วย ผมป๋อลา นะครับ ไม่ทราบจำได้หรือเปล่า

  8. โดมดอย

    ขอบคุณแล้วจะเมล์ไปค่ะคุณหนุ่มเข็กน้อย

  9. reemmua

    แล้วผู้เขียนอ้างอิงจากหลักฐานไหนเล่าคับ
    เอกสารประวัติศาสตร์ของจีน – หลักฐานประวัติศาสตร์ม้งยังเหลืออยู่เหรอ
    ผมแค่อยากรู้ความเป็นจริงข้อนี้
    ผมก็ม้งเหมือนกัน

  10. reemmua

    มันเป็นตัวบ่งชี้ถึงความน่าเชื่อถือนะคับ ไม่ได้กวนนะคับ

  11. reemmua

    paragonz@windowslive.com
    ตอบทางเมลได้ อยู่เชียงใหม่คับ

  12. aa

    ขอบคุณมากมาย ทั้งอาจารย์ Ywj pheej และเวปดีดี hmongasia.com
    เชื่อว่าคุณจะมีสิ่งดีดีมานำเสนออีกต่อๆไป ซึ่งมีคนมากมายต้องการรับรุ้

    ขอให้คุณอยู่ตรงนี้ทำสิ่งนี้ เพื่อพวกเราทุกคนจะได้รับรู้สิ่งต่างๆนี้

    ขอบคุณครับ

  13. หนุ่มเข็กน้อย

    ได้รับเมล์จากพี่แล้วครับพี่โดมดอยและให้กำลังใจพี่เสมอนะครับ……
    สิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแล้วครับ……

  14. โดมดอย

    ตอบ Reem mua โดมดอย ได้เอ่ยครั้งแรก ต้นเรื่องว่าไม่ได้เขียนขึ้นเอง แต่แปลจาก Keeb kwm hmoob ของ ywj pheej xyooj ตอน Taug txoj lw ntshav ซึ่งอาจารย์ได้ไปค้นคว้ามาจากจีน ที่เมืองม้งโบราณ Tsuab luj อยากให้ไปอ่านตอนแรกก่อนนะ หลักฐานพอมี อยากให้อ่านต่อไปเรื่อย ๆ จ้ะ แล้วจะรู้ว่า บางอย่างคือจริง บางอย่างก็เป็นการแต่งเติมให้มีสีสรรบาง เพราะ 5000 ปี ไม่มีใครมีอายุถึงปานนั้น เหลือเพียงนิทาน ตำนาน

  15. โดมดอย

    หลักฐานที่เหลืออยู่คือ พิพิธภัณฑ์ ม้ง ในจีน เหลืออาวุธ ยุทโธปกรณ์ ชุดของกษัตริย์ม้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย จ้ะ พี่น้องม้ง ดูมาจากที่เขาไปมา เราไม่ได้ไป และกะต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตความเป็นลูกหลานม้งจ้ะ

  16. hmong and akha

    จั๊งฉู้เหม่? เป็นยอดนักสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ทำไมถึงแพ้ คล้ายสมัยอยุธยาถูกพม่าเผาทำลาย เพราะคนชั่วแปรพักตร์เข้ากับศัตรูเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตน(ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น)เขียนผิดครับ ฉันท์ต้องเขียนเป็น “ฉัน”ครับ ถ้าฉันท์ แปลว่า ความพึงพอใจ หรือความชอบใจ หรือว่าความสนใจครับ ?

  17. EdiTor (Post author)

    ยินดีต้อนรับเพื่อนชาวเขา คุณ hmong and akha

  18. หนุ่มเข็กน้อย

    เถอะนะหนุ่มม้งอาข่า..
    มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า”ทำการใหญ่อย่าหยุมหยิมกับเรื่องเล็กๆ”
    บางครั้งความผิดพลาดเล็กน้อยที่อยู่ในความเข้าใจอยู่แล้ว…ก็ปล่อยผ่านเถอะนะ….

  19. hmong and akha

    คับผม..ขอบคุณมากคับ

    …เห็นว่าจะออกเป็นหนังสือมา..ก็อยากให้ถูกต้องทุกตัวอักษรครับ (ถ้าออกเป็นหนังสือมา..ขอซื้อด้วยคนนะคับ แม้ไม่ใช่คนม้ง แต่ก็เติบโตมากับคนม้งตั้งแต่เด็กๆๆ…ดังนั้นจองหนังสือเล่มหนึ่งด้วย)

    ..เพื่อนๆๆม้งทุกคน อย่าลืมแวะไปเยี่ยมเว็บไซต์ของผมด้วยนะครับที่ http://www.iamakha.com

    “”””””เจอกันครับ

  20. *โป๊ยเซียน*

    ใช่คับ…หนุ่มเข็กน้อยพุดถูก !
    เล็กเราไม่….แต่
    ใหญ่ๆเรา….ติ
    อิอิอิ…คงจะอิงบทโฆษณาอะไรสักอย่างเกินไป (แค่ล้อเล่นคับ)

    ….เขียนไปเห่อะ จะผิดจะถูกคนอ่านมีวิจารณญานเองน๊า หุหุหุ

  21. โดมดอย

    ขอบคุณที่ติงมา….ภาษาม้งก็รู้ไม่มาก ภาษาไทยยังผิดพลาดอีก…ขออภัยผู้อ่านด้วย ติได้นะ เพราะเขียนหนึ่งคน อ่านเป็นสิบ ถี่รอดตาช้าง ห่างรอดตาเลน…ช่วยกันติติง เพื่อจะได้สิ่งที่ดีที่สุดค่ะ…ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

  22. TusHluasSiabZoo

    Great story… I know Ywj Pheej Xiong, but I have never read what he discovered. Well maybe I might start to read more about hmong history just because I am hmong.

  23. เบอะแระ

    นายพลวังเปา จุดกำเนิดสงครามคนม้ง

    อ่านบทความที่คัดย่อมานี้แล้ว คงจะสะท้อนตัวตนบางอย่างในความเป็นม้งของเราให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจึงอยากให้อ่าน ด้วย ความ เพลิดเพลิน ละกัน…..แต่ไม่เกี่ยววกับกระทู้นะ…

    ณ ที่แห่งหนึ่งบริเวณตะแขบชายแดนไทยลาว… วังเปา ผู้นำม้ง แลร์ ทหารยุคสงครามเกาหลี และ ประนิตย์ หัวหน้าหน่วยพารูของไทยได้พบกัน
    แลร์ถามวังเปาว่ามีแผนอย่างไร
    วังเปาขอตอบในฐานะชาวม้งไม่ใช่ฐานะทหารแห่งกองทัพลาว ว่า “ที่นี่คือบ้านของเรา” ..เราไปมาหาสู่กับพวกคอมมิวนิสต์มานานแล้ว วิถีเราเข้ากับเขาไม่ได้….เรามีทางเลือกสองทาง คือสู้กัน หรือ ทิ้งถิ่นฐานไปที่อื่น เราไม่มีทางเลือก..หากคุณให้อาวุธ เราจะสู้กับพวกมัน

    แลร์ถามว่า จะติดอาวุธสักเท่าไหร่..วังเปาตอบ ” หนึ่งหมื่นคน แล้ว”….ฉันจะภักดีต่อกษัตริย์ลาว พวกเขาจะเดินตามฉัน ” (ดูม้งห้วยน้ำขาว ในวันนี้ ซิ ถ้าวังเปาชนะสงครามในวันนั้น ม้งคงจะมีประเทศสมใจนึก ไม่ต้องมาเป็นเหมือนทุกวันนี้ ระหกระเหินแร่ร่อนอย่างไร้ความหมาย)และนี่คือจุดเริ่มต้นความยากลำบากของชนที่เรียกว่าม้ง…ด้วยยุธปกรณ์ที่เหลือใช้จากสงครามโลกครั้งที่สอง ของ สหรัฐฯ.ที่หยิบยื่นให้กองกำลังพิเศษกองโจรม้งขนาดใหญ่ หนึ่งหมื่นคน…

    ม้งพันคนแรกผ่านการฝึกจากพารูแล้ว ในไม่ช้า ก็จะถึงหลักหมื่น กองบัญชาการใหญ่พารู ได้ฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำให้แก่ชาวม้งหัวกะทิ ที่หัวหิน และฝึกการรับส่งวิทยุในประเทศลาว และนำมาซึ่งการออกซุ่มโจมตีข้าศึกอย่างได้ผลติดๆกัน ทำให้เครือข่ายต่อต้านของชาวม้งขยายตัว ทำให้ฝ่ายซ้ายและฝ่ายเป็นกลางไม่อาจตอบโต้ทหารม้งวังเปาได้ ทหารม้ง วังเปา ไม่ยี่หระต่อฝ่ายเป็นกลางและฝ่ายปะเทศลาวเท่าใดนัก..แต่เขามองว่าเวียดนามเหนือคือศัตรูตัวฉกาจ…เพราะชายแดนเวียดนามอยู่ห่างแค่ไม่กี่ขุนเขาเท่านั้น …นั่นแหละเหมือน แลร์ นั้นจะรู้ดีกว่าใครๆว่า ทหารเวียดนามเหนือผู้น่าเกรงขามยังไม่ได้เข้าร่วมสมรภูมิเท่านั้นและหวังว่าสิ่งที่คิดอย่าได้เกิดขึ้นเลย จนเวลาล่วงเลยหลังจากได้ชัยชนะที่ผาขาว วังเปาตั้งกองบัญชาการใหญ่ที่ปาดอง ชุมทางค้าฝิ่นใน อดีตปาดองเป็นที่ราบสูง มียอดเขาสูงทะมึนทางทิศใต้ และยามนี้ปาดองเหมือนแม่เหล็กดึงดูดชาวม้งให้มาที่นี่ พวกเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนกางเกงดำขาก๊วย เป็นกางเกงลายพรางทหารสีมะกอก ไม่เว้นแม้คนแก่ๆ….. แหม๋…ช่างดูหึกเหิมเหลือคณา..

    ในสายตาคนอื่นๆที่ไม่ใช่วังเปากับพวก มองว่า วังเปาไม่ใช่คู่ต่อกรของเวียดนามเหนือ ทหารเวียดนามได้รับการฝึกอย่างดีเยี่ยม ไม่สะทกสะท้านต่อการสูญเสียหากจำเป็น มีทักษะการรบเหนือกว่า ที่เห็นได้ชัดเจนคือการชี้เป้าปืนใหญ่ อันเป็นสิ่งที่ม้งทำอย่างไรก็ทำไม่ได้ ม้งชำนาญการตีหัวเข้าบ้าน ระเบียบวินัยทหารไม่มีในหัวสมองของพวกเขา หากเสียงปืนข้าศึกดังกว่าฝ่ายเขา ทหารม้งพร้อมจะหนีเอาตัวรอดทันที หากพวกเขานึกอยากออกไปล่าสัตว์ หรือกลับไปเยี่ยมลูกเมียที่บ้านก็ไม่มีสิ่งไรจะมาฉุดรั้งไว้ได้ จึงมีเรื่องเล่าขำๆว่า เรื่องการรบพวกคัมบาของธิเบตอันดับหนึ่ง จีนมุสลิมอันดับสอง ม้งอันดับสุดท้ายในเรื่องความเป็นนักรบ สมองพวกม้งมึนชาต่อความรับรู้ เทคนิคเพียงพื้นๆอย่างการปรับศูนย์ยิง ข้อแตกต่างระหว่างการยิง100 เมตร กับ 600 เมตร คุณไม่มีวันอธิบายให้คนพวกนี้เข้าใจได้ อาจเป็นเพราะเขาใช้ปืนแก๊ปที่ยิงไกลแค่ 30 เมตร ขนาดลงทุนวาดวิถีกระสุนให้ดูก็ยังไม่รู้เรื่อง วิธีปรับปืนค.ยิ่งไม่ต้องสอนเลย เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา สุดท้ายยย ปาดองก็แตก นายพลวังเปาก็ ถอยมาที่ ล่องแจ้ง….

    ล่องแจ้งเติบโตอย่างรวดเร็ว จากหุบเขาไร่ข้าวโพดกลายเป็นหมู่บ้านม้งและลาวเทิง….ช่างน่าตื่นตาตื่นใจกับรันเวย์ทางดินสีส้ม สนามบินที่กุดสั้น ทางวิ่งเป็นหลุมเป็นบ่อ ตื่นตากับทหารร่างเล็กชุดเขียวพราง ซึ่งใครๆต่างเข้าใจว่าเป็นพวกลาวลุ่ม แต่ที่แท้ก็เป็นพวกม้งนี่เอง ที่ล่องแจ้งแห่งนี้ข้าวเหล็ก(สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 )เริ่มถูกลำเลียงมายังฝ่ายม้งอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ วังเปาตัดสินใจส่งกำลังเข้าผลักดัน ฝ่ายประเทศลาวและลาวฝ่ายกลางที่เริ่มเอนเอียงไปเข้าฝ่ายซ้ายที่เคลื่อนกำลังเข้ามาตั้งมั่นทางตะวันตกของทุ่งไหหิน ปิดกั้นเส้นทางสู่เวียงจันทร์

    เหตุการณ์พลัดดันในวันนั้น วังเปากับลอว์เลนซ์ วางแผนการรบร่วม กองทัพเรืออเมริกัน ส่งจรวดเหลือใช้มาให้ อาวุธหนัก รวมทั้งปืนใหญ่โฮวิตเซอร์ ส่งเสียงหวีดหวิวผ่านอากาศสู่เป้าหมาย วังเปาอำนวยการยิงด้วยตนเอง ลอว์เลนซ์ บอกว่า ” เขาทำอย่างกับตัวเองเป็นนายทหารปืนใหญ่ ” กระสุนเกือบทั้งหมดพลาดเป้า แต่ก็ทำให้ฝ่ายปะเทดลาวล่าถอย พวกม้งขวัญกำลังใจมีมากขึ้น ลาวฝ่ายเป็นกลางที่แตกเป็นสองฝ่าย อีกฝ่ายเข้ากับฝ่ายปะเทดลาว แต่กองแล กับอีกฝ่าย ก็หันมาเข้าฝ่ายวังเปา ดุลยภาพของกำลังเปลี่ยนแปลงไป

    คืนหนึ่งในความมืดมิดที่เงียบสนิท ก็มีเสียงปืนดังขึ้นในค่ายวุ่นวายไปหมด เกิดอะไรขึ้นนี่คงเป็นคำถามสุดฮิตในยุคสงครามเช่นนี้ ภาพที่เห็นตำตาอยู่ก็คือทหารม้งกำลังยิงปืนขึ้นฟ้า ใส่ดวงจันทร์เหมือนที่แลร์ เคยเล่าว่า “…ยิงไล่ราหู” และนั่นทำให้พวกฝรั่งในเวียงจันทร์พากันพูดติดตลกว่า ” จริงๆแล้วพวกชาวม้งยิงปืนขับไล่ราหูได้ผล โลกภายนอกต่างหากที่ไร้สาระ ” ลอว์เลนซ์ผู้เป็นทั้งสายลับและนักมานุษยวิทยา รู้ดีในเรื่องความเชื่อและศรัทธาของคนท้องถิ่น พวกม้งมีผีอยู่รอบกาย ก้อนหิน ต้นไม้ใบหญ้า?.วันหนึ่งมีคนตาย เขาเห็นหญิงม้งร้องไห้ฟูมฟาย ป่านว่าจะขาดใจ พวกผู้หญิงไม่ยอมห่างใบหน้าศพ คอยลูบไล้อย่างทนุถนอม จนเมื่อเหนื่อย มีคนอื่นมาร้องฟูมฟายแทน หญิงคนแรกก็จะถอยออกมา เธอกลับมีอาการปรกติเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
    วันที่ 6 ของพิธีศพ มีการนำหีบศพขึ้นแบกวนรบเสา พอถึงรอบที่ 8 ก็วนกลับ เพื่อไม่ให้วิญญาณผู้ตายมากลับบ้านถูก มาหลอกหลอนญาติผู้ตาย

    ลอว์เลนซ์ทบทวนสิ่งที่ได้เห็น เขาสรุปได้ว่า พวกม้งไม่มีวันเป็นกองกำลังที่สมบูรณ์แบบได้ พวกเขาผูกพันกับสถานที่ บวกกับพื้นฐานขาดการศึกษา และความเป็นตัวของตัวเองสูง ได้จำกัดภารกิจชาวม้ง ให้เหลือแค่การโจมตีก่อกวนข้าศึก ..สมมุติว่าหน่วยสังเกตุการณ์ที่ทางเหนือพบรถบรรทุกเคลื่อนจากชายแดนเวียดนามห่างจากที่มั่นสัก 10 กิโลแม้ว ” ทหารม้งจะไม่มีวันออกโจมตีตอบโต้ พวกเขาจะไม่ทำอย่างนั้นแน่ หากเราให้เขาไปทำการลุกขึ้นสู้เพื่อแผ่นดินเกิดย่อมทำได้ ตามข้อตกลงว่าจะให้ปืนสมัยสงครามโลกแก่เขา แต่ให้เขาห่างไกลบ้านเกิดละก็ เขาจะพากันมาหาวังเปา และบอกว่า ” นี่มันไม่อยู่ในข้อตกลงนี่ คุณไม่ได้บอกว่าให้เราไปสู้กับไอ้พวกนี้” สิ่งเหล่านี้ล้วนท้าทายการสร้างชาติม้ง และนี่กระมั่งที่ม้งเรายังไม่มีชาติตั้งแต่อดิตมาจนถึงปัจจุบัน

    จากการกร่ำศึกกับลาวและเวียดนามมายาวนานของทหารม้งๆ ได้สูญเสียและล้มตายหลายหมื่นคน ก็ไม่สามารถปลดแอดเผ่าพันธ์ม้งให้เป็นเอกราชได้ สงครามครั้งนี้ปรากฏชัดเจนเป็นที่ทราบดีแล้วว่า ม้งไม่มีวันเอาชนะข้าศึกได้ หากคำว่าชัยชนะนั้นหมายถึงการทำให้ข้าศึกยอมแพ้ ขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่า ข้าศึกเอาชนะม้งยากเช่นกัน ในป่าเขาที่กองกำลังชาวม้งยึดครองอยู่ ขบวนการต่อต้านของชาวม้ง หยั่งรากลึกเกินกว่าจะถูกถอนรากถอนโคน หากจะทำได้ ก็ต้องทุ่มกำลังอย่างเต็มที่ของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ชาวม้งไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร เมื่อเสร็จศึกอย่างไม่เบ็ดเสร็จจากการหนีหางจุดตูดของอเมริกานั้นแล้วจึงทำให้ชาวม้งรู้ว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างทำสงครามกับคอมมิวนิตส์นั้น ทำให้ม้งได้รับรู้ความจริงบางอย่าง….ว่า….
    ” ถ้าไอ้พวกนั้น ไม่มา เราคงขยี้ทหารปะเทดลาวด้วยปืนแก๊ปหรือหน้าไม้ของเรา… แต่เราก็ยังทนสู้โดยคิดว่า มันจะช่วยเรา แต่ตอนนี้มันช่วยเราไม่ได้มาก และเราก็ไม่แน่ใจว่า มันจะพาเราไปประเทศที่สามที่เราจะได้อยู่อย่างสันติหรือไม่..”(ไอ้พวกนั้น..หมายถึงเวียดนามเหนือหรือ…เปล่าเลย…มัน คือพวกอเมริกันต่างหาก) นี่คือคำพูดบางส่วนของม้ง ที่ขึ้นเครื่องตามวังเปาไป อเมริกาไม่ทัน…..อิอิ

    และแล้วก็จบด้วยประการละฉะนี้ แล…..

  24. โดมดอย

    ไม่เคยอ่านบทความนี้มาก่อนเลย….บางอบ่างเห็นด้วยกับผู้เขียนบทความนี้ เพราะเราชาวม้งยึดมั่นความเชื่อบางอย่างมาก และหากจะบังคับให้อยู่ในระเบียบวินัยจริงจังอย่างชนชาติอื่น….ก็ยาก….เพราะหากขัดใจก็หนีดื้อ ๆ ก็มี คงเป็นเพราะพื้นฐานเรื่องระเบียบวินัยเรายังไม่ดีจริง ๆ ทั้งคำพูดคำจา การให้เกียรติแก่บุคคลอื่น ก็ตาม มันเป็นอย่างนั้นเสียด้วย แต่…บางส่วนที่ดี ๆ มีนะคะ ปัจจุบัน ม้งที่อยู่ในประเทศนั้น ๆ รับราชการด้านทหาร ตำรวจ เขาก็มีวินัยพอควร บางส่วนเท่านั้นที่ไร้วินัย…ก็ให้เขาด่าไปเถอะ….ตราบใดที่เรายังไร้การศึกษาส่วนใหญ่ ยังแตกแยกระหว่างศาสนา แตกแยกระหว่างแซ่ ชื่อม้งแต่ความเชื่อแตกต่างตามแซ่ใครแซ่มัน….ยากจะรวมกลุ่มก้อนได้ เพราะไม่มีอะไรดึงดูดมาเป็นก้อนเดียวกันได้จริง ๆ

  25. EdiTor (Post author)

    คุณ เบอะแระ จะช่วยกรุณาบอกที่มาของบทความคัดย่อนี้ได้มั๊ยครับ ว่าคัดย่อมาจากหนังสือเล่มไหน เผื่อใครสนใจจะได้ติดตามไปหามาอ่านได้ครับ

  26. เบอะแระ

    เผอิญผมไปอ่านเจอใน web นี้อ่ะนะ http://www.thaioctober.com/smf/index.php?action=printpage;topic=3013.0 หัวเรื่องว่า ผลาญชาติ ฉบับจริงเค้ายาวและละเอียดกว่านี้ …ผมติดตามอ่านตำนานประวิติม้งฯ ของคุณโดมดอย แล้วรู้สึกว่าความเป็นชนชาติม้งนี่มัน คล้ายคลึงกันทั้งตั้งแต่อดิตจนถึง ยุควังเปา เราผ่ายแพ้มาโดยตลอดอาจไม่ใช้เพราะเค้าเก่งกว่า..แต่ก็อยากจะบอกอะไรสักอย่างเพื่อสะกิดใจพี่น้องชาวม้งว่าเรารู้จักตัวเองดีพอหรือยัง..ก็เลยคัดย่อบทความ ของเค้าใหม่ แล้วก็ใส่ไข่ไปเล็กน้อย เรื่องราวก็เลย ออกมาอย่างที่เห็น นั่น แหละ ความจริงผมอยากจะ เอาเรื่อง ผกค ม้งไทยในยุคสมัยนั้น กับ นายพลวังเปาถูกจับเมื่อปี่ก่อนมาร่วมๆไว้ด้วยกันเลย …แต่ ก็เกรงว่า เดี่ยวววมันจะกลายเป็น โจ๊กเกินไป…. ก็หวังว่า Editor จะไม่ว่า อะไร..เพราะผมได้บอกที่มาของบทความแล้วน้อ…อิอิ

  27. โดมดอย

    ขอบคุณที่หาสิ่งดี ๆ มาให้อ่าน…เรากำลังเขียนเรื่องราว ผกค.ในไทย ปี 2510 เป็นต้นมาจน 2526 กะลังรวบรวมภาพ เรื่อง หากมีโอกาสจะเสนอต่อสายตาพี่น้องweb นี้ในโอกาสต่อไป เพราะชอบเขียนอ่ะ….บอกตรง ๆ วันไหนไม่ได้เขียนเหมือนอึดอัด ต้องเขียน ๆ ๆ อะไรก็ได้ Editor ว่าหรือเปล่าไม่รู้ ใครมีไรดีเขียนมาแลกกันอ่านหน่อยนะคะ เหงา ๆ ก็แวะมาที่นี่แห่งเดียว ไม่รังเกียจที่อื่น แต่เปิดยากน่ะ….จะแสดงความคิดเห็นก็ยาก…เลยแวะมาที่นี่…ง่ายดี ขอบคุณเจ้าของweb นะ

  28. ลูกสะใภ้ม้ง

    ดีใจจังที่ได้เห็นเวปนี้ ได้อ่านอะไรที่ไม่เคยรู้เป็นเวปที่น่าสนใจคะ ดิฉันเป็นคนไทยคะ ฟังภาษาม้งก็ไม่ออกแต่ก็มีแฟนเป็นคนม้ง สมัยนี้ทุกอย่างก้าวหน้าไปมากดิฉันไม่คิดเลยว่าจะมีเวปของคนม้งด้วย ดีจังคะทุกคนจะได้รู้จักคนม้งมากขึ้น ขอบคุณมากนะคะที่ทำเวปดีๆให้อ่าน

  29. พงษ์

    อยากให้นำเรื่องราวทั้งหมดนี้ทำเป็นหนังสือ จังเลย จะคอยติดตามซื็อนะคับ

  30. พงษ์

    อยากให้ทำเป็นหนังสือ จังเลย จะรอซื็อ

  31. kubdub

    nyob zoo tij laug ywj pheej xyooj nrog rau ib tsoom npoj ua hlub ntshuas saws daws. kv zoo siab heev ua tau ntsib nej thiab koj hauv no o yeej tsis muaj dab tsis pauv tau li o. tab si ma kv kuj tus siab tias ca tsis muaj hwv tsam tau nrog koj tham thiab txuas lus vim tau hnov kj hais lus hauv youtube txog peb li dab neeg keeb kwm hmoob ua raug kuv lub kuas muag pob twb ywm yam cheem tsis tau kiag li. kv tuaj ntsib koj li no xwb. kawg no yog koj pom kv tsab ntawv no lawm kv vam tias peb lub siab yuav lo nyob ua ke, xav ib yam thiab koom ib lub hom phiaj lawm xwb. ua tsaug ntau2.
    vam tias kj yuav teb kv tsab ntawm rov rau kuv xwb2 li thaum kj nyeem tag lawm.
    sau npe: kubdub.

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *