ตำนานประวัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 7

เปิดตำนานประวัติศาสตร์ชนชาติม้งที่ซ่อนเร้นมากว่า 5,000 ปี (ตอน 7) โดย ?โดมดอย?

หวังว่าผู้อ่านคงสบายดีนะ….มาถึงตอนนี้ก็ทวนความจำกันหน่อยว่า เราคุยกันถึงยอดนักสู้ ยอดผู้นำ ?จั๊งฉู้เหม่? ซึ่งเป็นยอดนักสู้ที่แข็งแกร่ง และฉลาดมาก แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่จีน ….ศึกสงครามแต่ละครั้งย่อมมีความแตกต่าง แต่ปัญหาสำคัญคือ หลัง ๆ มานี้ ม้งไม่มีเป้าหมายที่แน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้หากใครได้รับความทุกข์ยาก เดือดร้อน ย่อมง่ายแก่การแปรพักตร์โดยไปเข้ากับฝ่ายจีน แล้วย้อนกลับมาฆ่าฟันคนม้งด้วยกันเอง โดยเป็นใส้ศึกเปิดประตูเมืองให้ทหารจีนเข้าเมืองมาฆ่าฟันชาวม้ง ศึกสงครามแทบทุกครั้งม้งแทบไม่เคยแพ้แก่จีนอย่างง่ายดายเลย แต่ม้งกลับมาแพ้แก่ม้งด้วยกันเองอย่างง่ายดาย การแปรพักตร์ คิดคดทรยศพวกเดียวกันไม่ว่าชาติใดภาษาใด…มักต้องมีอยู่พวกหนึ่งเมื่อผลประโยชน์ลงตัว ก็เริ่มคิดคดทรยศฝ่ายเดียวกันทันที แม้ในชนชาติม้งเองก็เช่นเดียวกัน จึงทำให้ม้งถูกทรมาน บังคับเคี่ยวเข็น ให้ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จากรุ่นแล้วรุ่นเล่า ไม่มีจบสิ้น

Hmong Monument
?อนุสาวรีย์จั๊งฉู้เหม่? คลิกดูรูปใหญ่

หลังจาก ?จั๊งฉู้เหม่? เสียชีวิตแล้ว 128 ปี ชาวม้งในจีนเพิ่งจะได้คิดและสำนึกถึงพระคุณที่ ?จั๊งฉู้เหม่? วีรบุรุษผู้กล้าหาญชาญชัยมีต่อชาวม้ง ในวันที่ 18 -19 เมษายน ค.ศ. 2000 ที่เมืองไท่เจ๊อ ซึ่งเป็นเมืองของ จั๊งฉู้เหม่ อยู่จังหวัดกุ้ยเจ๊อ ชาวม้งได้จัดพิธีสักการบูชาและรำลึกถึงพระคุณของ จั๊งฉู้เหม่ และเป็นการประกาศเกียรติประวัติของ จั๊งฉู้เหม่ ให้เป็นที่รู้จักของลูกหลานชาวม้ง ชาวม้งจึงได้แกะสลักรูปเหมือนของ จั๊งฉู้เหม่ ที่มีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ธรรมดาขึ้นมา โดยแกะสลักจากก้อนหินขนาดใหญ่ ก่อนหน้านี้เมื่อแล้วเสร็จจึงทำพิธีเปิด ?อนุสาวรีย์จั๊งฉู้เหม่? ในวันดังกล่าว มีงานสักการะที่ยิ่งใหญ่ มีชาวต่างชาติเข้ามาร่วมพิธีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ต่างชาติมาชมด้วย สถานที่ตั้งรูปสลักหิน จั๊งฉู้เหม่ แต่เดิมเป็นโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันได้ย้ายโรงเรียนไปที่แห่งใหม่แล้ว สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกใหม่ว่า ?สนามจั๊งฉู้เหม่? โดยใช้งบประมาณจำนวนมากมาก่อสร้าง และปรับปรุง แต่ยังไม่แล้วเสร็จดี ชาวม้งในจีนยังมีความหวัง และรอคอยความช่วยเหลือชาวม้งจากทั่วโลกอยู่

ในภาคกลางคืนวันที่ 18 เมษายน มีงานฉลองยิ่งใหญ่หลากหลายตามศิลปวัฒนธรรม ประเพณีชาวม้ง ขบวนแห่ที่ประกอบด้วยดนตรีม้ง เช่น เป่าและเต้นแคนม้ง ตีกลองประกอบลีลา และแห่มังกรทอง เช้าวันที่ 19 เมษายน ชาวม้งได้นำควายตัวใหญ่มาเซ่นดวงวิญญาณของ จั๊งฉู้เหม่ โดยมีการล้มควายตัวนั้นต่อหน้ารูปสลักหิน จั๊งฉู้เหม่ และมีงานรื่นเริงหลายอย่างรวมถึงกีฬาการชนควายด้วย

มนุษย์เรา เกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกันทั้งโลก แต่บางคนแม้จะตายจากไปเป็นร้อยปี พันปี แต่ชื่อเสียงของเขายังก้องกังวาลอยู่ในใจของผู้คนเสมอ น้อยคนนักที่จะได้เป็นที่ยอมรับ จนนำไปสู่การสลักก้อนศิลาที่มหึมากลายเป็นร่างของบุคคลคนนั้น และสมมติให้เป็นบุคคลที่เขารักเคารพ และเทิดทูนบูชา เพื่อให้ชื่อเสียง และเกียรติประวัติของบุคคลคนนั้นอยู่คู่โลกตลอดไป

Roob Laj Kab Rua
“เขากำแพงเหว” สถานที่ซ่องสุมกำลังของ
ชาวม้ง เมื่อ 5000 ปีมาแล้ว

จั๊งฉู้เหม่ เป็นแบบอย่างที่ดีที่บุคคลทั่วไปควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เป็นการหายากนักที่จะมีสักคนที่กล้าหาญชาญชัย เด็ดเดี่ยว และเสียสละแม้เลือดเนื้อและชีวิต เพื่อความอยู่รอดของประชาชนของเขา ผู้ร่วมงานนี้อาจมีบางคนคิดอยู่ในใจว่า หากมีบุญเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ เมื่อวัน เวลา และจังหวะที่เหมาะสมเขาก็ยินดีเสียสละชีพเพื่อชนเผ่าของเขาได้เช่นเดียวกันกับ ?จั๊งฉู้เหม่? วีรบุรุษของเขา??

ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ที่เมืองไท่จั๊ง ก็ยังมีภูเขาที่สูงใหญ่ มีหลักฐานต่าง ๆ อยู่บริเวณภูเขาใหญ่แห่งนี้เพื่อให้ศึกษาว่าบรรพบุรุษม้งมีความสามารถเพียงใด มีความยากลำบากในการป้องกันผืนแผ่นดินอย่างไร ประชาชนชาวม้งที่อยู่บริเวณนี้เรียกเทือกเขานี้ว่า ?เขากำแพงเหว? (Roob Laj Kab Rua) สมัยนั้นม้งอาศัยอยู่บนเทือกเขาแห่งนี้ เพื่อซ่องสุมกำลัง และเฝ้าระวังศัตรู ที่แอบเข้ามารุกรานฆ่าฟันชาวม้งให้สูญพันธุ์ไป ?เขากำแพงเหว? ก่อสร้างในสมัยราชวงศ์ชิง เมื่อ ปี 1644 ? 1911 ?เขากำแพงเหว? อยู่เมืองเก๊าพัวะ ซึ่งภาษาจีนแปลว่าเมืองเขาสูง อยู่ไม่ไกลจากเมืองกัวะย่าง ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ สาเหตุที่ม้งใช้ภูเขาลูกนี้ซ่องสุมกำลัง และเฝ้าระวังศัตรูก็เพราะด้านข้างของเขาเป็นหน้าผาสูงชันมาก ยากแก่การปีนขึ้นไปได้…..ประวัติศาสตร์ตรงนี้กำลังเป็นที่สนใจของนักค้นคว้า…ไว้ฉบับหน้าค่อยไปติดตามกันว่ายังมีหลักฐาน หรือร่องรอยอืน ๆ เหลืออยู่บ้าง.