ตำนานประวัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 3

ศาลเจ้า
ศาลเจ้าข้างหลุมศพ จึอ โหย่

เปิดตำนานประวัติศาสตร์ชนชาติม้งที่ซ่อนเร้นมากว่า 5,000 ปี (ตอน 3 ) โดย โดมดอย

ตอนที่แล้วเรารู้ว่า จื้อ เต้อ เหวย ปัจจุบันเป็นผู้ดูแลหลุมศพของ จือโหย่ ต่อจากบรรพบุรุษ ตามไปดูกันว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง……..หลุมศพนี้เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ประชาชนแถบนี้ ได้นำแผ่นหินขนาดใหญ่มาปักไว้ แต่ไม่ได้จารึกอักษรอะไรไว้เลย แต่ส่วนบนแผ่นหินได้สลักรูปมังกรเอาไว้ ส่วนด้านซ้ายของหลุมศพนี้มีศาลเจ้า ซึ่งสร้างศาลเจ้านี้มาเป็นเวลากว่า 700 ปี มาแล้ว

ประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า สมัยนั้นมีพระรูปหนึ่งเป็นผู้ดูแลรักษาหลุมศพนี้ หลังจากพระรูปนี้มรณภาพลงประชาชนจึงได้สร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้น เพื่อสักการะบูชาพระรูปนี้ บริเวณนี้ยังมีต้นไม้เก่าแก่อายุนับพันปี อยู่ 3-4 ต้น ในทุกปี เดือน 7 วันที่ 15 ประชาชนบริเวณใกล้เคียง และในระยะรอบ ๆ ประมาณ 30 ไมล์ จะมาสักการะบูชาหลุมศพนี้ หากเป็นจริงดังที่ปรากฏในหลักฐานนี้ ตรงนี้คือสถานที่สำคัญ ที่ลูกหลานม้งจะใช้เป็นที่สักการะเคารพบูชา และอธิษฐานขอพรจากต้นบรรพชนม้งอีกแห่งหนึ่ง

Chi You Street
ถนน จือ โหย่

ประชาชนในชุมชนโบราณจั๊วะลู่ ที่เคยถูก เยี่ยนหลง แม่ทัพของหวงตี้ (Tsaab tim) ปล่อยน้ำท่วมหมู่บ้าน….เขานึกถึงจือโหย่….บรรพบุรุษของม้งอย่างไรบ้าง…ไม่มีสิ่งใดบอกได้ว่าพวกเขาคิดอย่างไร แต่เมื่อถามคนส่วนใหญ่ก็อธิบายอะไรให้ใครไม่ได้เลย แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้แน่นอนคือ ทุกอย่างในมืองนี้จะตั้งชื่อเป็นสมบัติของจือโหย่ทั้งหมด เช่น บ่อน้ำของจือโหย่ ต้นไม้ของจือโหย่ ถนนของจือโหย่ แม้ต้นไม้ยังมีลักษณะปมไม้ออกมาเป็นรูปเขาควาย ใกล้กันนั้นจะเป็นลวดลายไม้คล้ายลายปักผ้าของชาวม้งอยู่ด้วย ต้นไม้ต้นนี้อายุหลายพันปีมาแล้วเช่นกัน ซึ่งขึ้นอยู่บนสนามฝึกทหารของจือโหย่ อาจารย์เจ้ายู่ต้า บอกว่า ไม้ชนิดนี้ปกติจะไม่ออกผล แต่ต้นไม้ต้นนี้แปลกกว่าต้นอื่นตรงที่สามารถออกผลได้ ชาวบ้านบอกว่าเพราะเป็นต้นไม้ของจือโหย่

บางทีชาวม้งในจั๊วะลู่ อาจจะยังมีลูกหลานเหลนของ จือโหย่ อาศัยอยู่ก็ได้ จื้อ เต้อ เหวย และหลานชายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่นี่กล่าวว่า เหตุผลที่พวกเขาทนอยู่ที่นี่ทั้งที่บริเวณนี้แสนจะกันดาร ภูเขาเป็นลักษณะภูเขาหินไม่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่เลย แต่เขาก็เต็มใจอาศัยอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่มี จือโหย่ อยู่ ปัจจุบันจั๊วะลู่ มีประชาชนอาศัยอยู่ 100 กว่า ครอบครัว จื้อ เต้อ เหวย และหลานชาย กล่าวว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นชนชาติอะไรกันแน่ แต่รู้ว่าจือโหย่ เป็นบรรพบุรุษของเขาแน่นอน คงไม่มีอะไรบอกได้มากกว่านี้ เพราะเรื่องราวหลากหลายมากมาย และสุดท้ายลงเอยด้วยความเศร้าสลดเคล้าน้ำตาแห่งชนเผ่า

จื้อเต้อเหวยกับหลาน
จื้อเต้อเหวย และหลานชาย

ในเดือนกรกฎาคม ของปี ค.ศ. 1998 รัฐบาลจีนได้สร้างรูปปั้นของ หวงตี้ แหยงตี้ และจือโหย่ (Tsaabtim yeebtim Txwv yawg) ตั้งไว้ในศาลเจ้าแห่งหนึ่งที่เมืองจั๊วะลู่ เพื่อเป็นที่ที่เคารพสักการบูชาของผู้ที่นับถือ ทั้ง 3 อนุสรณ์ที่รัฐบาลจีนได้จัดสร้างขึ้นนี้ รัฐบาลจีนยอมรับว่า ชนชาติม้งเป็นชนชาติเก่าแก่พอๆกับชนชาติจีนทีเดียว ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งในเมืองจั๊วะลู่ ที่รัฐบาลจีนจะพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะ หลุมฝังศพจือโหย่ จะพัฒนาให้ดีขึ้น ชาวม้งในเมืองจั๊วะลู่เองก็มีความหวังว่า พี่น้องม้งในต่างประเทศ โดยเฉพาะอเมริกา จะให้ความร่วมมือพัฒนาปรับปรุงหลุมศพ จือโหย่ ให้เป็นที่ที่สักการบูชา ของลูกหลานม้งทั่วโลกต่อไป

นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1998 เป็นต้นมา ในแต่ละปีจะมีประชาชน กว่า 60,000 คนจากหลายประเทศมาท่องเที่ยวที่เมืองจือโหย่ (เมืองจั๊วะลู่) และมาสักการะศาลเจ้าแห่งนี้ บางคนมาที่นี่เพื่อจะบอกเขาว่าบรรพบุรุษของเขาคือใคร ? …อยู่ที่ไหน?… ที่นี่ยังรอคอยลูกหลานม้งทั่วโลก ที่ได้ท่องเที่ยวมาถึงที่นี่ และแวะมาสักการะบรรพบุรุษของพวกเขา……

บางคนอ่านแล้ว อาจเกิดคำถามว่าก่อนเมืองจั๊วะลู่…ก่อนจือโหย่..ล่ะ มีไหม?…ฉบับหน้าไปถามท่านนายพลเฉินเจิ้ง นายพลม้งท่านหนึ่งที่สืบสาวราวเรื่องประวัติศาสตร์ม้งในจีนมาตลอด จะเป็นคำตอบได้ดีที่สุด และอ่านแล้วเชื่อหรือไม่? ชอบไหม? สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะ