นายก อบต. ม้งคนแรก ณ ภูชี้ฟ้า

บทความโดย จตุเทพญาวีร์

6 กันยายน 52 ที่ผ่านมานี้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ม้งคงจะได้ไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้งมาแล้ว ตัวผู้เขียนเองนั้นก็ได้ไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงเหมือนๆ กับคนอื่นเขาเช่นกัน (ค่อนข้างภูมิใจ) แม้ว่าจะต้องเดินทางกลับจากมหาวิทยาลัยที่ร่ำเรียนอยู่เพื่อกลับไปเลือกตั้งที่ภูชี้ฟ้า อันเป็นบ้านเกิดของผู้เขียนที่อยู่ไกลแสนไกลก็ตามที การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในครั้งนี้มีการจัดให้มีการเลือกตั้งทั้งหมด 74 จังหวัดทั่วประเทศไทย การเลือกตั้งนี้ทุกคนจะได้รับบัตรลงคะแนน 2 ใบ บัตรใบแรกคือ บัตรลงคะแนนเลือก นายก อบต. บัตรใบนี้จะมีสีเทา-ม่วงขนาดเล็กเพียงครึ่ง A4 สามารถลงคะแนนได้เพียง 1 เบอร์เท่านั้น ส่วนบัตรใบที่สองนั้นจะมีสีชมพูอ่อนขนาด A4 ใช้สำหรับลงคะแนนเลือกสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ซึ่งการเลือก ส.อบต. นี้เราจะสามารถเลือกลงคะแนนได้ 2 เบอร์ เหตุผลเนื่องมาจากแต่ละหมู่บ้านนั้นจะต้องมี ส.อบต. 2 คนดังนั้นเราจึงสามารถลงคะแนนได้ 2 เบอร์นั่นเอง

เกริ่นมาตั้งนานแล้ว เพื่อนๆ หลายคนคงจะนึกสงสัยกันแล้วว่าการเลือกตั้ง อบต. ที่ผ่านมานี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องราวของพี่น้องม้ง หากมองเพียงแค่ผิวเผินแล้ว มันก็ดูจะห่างไกลจากสังคมม้งมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วการเลือกตั้ง อบต.ที่ผ่านมานี้มีผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องม้งทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะมันคือการเลือกผู้แทนเข้าไปบริหาร อบต. แทนพวกเราทุกๆ คนนั่นเอง หากเราเลือกคนดีเลือกคนเก่งเข้าไปทำงานแล้ว มันก็จะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศชาติ แม้การบริหาร อบต. จะเป็นเพียงการบริหารท้องถิ่นเล็กๆ ก็ตาม แต่การบริหารท้องถิ่นที่ดีนั้น จะส่งผลให้การบริหารระดับประเทศชาติเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้นไปอีก และยังช่วยให้ประเทศชาตินั้นมีศักยภาพมากพอที่จะไปแข่งขันกับนานาประเทศได้ นั่นเพราะรัฐบาลไม่ต้องมาเสียเวลากับการบริหารท้องถิ่นเอง รัฐบาลเพียงแค่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลให้ อบต.เป็นผู้บริหารแทนนั่นเอง จะเห็นได้ว่าการบริหาร อบต. นั้น มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ มากมายเลยทีเดียว ทีนี้เพื่อนๆ คงจะอยากรู้แล้วสิว่า อบต.นั้นมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพวกเราคนม้งอย่างไร และมันเกี่ยวข้องกับสังคมม้งของพวกเราได้อย่างไร เราจะมาดูคำตอบกันในตอนสุดท้ายนี้ค่ะ

เนื่องจาก อบต.เป็นองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอื่นๆ อบต.จึงเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นนั้นๆ มาเป็นผู้บริหารท้องถิ่นเอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น นายก อบต.นั้นต้องมีอายุ 35 ปีขึ้นไป ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.อบต.ต้องมีอายุ 25 ปีขึ้นไป โดยที่ไม่มีการจำกัดวุฒิการศึกษาเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นได้มาบริหารจัดการท้องถิ่นของตนเองจริงๆ เพราะการกำหนดวุฒิการศึกษาอาจทำให้คนในท้องถิ่นที่ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งนั่นเอง

นี่จึงเป็นที่มาของการเขียนบทความในครั้งนี้ของผู้เขียน (เฮ้อ.เข้าเรื่องสักที..หลายคนบ่น) เพราะพี่น้องม้งไม่ใช่เพียงแค่มีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกตั้งเท่านั้น (เน้นว่า..ม้งที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไปนะคะถึงมีสิทธิ์เลือกตั้งได้) แต่..พวกเราคนม้งทั้งหลายยังมีสิทธิ์ในการสมัครเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.และ ส.อบต.อีกด้วย ซึ่งผู้เขียนเองนั้นก็มีความใฝ่ฝันอยากจะเห็นพี่น้องคนม้งของพวกเรานั้นได้มาเป็น ส.อบต และ นายก อบต.มานานแล้ว เพราะคนอื่นมาเป็นตัวแทนบริหาร อบต. ของเรานั้น คงดีไม่เท่ากับพี่น้องคนม้งได้มาเป็นคนบริหารเอง (จริงไหมคะ) ผู้เขียนเชื่อว่า ส.อบต. นั้น แต่ละหมู่บ้านม้งคงจะมีมานานแล้ว แต่สำหรับตำแหน่ง นายก อบต.นั้นคงมีน้อยนักหรืออาจไม่มีเลยก็ได้ อาจเนื่องมาจากในแต่ละ อบต.นั้นมักจะมีหมู่บ้านม้งเพียงแค่ไม่กี่หมู่บ้านอยู่ปะปนกับหมู่บ้านคนเมืองเสมอๆ จึงทำให้เสียงสนับสนุนให้พี่น้องม้งเป็นนายก อบต.นั้นมีน้อยเหลือเกิน แต่ตัวผู้เขียนเองนั้นก็ยังมีความหวังอยู่เสมอว่ามันจะต้องมีสักวันที่จะเป็นวันของพี่น้องม้ง และแล้ววันนั้นก็มาถึง……..

การเลือกตั้ง อบต. 6 กันยายน 52 ที่ผ่านมานี้ผู้เขียนมีความรู้สึกปลาบปลื้มใจมากกับการทำหน้าที่คนไทยคนหนึ่งในการไปเลือกตั้งครั้งนี้ อบต.ที่ผู้เขียนอาศัยอยู่นี้มีหมู่บ้านจำนวน 25 หมู่บ้าน แบ่งเป็นหมู่บ้านม้ง 15 หมู่บ้านส่วนอีก 10 หมู่บ้านที่เหลือก็จะเป็นหมู่บ้านคนเมืองบ้าง คนเผ่าอื่นบ้างปะปนกันไป หากคิดหรือมองกันแบบผิวเผินแล้วอาจจะมองได้ว่าถ้าคนม้งสมัครเป็นนายก อบต. คงจะมีโอกาสชนะ แต่กลับกันเลยล่ะเพราะที่ผ่านมาคนม้งเคยลงสมัครเป็นนายก อบต.หลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยชนะได้เลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่ในเขต อบต. นี้ก็มีคนม้งเยอะมากกว่าเผ่าอื่นๆ ด้วยซ้ำไปแต่ก็ไม่ชนะอยู่ดี นั่นอาจเป็นเพราะว่าพี่น้องม้งของพวกเราเองนั้นต่างก็ไม่ยอมสนับสนุนคนม้งด้วยกัน (ไม่เข้าใจว่าทำไม..แถมม้งบางคนยังพูดว่าคนม้งไม่มีทางเป็นใหญ่เป็นโตได้) หรืออาจมีเหตุผลอื่นๆ ที่ผู้เขียนไม่อาจจะเข้าใจได้ด้วยวัยเพียง 19 ปีก็ได้ ซึ่งในหัวข้อนี้ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจ (หากผู้อ่านทราบเหตุผล แนะนำผู้เขียนได้ค่ะ)

แต่..การเลือกตั้งที่ผ่านมานี้มันแตกต่างจากทุกครั้ง พี่น้องม้งเริ่มมีการตื่นตัวในการเลือกตั้งมากขึ้น มีการสนับสนุนให้พี่น้องม้งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต. แม้จะมีการแตกเสียงมากมายในตอนแรกก็ตาม (อย่างที่บอก มีม้งบางคนอยากให้คนเมืองเป็น ไม่อยากให้คนม้งเป็น) ม้งหลายพวกอยากให้คนเมืองเป็นนายก อบต. ในขณะที่ม้งส่วนใหญ่ต้องการให้คนม้งด้วยกันเป็นนายก อบต. มากกว่า ตัวผู้เขียนเองนั้นก็ต้องยอมรับตามตรงเลยว่าผู้เขียนเองก็ต้องการอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมานานแล้ว จึงสนับสนุนความคิดที่ว่าอยากเห็นคนม้งด้วยกันมาเป็นคนบริหาร อบต. เป็นคนบริหารท้องถิ่นของพวกเราเอง เพราะคนม้งด้วยกันย่อมรู้ปัญหาได้ดีกว่าคนอื่นแน่นอน การเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สุดท้ายความหวังของผู้เขียนก็เป็นจริงขึ้นมาจนได้ อบต.ของพวกเราก็ได้นายก อบต.ที่เป็นคนม้ง คนแรก ผู้เขียนมีความปลาบปลื้มใจมาก ประหนึ่งว่าญาติพี่น้องของผู้เขียนเองนั้นได้เป็นนายก อบต. ซะงั้น ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วผู้เขียนก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ที่ได้เป็นนายก อบต. นั้นเลย แต่ก็ยังดีใจอยู่ดี… ดีใจที่คนม้งได้มีโอกาสมาบริหารบ้านเมืองแม้จะเป็นการบริหารท้องถิ่นเล็กๆ อย่าง อบต. ก็ตาม

อบต. ที่ผู้ขียนกล่าวถึงนี้คือ อบต. ตับเต่า ที่อยู่ใน อ.เทิง จ.เชียงราย อบต.ตับเต่านี้มีพื้นที่โดยรอบละแวกใกล้เคียงวนอุทยานภูชี้ฟ้า (ที่นี่สวยงามมาก) ผู้ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายก อบต. ตับเต่า ก็คือ.. คุณเอกชัย หาญสุวรรณชัย หรือชื่อม้ง ?จ๋าหลือ? ท่านอยู่บ้านเลาอู ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับหมู่บ้านของตัวผู้เขียน บ้านของผู้เขียนคือบ้านราษฎร์ภักดี (เซ้งเม้ง หรือรู้จักกันนามบ้านดินแดง) การชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ต้องยอมรับว่าได้รับความร่วมมือ และเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากพี่น้องม้งทุกคนในเขต อบต.นี้ นั่นเป็นเพราะพี่น้องม้งที่นี่ต่างได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วว่า หากเราเลือกแต่คนเมืองมาบริหาร อบต. คนเมืองก็มักจะทุ่มงบประมาณไปพัฒนาแต่หมู่บ้านของคนเมือง ไม่เคยนำงบประมาณมาพัฒนาหมู่บ้านคนม้งเลย นี่จึงเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดที่พี่น้องม้งได้เรียนรู้มา แล้วนำมาทบทวนและแก้ไขในวันนี้ โดยทุกคนได้หันมาสนับสนุนให้คนม้งด้วยกันได้เป็นนายก อบต.ได้มาบริหารบ้านเมือง เหตุผลนี้จึงเป็นที่มาของตำแหน่งนายก อบต. ม้งในครั้งนี้นั่นเอง ตำแหน่งที่ได้มาด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องคนม้งทุกคนในเขต อบต.นี้

ผู้เขียนมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนม้งรุ่นใหม่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในสังคมม้งยุดใหม่ คนม้งรุ่นใหม่จะนำพามาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ขึ้นของสังคมม้งในอนาคต แม้ตำแหน่งนายก อบต.จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่ปลายทางที่ยิ่งใหญ่ได้ สักวันสังคมม้งจะต้องพัฒนาขึ้นมาด้วยมือของคนม้งเอง ดังนั้นผู้เขียนจึงอยากเห็นคนม้งด้วยกันสนับสนุนและให้โอกาสคนม้งได้มาบริหารบ้านเมืองและสังคมของพวกเราบ้างเถอะ

………ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า… ม้งจะเจริญได้ ด้วยความร่วมมือของม้งเอง ….ไม่ใช่รอคอยความช่วยเหลือจากคนอื่น

แล้ว..คุณล่ะ 6 กันยายน 52 ที่ผ่านมา คุณได้เลือกนายก อบต.ที่เป็นคนม้งหรือไม่ ?