น้ำคือชีวิต ม้งเราคิดอย่างนั้นหรือไม่

ทุกวันนี้แม้แต่ตัวผมเอง ยังตอบได้ไม่เต็มปาก จากคำถามที่ว่า “ม้งเรายังคงทำลายป่าไม้อยู่หรือเปล่า” แม้เราจะเป็นม้งเหมือนกัน แต่ก็ยังคงมีความแตกต่างกันด้านสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ที่สำคัญคือการประกอบอาชีพ (ยังชีพ) ส่วนเรื่องของการศึกษานั้นขอละไว้ในฐานที่มันเกร่อไปแล้ว

แน่นอนว่าในอดีตที่ผ่านมา ม้งเรามีส่วนในการสร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติและป่าไม้ไม่ใช่น้อย สืบเนื่องจากการประกอบอาชีพแบบขาดสำนึกรักในสิ่งแวดล้อม (ซึ่งแน่นอนว่าตอนนั้นเรายังไม่เข้าใจในสิ่งเหล่านี้)

ขาดสำนึกรักในสิ่งแวดล้อมอย่างไร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การทำไร่เลื่อนลอย เราอาจมีองค์ความรู้ในการเกษตร แต่เราขาดสำนึกในการร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้อะไรบางอย่างกลับคืนสู่ธรรมชาติ

แม้ปัจจุบันกฎหมายจะไม่อำนวยให้เรากระทำเหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมา แต่ร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากน้ำมือของเรายังคงอยู่ และแน่นอนว่าเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ แต่เราสามารถเริ่มต้นฟื้นฟูผืนป่าและแหล่งน้ำได้ จากจุดที่เราเป็นอยู่ ณ ตอนนี้ได้

สิ่งที่ผมต้องการพูดในหัวข้อนี้ก็คือ การปลูกป่า และการฟื้นฟูต้นน้ำลำธาร ซึ่งที่จริงหากเราปลูกป่าก็คงไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องของการฟื้นฟูต้นน้ำลำธาร เพราะถ้าหากมีป่าต้นน้ำก็ย่อมที่จะมีตามมา

ไม่ว่าจะเป็นม้งบนพื้นที่สูง หรือม้งในพื้นที่ราบ จะสังเกตุได้ว่าเราไม่มีป่าชุมชน (หากจะมี ก็จะเกิดจากการที่ทางราชการมากำหนดกะเกณฑ์ให้) และไม่มีการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ธรรมชาติ แดดร้อนลมแรงเพราะป่าหมดเราก็นิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะคิดสงสัย แม่น้ำลำธารแห้งขอด ไม่มีปลาในแหล่งน้ำก็ไม่เคยสนใจ … เหมือนเราจ้องจะเอาจากธรรมชาติอยู่ฝ่ายเดียว

น่าเศร้าใจที่ว่าม้งเราไม่เคยตั้งคำถามให้กับตัวเองเลย ว่าทำไมน้ำในแม่น้ำลำธารถึงได้แห้งขอด ทั้งๆ ที่หากเราเงยหน้ามองสูงขึ้นไปอีกนิด เราก็จะเจอกับคำตอบที่อยู่บนนั้น ภูเขาหัวโล้นโล่งเตียนคือคำตอบที่ดีสำหรับคำถามนี้

ที่น่าเศร้าใจกว่านั้นคือ เรื่องเล่าที่เกือบจะกลายเป็นตำนานไปแล้ว สำหรับแม่น้ำลำธาร ที่เคยอุดมไปด้วยสัตว์น้ำ ที่เดี๋ยวนี้ไม่อาจใช้ประโยชน์ได้แม้กระทั่งน้ำที่หลงเหลืออยู่ในแม่น้ำลำธารดังกล่าว

ที่ผมพูดไปหลายคนอาจจะมองว่าผมพูดเกินจริง แต่เชื่อเถอะว่าหากชุมชนม้งของท่านมีแหล่งน้ำสำคัญตามที่ผมได้พูดมา ท่านจะเห็นได้ว่าที่ผมพูดไปนั้นไม่ได้เกินเลย และหากชุมชนของท่านไม่ได้มีแหล่งน้ำสำคัญ ท่านก็อาจจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ยากสักหน่อย

หากผู้อ่านท่านใดเห็นว่าชุมชนของท่านไม่ได้เป็นอย่างที่ผมพูดมา ก็โปรดใช้สิทธิ์ทักท้วง เพื่อเราจะได้ทราบว่าอย่างน้อยก็ยังมีพี่น้องม้งในชุมชนของท่าน ที่ได้เริ่มต้นทำอะไรเพื่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไปบ้างแล้ว ที่สำคัญคือผู้อ่านท่านอื่นจะได้อุ่นใจ และอาจยึดไว้เป็นแนวทางในที่สุด .. หวังไว้เช่นนั้น