น้ำท่วม

ผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์สำหรับการหนีมาใช้ชีวิตอยู่ใน อ.แม่สอด (ตาก) สืบเนื่องจากที่อยู่เดิม (อ.บางปะอิน จ.อยุธยา) ถูกน้ำท่วมหนัก อันที่จริงแม้อพาร์ทเมนต์จะไม่ได้รับความเสียหายอะไร และน้ำไฟยังคงใช้ได้ตามปกติ แต่ที่ต้องตัดสินใจหนีออกมาจากพื้นที่เพราะเกรงว่า หากน้ำท่วมถึง กทม. หรือ กทม. ถูกตัดขาด การช่วยเหลือก็จะมาไม่ถึงแถวนี้อีก

น้ำท่วม หลังจากพยายามคิดหัวข้อให้กับเรื่องนี้แล้ว ก็ได้มาแค่คำว่า “น้ำท่วม”

ช่วงที่ยังไม่ได้ย้ายหนี เริ่มตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมหัวแม่ทีน เริ่มท่วมตาตุ่ม เริ่มท่วมหัวเข่า จนกระทั่่งน้ำเริ่มเปียกกางเกงตัวใน ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียง 4-5 วัน เรียกได้ว่าพอมีเวลาตั้งตัวอยู่บ้าง

ระหว่างนั้นมีเพื่อนหลายคนคอยเตือนให้รีบออกจากพื้นที่ ทั้งใน Facebook และทางโทรศัพท์ แต่ผมก็ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะคิดเรื่องหนีมากนัก เพราะความที่อยู่ใกล้กับถนนสายเอเชีย รวมถึงพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างมากนัก (ถ้ามีมากจะขวางทางน้ำ) ผมจึงเชื่อว่าน้ำที่ท่วมอยู่จะถูกระบายออกไปโดยเร็ว น้ำจึงไม่น่าจะท่วมสูงกว่าที่เป็นอยู่ ..น้ำน่าจะหยุดอยู่แค่ที่กางเกงตัวใน

แม้ระดับน้ำจะไม่สูงแต่น้ำก็ไหลเชี่ยวน่าดู ขนาดเรือพายนั่งเฉยๆ ยังแซงรถบรรทุกได้ละกัน เมื่อไหร่ที่ต้องนั่งเรือขวางทางน้ำเพื่อข้ามฟาก (ถนน) จำเป็นต้องมีคนประคองหัวเรือ และท้ายเรือ พูดง่ายๆ ถ้าประคองเรือคนเดียว แทนที่เรือจะไปกับเรา เรานี่แหละจะไปกับเรือแทน

ช่วยลากเรือให้คนเข้าออกอพาร์ทเม็นท์ได้สองวัน

ด้วยความที่ระดับน้ำทรงตัวและไหลเชี่ยว จึงคิดว่าไม่นานน้ำคงจะผ่านไป และทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม ..แต่ สามวันผ่านไป ระดับน้ำและความเชี่ยวกรากไม่ลดลงเลย

จึงต้องตัดสินใจทิ้งฐานที่มั่น

ก่อนน้ำท่วมผมเตรียมตัวอย่างไร หลักๆ ก็จะเป็นพวกอาหารการกิน (อย่างน้อยสำหรับ 3 วัน) ยา และของใช้ที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย+ถ่าน เทียนไข+ไฟแช็ก ..เนื่องจากอยู่ชั้นสามจึงไม่ต้องขนข้าวของขึ้นที่สูง

ถ้ามีการตัดไฟอาหารบางอย่างจะไม่สามารถปรุงสุกได้ ..แม้แต่มาม่าก็ยากรับประทาน

สิ่งสำคัญเวลาที่น้ำท่วมมาเยือนก็คือ อย่าตื่นตระหนก ตั้งสติให้ดี ยิ่งถ้าเราเตรียมตัวดีแล้ว คิดแผนไว้ดีแล้วก็จงทำตามนั้น เพราะเมื่อเกิดน้ำท่วมบรรยากาศรอบข้างจะคราคลั่งไปด้วยฝูงชน รถราเริ่มออกมาเบียดเสียดกันที่ท้องถนน และเราจะเริ่มเกิดอาการไขว้เขว ..เพราะสมองเริ่มเข้าไม่ถึงข้อมูลที่เราได้สร้างไว้ก่อนหน้านี้

จงจำไว้ว่าเมื่อน้ำท่วมแล้วจะไม่ลดลงง่ายๆ และเมื่อผ่านไปวันหรือสองวันความตื่นเต้นจะค่อยๆ กลับกลายเป็นความตื่นกลัว เมื่อร้านค้าปิดหมด เมื่อรถที่ให้ความช่วยเหลือไม่เข้ามาอีก ..สัญญาณเลวร้ายที่สุดคือ เมื่อร้านค้า มินิมาร์ทเริ่มถูกงัดแงะ

ดังนั้นจงตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าควรออกมาตอนไหน เพราะถ้าช้าการสัญจรก็จะเป็นไปอย่างยากลำบาก รวมถึงเส้นทางอาจถูกตัดขาดด้วย และอย่าได้คิดว่าจะเป็นการเสียเวลา ที่ไปแล้ววันสองวันต้องได้กลับมาอีก ..เชื่อผมเถอะ มันจะไม่ง่ายอย่างนั้น

โชคดีที่ตัดสินใจหนีออกมา เพราะจนถึงวันนี้ที่นั่นน้ำเพิ่งจะลดลงแค่คืบเดียว ..คาดว่าลดลงจากระดับกางเกงตัวในมาอยู่ที่ระดับหัวเข่า

เราคนทำงาน อยู่ห้องเช่า คงไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก แต่ชาวบ้านหรือคนในพื้นที่อาจสูญเสียทรัพย์สินทุกอย่างที่มี ใครมีแรง มีกำลัง พอช่วยอะไรได้ก็ช่วยกันไป อย่าเอาแต่คิดหนีหรือคิดเรื่องเฉพาะตัวอย่างเดียว

ท้ายนี้ขอให้ทุกคนจงมีสติ และอยู่รอดปลอดภัยจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้