ประวัติศาสตร์ชนชาติม้ง ภาค 2 ตอน 2

Hmong Asia Thailand

ต้องขออภัยที่ตอนแรกไม่ได้ทักทายผู้อ่านเลย…ขึ้นมาก็เริ่มเนื้อหากันเลย แต่อย่างไรก็หวังว่ายังมีคนที่อยากจะติดตามอ่านอยู่บ้าง หากผิดพลาดก็ช่วยแก้ช่วยไขด้วยก็แล้วกัน และติดตามอ่านไป คงนาน ๆ มาตอน ในบางช่วง เพราะเวลาอาจไม่สัมพันธ์กันบ้าง มาติดตามเรื่องราวประวัติศาสตร์ม้งที่นับถอยหลังเข้ามาใกล้ปีที่เราสามารถคว้าได้เข้ามาทุกทีแล้วค่ะ

ในปี ค.ศ. 1436 มีผู้นำม้ง 2 คน คือ หลี่ เทียน ป๋อ (Lee Tian Bao) และ ม้ง เน้ง (Mong Neng) ได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ และนำชาวม้งลุกขึ้นสู้กับจีน ที่เมืองหูหนาน คือที่เชงบู้ (Chenbu) ไม่ไกลจากเชงบู้ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ คือหมู่บ้านเชงอ๊างเยง (Chang An Ying ) สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัย ของ หลี่ เที้ยน ป๋อ และ ม้ง เน้ง ซึ่งใช้เป็นที่ฝึกทหารเพื่อสู้รบกับจีน
ปี ค.ศ. 1455 ประชาชนชาวม้งได้สถาปนาให้ หลี่ เที้ยน ป๋อ เป็นกษัตริย์ ซึ่งมีกำลังทหารม้งมากถึง 50,000 นาย ได้ทำการรบกับทหารจีน 70,000 นาย เป็นระยะเวลานานถึง 24 ปี ในบริเวณแห่งนี้

ปี ค.ศ. 1460 กษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ ถูกจีนจับได้และนำไปประหารที่เมืองเป้เจ๊ง (Beijing อาจจะปักกิ่งหรือไม่ ผู้แปลไม่ยืนยัน) ศึกครั้งนี้ทำให้ร้อยละ 90 ของทหารม้งถูกฆ่าตาย ทหารจีนเองก็ถูกทหารม้งฆ่าตายนับไม่ถ้วนเช่นกัน

หลังจากกษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ ได้เสียชีวิตลง จีนก็ยิ่งทำการทารุณกรรมชาวม้งมากยิ่งขึ้น แม้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้นำม้งได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์หลายองค์ และลุกขึ้นมานำพาทหารม้งรบกับจีน แต่ไม่สามารถชนะจีนได้ จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1741 ม้งจึงจำใจยอมแพ้อย่างราบคาบ

ศาลเจ้า
ศาลเจ้า

ปัจจุบันยังเหลือร่องรอยและหลักฐานบางอย่างของการศึกสงครามครั้งสำคัญ ๆ ที่นี่ให้ผู้คนได้กล่าวถึงกันจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่รู้ลืม พื้นที่บริเวณเชงอ๊างเยง เป็นประเทศของม้ง แต่หลังจากม้งแพ้สงคราม จีนจึงพัฒนาศูนย์ฝืกทหารเมืองเชงอ๊างเยง โดยปักหลักหินมีความยาว 1,000 เมตร รอบ ๆ ศูนย์นี้ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วนทางทิศตะวันออกเท่านั้น มีความยาวประมาณ 200 – 300 เมตร เสาเหล่านี้ก็สึกเหลือเพียงตอเสาให้พอมองเห็นเท่านั้น
ณ อาณาบริเวณแห่งนี้ กษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด ณ เวลานั้น และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้ชาวม้งกล่าวขานเล่าลือกันมาอย่างไม่รู้ลืม และที่นี่ยังมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ชาวม้งเล่าว่าผู้ปลูกไว้คือ กษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ

ไม่ไกลจากเมืองนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีศาลเจ้าอยู่แห่งหนึ่ง เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมที่กษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ เคยตั้งศาลมาแล้ว 540 ปี ทุก ๆ ปี ในเดือน 6 ประชาชนม้งในบริเวณนี้จะมารวมตัวกันกระทำพิธีเคารพสักการะบูชากษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ก่อนถึงศาลเจ้าแห่งนี้มีแผ่นศิลาขนาดใหญ่เขียนบอกให้ผู้ที่ขี่ม้าเพื่อมาร่วมพิธีให้ลงจากหลังม้าตรงนี้

ประชาชนม้งที่นี่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่ผู้คนที่เดินทางมาสักการะจะเป็นผู้สูงวัยมากกว่า ห่างจากหมู่บ้านนี้ไปทางเหนือ 8 กิโลเมตร คือหมู่บ้านต้าไจ้ (Da Zai) ที่หมู่บ้านนี้ ร้อยละ 90 ของประชาชนเป็นม้ง ส่วนอีก ร้อยละ 10 เป็นชาวต้ง (Dong ) ผู้ใหญ่บ้าน คือ หยาง เซี่ยว เจ๊ง (Yang Xiao Jin ) เป็นชาวต้ง สิ่งที่นำชื่อเสียงมาสู่เมืองนี้มากที่สุดคือ ต้นไม้ที่ชื่อ ซุย ซ้า ซู่ (Shui Sha Shu ) ซึ่งเป็นต้นไม้โบราณ และมีอายุยืนมาก ปัจจุบันเหลือเพียง 38 ต้นเท่านั้น ต้นที่ใหญ่ที่สุด คือหนึ่งใน 38 ต้นนี้ และมีอายุมากที่สุดในประเทศจีน .. โปรดติดตามตอนต่อไป

อ่านย้อนหลัง ประวัติศาสตร์ม้ง โดยพี่ DomeDoi: