ต้องขออภัยที่ตอนแรกไม่ได้ทักทายผู้อ่านเลย…ขึ้นมาก็เริ่มเนื้อหากันเลย แต่อย่างไรก็หวังว่ายังมีคนที่อยากจะติดตามอ่านอยู่บ้าง หากผิดพลาดก็ช่วยแก้ช่วยไขด้วยก็แล้วกัน และติดตามอ่านไป คงนาน ๆ มาตอน ในบางช่วง เพราะเวลาอาจไม่สัมพันธ์กันบ้าง มาติดตามเรื่องราวประวัติศาสตร์ม้งที่นับถอยหลังเข้ามาใกล้ปีที่เราสามารถคว้าได้เข้ามาทุกทีแล้วค่ะ
ในปี ค.ศ. 1436 มีผู้นำม้ง 2 คน คือ หลี่ เทียน ป๋อ (Lee Tian Bao) และ ม้ง เน้ง (Mong Neng) ได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ และนำชาวม้งลุกขึ้นสู้กับจีน ที่เมืองหูหนาน คือที่เชงบู้ (Chenbu) ไม่ไกลจากเชงบู้ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ คือหมู่บ้านเชงอ๊างเยง (Chang An Ying ) สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัย ของ หลี่ เที้ยน ป๋อ และ ม้ง เน้ง ซึ่งใช้เป็นที่ฝึกทหารเพื่อสู้รบกับจีน
ปี ค.ศ. 1455 ประชาชนชาวม้งได้สถาปนาให้ หลี่ เที้ยน ป๋อ เป็นกษัตริย์ ซึ่งมีกำลังทหารม้งมากถึง 50,000 นาย ได้ทำการรบกับทหารจีน 70,000 นาย เป็นระยะเวลานานถึง 24 ปี ในบริเวณแห่งนี้
ปี ค.ศ. 1460 กษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ ถูกจีนจับได้และนำไปประหารที่เมืองเป้เจ๊ง (Beijing อาจจะปักกิ่งหรือไม่ ผู้แปลไม่ยืนยัน) ศึกครั้งนี้ทำให้ร้อยละ 90 ของทหารม้งถูกฆ่าตาย ทหารจีนเองก็ถูกทหารม้งฆ่าตายนับไม่ถ้วนเช่นกัน
หลังจากกษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ ได้เสียชีวิตลง จีนก็ยิ่งทำการทารุณกรรมชาวม้งมากยิ่งขึ้น แม้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้นำม้งได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์หลายองค์ และลุกขึ้นมานำพาทหารม้งรบกับจีน แต่ไม่สามารถชนะจีนได้ จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1741 ม้งจึงจำใจยอมแพ้อย่างราบคาบ
ปัจจุบันยังเหลือร่องรอยและหลักฐานบางอย่างของการศึกสงครามครั้งสำคัญ ๆ ที่นี่ให้ผู้คนได้กล่าวถึงกันจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่รู้ลืม พื้นที่บริเวณเชงอ๊างเยง เป็นประเทศของม้ง แต่หลังจากม้งแพ้สงคราม จีนจึงพัฒนาศูนย์ฝืกทหารเมืองเชงอ๊างเยง โดยปักหลักหินมีความยาว 1,000 เมตร รอบ ๆ ศูนย์นี้ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วนทางทิศตะวันออกเท่านั้น มีความยาวประมาณ 200 – 300 เมตร เสาเหล่านี้ก็สึกเหลือเพียงตอเสาให้พอมองเห็นเท่านั้น
ณ อาณาบริเวณแห่งนี้ กษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด ณ เวลานั้น และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้ชาวม้งกล่าวขานเล่าลือกันมาอย่างไม่รู้ลืม และที่นี่ยังมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ชาวม้งเล่าว่าผู้ปลูกไว้คือ กษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ
ไม่ไกลจากเมืองนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีศาลเจ้าอยู่แห่งหนึ่ง เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมที่กษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ เคยตั้งศาลมาแล้ว 540 ปี ทุก ๆ ปี ในเดือน 6 ประชาชนม้งในบริเวณนี้จะมารวมตัวกันกระทำพิธีเคารพสักการะบูชากษัตริย์ หลี่ เที้ยน ป๋อ ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ก่อนถึงศาลเจ้าแห่งนี้มีแผ่นศิลาขนาดใหญ่เขียนบอกให้ผู้ที่ขี่ม้าเพื่อมาร่วมพิธีให้ลงจากหลังม้าตรงนี้
ประชาชนม้งที่นี่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่ผู้คนที่เดินทางมาสักการะจะเป็นผู้สูงวัยมากกว่า ห่างจากหมู่บ้านนี้ไปทางเหนือ 8 กิโลเมตร คือหมู่บ้านต้าไจ้ (Da Zai) ที่หมู่บ้านนี้ ร้อยละ 90 ของประชาชนเป็นม้ง ส่วนอีก ร้อยละ 10 เป็นชาวต้ง (Dong ) ผู้ใหญ่บ้าน คือ หยาง เซี่ยว เจ๊ง (Yang Xiao Jin ) เป็นชาวต้ง สิ่งที่นำชื่อเสียงมาสู่เมืองนี้มากที่สุดคือ ต้นไม้ที่ชื่อ ซุย ซ้า ซู่ (Shui Sha Shu ) ซึ่งเป็นต้นไม้โบราณ และมีอายุยืนมาก ปัจจุบันเหลือเพียง 38 ต้นเท่านั้น ต้นที่ใหญ่ที่สุด คือหนึ่งใน 38 ต้นนี้ และมีอายุมากที่สุดในประเทศจีน .. โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านย้อนหลัง ประวัติศาสตร์ม้ง โดยพี่ DomeDoi:
- ประวัติศาสตร์ชนชาติม้งภาค 2
- ประวัติศาสตร์ชนชาติม้ง ภาค 2 ตอน 1
- ประวัติศาสตร์ชนชาติม้งภาค 1
- ตำนานประ วัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 9
- ตำนานประ วัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 8
- ตำนานประ วัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 7
- ตำนานประ วัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 6
- ตำนานประ วัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 5
- ตำนานประ วัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 4
- ตำนานประ วัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 3
- ตำนานประ วัติศาสตร์ม้ง 5000 ปี ตอน 2
- ปฐมบทประวัติ ศาสตร์ม้ง 5,000 ปี

ผมมาอ่านเป็นคนที่เท่าไหร่แล้วเนี๊ยะ แต่ที่แน่ๆ ผม comment คนแรก
Beijing (เปยจิง) เมืองนี้น่าจะเป็นปักกิ่งนะครับ เคยมีเพือนคนจีนเรียกปักกิ่งว่า เปยจิง เคยได้ยินเเล้วก็จำมาครับ ส่วนคนไทยเรียก ปักกิ่งครับ เมืองปักกิ่งมีความเจริญรุ่งเรืองมาตั่งเเต่สมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ ตรงกับ ค.ศ.1421 ซึ่งใกล้เคียงกับสมัยของ หลี่ เที้ยน ป๋อ นะครับ
ขอเสริมอีกคนครับ สำหรับคำว่า Beijing สำหรับบ้านเราก้อคือ ปักกิ่ง นั่นเองครับ
พอดีพี่ชายผมทำงานอยู่ที่มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เลยถามและเอามาฝากครับ
สวัสดี พี่น้องม้งที่เคารพรักทุกท่าน
น่ายินดีมากมายที่วันนี้พี่น้องพ้องเพื่อนเรามากมายได้เรียนรู้มีการศึกษาเทียบกับคนไทยหรือคนชาตพันธุ์อื่นๆ ขอให้พัฒนาตัวเองก้าวๆขึ้นไปเพื่อจะได้เป็นที่พึ่งช่วยเหลือพี่น้องม้งด้วยกันต่อๆไป
ก่อนอื่นขอ กล่าวก่อนว่ายังไม่ได้อ่านบทความเกี่ยวกับประวัติม้งเราเเม้เเต่บทเดียวที่ ลงในเว็บนี้เลย เเต่อยากขอใช้สิทธิในกรอบของประชาธิปไตย เเสดงความคิดหรือ สอบถาม ถึง ท่านเจ้าของที่เอาข้อมูลมาลงว่า ข้อมูลที่นำมาลงนี้เป็นข้อมูลมีที่มาที่ไป หรือไม่อย่างไร เเละเป็นของใคร เพราะผมก้อชื่นชมนะครับว่า ถ้อยคำเรียงร้อยเรื่องราวได้น่าฟังมาก เลยซึ่งอ่านเเล้วน่าติดตามเพลิดเพลินทีเดียว ซึ่งเเน่นอนนั่นย่อมทำให้คนที่อ่านเข้าใจคล้อยตาม ฝั่งในใจว่า เรื่องราวที่อ่านนี้เป้นเรื่องราวจริงๆ(ซึ่งถ้าเป็นจริงๆก้อดีมาก)เเละต่อๆไป ก้อจะมีเรื่องเล่าหรือบอกเล่าให้คนม้งลูกหลาน อื่นๆฟังต่อว่าเรื่องเป็นดังที่ ท่านนำมาลงนี้ เลยอยากเเสดงความเป้นห่วงตรงนี้หน่อยว่า ควรเเสดงที่มาที่ไป อย่างชัดเจน เพื่อให้ความถูกต้องแก่ลูกหลานม้งเราทุกท่านจะได้ไม่เข้าใจชาติพันธุ์ความหลังเเบบผิดเพี้ยน ไม่ตรงกัน เพราะ อย่าที่เราเห็นๆกัน มีหลายเรื่องราวเกี่ยวกับม้ง ที่คนเเก่อีกคนเล่าจะไม่เหมือนอีกคนเล่าเเล้ว ซึ่งมันค่อนข้างน่าเป็นห่วงนะครับ ท่านลอง คิดซะสิบปีข้างหน้าม้งเราจะเป้นอย่างไร ลูกหลานเราจะเป็นอย่างไร พูดคุยเล่าเรื่อง ละเล่นอย่างไร เมื่อมองย้อนถึงตัวเราตอนเด็ก
ไม่รู้นะครับ เเต่ผม ค่อนข้างหัวอนุรักษ์นิยม ผมเสียดายเเละค่อนข้างมีอคติกับการลืมชาติบ้านเกิด วัฒนธรรม ที่พ่อเเม่เรามีมา มันน่าเศร้าที่ต่อไป เด็กม้งจะเล่านิทาน พูดถึงประวัติศาสตร์ของฝรั่งหรือของคนไทย โดยที่คิดว่าตัวเองไม่ไช่ม้ง หรือเป็นม้งเเต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับม้งว่า สมัยก่อนพ่อเเม่เราทำอะไรอยู่อย่างไร
จริงๆเเล้วผม ขอบคุณมากเลยที่ ท่านได้นำบทความเช่นนี้มาให้เราๆ ม้งทุกท่านได้อ่าน เพราะนี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังเช่นกัน ยุคสมัยเปลี่ยนไปเเต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องไม่ลืม คือ เราคนม้ง มีที่มาที่ไปอย่างไร ผมขอเเสดงความคิดเท่านี้ครับ
” คนเราประสบความสบเร็จสูงสุดในชีวิต เเต่ไม่มีญาติพี่น้องค่อยชื่นชมเเสดงความยินดี ก้อเหมือนเราไม่มีคุณค่าอะไร”
ขอบคุณมากครับ
คุณ เยาวชนม้งเชียงราย ที่มาที่ไประบุไว้ในบทแรกนะครับ
คุณเยาวชนม้งเชียงราย คุณเคยฟังนิทานม้ง ที่มีตัวละครชื่อหวงตี้ และ แหยงตี้ หรือภาษาม้งเรียกว่า เย่งติ yeej tim thab faab tim นับเป็นศัตรูตัวร้ายที่มาทำร้ายม้ง จนม้งจำขึ้นใจ และมักสอนลูกหลานว่าอย่าร้องไห้ เดี๋ยวsuav rog มาจะไม่ได้ยิน แล้วถูกฆ่า…..พี่ฟังนิทานเหล่านี้มาประจำก่อนนอน แต่เมื่อวันหนึ่งมาศึกษาประวัติศาสตร์ม้ง นั่นคือความจริง ไม่ใช่นิทานมีหลักฐานที่แน่นอนในเมืองจีน
Peb yuav tsum koom ua ib lub siab kom tau mog peb hmoob. peb yuav tsum ib leeg tuag tau tam ib leeg. Peb yuav tsum muab peb tus hmoob uas siab phem thiab ntseev siab tua thiab tshem tawm kom tau ntawm peb mus. Hlub nej os peb hmoob ntsuag nog.
พี่น้องม้งผู้น่าสงสารทั้งหลายครับ พวกเราเป็นชาติพันธุ์ชนชาติหนึ่งบนพื้นพิภพนี้ พวกเรามีสิทธิในที่อยู่อาศัย มีสิทธิที่จะเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้ พวกเรามีสิทธิที่จะรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของพวกเราให้คงอยู่ มีสิทธิที่จะดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ของพวกเราให้คงอยู่ นี้คือปฏิญญาสากลแห่งสหประชาชาติ พวกเราถูกรุกราน ถูกล้างเผ่าพันธุ์มายุคแล้วยุคเล่า เท่าที่ผมจำได้ แต่ก่อนตอนผมเด็กๆ ม้งที่ประเทศจริงพูดภาษาม้งไม่เหมือนม้งที่ ลาว และไทย เพราะพวกเขากลัวที่จะยอมรับว่าเป็นม้ง เพราะจะถูกทำร้าย และล้างเผ่าพันธุ์ ม้งที่เวียตนามก็เช่นกันกลัวเขารู้ว่าเป็นม้งแล้ว จะเป็นอันตราย ผมต้องขอขอบคุณผืนแผ่นดินไทย ขอบพระคุณในหลวงและพระราชินี พ่อหลวง และแม่หลวงของพวกเราปวงชนชาวไทยภูเขา ที่ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระเมตตากับพวกเราเป็นอย่างสูงอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทรงยอมรับในความเป็นม้งของพวกเรา ทำให้พวกเราได้อาศัยผืนแผ่นดินไทยอยู่อย่างปกติสุขเฉกเช่นพลเมืองคนไทยทั่วไป ผมไม่อาจลืมพี่น้องม้งผู้ร่วมอุดมการณ์ทำสงครามในประเทศลาว ที่ได้ทำให้ม้งได้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทำให้คนม้งทั่วโลกยอมรับในความเป็นม้ง ยังมีอีกหลายเผ่าพันธุ์ในโลกนี้ที่ได้สูญพันธุ์และล้มสลาย ถูกกลืนหายไปแล้ว ไม่มีชื่อหลงเหลือแล้ว พวกเรายังดีนะครับ ที่ยังมีคำว่าม้งอยู่ แต่ขอให้พวกเรายอมรับเถอะนะครับว่า พวกเรายังรักกันน้อยมากๆ ดังนั้นขอให้พวกเราพยายามให้มากๆ ในการที่จะรักกัน สามัคคีกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อุดหนุนซึ่งกันและกัน รู้จักเสียสละให้ซึ่งกันและกัน แล้วพวกเราจะดำรงไว้ได้ซึ่งเผ่าพันธุ์ของพวกเราครับ รักม้งครับ
ขอขอบคุณพี่โดมดอย ( พี่สาวคนเก่งและขยัน ประจำ website HmongAsia แห่งนี้ ) ที่ช่วยแปล และ เรียบเรียงเป็นภาษาไทย ให้พวกเราทุกคนได้อ่านและรู้ถึงประวัติศาสตร์ของชนชาติม้งที่ผ่านมา และขอเป็นกำลังใจให้ พี่ Editor มีแรงกายและแรงใจ ที่จะพัฒนาและนำเสนอบทความดีๆ ที่มีประโยชน์ให้พวกเราทุกคนได้อ่าน และ คิด บน website HmongAsia แห่งนี้ ต่อไป.. สู้.. สู้.. สู้ต่อ..
คุณ Povlas ขอบคุณครับ ตอนนี้คงกลับไปทำงานแล้วใช่มั๊ยครับ เนื่องจากต้องทำงานไกลบ้าน ก็ขอให้คุณ Povlas ดูแลตัวเองนะครับ เพื่อจะได้มีแรงทำงานให้กับพี่น้องม้งต่อไป
ผมเองก็จะสู้ครับ ..ย่าาส์ อะจ๊ากก หึ้ย หึ้ย ..(เหมือนเสียงไล่ควาย)
ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ ก็จะพยายามแปลให้จบอ่ะแหละ แต่รอ ๆ กันบ้าง
กำลังใจไม่มีให้ฟรีๆ ครับ ผมขายครับ กิโลกรัมละ 19 บาท แต่สำหรับพี่โดมดอยลดพิเศษครับ จาก 19 บาทเหลือเพียง 2 บาทครึ่งครับ สำหรับพี่ Editor นั้นไม่ลดครับ 19 บาท ขาดตัว
เหอะๆ —- ขำๆ…นะครับ
คุณ Lee Yia ขาดตัว แต่ผมจะขาดใจ
ขอชื่นชมทัศนคติ คุณม้งไม่ประสงค์ออกนาม หวังว่าคนไทยม้ง จะอนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองไว้อย่างยาวนาน…