ประวัติศาสตร์ชนชาติม้ง ภาค 2 ตอน 12

Hmong Asia Thailand

ประชาชนที่เมืองปิงลองให้ความเคารพและศรัทธากษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย เป็นอย่างมาก ดังนั้นในเดือน 8 ปี ค.ศ. 1795 ประชาชนม้งจึงพร้อมใจแต่งตั้งให้ วื่อ ป้า เยีย เป็นกษัตริย์ ส่วน ฉี เหลียว เต้ง ได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพส่วนหน้า เพื่อนำกองกำลังม้งสู้รบกับจีน ทางด้าน สือ ซ้าง ป๋อ (Shi San Bao) ได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพดูแลกองกำลังภายใน และดูแลคุ้มครองประชาชนในเมือง

ณ เมืองปิงลองนี้ มีกองกำลังจีนเข้ามารุกรานหลายครั้ง ทหารจีนถูกทหารม้งล้อมไว้จากหลายทิศทาง กองกำลังจีนได้ยิงปืนใหญ่จากบนภูเขาลงมาที่หมู่บ้านปิงลอง ประชาชนที่ปิงลองเล่าว่า เมื่อกองกำลังจีนเข้ามาโอบล้อมหมู่บ้านของกษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ไว้ ยอดเขาเตี้ย ๆ 3 ลูกในเขตหมู่บ้านปิงลองจะมีหมอกควันคละคลุ้งลอยขึ้นมา ทำให้ข้าศึกมองไม่เห็นทิศทาง หรือ เป้าหมายได้ จึงทำให้กองกำลังจีนไม่สามารถยิงเข้ามาที่หมู่บ้านของกษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ได้

นอกเหนือจากนี้ยังมีภูเขาใหญ่ ที่มีหน้าผาสูงชัน ประชาชนที่นี่เล่าว่าหน้าผานี้คล้ายเงาของ กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ซึ่งมีส่วนของศรีษะที่สวมหมวกอยู่ แต่บางคนมองภาพออกมาว่าคล้าย กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ยกธงขาวโบกเป็นสัญลักษณ์ว่าจำใจยอมแพ้สงคราม

ในส่วนที่ กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ถูก วื่อ หลง เจ๊ง หลอกไปให้จีนจับได้และนำไปทรมานจนตายก็เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องม้งเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งสำคัญที่สุด คือ การนำพาพี่น้องม้งไปสู่ความเสมอภาค และเสรีภาพ อันจอมปลอม เพราะตลอดชีวิตของ วื่อ หลง เจ๊ง ตั้งแต่เกิดจนตาย สร้างแต่ความเดือดร้อนมาสู่ชาวม้งตลอดชีวิตของเขา ทำให้พี่น้องม้งผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิต ด้วยน้ำมือของเขา คนแล้วคนเล่า นับร้อย ๆ ชีวิต ซึ่งต่างกับ กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ที่ทุกคนขนานนามว่าเป็นผู้ทรงความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง

ตอนที่จีนจับกษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ได้นั้น กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ยอมรับผิดทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวม้งได้กระทำต่อชาวจีน โดย กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย จะเป็นตัวแทนยอมรับโทษทุกสถานและยอมตายแทนชาวม้งทุกหมู่เหล่า ขณะที่คณะสำรวจไปถึงที่เมืองปิงลอง ประชาชนที่นี่กำลังปรึกษาจะสร้างอนุสาวรีย์เป็นรูปปั้น กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย

หลังจาก กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย เสียชีวิตแล้ว ประชาชนชาวม้งจึงแต่งตั้งให้ วื่อ เต๊ง ลี (Wu Ting Li) ขึ้นมาเป็นกษัตริย์แทน หลังได้รับการแต่งตั้ง กษัตริย์ วื่อ เต๊ง ลี ได้นำธงของ กษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ผู้เป็นบิดา โบกไสว นำทัพม้งเข้าต่อสู้กับจีนอย่างห้าวหาญ กษัตริย์ วื่อ เต๊ง ลี รับภาระหน้านี้ไม่นานก็ป่วยด้วยโรคร้ายที่ไม่สามารถรักษาได้ จึงจบชีวิตลง น้องชายคือ วื่อ เต๊ง ยี่ (Wu Ting Yi) ทั้งที่น้ำตายังไม่เหือดแห้งจากใบหน้า แต่ต้องรับหน้าที่โบกธงรบแทนบิดา และพี่ชายที่มาด่วนจากไป โดยนำทัพม้งสู้รบกับจีนเป็นคนต่อไป 10 ปีหลังจาก กษัตริย์วื่อป้าเยีย เสียชีวิตแล้ว กองทัพม้งก็ยังคงนำธงประจำพระองค์ ของกษัตริย์ วื่อ ป้า เยีย ออกรบด้วยเสมอทุกครั้ง

กษัตริย์ วื่อ เต๊ง ยี่ ได้ให้สัญญากับแม่ทัพของพระองค์ คือ ฉี เหลียว เต้ง (Shi Liu Deng) ว่า ?ศัตรู (จีน) มารบถึงไหน เราต้องป้องกันถึงนั่น หากเราต้านไม่ไหวจริง ๆ เรายอมพลีเลือดเนื้อและชีวิตปูทั่วแผ่นดินม้ง?

ในปี 1797 กษัตริย์ วื่อ เต๊ง ยี่ และ ฉี เหลียว เต้ง แม่ทัพคู่ใจ ได้นำกำลังพลเข้าต่อสู้กับจีน แต่โชคร้าย กษัตริย์ วื่อ เต๊ง ยี่ ถูกยิงบริเวณลำคอ ทำให้ไม่รู้สึกพระองค์ ญาติของกษัตริย์ วื่อ เต๊ง ยี่ คนหนึ่ง ชื่อ วื่อ เท้ง ล่า (Vwj Theej Laj) จึงแบกร่างที่ไร้สติของพระองค์ไปให้ศัตรูเพื่อเอาหน้า

จีนจึงเฉือนเนื้อของ กษัตริย์ วื่อ เต๊ง ยี่ ออกทีละชิ้น ๆ ณ ลานกว้างที่มีพี่น้องชาวม้งมามุงดูจำนวนมาก จนกระทั่งพระองค์ทนความเจ็บปวดไม่ไหวและสิ้นพระชนม์ลง เมื่อเดือน 2 ปี 1797 มีพระชนมายุเพียง 32 พรรษาเท่านั้น สงครามครั้งนี้ กษัตริย์ วื่อ เต๊ง ยี่ และ ฉี เหลียว เต้ง สามารถฆ่าแม่ทัพนายกองที่แข็งแกร่งของจีนลงได้ถึง 2 นาย แต่ในที่สุด แม่ทัพม้งที่กล้าแกร่งอย่าง ฉี เหลียว เต้ง ก็ต้องสังเวยชีวิตต่อลูกปืนของศัตรูและเสียชีวิตในสนามรบตาม กษัตริย์ วื่อ เต๊ง ยี่ ไปอีกคน ส่วนบุคคลอื่น ๆ เสียชีวิตเนื่องจากถูกจับได้และถูกทรมานจนตาย

ผ่านมา 12 ปี ที่ปิงลอง มีกษัตริย์ม้งหลายพระองค์ แม่ทัพฝีมือดีหลายท่าน ที่ได้ร่วมกับกองทัพม้งร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตของพวกเขา ที่นี่มีคนล้มตายมากมายก่ายกอง เลือดหลั่งนองปานสายน้ำท่วมทั่วทุกหัวระแหงของเมืองปิงลอง วื่อ ฉู กวง (Wu Shuguang) ซึ่งเป็นชาวเมืองปิงลองแต่ดั้งเดิม กล่าวว่า แม่น้ำ จิว ลอง เฮ (Jiu Long He) นี้ปะปนด้วยน้ำเลือดและไขมันเป็นแรมปี กว่าที่จะกลับมาใสสะอาดดังเดิมอีกครั้ง …

…โปรดอดใจรอ ยังมีตอนต่อไป

อ่านย้อนหลัง ประวัติศาสตร์ม้ง โดยพี่ DomeDoi:

17 Comments

  1. ขอทานน้อย

    มาอ่านแล้วนะ ขอบคุณที่ลงให้อ่านนะครับ

    ซาบซึ้งและตระหนักในประวัติศาสตร์ชนชาติม้งครับ

  2. Lee Yia

    นิทานปรัมปรา เรื่องนั้นที่ผมฝันเห็น อาจมีจริงก้อได้ ยิ่งพี่โดมดอยเล่าด้วยสำเนียงเรียบเรียงเสียงไพเราะ ภาษาที่สละสลวยสวยสดงดงาม เขียนออกมาแบบเป็นกลางและเข้าใจ มันช่างทำให้พลังอันน้อยนิดของผม ร้อนรัอุลุกซ่ามาเป็นอนุภาคมากมาย ล่องลอยนำพาให้เห็นทางสว่างและจักรวาล ขอบคุณมากมายครับ

    คณิตศาสตร์สอนให้คิด ประวัติศาสตร์ชีวิตสอนแกร่งกล้า

    *** *** *** *** *** *** *** *** *** *** ***

  3. hmong21

    ดูในvcd กับการเขียนออกมาก็ทำให้เห็นภาพเหมือนกันเลยครับ รออ่านตอนต่อไปครับ

  4. Lee Yia

    พิมพ์ตกไปหนึ่งคำ (ให้แกร่งกล้า)

    คณิตศาสตร์สอนให้คิด ประวัติศาสตร์ชีวิตสอนให้แกร่งกล้า

  5. เพื่อนชาวดอย

    การกดขี่ผู้หญิงในสังคมม้ง
    จากที่ผมได้มีโอกาสร่วมประชุมกลุ่มผู้นำตะกูลแซ่ เครือข่ายม้ง ได้รับฟัง รับรู้ความคิดความเห็นของผู้ใหญ่เหล่านั้นซึ่งบางความคิดเป็นที่น่าผิดหวังในสังคมม้งยุค 2011 บางอย่างก็ไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งไม่เหมาะสมกับยุคสมัย เพราะยังมีความคิดที่ยึดติดกับอดีต รวมทั้งพยายามผลักดันความคิดนั้นออกมาบังคับใช้ในสังคม ในฐานะที่เป็นคนม้งคนหนึ่งที่อยู่ในสังคมม้ง จึงอยากแชร์ความรู้สึกและความเห็นของคนรุ่นใหม่ในเรื่องสิทธิของสตรีชาวม้ง
    1. การหย่าร้างที่ฝ่ายหญิงมักจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ซึ่งสาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาท การเกิดปัญหาครอบครัว นำสู่การหย่าร้าง เกิดจากความมักมาก ความไม่รู้จักพอ ความไม่ซื่อสัตย์ของผู้ชาย ที่ยังเที่ยวจีบหาผู้หญิงคนใหม่มาเป็นเมียน้อยและมักจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่ผิด ทุกคนในสังคมทำกันเมื่อต้องหย่าร้างและนำสู่การตัดสิน ของผู้นำชนเผ่า ผู้นำตระกูลแซ่ ฝ่ายหญิงเอง เป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ยังมีบางความเห็นอีกว่าเวลาไม่อยากได้ผู้หญิงแล้ว ทำไมต้องเสียเงินส่งกลับด้วย อยากรู้ว่าเอาอะไรมาคิด สิทธิสตรีอยู่ทีใหน ทั้งๆที่กฏหมายกำหนดไว้ว่า เมื่อคู่สมรสหย่าร้างกัน ฝ่ายหญิงต้องมีสิทธิในทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่ง ตัวบุตรโดยเฉพาะการแต่งงานที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส รวมทั้งสามรถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้
    2. การแต่งงานโดยไม่จดทะเบียนสมรสเกิดขึ้นมากที่สุดในสังคมม้ง สิ่งนี้เป็นการเอาเปรียบฝ่ายหญิงเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการแต่งงานหรือการอยู่ด้วยกัน ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายที่เสียหายมากกว่าฝ่ายชายอยู่แล้ว ถ้าไม่จดทะเบียนสมรสก็เป็นการแต่งงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย บางครั้งฝ่ายชายยังแอบไปจดทะเบียนกับหญิงอื่นด้วย ผมดีใจที่ปัจจุบันนี้มีการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้นตามอำเภอด้านการแจ้งเกิดบุตร ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ให้บุตรใช้นามสกุลของฝ่ายหญิง ถือเป็นการบังคับใช้ในทางอ้อม
    3.มีบางกรณีที่มีการหย่าร้างกัน ฝ่ายหญิงต้องคืนสินสอดให้ฝ่ายชายทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเพราะการแต่งงานนั้นฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเสียหายอยู่แล้วเมื่อ หย่าทำไมต้องมีการคืนสินสอดด้วย ทั้งๆที่สินสอดนั้นก็เทียบค่าอะไรไม่ได้เลย รวมทั้งยังมีบางความคิดในผู้ชายที่ว่าได้ซื้อผู้หญิงคนนั้นมาแล้วจะทำอะไรก็ได้ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว สินสอดคือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่พ่อแม่ฝ่ายหญิง เพื่อเป็นการตอแทนที่ยอมให้ฝ่ายหญิงสมรสด้วยถึงแม้จะมีการหย่าในภายหลังก็ไม่ได้ให้คืนแต่อย่างใดยกเว้นบางกรณีเท่านั้น
    4. ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเลิกกัน แล้วท้องกลับบ้าน หรือผู้หญิงที่ท้องโดยฝ่ายชายไม่ยอมแต่งงานด้วย จะคลอดลูกในบ้านพ่อแม่ไม่ได้จะผิดผี ถ้าคุณเป็นพ่อ เป็นแม่คน คุณจะยังทำตามอีกหรือเปล่า รวมทั้งกรณีที่พ่อเสียแล้วแม่แต่งงานใหม่ อยู่ไม่ได้แล้วกลับมา จะรับมาอยู่ในบ้านไม่ได้ต้องทำกระต็อบให้อยู่เพราะผิดผี
    มันคืออะไร
    เหมาะสมหรือ นั่นคือแม่ผู้ในกำเนิด
    เราเคยคิดหรือไม่ หรือปล่อยเลยตามเลย ตามที่เคยทำกันมา
    เคยสะเทือนใจหรือไม่ที่เห็นยายแก่ๆอยู่คนเดียวอย่างยากลำบากทั้งๆที่เขามีลูกหลาน เพียงเหตุผลว่า เขาไปแต่งงานใหม่แล้วกลับมา
    5.การทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ รวมทั้งจ่ายค่าปรับให้ฝ่ายหญิงแค่หางอึ่งมันเหมาะแล้วหรือกับสังคมปัจจุบัน กับการทำลายชีวิตคนทั้งคน ถ้าคุณเป็นพ่อ เป็นแม่คน คุณจะยังยอมอีกหรือ
    ผมอยากให้คนรุ่นใหม่ออกมารับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ออกมาแสดงความคิดเห็นรวมทั้งร่วมปรับเปลี่ยนบางสิ่งที่เราเห็นว่าไม่เหมาะสม ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในสังคมเรา ควรจะมีพลังมากที่สุดด้วย
    การมีวัธนธรรม มีวิถีชุมชน มีจารีตประเพณี การให้เกียรติผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ดีในสังคมม้ง แต่สิ่งเหล่านี้ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ทั้งต่อคนในชุมชนเอง และต่อกฎหมายบ้านเมือง ต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น ต้องให้เกียรติและเห็นใจเพื่อนร่วมสังคม
    คิดทบทวนว่าสิ่งใดก็ตามที่ปฏิบัติตามๆกันมา อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป
    ผมอยากสร้างค่านิยมผัวเดียวเมียเดียว หรือความมีสิทธิเท่าเทียมกันในสังคมของหญิงชาย ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายทำเป็นสิ่งที่ถูก และเป็นเรื่องปกติ และจะทำกันแบบนี้ตลอดไป

    ไว้พบกันใหม่
    เพื่อนชาวดอย(ยังจำกันได้มั๊ย)

  6. ทนายความม้ง/Hmong Lawyer Thailand.

    ผมในฐานะนักกฎหมาย ขอบอกกับพวกเราตรงนี้ว่า คนม้งรุุ่นเก่า(แก่) ยังยึดติดกับเรื่องประเพณีเก่าๆ อะไรต่างๆ อีกมากมาย ผมเคยเีถียง+ทะเลาะมาแล้วครับ หากใครคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกต้องและเรื่องแบบนั้นไม่ถูก ก็สามารถเลือกใช้วิธีการทางกฎหมายครับ ผมไม่ได้ชวนให้มาทะเลาะกันเป็นความเป็นคดีกันแต่เป็นสิทธิส่วนตัวของท่านครับ คนม้งเวลามีปัญหากันต้องฟังแต่ญาติพี่น้อง จนคนเจ้าของปัญหาเองไม่อาจที่จะตัดสินใจด้วยตนเองได้ ถ้าท่านคิดว่าท่านเป็นตัวของตัวเองได้ ท่านเข้มแข็งพอ ญาติพี่น้องช่วยอะไรท่านไม่ได้นอกจากคอยแต่สั่ง แต่สอน แต่ไม่เคยทำอะไรเพื่อท่านโดยแท้จริง ท่านไม่มีกินไม่มีใช้มันไม่ได้เอามาให้ท่านกินให้ท่านใช้ ท่านไม่ได้ไปขอมันกินขอมันใช้ ถึงแม้ท่านจะตายท่านก็พร้อมที่จะไม่ไปอาศัยพี่น้อง(เพราะมันดีแต่สั่ง ดีแต่สอน เป็นที่พึ่งพาอาศัยไม่ได้) ก็ทำตามสิทธิของท่านตามกฎหมายครับ ผมพูดเสมอครับ คำว่า “ญาติพี่น้อง” “kwv tij neej tsaa” ก็เป็นเพียงคำพูดที่สวยหรู ม้งเราไม่ได้รักกันขนาดนั้นหรอกครับ ทั่วโลกเขาไปกันถึงไหนแล้ว อย่ามัวเป็นเต่าล้านปีอยู่เลย ถ่วงความเจริญเปล่า ๆ (ขอโทษที่ว่าแรงๆ แต่ก็หวังว่าสะกิตใจกันบ้าง)

  7. หนุ่มเข็กน้อย

    ประเพณีเป็นสิ่งที่ดีงาม(หากเพียงเราใช้ให้ถูกต้อง)
    ชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกันจำเป็นต้องมีกฎข้อห้ามเอาใว้ใช้ร่วมกัน..
    ความแตกต่างของแต่ละชุมชนก็แสดงออกตามประเพณีของแต่ละชุมชน..
    กฎประเพณีถ้าเปรียบไปแล้วก็เช่นเดียวกับกฎหมายขั้นต้น..
    สังคมแรกของมนุษย์เราก็คือครอบครัว…
    เมื่อเราเด็กๆคนที่จูงมือเราช่วยเหลือเราในขณะที่เราเองยังทำอะไรไม่เป็น..
    ก็คือพ่อแม่..ถัดจากพ่อแม่ก็คือบรรดาอาๆน้าๆป้าๆคนเหล่านี้..
    สังคมที่ใหญ่ขึ้นมาก็เป็นชุมชนที่เราอาศัยอยู่…ไล่เรียงไปจากหมู่บ้าน..
    ไปจนถึงจังหวัดพอใหญ่โตมากๆก็เป็นระดับประเทศ..ชุมชนระดับโลก…
    มนุษย์เราโดยมากมักที่จะมองเห็นความผิดของผู้อื่นแต่กลับมองไม่เห็นความผิดของตน..
    เราจึงต้องมีบุคคลที่จะต้องมาบอกกับเราและต้องเป็นคนที่เราไว้ใจ..
    พวกเขาเหล่านั้นแหละครับที่เรียกว่าพี่น้อง…
    ผมมีญาติพี่น้องที่ดีพวกเราคอยช่วยเหลือกัน..ตักเตือนกัน..แม้มีปัญหาก็ว่ากล่าวกัน
    ผมยังเชื่ออยู่เสมอว่าการนับถือญาติพี่น้องไม่ใช่เพียงแค่คำพูดที่สวยหรู…
    และคงไม่เป็นการถ่วงความเจริญ…
    หวังว่าหลายท่านคงคิดเหมือนกัน…
    หากว่าปัญหาที่ท่านทั้งหลายประสบพบเจอไม่หนักหนาจริงๆให้พูดคุยกันเถอะครับ..
    แต่หากว่ามันหนักมากก็อย่าแบกเอาไว้…กระบวนการยุติธรรมของเมืองไทยก็ยังใช้ได้ครับ

  8. Lee Yia

    ผมชอบความคิดของ เพื่อนชาวดอยน นะครับ ขอสริมอีกคน เพราะประเพณีเหล่านั้นควรเปลี่ยนจริงๆ และยังมีอีกหลายอย่างที่ควรเปลี่ยน ม้งๆเราคงถูกปลูกฝังมาเยอะ จะมีสักกี่คนที่จะหลุดออกมาแล้วมองกลับไปเห็นสิ่งเหล่านั้นได้ มีน้อยมากจริงๆในสังคมเราๆ (ตรงนี้อยากให้เอาส่วนมากมาเป็นตัววัดนะครับ ไม่ใช่เอาเพียงส่วนตัว)ถ้าเราๆเปลี่ยนได้ในบางอย่างที่มันยังล้าหลัง (เรื่องดีดีก้อรักษาไว้) สังคมเราๆไม่เป็นดั่งเช่นทุกวันนี้อย่างแน่นอน / ยกตัวอย่างง่ายๆเลย ถ้าใครเข้ามาอ่านในเวบนี้บ่อยๆ จะเห็นบทความของพี่ โดมดอย ที่เขียนถึงประวัติศาสตร์ม้งที่มีมากว่า 5000 ปี ซึ่งเทียบได้ว่า ม้งเราเจริญมาพร้อมๆกับชาวจีน แต่ทุกวันนี้ละครับ ท่านๆเห็นไหมครับ ชาวจีนไปถึงไหนแล้ว ผมจะไขคำตอบนั้นให้ เพราะเราไม่เป็นกลุ่มเป็นก้อน เราไม่มีเอกลักษณ์ เราไม่กล้าเปลี่ยน +อื่นๆ วัฒนธรรมเก่าๆชาวจีนก้อไม่ต่างจากเราๆหรอก แต่เขากล้าเปลี่ยน เขาเป็นกลุ่มก้อน (สมาคมชาวจีนเป็นใหญ่เป็นโต) สีแดงไง เอกลักษณ์ที่เห็นได้ง่ายและคนทั้งโลกไม่อาจปฏิเสธได้ +อีกมากมาย (ไม่อยากให้ใครก้อตาม มาตอบว่า แคน ไง เอกลักษณ์ หรือ โยนลูกช่วง ไง คนไทยทั้งประเทศยังไม่รุจักเราเลย อย่าไปพูดถึงระดับโลก)/สุดท้ายนี้ผมบอกได้เลยว่า มีคนม้งเราๆไม่ถึง 0.1% ที่จะเห็นปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาสังคม (เหมือนพี่ เพื่อนชาวดอย +คนอื่นๆ ที่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ควรเยียวยาแล้ว)

  9. Lee Yia

    หรืออาจเกินเยียวยาก้อได้ครับ แล้วค่อยให้คนใน Generation ต่อไปมาคุยกันใหม่ หรือจะรอให้โลกแตกแล้วเกิดโลกใหม่ วิญญาณเราๆค่อยกลับมาแก้หรือป่าวก้อไม่รุเนาะ ความน่าสงสารคือ ส่วนมากแล้วเราๆแยกอะไรไม่ออกเลย เช่น ความเป็นเหตุเป็นผล ความเป็นจริงที่ประจักษ์ตา ความเจริญในด้านต่างๆที่ก้าวไปไกล + อีกมากมาย แต่สุดท้ายเราก้อตายที่คำว่า “ทำตามประเพณี” คือประมาณว่า ดีหรือไม่ดี มันก้อคือประเพณี ทำไมไม่คิดใหม่ทำใหม่ว่า เอ่อ..มันไม่ดีก้อเปลี่ยนห้มันดี อันดีดีดีเมื่อเราๆทำตาม มันก้อกลายเป็นประเพณีไปโดยปริยายและดีอีกด้วย / มองกลับไปซิครับ ทำไมสาวๆม้ง มาร่ำมาเรียนแล้วไม่ชอบบ่าวม้ง คิดออกเนาะ??? แล้วพวกล้าหลังก้อมาบอกว่า ผิดจารีตประเพณี ทำตัวไม่ดี เสียหาย …ทำเขาท้องแล้วไม่รับผิดชอบอะ มันไม่เสียหายรื่อ (ตายที่คำว่า ประเพณี)

    *** ไม่ได้โจมตีใครโดยเจาะจงนะครับ แต่เอาภาพรวมที่สะท้อนทั้งหมดในสังคมม้งมาพูดเรยเระ นี่แค่ 1 อย่างนะ ยังมีอีกล้านอย่างที่พูดไม่ได้ เด๋วจะตายที่คำว่า ประเพณี อีก

  10. ม้งเมืองนอก

    ผม ก็เป้นม้งคนหนึ่ง ซึ่งเกิดที่ไทย ที่เชียงราย แต่ตอนนี้มาทำงานอยู่ที่แคนาดาได้4ปีแล้ว ส่วนตัวผมใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเป้นส่วนใหญ่ เรียกว่าเกือบลืมประเพณีบ้านเราไปแล้ว ประเพณีดีงามของชาวม้งยังมีอีกเยอะแต่ว่าส่วนที่เสียก็มีเยอะเหมือนกัน
    ผมดีใจที่ได้มาเจอwebsiteนี้และสามารถตามหาประวัติศาสตร์ม้งเรา
    ผมเห็นด้วยกับความเห้น ของเพื่อนชาวดอย เพราะความเห็นแก่ตัวและความแตกแยกให้ทำม้งถึงไม่มีที่อยู่ถึงทุกวันนี้ ผมมีคติสอนใจว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกเดินชีวิตของตนเองได้
    และนำพาความเป็นม้งออกไปสู่โลกกว้าง ยังมีสิ่งที่ดีงามพึงรักษาไว้ อย่าให้สุญหายไป

  11. Lee Yia

    ประเด็นของพี่ เพื่อนชาวดอย ช่างเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เราๆมาอภิปรายดั่งน้ำใจน้ำกีฬานะครับ ขอบคุณครับ

  12. EdiTor (Post author)

    เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปครับ แต่หากเราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเราควรต้องลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่รอเวลา ไม่ใช่รอให้ใครคนใดคนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วย

    เรื่องสิทธิสตรีม้งผมเองก็เคยพูดในนี้หลายครั้ง สิ่งที่ผมแนะนำคือสตรีม้งรุ่นใหม่ต้องเริ่มต้นรักษาสิทธิ์ของตนเอง ด้วยการอิงตามกฎหมายไทย และพวกเราเองก็ต้องเริ่มต้นด้วยการไม่ให้คนในครอบครัวไปเอาเปรียบหญิงบ้านอื่น หรือปกป้องคนในครอบครัวไม่ให้โดนชายบ้านอื่นรังแก แล้วโดยรวมในสังคมจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเอง

  13. EdiTor (Post author)

    ผมขออนุญาตระงับบางความคิดเห็น ที่เริ่มมีการกระทบกระทั่งกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้พวกเราออกทะเลไปมากกว่านี้ ผมเข้าใจว่าการพูดคุยโดยไม่ได้เห็นหน้าค่าตากัน อาจทำให้การสื่อสารผิดพลาด หรือผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่หากเป็นการสนทนากันซึ่งๆ หน้า ผมเชื่อว่าพวกเราน่าจะเข้าใจเจตนาของกันและกันมากกว่านี้

    ก็ขอให้พวกเรากลับมาพูดคุยกันดีๆ นะครับ และบทความนี้ผมจะยังไม่ปิดรับการแสดงความคิดเห็น เนื่องจากเห็นว่าตัวเนื้อหาของบทความไม่ใช่ที่มาของประเด็นที่ผมเพิ่งชี้แจงไป

  14. Lee Yia

    พี่ editor ทำถูกแล้วครับ ผมก้อเห็นด้วยครับว่า เราควรอภิปรายกันในภาพรวมๆไม่ควรเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปนมากจนเกินไป มันจะทำให้เสียบรรยากาศไปเยอะเลยทีเดียว /ความจริงๆก้อคือความจริง ถ้าเป็นจริงเราก้อต้องยอมรับ ถ้าไม่จริงเราก้อต้อง อธิบายด้วยเหตุผล อย่างเช่นว่า ผมเห็นว่ามันเป็นแบบนี้ อีกคนหนึ่งเห็นแตกต่างก้อแย้งได้ ซึ่งก้ออาจเริ่มต้นว่า ผมคิดว่าน่าจะ…./

  15. หนุ่มเข็กน้อย

    ขอบคุณครับ..
    ขออภัยอีกครั้งครับที่เป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุแห่งความไม่เข้าใจ..

  16. ไกลถิ่น

    ขอร่วมความคิดเห็นหน่อยครับในเรื่องของคำว่า”ประเพณื”ม้ง ที่พี่น้องทั้งหลายได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่บอกว่าควรเลิกบางอย่างไป ขอแสดงมาสัก 2-3ตัวอย่าง
    1 การถือสือก๊างที่เป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษที่แขวนไว้ตรงกลางบ้านที่ถือการว่าเป็นผีบ้าน ถ้าท่านทั้งหลายบอกว่าอยากให้ม้งพัฒนาท่านควรที่จะไปพ่อพ่อแม่ท่านให้เลิกถือแบบนั้นได้มั้ย???ตอบแทนก็ได้มั้งครับ คงยากหน้อ???
    2 การอัว บัวด๊า (npua dtab)ภาษาม้งไม่แน่นขออภัยท่านคิดว่าเป็นอย่างไร
    3 การอัว nyuj dtab และอีกหลายๆๆอย่างหลายๆๆประเพณีของม้งที่ยังมีความเชื่อแบบเก่าๆทั้งๆๆที่มาดูเหตุดูผลการแล้วไม่ขออธิบายต่อแล้ว ให้พี่น้องคิดเอาก็แล้วกัน
    สิ่งที่ดีๆๆเป็นวัฒนธรรมที่ดีก็ควรที่จะสนับสนุนต่อไปเพื่อแสดงถึงความเป็นม้งให้สืบชั่วลูกหลาน สิ่งที่ควรที่จะเลิกนับถือเพราะเป็นแค่ความเชื่อที่บรรพบุรุษถือต่อกันมาก้ควรที่จะเลิกซะ แล้วมาปลูกฝั่งให้ลูกหลานถือในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล ในยุคของปัจจุบัน
    การที่จะมาพัฒนาม้งให้เจริญในด้านสิ่งต่างๆ คือผู้นั้นต้องเป็นผู้ที่เจริญที่จืตใจแล้วมีเหตุมีผผลในตัวตนแล้วมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำจึงจะก้าวทันโลกยุคนี้
    ขอถามท่านพี่น้องผู้เจริญทั้งหลายว่าสิ่งที่ผผ่านมาเป็นของพ่อแม่เรา แล้วของท่านล่ะมีครอบครัวแล้วจะนับถือแบบนั้นอยู่หรือเปล่า???? จริงอยู่ว่า ความเชื่อเป็นส่วนบุคคล แต่ถ้าเป็นความเชื่อที่ผิดๆๆมันก็จะไม่มีซึ่งการนำมาซึ่งความเจริญทางด้านจิตใจ
    แล้วอย่างนี้ม้งจะก้าวทันโลกในทุกๆๆด้านได้อย่างไร???
    ผมเชื่อว่าสมัยนี้คนหนุ่มสาวม้งยุคนี้เข้าถึงในเรื่องแบบนี้มาก แต่ไม่กล้าที่จะต้านพ่อแม่หรือแม้นกระทั้งบางคนก็เชื่อตามแบบเก่าๆ ถึงเวลาหรืออยังที่ม้งจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องแบบนี้
    ผมเป็นคนที่นับถือในพุทธศาสนา และผมเองก็เชื่อว่าคนม้งบางคนก็เป็นเช่นผมเหมือนกัน สังคมในหมู่มากความเชื่อเป็นส่วนบุคคลผมเองก็แค่แสดงความเห็นในกาลครั้งหนึ่งที่ได้เกิดมาเป็นคนม้งแค่ชาติหนึ่งในด้านของความคิดเห็นต่อสังคมม้งถ้าคำพูดใด หรือคำเขียนใดไม่เป็นที่พอใจของท่านพี่น้องผู้เจริญก็ขออภัย ณ.ที่นี่ด้วยคนไม่มีควาามรู้ แค่อ่านออกเขียนได้ก็บุญแล้ว

  17. ไกลถิ่น

    ขอร่วมความคิดเห็นหน่อยครับในเรื่องของคำว่า”ประเพณื”ม้ง ที่พี่น้องทั้งหลายได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่บอกว่าควรเลิกบางอย่างไป ขอแสดงมาสัก 2-3ตัวอย่าง
    1 การถือสือก๊างที่เป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษที่แขวนไว้ตรงกลางบ้านที่ถือการว่าเป็นผีบ้าน ถ้าท่านทั้งหลายบอกว่าอยากให้ม้งพัฒนาท่านควรที่จะไปพ่อพ่อแม่ท่านให้เลิกถือแบบนั้นได้มั้ย???ตอบแทนก็ได้มั้งครับ คงยากหน้อ???
    2 การอัว บัวด๊า (npua dtab)ภาษาม้งไม่แน่นขออภัยท่านคิดว่าเป็นอย่างไร
    3 การอัว nyuj dtab และอีกหลายๆๆอย่างหลายๆๆประเพณีของม้งที่ยังมีความเชื่อแบบเก่าๆทั้งๆๆที่มาดูเหตุดูผลการแล้วไม่ขออธิบายต่อแล้ว ให้พี่น้องคิดเอาก็แล้วกัน
    สิ่งที่ดีๆๆเป็นวัฒนธรรมที่ดีก็ควรที่จะสนับสนุนต่อไปเพื่อแสดงถึงความเป็นม้งให้สืบชั่วลูกหลาน สิ่งที่ควรที่จะเลิกนับถือเพราะเป็นแค่ความเชื่อที่บรรพบุรุษถือต่อกันมาก้ควรที่จะเลิกซะ แล้วมาปลูกฝั่งให้ลูกหลานถือในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล ในยุคของปัจจุบัน
    การที่จะมาพัฒนาม้งให้เจริญในด้านสิ่งต่างๆ คือผู้นั้นต้องเป็นผู้ที่เจริญที่จืตใจแล้วมีเหตุมีผผลในตัวตนแล้วมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำจึงจะก้าวทันโลกยุคนี้
    ขอถามท่านพี่น้องผู้เจริญทั้งหลายว่าสิ่งที่ผผ่านมาเป็นของพ่อแม่เรา แล้วของท่านล่ะมีครอบครัวแล้วจะนับถือแบบนั้นอยู่หรือเปล่า???? จริงอยู่ว่า ความเชื่อเป็นส่วนบุคคล แต่ถ้าเป็นความเชื่อที่ผิดๆๆมันก็จะไม่มีซึ่งการนำมาซึ่งความเจริญทางด้านจิตใจ
    แล้วอย่างนี้ม้งจะก้าวทันโลกในทุกๆๆด้านได้อย่างไร???
    ผมเชื่อว่าสมัยนี้คนหนุ่มสาวม้งยุคนี้เข้าถึงในเรื่องแบบนี้มาก แต่ไม่กล้าที่จะต้านพ่อแม่หรือแม้นกระทั้งบางคนก็เชื่อตามแบบเก่าๆ ถึงเวลาหรืออยังที่ม้งจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องแบบนี้
    ผมเป็นคนที่นับถือในพุทธศาสนา และผมเองก็เชื่อว่าคนม้งบางคนก็เป็นเช่นผมเหมือนกัน สังคมในหมู่มากความเชื่อเป็นส่วนบุคคลผมเองก็แค่แสดงความเห็นในกาลครั้งหนึ่งที่ได้เกิดมาเป็นคนม้งแค่ชาติหนึ่งในด้านของความคิดเห็นต่อสังคมม้งถ้าคำพูดใด หรือคำเขียนใดไม่เป็นที่พอใจของท่านพี่น้องผู้เจริญก็ขออภัย ณ.ที่นี่ด้วยคนไม่มีควาามรู้ แค่อ่านออกเขียนได้ก็บุญแล้ว,,,,,,,,,,,,

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *