ประเพณีวัฒนธรรมม้ง กับทางที่ใกล้ตัน

ต้องยอมรับในความบกพร่องที่ไม่อาจสร้างความเคลื่อนใหวให้กับ เว็บม้งเอเชีย ได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่วันก่อนม้งเอเชียเองก็เกือบโดนบังคับให้ออฟไลน์ สืบเนื่องจากลืมจ่ายค่าน้ำไฟนั่นเอง แต่ยังดีที่คุณภรรยาช่วยสะกิดไว้ทัน ..ปกติขอค่าโฮสติ้งจากภรรยาทุกเดือน เดือนนี้เงียบไปภรรยาจึงถามว่า “จ่ายหรือยัง ..?”

พูดถึงเว็บม้งเอเชียก็พลอยนึกถึงเว็บเพื่อนบ้านหลายๆ เว็บที่ทยอยปิดตัวกันไปแล้ว เศร้าแต่เข้าใจ เพราะเรามันคนทำเว็บเหมือนกัน วันที่ไฟฝันโชติช่วงเราก็มุ่งมั่นทุ่มเทหามรุ่งหามค่ำเพื่อแก้ไข Code เพียงไม่กี่บรรทัด แต่เมื่อวันผ่านไปวัยเริ่มโรยรา ฝันจึงลางเลือน

เมื่อกลางเดือนได้กลับไปงานศพน้าชาย โดยมีโอกาสพบเห็นและพูดคุยเรื่องวัฒนธรรมม้งกับหลายๆ คน เรื่องที่พูดก็ไม่ได้เน้นไปเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หากแต่เป็นการพูดถึงความคิดที่มีต่ออนาคตลูกหลานม้ง ว่าจะสืบทอดวัฒนธรรมม้งเราต่อไปอย่างไร

เพราะหากมองไปข้างหน้าแล้วจะพบว่ามีอุปสรรคมากมายรออยู่ โดยอุปสรรคสำคัญคือเรื่องของแนวคิดระหว่างม้งรุ่นก่อนและม้งรุ่นหลัง

ขอใช้คำว่า “ม้งรุ่นก่อน และม้งรุ่นหลัง” แทน “ม้งรุ่นเก่า และม้งรุ่นใหม่”

โดยที่ม้งรุ่นก่อนคือผู้ที่ถือครองความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมม้งในปัจจุบัน จากการพูดคุยพบว่าคนกลุ่มนี้ยังถือเคร่งในเรื่องประเพณีวัฒนธรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านนี้

ดังนั้นแนวความคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงประเพณีวัฒนธรรมจึงยังคงเกิดขึ้นยากสำหรับคนกลุ่มนี้ เพราะการเปลี่ยนแปลง ดัดแปลง ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงนั้นจะทำให้พิธีกรรมต่างๆ เกิดความไม่สมบูรณ์ และเมื่อไม่สมบูรณ์พิธีกรรมนั้นๆ ก็ย่อมไม่มีความหมายเพราะไม่ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

แต่จะไปมองว่าความคิดของคนรุ่นก่อนสุดโต่งและเก่าคร่ำครึก็ไม่ได้ เพราะอย่างที่ผมบอกไปแล้ว คนรุ่นก่อนเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในด้านประเพณีและวัฒนธรรม หรือผู้นำด้านประเพณีวัฒนธรรมนั่นเอง ดังนั้นคนกลุ่มนี้ย่อมมีเหตุผลของตนเอง

คนรุ่นหลังอย่างเราๆ ถึงแม้จะมีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนพิธีต่างๆ อยู่บ้าง แต่เนื้อหา บทสวด หรือบทร่ายอะไรก็แล้วแต่ คนรุ่นหลังแทบจะไม่รู้อะไรเลย จึงกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ ดังนั้นประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ที่ม้งเราสืบทอดกันมา ถ้ายังต้องสืบทอดกันต่อไปก็ควรต้องทำการปรับปรุงแก้ไขให้สั้นกระชับเพื่อง่ายแก่การเรียนรู้ ..นี่คือแนวคิดของคนรุ่นหลัง

เพราะเหตุผลของคนรุ่นหลังมีอยู่ว่าวิถีชีวิตของพวกเค้าเปลี่ยนไป ต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ในเมือง พวกเค้ามีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิตม้งน้อยลง โอกาสเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของม้งก็เลยน้อยลงไปด้วย จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องให้มีการแก้ไขปรับปรุงดังกล่าวมา

แต่จะจริงหรือที่ว่าถ้าง่ายขึ้นแล้วพวกเค้าจะสนใจศึกษากันมากขึ้น

แนวความคิดของคนรุ่นก่อนตึงจนไม่อาจคาดหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ส่วนแนวคิดของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ (ซึ่งไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพิธีกรรมเลย) ก็ดูหละหลวมเสียจนเกรงว่าการเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นการเร่งให้เกิดการสูญหาย

ทั้งนี้ที่กล่าวมายังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งถือเป็นคนรุ่นหลังแต่มีความรู้ความสามารถในเรื่องพิธีกรรมต่างๆ มากพอ คนกลุ่มนี้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ตามงานพิธีได้ คนกลุ่มนี้อาจเรียกได้ว่ากลุ่มรับช่วงเปลี่ยนผ่านก็ว่าได้

เท่าที่พูดคุยกับคนกลุ่มนี้ พวกเค้าพยายามคิดและปรับจูนแนวคิดระหว่างคนรุ่นก่อนกับคนรุ่นหลังอยู่ ความหวังในการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่น และทำให้ประเพณีวัฒนธรรมม้งได้รับการสืบทอดต่อไปคงต้องฝากไว้กับคนกลุ่มนี้

อันที่จริงขณะที่ผมกำลังเขียนเรื่องนี้ ได้มีกลุ่มบุคคลที่ริเริ่มการเปลี่ยนไปบ้างแล้ว บ้างก็อยู่ในระหว่างการทดลอง ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าผู้ที่ริเริ่มไปแล้วจะมีความรู้ความเข้าใจมากพอที่จะไม่นำเอาประเพณีวัฒนธรรมม้งมาชำแหละจนเกิดความเสียหาย

ได้เวลาที่ต้องเริ่มคิด และอาจจะต้องคิดให้เร็วพอเพื่อไม่ให้การเปลี่ยนแปลงเกิดการขาดตอน เพราะคนเฒ่าคนแก่กำลังล้มหายตายจาก ..จากไปพร้อมความรู้ที่พวกท่านมี

5 Comments

  1. neeg kev deb

    มีหลายอย่างที่ต้องรักษาไว้ หากลองค้นหาและประเพณีม้ง เป็นสิ่งที่ ดีงามมากเลย แสดงออกถึงความเจริญในอดีตว่า ม้งเจริญขนาดไหน ลองคิดดูสิ คนในโลกนี้ มากมายหลายเผ่าพันธ์ แต่พวกเค้าไม่ได้มีประเพณีเป็นของตนเอง ก๊อบบี๊กัน ทั้งนั้นเลย แต่ของคนม้งเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตน
    ประเพณี เป็นสิ่งดีงาม ก่อให้เกิดความรักสามัคคีกัน ทำให้มีความรักเคารพนับถือกัน
    ส่วนพิธีกรรม บางอย่าง ก้อน่าจะเลิกใช้ เพราะนั่นไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ ในส่วนตัว ชอบประเพณีม้งมากเลย เริ่มศึกษาและหลงไหล ในความเป็นม้ง มากขี้น

  2. Hmong @Nan

    ดีใจที่เห็นบทความเช่นนี้ในโลกออนไลน์
    ความจริงข้อหนึ่งที่ทุกคนไม่ว่าม้งหรือชาติพันธ์ไหนๆก็แล้วแต่ ต้องมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ จารีต ประเพณี และความเชื่อ พิธีกรรม หรือที่มักเรียกรวมๆ ว่า วัฒนธรรม นั่นเอง

    วัฒนธรรมม้ง ที่เห็นเด่นชัดมีอยู่ 3 ส่วนใหญ่ 1) วิถีการดำรงชีวิต(life Pattern) 2) จารีตประเพณี (Culture & Norm) และ 3) พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ (Believe)

    คนรุ่นหลัง (ขอยืมใช้คำนี้) อย่างพวกเราเดินไปข้างหน้า (ไม่แน่ใจว่าเป็นการพัฒนาหรือเปล่า) ไกลมากในส่วนที่เป็นวิถีการดำรงชีวิต และพวกเราก็ละทิ้งจารีตประเพณีไปไม่ใช่น้อย เพราะมองว่าไม่ทันสมัย ไม่สะดวก ไม่สามารถปฏิบัติได้ ทั้งนี้เพราะว่า (1)การศึกษาที่ได้รับตั้งแต่เด็กไม่มีอะไรเลยที่เราเรียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเรา เราเรียนแต่วัฒนธรรมของสังคมใหญ่คือสังคมไทย (2) สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ที่บีบบังคับโดยการแทรกซึ่มสุ่ความคิดของคนรุ่นหลังโดยไม่รู้ตัว เช่นคนม้งรุ่นหลังเล่นสงกรานต์ โดยคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของเรา เพราะหยุดงาน เพราะสังใหญ่เขาเฉลิมฉลองกัน (3) แรงผลักดันจากวัฒนธรรมกระแสหลัก modern wave ซึ่งเป็นการบังคับให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เช่นการแต่งตัว การพูด การเข้าสังคม เป็นต้น

    ปัญหาที่กล่าวในบทความเน้นในส่วนที่เป็นพิธีกรรม.. ซึ่ง ขอแสดงความเห็นสั้นๆ ว่า ส่วนนี้เป็นส่วนที่ไม่มีใครกล้าแตะ เพราะเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และความเชื่อที่ฝั่งลึกในจิตใจของคนรุ่นก่อน ใครจะคิดทางบวกว่าสิ่งเหล่านี้ดี ซึ่งก็ไม่ผิด ใครจะเป็นคนหัวก้าวหน้าและคิดว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่หลังเขา ก็มีสิทธิ์คิดได้ เพราะวันนี้วิทยาศาสตร์ก้าวไปไกลมาก เช่นสัญญาโทรศัพท์มือถือ มองไม่เห็นแต่สามารถรับรู้และสัมผัสได้

    จึงใคร่แสดงความเห็นว่า ประเพณีวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับกาลเวลาที่เปลี่ยนไป จึงจะอยู่ได้ หากสังคมชาติพันธ์ไหนที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนเรื่องของความเชื่อและวิถีการดำรงชีวิตให้ทันต่อกาลเวลา สังคมและวัฒนธรรมนั้นคงจะต้อง…… (คิดเอาเอง) ส่วนการพัฒนาของกระแสสังคมหลัก ทั้งไทย และ ต่างประเทศ ไม่ได้หยุดนิ่ง เคลื่อนมาสู่ทุกอนุของสังคมโลกในปัจจุบัน ผ่านทางการท่องเที่ยว การศึกษา โชเชียลมิเดีย เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าคนรุ่นก่อน หรือรุ่นหลัง คงต้องปรับตัวและทำใจรับสิ่งใหม่ๆ นี้ การอนุรักษ์นั้นทำได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะหยุดทุกสิ่งอยู่ที่วัฒนธรรม

  3. Mobsiab.com

    ผมใช้โฮสไทยปีละ5-6ร้อยบาท เว็บเล็กๆ พออยู่ได้ สบายใจดี ซัพพอร์ทก็ไทยๆ คุยกันง่าย โฮสจรเข้จ่ายบ่อยไม่ค่อยมีเวลาเล่นเน็ตกลัวลืมจ่าย

  4. EdiTor (Post author)

    คุณ Hmong @Nan ขอบคุณที่ช่วยขยายความให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ

    Mobsiab.com ถือเป็นทางเลือกที่ดีครับ ผมเคยใช้บริการโฮสติ้งไทยมาก่อนก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรครับ

  5. ม้งเด็กน้อย

    ขอบคุณที่ได้ตั้งอง ข้อสังเกตกับสังคมม้งของเราเอง อย่างน้อยก็ไห้เราได้เห็นตัวเราเอง เเละได้ช่วยกันเป็นปันความคิดความอ่านแก่กันเเละกัน เพื่อเป็นทางออกเล็กๆให้กับพวกเราด้วยกันเอง
    ผมขออรุญาตเเบ่งปันบทความของคนรู้จักใกล้ชิดให้พวเราได้อ่านกันนะคับ

    สิทธิสตรีในสังคมม้ง

    จากที่ผมได้ทราบข่าวการประชุมของกลุ่มผู้นำตะกูลแซ่ กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีบทบาทในสังคมม้ง ได้รับรู้ความคิด ความเห็นของผู้ใหญ่เหล่านั้น ซึ่งบางความคิดเป็นที่น่าผิดหวังในสังคมม้งยุค 2011 บางอย่างก็ไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายของประเทศไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งไม่เหมาะสมกับยุคสมัยแล้ว เพราะยังมีความคิดที่ยึดติดกับอดีต หลักในอดีตที่มีการปฏิบัติตามๆกันมา รวมทั้งพยายามผลักดันความคิดเหล่านั้นออกมาบังคับใช้ในสังคมปัจจุบันนี้อีก ในฐานะที่เป็นคนม้งคนหนึ่งที่ยังอยู่ในสังคม จึงอยากแชร์ความรู้สึกและความเห็นในเรื่องสิทธิของสตรีชาวม้ง

    1. การหย่าร้างที่ฝ่ายหญิงมักจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ซึ่งสาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาท การเกิดปัญหาครอบครัว นำสู่การหย่าร้าง มักเกิดจาก ความไม่รู้จักพอ ความไม่ซื่อสัตย์ของผู้ชาย ที่ยังเที่ยวจีบหาผู้หญิงคนใหม่มาเป็นเมียน้อย และมักจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่ผิด เป็นสิ่งที่ทุกคนทำในสังคม หรือไม่ผิดในจารีตประเพณีของคนม้ง เมื่อเกิดปัญหาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ต้องหย่าร้างและนำสู่การตัดสิน ของผู้นำชนเผ่า ผู้นำตระกูลแซ่ทั้งสอง ฝ่ายหญิงมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ไม่ค่อยมีสิทธิมีเสียง ยังมีบางความเห็นอีกว่าเวลาที่ไม่อยากได้ผู้หญิงแล้ว หรืออยากเลิกกับเมียทำไมต้องเสียเงินส่งกลับด้วย เป็นความคิดที่น่าผิดหวัง ที่ไม่น่าจะมีแล้วในสังคมยุคนี้ ทั้งๆที่ตัวบทกฏหมายกำหนดไว้ว่า เมื่อคู่สมรสหย่าร้างกัน ฝ่ายหญิงต้องมีสิทธิในทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่ง มีสิทธิในตัวบุตรโดยเฉพาะการแต่งงานที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส รวมทั้งสามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้ด้วย แต่ในการตัดสินของคนม้งส่วนใหญ่แล้วต้องให้ลูกชายอยู่กับฝ่ายชาย

    2. การแต่งงานโดยไม่จดทะเบียนสมรส เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมากที่สุดในสังคมม้ง สิ่งนี้ถือ เป็นการเอาเปรียบฝ่ายหญิง ซึ่งการแต่งงานนั้น ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายที่เสียหายมากกว่าฝ่ายชายอยู่แล้ว ถ้าไม่มีการจดทะเบียนสมรส ก็เป็นการแต่งงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นำสู่การเสียเปรียบ ถ้าจะมีการเรียกร้องค่าเสี้ยงดูต่างๆ บางครั้งฝ่ายชายยังแอบไปจดทะเบียนกับหญิงอื่นอีกด้วย แต่เป็นที่น่าดีใจที่ปัจจุบันนี้มีการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ด้านการแจ้งเกิดบุตร ถ้าการแต่งงานที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ให้บุตรใช้นามสกุลของฝ่ายหญิง ซึ่งถือเป็นการบังคับในทางอ้อม

    3.มีบางกรณีที่มีการหย่าร้างกัน ฝ่ายหญิงต้องคืนสินสอดให้ฝ่ายชายทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะการแต่งงานนั้นฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเสียหายอยู่แล้ว การหย่าทำไมยังต้องมีการคืนสินสอดให้ด้วย เป็นที่รู้กันว่าค่าสินสอดของคนม้งนั้นมันเล็กน้อยขนาดไหน รวมทั้งยังมีบางความคิดเดิมๆ ในผู้ชายที่ว่าการจ่ายค่าสินสอดนั้นเหมือนได้ซื้อผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว ซึ่งตามกฎหมายนั้น สินสอดคือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่พ่อแม่ฝ่ายหญิง เพื่อเป็นการตอบแทนที่ยอมให้ฝ่ายหญิงสมรสด้วยถึงแม้จะมีการหย่าร้างกันในภายหลังก็ไม่ได้ให้คืนแต่อย่างใดยกเว้นบางกรณีพิเศษเท่านั้น สำหรับคนม้งแล้วมักจะมีการเรียกร้องให้ฝ่ายหญิงคืนให้ทั้งๆที่ตนเองเป็นคนผิด

    4. ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเลิกกัน แล้วท้องกลับบ้าน หรือผู้หญิงที่ท้องโดยฝ่ายชายไม่ยอมแต่งงานด้วย จะคลอดลูกในบ้านพ่อแม่ไม่ได้จะผิดผี ต้องสร้างกระต็อบให้คลอดลูกและอยู่ไฟนอกบ้าน หรือให้ลูกสาวคนนั้นแยกอยู่นอกบ้านไปเลย ถ้าคุณเป็นพ่อ เป็นแม่คน คุณจะยังทำตามอีกหรือเปล่า รวมทั้งกรณีที่พ่อเสียแล้วแม่แต่งงานใหม่ อยู่ไม่ได้แล้วกลับมา จะรับมาอยู่ในบ้านไม่ได้ต้องทำกระต็อบให้อยู่แยกคนเดียวเพราะผิดผี

    มันคืออะไรกับสิ่งนี้ เราเอาอะไรมาพิสูจน์

    เหมาะสมหรือ นั่นคือแม่ผู้ให้กำเนิด นั่นคือลูกสาวที่เราให้กำเนิดเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก

    เราเคยคิดหรือไม่ หรือก็ปล่อยเลยตามเลย ตามที่เคยทำกันมา

    เราเคยสะเทือนใจหรือไม่ ที่เห็นยายแก่ๆอยู่คนเดียวอย่างยากลำบากทั้งๆที่เขามีลูกหลาน เพียงเหตุผลว่า เขาไปแต่งงานใหม่แล้วกลับมา

    มีสังคมไหนที่เจริญแล้วเขาทำกัน หรือเรายังเป็นกลุ่มชน ชาวป่าเถื่อนที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม

    ******* ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาหาทางออกอย่างจริงจังกับปัญหาเหล่านี้ หรือไม่เกี่ยวกับกู กูเป็นผู้ชาย ขอกูได้ประโยชน์เป็นพอ

    เป็นที่น่าสังเวชใจมากที่ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นผู้หญิงม้งในโรงพยาบาลมากขึ้นทุกวัน

    5.การทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ รวมทั้งจ่ายค่าปรับให้ฝ่ายหญิงเพียงไม่กี่บาทตามการตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย โดยที่ฝ่ายชายไม่รู้สึกผิด ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย มีผู้ใหญ่คุยให้ทุกอย่าง มันเหมาะสมแล้วหรือกับสังคมปัจจุบัน กับการทำลายชีวิตคนทั้งคน ถ้าคุณเป็นพ่อ เป็นแม่คน คุณจะยังยอมอยู่อีกหรือทำไมเราไม่กำหนดบทลงโทษกับคนที่ไม่มีความรับผิดชอบเหล่านี้อย่างจริงจัง

    เมื่อไหร่คนรุ่นใหม่จะออกมารับผิดชอบต่อสังคม ออกมาแสดงความคิดเห็น รวมทั้งร่วมกันปรับเปลี่ยนบางสิ่งที่เราเห็นว่าไม่เหมาะสมแล้วกับยุคสมัยนี้ ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด ควรจะมีพลังมากที่สุดด้วย

    การมีวัธนธรรม มีวิถีชุมชน มีจารีตประเพณี เป็นสิ่งที่ดีในสังคมม้ง แต่สิ่งเหล่านี้ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความยุติธรรม ทั้งต่อคนในชุมชนเอง และต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับยุคสมัยด้วย

    เพื่อความคงอยู่ที่ยั่งยืนของสังคมม้ง หรือปล่อยให้คนที่เขายอมรับไม่ได้ทิ้งความเป็นม้งไปอยู่กับสังคมอื่น

    เพื่อนชาวดอย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *