ประเพณี วัฒนธรรม นำสู่อาการทางจิตเวชในผู้หญิงม้ง

บทความโดยคุณ เพื่อนชาวดอย

คุณเคยมีญาติผู้หญิงที่มีอาการเหล่านี้หรือไม่ อาการปวดท้อง ปวดท้องน้อยร้าวไปที่หลัง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดร้อนตามท้องตามตัว เป็นๆ หายๆ พาไปตรวจตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง เอ็กซเรย์ก็แล้ว อุลตร้าซาวด์ก็แล้ว เจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ ก็ไม่พบความผิดปกติ ไม่พบการติดเชื้อ แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยโรคหรือสาเหตุที่เป็นได้เลย

อาการทางจิตเวชที่พบมากที่สุดในผู้หญิงม้ง คือ
1. ปัญหาความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัว นำสู่การมีอารมณ์แปรปรวน อาจมีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดท้อง ปวดหัว และ ปัญหาการนอน (นอนไม่หลับ, นอนสะดุ้งตื่นกลางดึก, หรือนอนหลับไม่สนิท ตื่นขึ้นมาจะรู้สึกอ่อนเพลีย)
2. อาการของโรคซึมเศร้าเช่น มีปัญหาการนอนไม่หลับ ไม่อยากจะลุกจากที่นอน ไม่อยากออกนอกบ้านไปเจอผู้คน แยกตัว การดูแลตนเองลดลง ปล่อยตัว มีหลายอารมณ์ รวมทั้ง หงุดหงิดมากขึ้น ขี้บ่นมากขึ้น ขี้น้อยใจ ร้องไห้ง่ายขึ้น มีความคิดอยากตาย และอาจมีความพยายามทำร้ายตนเอง

จากที่ได้พูดคุยและให้คำปรึกษากับผู้ป่วย ที่มีอาการทางจิตเวช พบว่า สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางสังคม ปัญหาทางประเพณีวัฒนธรรม ปัญหาทางครอบครัว การกดขี่ทางเพศ ฝ่ายชายมีเมียหลายคน หรือมีเมียน้อยนอกบ้าน รวมทั้งสามีเที่ยวนอกบ้านประจำ ไม่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ไม่ทำมาหากิน เมื่อมีการทะเลาะเบาะแว้ง ฝ่ายหญิงมักถูกฝ่ายชายทำร้ายร่างกาย หรือเอาเปรียบต่างๆ นาๆ

รวมทั้งถ้านำเรื่องขึ้นสู่การพูดคุยของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย มักจะมีการตัดสินที่เอนเอียงไปยังฝ่ายชาย ว่าตามประเพณี วัฒนธรรมของคนม้งที่ปฏิบัติตามๆ กันมาฝ่ายชายสามารถทำได้ สามารถมีเมียได้หลายคน สามารถเที่ยวเตร่นอกบ้านได้หรือให้ฝ่ายหญิงทนไปก่อน แล้วจะอบรมฝ่ายชายให้ สุดท้ายทุกอย่างก็หายไปกับสายลม เมื่อไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหญิงที่ไม่สามารถยอมรับเรื่องราวได้ นำสู่การคิดมาก และเป็นที่มาของอาการทางจิตเวชต่างๆ

จากกรณีศึกษาจริงของผู้หญิงม้งคนหนึ่งมีอาการปวดท้อง ปวดท้องน้อย คลื่นไส้อาเจียน นอนไม่หลับ ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นประจำและบ่อยมาก โดยอยู่บ้านแค่ 4-5 วันต้องกลับไปนอนโรงพยาบาล

ซึ่งผู้ป่วยรายนี้คิดว่าตัวเองเป็นมดลูกอักเสบบ้าง รังไข่อักเสบบ้าง ลำไส้บ้าง คิดเองต่างๆ นาๆ ให้ยารักษาแล้วก็ไม่ดีขึ้น ส่งตัวไปตรวจกับโรงพยาบาลที่ใหญ่ขึ้น มีการตรวจรูปแบบต่างๆ ก็ไม่พบความผิดปกติ ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้

เมื่อแผนกจิตเวชมาคุยกับผู้ป่วยรายนี้พบว่าผู้ป่วยมีปัญหากับสามีบ่อยมาก ถ้าอยู่บ้านสามีจะมีเมียน้อยนอกบ้านจะออกไปอยู่กับเมียน้อย ตนเองก็รังเกียจที่สามีไปมีเมียน้อย ก็ไม่อยากนอนกับสามี ต้องแยกกันนอน รวมทั้งตนกับสามีมีลูกด้วยกันหลายคน อยากให้สามีมารับผิดชอบครอบครัวเหมือนเดิม ตนพยายามขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้อง ก็ไม่มีใครแก้ปัญหาให้ได้ เพราะญาติพี่น้องบอกว่าผู้ชายทำได้

ผู้ป่วยกลับจากโรงพยาบาล 4-5 วันก็จะมีอาการเหมือนเดิมกลับมาตลอด ซึ่งแพทย์หลายคน ได้วินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการทางจิตเวชและให้ยารักษา แต่ผู้ป่วยไม่รับว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยจิตเวช และไม่ยอมกินยา อาการก็ไม่ดีขึ้น นี่เป็นผู้ป่วยรายเดียวเท่านั้น ซึ่งข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้พบว่าผู้หญิงม้งมีอาการทางจิตเวชเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างของสังคมม้งที่ยังมีความเอนเอียงให้สิทธิแก่ฝ่ายชาย ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่า ทีเป็นมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และนำสู่ปัญหาการเจ็บป่วยด้วยอาการจิตเวชของฝ่ายหญิง ในรายที่ยอมรับไม่ได้

ถ้าหากใครมีญาติพี่น้องผู้หญิงที่มีอาการเหล่านี้คือ ปวดท้อง ปวดท้องน้อย ปวดร้อนตามท้อง ตามตัว คลื่นไส้อาเจียน เป็นๆ หายๆ พาไปตรวจรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ก็ไม่ดีขึ้น แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยโรคหรือหาสาเหตุที่เป็นได้ ให้ลองเข้าหาแผนกจิตเวชของโรงพยาบาล โดยเฉพาะในรายที่มีประวัติ ภูมิหลังที่ไม่ดี มีปัญหาทางครอบครัว เรื่องสามี ภรรยา รวมทั้งถ้าผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการทางจิตเวชแล้ว ให้ผู้ป่วยและญาติยอมรับความจริง ยอมรับการรักษาและต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเข้าใจ

ปัญหาเหล่านี้ในสังคมม้ง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนความคิด ให้เหมาะสมกับยุคสมัย และร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องตามหลักสากล หรือหลักกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกผ่าย ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคม

เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นปัญหาของผู้หญิงในสังคมม้ง แต่การจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องเริ่มต้นที่ฝ่ายชาย ถึงเวลาหรือยังที่ชายม้งจะตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ ซึ่งครั้งหนึ่งแม่ของพวกเราเองก็เคยประสบมา ..EdiTor

ร่วมกันสรรค์สร้างสังคมให้น่าอยู่
เพื่อนชาวดอย