ปัญหายาเสพติดกับคนม้ง และผืนแผ่นดินไทย

บทความส่งมาโดยพี่ ทนายความม้ง/Hmong Lawyer Thailand.

สังคมคนไทยโดยทั่วไป มักจะมองและเหมารวมว่า คนม้งเป็นคนที่ชอบค้ายาบ้า ทำผิดกฎหมาย แต่ก่อนคนม้งก็เคยถูกเหมารวมว่าเป็นคนที่ทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอย

แต่อยากจะขอเรียนชี้แจง ให้มองเห็นถึงสภาพความจริงว่า คนม้งมีเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับคนไทยทั้งประเทศ เวลามีคนไทยถูกจับ ก็จะมองดูเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ค่อยมีใครที่จะสนใจเอาใจใส่ ซึ่งต่างกับเวลาที่คนม้งถูกจับ ก็จะมีความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง

คนม้งมีจำนวนน้อย แต่ป่าในประเทศไทยถูกทำลายไปมากมาย ถ้าเป็นคนที่มองและเข้าใจอะไรอย่างถ่องแท้และลึกซึ้งแล้ว ผมว่าจะเข้าใจดีครับ แต่ธรรมดาของมนุษย์ ที่มักมองอะไรง่ายๆ และโดยผิวเผิน มองในมุมที่แคบๆ ซึ่งเราไม่สามารถที่จะไปทำให้เขาคิดเหมือนเช่นเราคิด และเขาก็ไม่สามารถที่จะมาทำให้เราคิดเหมือนที่เขาคิด

มนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งบนโลกใบนี้ หากจะพูดว่าเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งเหมือนสัตว์อื่นๆ แต่เป็นเพียงคนละประเภท และสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์โดยทั่วไปก็คือ คุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม และความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์

ในหลวงท่านทรงตรัสเป็นพระบรมราชาโอวาทให้พวกเราคนไทยทุกคนว่า

?เราไม่สามารถจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ ในสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี?

ศาสนาพุทธเองก็มีคำพูดคำสั่งสอนที่ว่า ?นานาจิตตัง? คือต่างจิตต่างใจ ต่างความคิด คนม้งก็รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไทย รักผืนแผ่นดินไทย เช่นคนไทยทุกคนครับ

พี่น้องม้งครับ ในหลวงท่านทรงตั้งชื่อเอาไว้เรียกพวกเราว่า “ชาวไทยภูเขา” คือพวกเราเป็นคนไทยที่อยู่บนเขา ขอให้พวกเราสำนึกในบุญคุณของผืนแผ่นดินไทย ที่ให้พวกเราได้อยู่อาศัย อะไรที่จะทำเพื่อแผ่นดินนี้ได้ ขอให้พวกเราอย่าได้ละเลยครับ

32 Comments

  1. คนด้อยโอกาส

    ข่าว เรื่อง ยาเสพติด เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าเหมารวมแล้วผิดชนเผ่า ก็จะเป็นสิ่งที่ผิดๆ เช่น ข่าววันที่ พฤศจิกายน 13, 2010 ที่มา; (http://www.isnhotnews.com/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94/) รายที่ 2 เป็นผลงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.3 ร่วมกันจับกุมแก๊งค้ายาบ้าชาวเขาเผ่าม้ง 5 คน ประกอบด้วย 1.นายอะซึ เล่ายี่ป่า อายุ 28 ปี 2.นายดวงจันทร์ สินลี้ อายุ 41 ปี 3.นายอะหมี่ สินลี้ อายุ 41 ปี 4.น.ส.อำพรรณ เปียผะ อายุ 29 ปี และ 5.นายอนุพงษ์ เปียผะ อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 98,000 เม็ด โดยจับกุมได้บ้านเลขที่ 120 หมู่ 4 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ต่อเนื่องปั๊มน้ำมัน หจก.เชียงใหม่พลอยมาลัย หมู่ 3 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง

    ซึ่งการจับกุมครั้งนี้สืบทราบว่ากลุ่ม ผู้ต้องหาเป็นเอเยนต์ค้ายาบ้ารายใหญ่ จึงทำการล่อซื้อจากกลุ่มผู้ต้องหาเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านบาท ก่อนจะนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อผู้ต้องหามาตามนัด ชุดจับกุมจึงรวบเอาไว้ได้ทั้งแก๊ง และควบคุมตัวมาสอบสวน ก่อนแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ดูจากนามสกุล แล้วคงไม่ใช่คนม้ง แน่นอน แต่เมือข่าวออกไป ยิ่งลงข่าวออนไลน์ ด้วย คนม้งก็ต้องรับแพะอีกแล้วว่า ม้งค้ายาเสพติด

    สิ่งที่ข่าวออกนั้น บางครั้งก็ทำลายชื่อเสียงให้กับอีกกลุ่มหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจก็มี การข่าวแย่ๆ สังคมจึงแตกแยงถึงทุกวันนี้

  2. EdiTor (Post author)

    ผู้คนภายนอกสะท้อนมุมมองออกมาในลักษณะนี้ เราก็พอได้ทราบกันแล้ว แล้วถ้าย้อนกลับมาถามพวกเราคนม้งกันเอง พวกเรามีมุมมองต่อตนเองอย่างไร ในเรื่องของยาเสพติด

    ที่คุณ คนด้อยโอกาส นำเสนอมานั้นผมเองก็เคยเห็นข่าวทางทีวีลักษณะนี้ คือข่าวบอกว่าเป็นชาวเขาเผ่าม้ง แต่พอบอกชื่อแซ่ผู้กระทำผิดแล้วกลับไม่ใช่คนม้ง

    มองในแง่ดีก็คือผู้คนเริ่มรู้จักเรามากขึ้น และคำว่า “ม้ง” กลายเป็นคำที่ติดปากไปแล้ว

  3. Cowgirl

    คุณ Editor เลือกหัวข้อได้โดนใจอีกแล้วค่ะ
    บางครั้งเห็นข่าวค้าค้ายาบ้าถูกจับได้มักจะเหมาเป็นเผ่าม้งหมดเลย

  4. ทนายความม้ง/Hmong Laywer Thailand

    ผมทำคดียาเสพติด มามากมายหลายคดี คนมักมองว่าไปช่วยคนที่ทำผิดทำไม ก็อยากจะขออธิบายและชี้แจงด้วยเหตุและผลว่า คนทุกคนอยากเป็นคนดี อยากร่ำรวย อยากมีหน้ามีตาอยู่ในสังคม อยากอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี บางคนก็ทำเหมือนคนอื่นๆ ทำ แต่ทำไมตนเองถึงไม่ร่ำรวยเหมือนคนอื่นๆ มีคำพูดสุภาษิตพูดไว้ว่า “แข่งเรือแข่งพาย แข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันไม่ได้” หรือที่พูดว่า “พระพรหมท่านลิขิตไว้” ถึงแม้ว่าบุญวาสานาจะมีจริงหรือไม่ หรือพระพรหมท่านจะมีจริงหรือไม่ ไม่มีใครจะรู้ครับ แต่สัจธรรมความจริงก็คือ ต้องทำ ต้องดิ้นรน ต่อสู้ ถึงแม้จะไม่ร่ำรวย แต่ก็คงไม่อดตายครับ บางครั้งโชคชะตาก็มักกลั่นแกล้งเล่นตลกกับเราเสมอ ถ้าเราไม่อดทน ไม่ต่อสู้ดิ้นรนให้เราหลุดออกมาจากตรงนั้น เราก็ต้องตายอยู่ตรงนั้น ถึงแม้โชคชะตาเราจะถูกกำหนดเอาไว้ แต่หากเรามุ่งมั่นตั้งใจ โชคชะตาก็ไม่อาจที่จะทำอะไรเราได้ หรือจะมีผลบ้างก็คงแบ่งเบาและทุเลาไปได้บ้าง ผมทำอาชีพตรงนี้ ผมมักพูดกับลูกความผมเสมอว่า อย่ายอมแพ้ เราต้องอยู่ให้ได้ ถ้าเรายังพอมีกำลังที่จะต่อสู้ ให้สู้ต่อไป ถ้ายอมแพ้ ก็จะต้องตาย ต้องติดคุก ต้องถูกประหารชีวิต ชีวิตในคุกคือการเอาไปลงโทษ ชีวิตในนั้น 1 วันเหมือน 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์เหมือน 1 เดือน 1 เดือนเหมือน 1 ปี มันช่างแสนทุกข์ทรมานครับ ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีทั้งหลาย ท่านเหล่านั้นก็เป็นมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งเหมือนพวกเรา มีรัก โลภ โกรธ หลง เช่นพวกเรา พวกเราอาจมองและคิดว่า คนม้งเราถูกตั้งแง่รังเกียจ และถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกรังแก ถูกเหยียดหยาม แต่เท่าที่ผมทำคดีมา ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกครับ ท่านเหล่านั้น บางคนก็มีความเมตตา มีความกรุณา มีความสงสารพวกเรา และตัดสินคดีด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม มีคนม้งมากมายครับ ที่ศาลพิพากษาตัดสินยกฟ้อง หรือตัดสินให้ชนะคดี ขอให้พวกเราเข้าใจว่าทุกอย่างไม่ใช่ได้มาง่ายๆ ล้วนเกิดขึ้นจากการดิ้นรนต่อสู้ และใช่ความมานะ บากบั่น ความอุตสาหะ ถึงจะได้มาซึ่งสิ่งที่เราต้องการ ผมเองลำบากแค่ไหน กว่าจะมาอยู่ตรงจุดนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้และเข้าใจ ถึงความยากลำบากที่ผมประสบมา ผมกับอาชีพทนายความ ในฐานะคนม้งคนหนึ่ง มันไม่ง่าย พวกเราคนม้ง ลองมองรอบๆ ตัวท่านดูมีคนม้งที่ทำอาชีพนี้โดยมืออาชีพ ด้วยความชำนาญ และอยู่ในอาชีพนี้ได้จะมีสักกี่คน เท่าที่ผมทราบก็มีหลายคนสอบได้เป็นทนายความ และมีอีกมากมายที่เรียนจบนิติศาสตร์(จบกฎหมายมา)แต่จะสามารถนำวิชาความรู้ที่เรียนมา มาใช้ได้ไหม ที่ผมพูดก็เพียงเพื่อเตือนสติในแง่ของความคิด และมุมมองว่าจะทำอะไรขอให้รู้จริง รู้ให้ถ่องแท้ และมุ่งมั่น ดังเช่นคำพูดที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น” ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม อย่ามัวแต่โทษโชคชะตา อย่ามัวโทษคนอื่น ทำตัวเราให้ดีเถอะครับ ส่วนคนอื่นเขาจะว่าอะไร พูดอย่างไร ก็ช่างเขา ไม่มีใครที่จะรู้จักตัวของเราดีเท่ากับตัวของเราเองหรอกครับ สำหรับกับคำพูดของคน กับปากของคนที่พูด ได้มีสุภาษิตพูดเปรียบเทียบเอาไว้ว่า “ปากของคนยาวยิ่งกว่าปากของอีกา” ขอส่งใจและเป็นกำลังใจให้กับคนที่มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ ขอให้จงประสบความสำเร็จดังที่หวังและตั้งใจครับ และสุดท้ายอย่าลืมทำความดีครับ ถ้ามีโอกาสที่จะทำ

    ทนายความม้ง/Hmong Lawyer Thailand.

  5. EdiTor (Post author)

    คุณ Cowgirl (ชื่อนี่นะ..) เจ้าของบทความคือพี่คนนี้ครับ ทนายความม้ง/Hmong Lawyer Thailand

    ก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆ ทนายความม้ง รวมถึงน้องๆ ว่าที่ทนายความทุกคน ยืนหยัดเสียสละเพื่อพี่น้องม้งต่อไป ..ส่วนคนที่ค้ายาบ้าอยู่ ถ้าเลิกค้าเสีย นั่นคงจะเป็นกำลังใจอย่างดีสำหรับคนม้งที่ทำงานด้านกฎหมาย รวมถึงกำลังใจแด่เด็กๆ ที่ต้องแบกหน้าอยู่ในสังคมนี้

  6. Dude Thao

    Editor is right. what Thai views Hmong are is exactly. Here are the reasons Thai has forced Hmong at NamKhao back to Laos. Besides Hmong didn’t practice Buddhist. They are millions of Burma and Khmer living in Thailand. They can stay as refugees because they have same religions. We must not be hunters, don’t plant and sell any drugs, try to make farm properly and choose at least 1 religion. By this way, we can change and live with others. The king in Thailand is great.We appreciate in Him.

  7. Dude Thao

    I have read many newspapers. Sometimes they said bad about Hmong regarding drugs.They even said that Hmong has a company that produced drugs. In my heart and reality, I don’t think that Hmong can. If you are Hmong and you have read an article that is not correct about Hmong; please write a letter to the Editor, and proof the fact. By this way, they will treat us better. In my life, I never see a person who sells and use drugs(cocin,opium,yabab..)living long.He or she must end at jail and died at least.Hmong wake up! If you don’t know how to do for living, look for the sky and ask for God with hearbroken and humble to Guide you.There is God. Why you don’t trust and believe in him. Ask yourself who creat man and woman and everything on earth? Everything exits.

  8. EdiTor (Post author)

    bros Dude Thao all is not about religion, It’s all about drugs. We should be recognized and solved it urgently (and seriously).

    Thanks for your advice about writing to the newspaper. Media and drugs should be solved together. I’ll write to the Editor next time I found something wrong on the newspaper, hopefully they’ll respond.

    P.S. Thailand’s Gov planing to forced Burmese refugees leave the country. Right now they just have not found a good way (reason) only.

    Most of the Hmong have no god, so they may just humble to themselves. :)

  9. ติดตามอ่่านมา

    ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่ Editor เขียนมาครับเกี่ยวกับการทัศนคติของหน่วยงานภาครัฐ (ที่มีจำนวนน้อย )ที่มีต่อคนม้ง ไม่ไช่ว่าคนม้งไม่นับถือศาสนาพุทธเหมือนกับคนไทยส่วนมาก (มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ศรัทธาและนับถือศาสนาคริสต์ หากผมตีความคำว่า God ของคุณ Dude Thao ถูกต้อง )หากแต่เป็นเรื่องของยาเสพติดล้วนๆ ครับ คนม้งมีจำนวนน้อยที่ทำธุรกิจยาเสพติดขณะเดียวกันมีจำนวนมากกว่ามากๆ ที่ไม่ทำ ดังนั้นเวลาเจ้าหน้าที่รัฐจับได้มันเป็นปกติครับที่ข่าวจะลงว่าเป็นชนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้และส่วนมากแล้วพี่น้องเรามักถูกให้ขึ้นชื่อครับเพราะเรื่องพวกนี้เราดังสุดในบรรดาชาวไทยภูเขาครับและไม่ไช่ดังเฉพาะตอนนี้แต่เป็นมานานแล้ว สิ่งสำคัญที่เราคนม้งไม่ตระหนักคือเราอยากรวยแต่ทัศนคติในกระบวนการเข้าถึงความร่ำรวยไม่ค่อยดีเท่าไร (พูดถึงเฉพาะความเป็นปัจเจกบุคคลนะครับ ไ่ม่ได้พูดถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย)คนม้งเราหากรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีมักจะมีคนยกย่องว่าเก่งแต่หากว่าถูกจับได้แล้วจะเสียเงินเท่าไรเพื่อให้พ้นจากคดีก็ยอม เราคนม้งกลัวอำนาจในบ้านเมืองและเจ้าหน้าที่ครับ แต่เราไม่ตระหนักถึงมันเท่าที่ควร

    ยาเสพติดบ่อนทำลายความมั่นคงครับดังนั้นทำไมถึงขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เสมอและไม่ไช่เฉพาะประเทศไทยเ่ท่านั้นแต่เป็นทั่วโลก

    K.Dude Thao, I do not think that all Burmese or other ethnicities who reside in Thailand practice Buddism. Great numbers of them practice other religions but the point they can stay here is that they might come to Thailand legally or illegally but they are recognized by Royal Thai Government e.g. migrant workers. Hmong in Huay NamKhao village were deported back to Laos because [from the media and RTGs]they fled to Thailand without any reasons and they are not recognized as a refugees by Laos and RTGs government. This article is only about drug and it does not have anything to do with Religions, ethnicities or careers.

  10. คนหลงทาง

    อันที่จริงประเด็นนี้ไม่ยาก
    ถามว่าม้งเรายุ่งกับยาเสพติดมากน้อยเพียงใด
    จะมีจำนวนน้อยหรือจำนวนมาก อันนี้ให้เป็นที่สังเกต
    หากเด็กม้ง 100 คน รองถามดูสิว่าเด็กม้งที่อายุ 15 – 16 ปี
    เคยเห็นฝิ่น เคยเห็นยาบ้าไหม
    แน่นอน อันนี้ความคิดส่วนตัว ว่าสักครึ่งหนึ่งแหละ ที่อาจไม่เคยเห็นแต่เคยได้ยินชื่อ
    และแน่นอน ต้องมีสักหน่อยหละ ทีเคยได้ลอง
    ง่ายที่สุดลงมา ก็ให้สังเกตคนในครอบครัวดูสิ
    ว่ามีใครบ้างไม่เคยไปยุ่งกับยาเสพติด ประเภทนี้สักครั้งเดียว
    แล้วคิดว่าผลก็จะออกมาในใจ ของทุกคนเอง
    แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้คิดอย่างหลายๆคนว่า
    ม้งเราส่วนน้อยที่ยุ่งกับยาเสพติด ผมคิดว่าแม้คนที่ยุ่งกับยาเสพติ
    เป็นคนม้งคนเดียวอันนี้ก็ใช้ไม่ได้แล้ว จึงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมามั่วมากล่าวแก้ตัวมา
    ส่วนน้อยยุ่ง ส่วนมากไม่ยุ่ง เพราะแม้ยุ่งคนเดียว ม้งทั้งและลูกหลานม้งในละแวกนั้นเดือดร้อนกันหมดแล้ว คนยุ่งคนหนึ่ง จะมีคนเสพยาเป็นร้อยเป็นพัน
    และส่วนน้อย ของหลายท่าน หมายถึงครึ่งคนหรือเปล่า? แน่นอนมันต้องมากกว่าครึ่งคน
    ไม่นั้นจะไม่มีชีวิตมาขายยาเสพติดได้ ดังนั้นไอ้ที่ว่าส่วนน้อย อยากทราบว่าน้อยแบบไหนครับ
    แค่่ส่วนน้อย ลูกหลานม้งก็ติดยางอมแงมไปหมดแล้ว ดังนั้นแม้จะน้อยขนาดไหน
    แม้จะเป็นแค่คนเดียว แต่ความเสียหายหมายถึงคนระแวกนั้นทั้งหมด
    เหมือนไม้ขีดก้านเดียวถามว่าน้อยไหม ก็น้อย แต่ได้ไหม้ขึ้นมากภูเขาหลายๆลูกก้อาจถูก
    เจ้าก้านไม้ขีดก้านเดียวนี้ ไหม้จนหมด
    ดังนั้น ผมไม่สนใจว่าม้งเราจะยุ่งน้อยยุ่งมาก ถ้าได้ยุ่งแล้วแก้ไขด่วนครับ
    คือว่า ใช้การไม่ได้แล้ว

  11. Ong

    What’s happen?? Dude Thao..
    Religions is not necessary for us. Look to the sky and think god ohh what pity people..

  12. ติดตามอ่่านมา

    ถึงคุณหลงทาง ผมหมายถึงคนม้งที่ทำธุรกิจยาเสพติดครับ คือหมายความว่ามีใว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
    ที่คุณเขียนว่า
    “ว่าสักครึ่งหนึ่งแหละ ที่อาจไม่เคยเห็นแต่เคยได้ยินชื่อ” ผมคิดว่าคุณก็ไม่ได้หมายความว่าประโยคนี้ของคุณหมายถึงเขาเหล่านี้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนะครับ ผมคิดว่าคำว่า “เคยได้ยินชื่อ” ไม่ได้หมายความถึงเข้าไปยุ่งเี่กี่ยวข้องกับยาเสพติดนะครับ

    “ก็ให้สังเกตคนในครอบครัวดูสิว่ามีใครบ้างไม่เคยไปยุ่งกับยาเสพติด ประเภทนี้สักครั้งเดียว” คุณมีข้อมูลเป็นตัวเลขทางสถิติไหมครับ ว่าต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนในทุกๆ ครอบครัวของคนม้งยุ่งหรือเคยยุ่งกับยาเสพติด หรือคุณตีความอย่างไรครับ

    ผมเห็นด้วยกับคุณนะว่า แค่มีหนึ่งคนพัวพันกับยาเสพติดไม่ว่าเพื่อการค้าหรือเพื่อเสพเองมันก็เกินพอและไม่สมควรต้องมีเลยแต่หากว่าคนเราัมีหลายประเภทครับดังพระบรมราโชวาทของในหลวงท่านว่า
    ?เราไม่สามารถจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ ในสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี? ดังนั้นประเด็นไม่ได้อยู่ที่จะทำให้คนม้งทุกคนที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย (เช่นยาเสพติดที่กล่าวในบทความนี้)เลิกแต่ทำอย่างไรให้คนอื่นตระหนักถึงภัยของยาเสพติดมากกว่าและหลีกให้ห่างไกลจากยาเสพติดรวมทั้งมาตรการของรัฐที่มีต่่อยาเสพติดมากกว่าครับ และผมคิดว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงหน่วยเล็กๆในสังคมทุกหน่วยทุกคนแ้ก้ไขอยู่ครับไม่ว่าแก้ไขที่ตัวปัจเจกบุคคล (ทั้งเพื่อจำหน่ายหรือเสพ)ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่ และสร้างระบบขึ้นมา (เช่านกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดต่างๆ,ปปส)เพื่อปราบปรามหากแต่อาจห่างไกลจากโลกแห่งความฝันที่ไม่ต้องมีด้านมือแค่นั้นเอง
    ผมชอบแนวคิดของคุณคนหลงทางนะครับเพราะไม่อวยกันไปอวยกันมา ตรงซึ่งแนวคิดและความรู้สึก

  13. ติดตามอ่่านมา

    ขอแก้ไขจาก “ไม่ต้องมีด้านมือแค่นั้นเอง” เป็น “ไม่ได้มีแค่ด้านสว่างด้านเดียวเท่านั้นเอง”

  14. คนไม่มีแฟน

    พูดถึงเรื่องนี้ทีไร เศร้าอีกตามเคย…..
    ทุกวันนี้ผมเรียนอยู่กรุงเทพ เวลานัดไปเจอกับเพื่อนม้งต่างมหาลัย พอพูดภาษาม้งออกมาคำสองคำโดนเพื่อนด่าว่ามึงพูดภาษาม้งทำไมวะ … ผมตกใจ งง!!!
    ผมถามว่าทำไมวะกูพูดอะไรผิด เพื่อนผมมันบอกว่าเดี๋ยวคนอื่นเค้าก็รู้ว่าเราเป็นม้งหรอก…..

    อะไรเนี่ย ม้งเรามีคนรังเกียจขนาดนั้นชิวรึ ถึงขั้นไม่กล้าพูดภาษาม้ง
    แต่ก็อย่างว่า…..ภาพพจน์ของคนม้งเรามันก็แย่จริงๆในเรื่องยาเสพติด…

    ทำไมยิ่งรับรู้หลายๆเรื่องเกี่ยวกับม้ง ยิ่งทำให้ดูไปดูมามันเหมือนอนาคตของคนม้งเราจะมืดมนเหลือเกิน

    มันเศร้าใจอีกแล้ว…..

  15. คนหลงทาง

    อ้อครับ คนติดตามมาอ่าน อันที่จริงผมกล่าวไว้รวม
    ผมไม่ได้หมายถึงใครทั้งสินครับ และสถิติ หรือติดเสพเถิด
    อะไรผมก็ไม่ได้มี แต่อยากให้สังเกต อยากให้รู้จักตัวเองมากขึ้น
    เพราะสักวันหากมีคนในครอบครัวไม่ยุ่ง จะเดือดร้อนทั้งครอบครัวนะครับ
    และขอบใจที่ อุตส่าห์เห็นด้วยกับประเด็นความคิดของผม
    ขอบคุณครับ

  16. Nuch

    เรากลับมองว่าการที่ชนเผ่าม้งเกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติดเยอะ ส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะว่าเผ่าม้งอยู่ใกล้กับแหล่ง สามารถหาซื้อ ขายกันได้ง่าย มันเลยเป็นที่มา ว่าทำไมถึงโดนข้อกล่าวหานี้มากมายขนาดนี้ อยู่ใกล้มันก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องมาก มันเป็นเรื่องจริงที่มองข้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว

    และอยากจะบอกว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติด ผลลัพธ์มันไม่แตกต่างกันมากนักหรอก ที่เราเจอมาถ้าไม่ตาย ชีวิตครอบครัวก็ไม่มีความสุขหรอก คนม้งเราน่ะ พอรวยแล้วอะไรๆก็เปลี่ยนไปที่แย่ที่สุดคือ หัวหน้าครอบครัวที่ได้ชื่อว่าสามี และพ่อ ตอนไม่มีช่วยกันทำมาหากิน แบบขัดสนบ้างแต่ก็มีความสุข แต่พอหันหน้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติดร่ำรวย เปลี่ยนไปหน้ามือ เป็นหลังมือเลย เปลี่ยนเป็นผู้ชายเฮงซวย นอกใจภรรยา และอะไรอีกหลายๆอย่างตามมา จุดจบมันก็ไม่ต่างไปจากตายหรอก มันต่างกันตรงตายจริงๆ หรือว่าตายทั้งเป็น ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ช้าก็นาน ไม่เชื่อ ลองติดตามดูชีวิตคนพวกนี้ได้เลย

    พอเขียนไปแล้วก็เศร้าใจ ย้อนกลับมามองถึงเหตุผลที่ว่าทำไมคนม้งค้ายากัน บางครอบครัวก็น่าสงสาร และเห็นใจที่เค้าตัดสินใจทำไปแบบนั้น เพราะสังคมภายนอกบีบบังคับ ให้คนเราอยากได้ อยากมี ในเมื่อคน ไม่ใช่พระอิฐ พระปูน จะได้ไม่มีความอยาก อยากมี เหมือนคนอื่น ที่เค้าทำไปแบบนั้นก็พอเข้าใจว่าไม่มีการศึกษา มันเลยเป็นที่มาของหลายๆเหตุผลที่เค้าทำไป แต่เดี๋ยวนี้พอย้อนกลับไป คนสมัยนี้เรียนจบสูงๆ จบถึงปริญญาแต่กลับย้อนกลับมาค้ายาเหมือนเดิม เลยได้แต่คิดว่า นานาจิตตัง บางครั้งการศึกษามันอย่าจะช่วยอะไรไม่ได้ ตรงกันข้ามกลับทำให้เค้าเหล่านั้น เก่งขึ้น มีทางหนีทีไล่ของตำรวจมากขึ้นกว่าคนม้งที่ไม่มีการศึกษาทำด้วยซ้ำ

    บางครั้งเลยอดมองไม่ได้ว่ามันน่าจะมาจากการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก สภาพแวดล้อมการเป็นอยู่ และอะไรอีกหลายๆอย่าง

    เพราะฉะนั้นเรามองว่ารัฐบาลต้องหันมาจริงจังกับเรื่องนี้เหมือนตอน อดีตนายกทักษิณทำคือ ฆ่า ตัด ตอน เพราะตอนนั้น เราสังเกตเห็นเลยว่าแถวบ้านเราหาซื้อกันยากมาก ถึงหาได้ก็มีราคาแพง ธรรมดาอย่างม้งๆเราแถวบ้านไม่มีปัญญาซื้อแน่นอน และผลที่ได้รับคือ ปัญหาครอบครัวลดน้อยลง และอะไรอีกหลายๆอย่างดีขึ้น

    (ความคิดเห็นส่วนตัว ผิด ถูก ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย)

  17. คนไม่มีแฟน

    เพราะฉะนั้นเรามองว่ารัฐบาลต้องหันมาจริงจังกับเรื่องนี้เหมือนตอน อดีตนายกทักษิณทำคือ ฆ่า ตัด ตอน เพราะตอนนั้น เราสังเกตเห็นเลยว่าแถวบ้านเราหาซื้อกันยากมาก ถึงหาได้ก็มีราคาแพง ธรรมดาอย่างม้งๆเราแถวบ้านไม่มีปัญญาซื้อแน่นอน และผลที่ได้รับคือ ปัญหาครอบครัวลดน้อยลง และอะไรอีกหลายๆอย่างดีขึ้น

    ผมว่าอันนี้แรงไปนะครับ มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเลย(เพิ่มปัญหามากกว่านะครับ)
    ผมว่าการจะนำมาตรการใดๆมาใช้มันต้องคิดให้รอบคอบรอบด้าน…..
    คนบริสุทธิ์จำนวนมากที่ถูกทำร้ายจนแตกสลายทั้งครอบครัวทั้งที่เขาไม่ได้ทำผิดเลย
    การฆ่าตัดตอนเป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้หากินมากกว่าครับ…..
    การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือม้งเราทุกคนควรออกห่างไม่เข้าไปยุ่ง…แค่นี้ก็หมดปัญหา

    แต่ก็อย่างว่า เราไม่สามารถห้ามใครได้ ทางที่ดีก็คือ เริ่มจากตัวเราเองก่อนครับ…
    ก็ได้แต่หวังว่าคนม้งเราจะตาสว่าง หันมาทำแต่สิ่งที่สร้างสรรค์

    เลิก – แต่งงาน/ท้อง ก่อนวัยอันควร
    – เลิกขาย/เสพ ยาเสพติดชนิดต่างๆ
    – เลิกตีกันซะที + เลิกซะนิสัยขี้เกียจเรียน…..

    ถ้าคนม้งรุ่นใหม่ทุกคนตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน/ทำธุรกิจ(ต้องมีความรู้)
    ผมเชื่อว่าอีกไม่นานคนม้งเราจะสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงและเหนียวแน่น
    เมื่อถึงเวลานั้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้จะต้องสามารถแก้ไขได้อย่างแน่นอน…..

  18. hmonger

    ฆ่าตัดตอนเป็นมาตรการที่เห็นผลที่สุดแล้ว อย่าเอาแต่ท่องคุณธรรม จริยธรรมอยู่เลย ลูกหลานติดยางอมแงมจะแก้ยังไง อย่ามัวแต่ไปเสียเวลาปลูกจิตสำนึกมันไม่ทันกินหรอก ปลูกกันมานานมันไม่โตซะที ฆ่าตัดตอนซะก็หมดเรื่องถึงโดนคนบริสุทบ้างก็คงไม่เท่ากับที่คนบริสุทถูกยาย้าฆ่าตายหรอก

    ถ้าไม่กล้าฆ่าตัดตอนก็รอให้มันเมายาแล้วมาฆ่าคุณเองก็แล้วกัน ก่อนที่เมืองไทยจะเป็นเหมือนคิวบาและเม็กซิโก ที่นั่นตำรวจถูกฆ่าตัดตอนเสียเองโทษฐานที่กล้าไปจับยาของพวกพ่อค้ายา

    รักนะพี่น้อง

  19. Nuch

    ใช่ค่ะ เห็นด้วยกับคุณ hmonger เพราะถ้าไม่จริงจังกับเรื่องนี้ คุณๆ ก็เห็นกันอยู่แล้วว่ามันก็ยังคงเดิม ที่ว่าแบบนี้ เพราะตั้งแต่มีปัญหายาเสพย์ติดมา ประเทศไทยเรายังไม่มีมาตราการไหนเด็ดขาด และตัด ตอนได้ดีเท่านี้เลยจริงๆ ก็ต้องมองถึงผลประโยชน์โดยมาก ไม่ใช่มองแค่มุมแคบๆ เพราะตอนนี้มัวแต่มานั่งประชุมเถียงกันว่าวิธีไม่นี้ดี วิธีนี้รุนแรง ไม่ทำอะไรกันสักที พวกคนที่ค้า คนที่เสพย์ เลยพากันร่าเริง คนขายก็ร่ำรวยกันไป คนที่สูบก็ฆ่า ทำร้ายผู้คนกันไป เลยเป็นที่มาของปัญหายาเสพย์ติดระบาดกันมากมายในขนาดนี้

    (ความคิดเห็นส่วนตัว ผิด ถูก ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย)

  20. นพ.กันตพงศ์ เล่าลือพงศ์ศิริ

    ผมเคยทำงานอยู่ที่ศูนย์บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด เชียงใหม่ ประมาณ 3 ปี
    ได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวต่างๆของผู้เข้ารับการบำบัดมากมาย
    ในจำนวนคนหลายพันคนที่ผ่านผมไป มีคนม้งอยู่ด้วยกลุ่มหนึ่ง
    มีทั้งคนสูงอายุ คนวัยกลางคน และคนที่มีอายุวัยผู้ใหญ่ตอนต้น
    มีทั้งเพศชายและเพศหญิง ขณะนี้ผมย้ายออกมาจากที่นั่นแล้ว มาปฏิบัติงานอยู่ที่ รพ.ชุมชน
    แต่ก็ยังพบเห็นทั้งจากประสพการณ์ตรงในการรักษาคนม้ง และข่าวจากสื่อเมื่อไม่นานมานี้
    (และผมก็คิดว่าจะยังมีข่าวม้งค้ายาบ้าออกมาอีกเรื่อยๆ)
    ในความคิดส่วนตัวของผม คนม้งที่ค้ายาบ้าก็เหมือนกับคนอื่นๆที่ค้ายาเสพในประเทศไทย
    นั่นคือ เป็นความโลภ เป็นความมักง่าย เป็นความไม่รับผิดชอบต่อสังคม ที่สำคัญ…
    เป็นทางที่เลือกเดินเอง ทั้งๆที่ประสพการณ์ก็สอนให้ทุกสังคมรู้อยู่แล้วว่า
    คนค้ายา มีแต่ตายกับติดคุก
    ที่จะไปตลอดรอดฝั่งร่ำรวยมหาศาล ผมไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่า
    แต่เท่าที่เห็นมักจะลงเอยแบร้ายๆไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ
    สังคมไทย เป็นสังคมพิกลพิการ ผู้คนยังหลงมัวเมาในวัตถุ ทรัพย์สิน ผู้คนยังห่างไกลจากหลักศาสนาที่สอนให้รู้จัก”พอ” จริงๆแล้ว คนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า อาหาร 3 มื้อและความอบอุ่นทางใจ
    เราได้เห็นปัญหายาเสพติดอันเลวร้ายในสังคมม้งมานานกว่า 10 ปีแล้ว
    เราได้เห็นคนม้งถูกอุ้มสาบสูญ คนม้งถูกวิสามัญ คนม้งถูกจับเข้าคุกตะราง ลึกไปกว่านั้นคือ
    ผลพวงต่างๆ??? ครอบครัวที่แตกกระจาย สามีติดคุก ภรรยามีสามีใหม่ ลูกเป็นเด็กมีปมด้อย ฯลฯ
    นี่ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ แต่นี่คือดัชนีชี้วัดความล่มสลายของสังคมม้งที่ชัดเจนที่สุด ในขณะที่คนม้งในหมู่บ้านต่างๆ ยังมีการพัฒนาไปในทิศทางต่างที่ไม่ชัดเจน
    หลายครั้งที่ผมมานั่งทบทวนวิเคราะห์ ว่าทำไมคนม้งจึงยังวนเวียนอยู่ในกระแสยาเสพติด
    ทั้งๆที่หนทางทำมาหากินมีเยอะแยะ ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าโทษทางกฏหมายคืออะไร?? ผมพยายามที่จะทำความเข้าใจ และให้ความเห็นอกเห้นใจในคนเหล่านั้น ที่ต้องค้ายาบ้า แต่ในที่สุด คำตอบทั้งหมดของการค้ายาบ้า ก็คือต้องการ”เงิน” หนทางการหาเงินมันมีแค่การค้ายาเท่านั้นหรือ??? ถึงต้องยอมเอาชีวิตเข้าแลก เอาเกียรติภูมิของคนม้งเข้าแลก??
    ผมเชื่อว่า มนุษย์ อยากเป็นอะไรก็เป็นได้ หากรู้จักเรียนรู้วิธีที่ถูกต้อง
    ลองเรียนรู้บริบทของตนเองอย่างลึกซึ้งสักครั้ง ลองเรียนรู้การหาความสุขโดย”ไม่ใช้เงิน” บ้าง
    ลองเรียนรู้ที่จะลดความต้องการที่ไม่จำเป็นต่างๆให้น้อยลง ลองเรียนรู้ที่จะสร้างความสุขให้กับตนเองและคนรอบข้างอย่างเรียบง่าย เชื่อว่า ความสุขจะปรากฏอยู่ในความรู้สึกของท่านอย่างแน่นอน
    ช่วงนี้ ใกล้ตรุษจีน
    มีคำๆหนึ่งที่สื่อใช้เรียกคนจีนในประเทศว่า “คนไทยเชื้อสายจีน”
    เป็นคำที่ฟังแล้วรู้สึกว่า นี่เป็นคำที่เรียกขาน ที่ใหความรู้สึกเชิง”บวก” เพราะว่าคนจีน
    เป็นชนชาติที่ขยันทำมาหากิน สร้างเศรษฐกิจให้ประเทศรุ่งเรือง
    ดูจากตระกูลคนจีนดังๆในประเทศ ผู้นำประเทศหลายคนก็มีเชื้อจีน
    เมื่อคนจีน ทำแต่คุณงามความดีให้ประเทศ เมื่อพูดถึงคนจีน สังคมก็ยกย่องในความเป้นคนดี คนขยัน คนรวย….
    หันมามองคนม้ง สิ่งที่ผ่านมา
    สมัยเด็กๆ เรียนหนังสือ หนังสือก็ตีตราแล้วว่า ชาวเขาทำไร่เลื่อนลอย ตัดไม้ทำลายป่า
    ความจริงก็คือ”จริง”ครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของประเทศ บางจังหวัดทางภาคเหนือ ที่ไม่มีคนม้ง
    ป่าไม้ก็เรียบ!!! ใครว่าไม่จริง
    สมัยปัจจุบัน คนร่วมสมัย ยังคงเห็นการสูบฝิ่นอยู่บ้าง แต่ปัญหาหนักที่สุดคือยาบ้า โดยเฉพาะการ”ขาย” และก็ตกเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ อย่างที่เราเห็น
    เราจะเรียกมันว่าเป้นความล่มสลาย หรือความถดถอยของสังคมม้งหรืออะไรก็แล้วแต่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นเรื่องของคนทุกคน
    สิ่งที่เราอยากเห็น…..คนม้งสะอาด บริสุทธิ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาบ้าเด็ดขาด
    ทุกท่านที่มีโอกาสอ่านจนถึงบรรทัดนี้ ท่านคิดว่า มีอะไรบ้าง ที่เป็นบันไดสู่สังคมอุดมคตินี้ได้บ้างครับ
    ใครมีความคิดเห็นดีๆ โพสต์ให้ทุกคนได้ร่วมกันจรรโลงความคิดกันนะครับ

  21. EdiTor (Post author)

    พี่หมอ กันตพงศ์ พูดได้จับใจ สิ่งแรกที่ม้งเราต้องปรับปรุงคือการคิดอ่านอย่างตรงไปตรงมา ไม่เอาอคติทางชาติพันธุ์ (จำพวกชาตินิยม) มาปกป้องตัวเอง เพื่อเป็นการปลดล็อกให้กับสังคมม้งเรา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรายังไม่ยอมรับว่าสังคมเรามีปัญหา เราก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นแก้ตรงไหน

    นอกเหนือจากยาเสพติด และการตัดไม้ทำลายป่าที่พี่หมอกล่าวมาแล้ว ม้งเรายังถูกปรามาสว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่รักบ้านเกิด เพราะอย่างนี้หรือเปล่าเราถึงไม่ใส่ใจแก้ปัญหาในสังคมของเรา รวมถึงการปล่อยให้ชุมชนเสื่อมโทรมไปเรื่อยๆ โดยไม่ยอมทำอะไร

  22. ครูคนไทย หัวใจไทย

    ไม่ว่า ม้ง หรือคนชนชาติใดในปัจจุบัน ใต้ ออก ตก กลาง ต่างได้รับผลกระทบกับยาเสพติดทั้ง หากไม่มีคนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงินทอง ยาเสพติด(ไม่แต่ยาบ้า ยาอี ยาไอซ์) สังคมโลกในปัจจุบันจะเจริญขึ้นเยอะ ที่สำคัญคนที่มีโอกาศสร้างฐานกำลัง???? ควรคำนึงถึงสิ่งที่กระทำหากพี่น้องเราตกอยู่ภายใต้อำนาจยาเสพติดกันหมด ตัวคุณเองก็ไม่ต่างจากพวกเขาเหล่านั้น เลย
    – ลดความอยากร่ำรวย เงินทอง
    – ลดความเห็นแก่ได้อำนาจลง
    จะได้ความสุขในชีวิตเยอะ กว่านะ

  23. EdiTor (Post author)

    คุณครูคนไทย หัวใจไทย สิ่งที่ทำให้ยาเสพติดระบาดไม่รู้จักจบจักสิ้น เป็นเพราะคนในชุมชนไม่เข้มแข็งพอ ไม่ให้ความร่วมมือกับทางการในการปราบปราม ทั้งนี้เพราะบางคนคิดว่าไม่เกี่ยวกับตัวเอง บางคนก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้อง จึงปล่อยเลยตามเลย แต่หารู้ไม่ว่าวันหนึ่งยาเสพติดเหล่านั้นจะย้อนกลับมาทำลายครอบครัวของตัวเค้าเอง ..แม้คนในครอบครัวจะไม่มีใครยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ชุมชนอ่อนแอเพราะยาเสพติด ครอบครัวทุกครอบครัวย่อมตกอยู่ในความเสี่ยงของยาเสพติด ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

    ฉะนั้นการแก้ปัญหายาเสพติดจึงเป็นหน้าที่ของคนทุกคน ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ทางการ ..บ้านเรา เราควรต้องดูแลเองก่อน ก่อนจะหวังพึ่งใครอื่น

  24. บี

    ทุกครั้งที่มีคนม้งทำผิดกฎหมายข่าวมักจะตีให้เป็นข่าวใหญ่เสมอ หรือถ้าเป็นเรื่องของกลุ่มชนเผ่าต่างๆซึ่งไม่ค่อยจะเป็นธรรมกับกลุ่มคนเหล่านี้ แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งและเป็นสันดานของมนุษย์ที่ไม่ค่อยยอมรับผิดชอบมักจะผลักความรับผิดให้กับคนอื่น เพื่อให้ตนเองดูดีและไม่ต้องถูกตำหนิ พูดง่ายๆคือต้องมีคนรับผิด (แพะ)ซึ่งมีทุกที่ในสังคม เมื่อมองในภาพใหญ่ระดับประเทศที่มีชนกลุ่มใหญ่กับชนกลุ่มน้อยย่อมเป็นที่เข้าใจได้ไม่ยาก ที่จะมีข่าวออกมาในลักษณะนี้ ซึ่งตัวอย่างที่ผ่าน เช่น
    1.เรื่องของน้ำท่วม ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อปริมาณฝนตกมากน้ำย่อมท่วม เมื่อรัฐบาลไม่ใส่ใจในการแก้ไขปัญหาและไม่ได้เตรียมความการในการรับมือปัญหาดังกล่าว เมื่อประชาชนเดือดร้อน ทางแก้ของทางรัฐบาลทีบริหารงานล้มเหลวคือต้องหาคนรับผิดชอบเพื่อหลบหนีความรับผิดชอบ ต้องหาคนรับผิดแทน ข่าวที่ผ่านมามักโจมตีว่าคนนี้คนโน้นทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แต่ตอนหลังผลการวิจัยสรุปแล้วว่าไม่ใช่และคนเริ่มฉลาดมากขึ้นการหลอกลวงในลักษณะจึงไม่ได้ผล
    2.เรื่องยาเสพติดก็เหมือนกันถ้าพูดถึงคนไทยพื้นเมืองที่ค้ายาเสพติดมีมากมายทั่วบ้านทั่วเมืองแต่เมื่อมีข่าว เขามักจะเข้าใจเขาเสมอ เขาก็ต้องรักษาภาพพจน์เป็นธรรมดาให้ดูดี ไม่ออกข่าวใหญ่โตกลัวจะเสียภาพพจน์ ผลักภาระให้กลุ่มอื่นรับแทนในลักษณะความผิดเดียวกัน

    และปัญหาอีกหลายๆปัญหาก็เหมือนกัน
    แต่การที่มีข่าวลักษณะนี้ออกมามากทำให้สังคมที่ไม่มีวิจารณญาณที่มากเพียงพออาจจะเชื่อว่ากลุ่มเหล่านี้เป้นต้นเหตุของปัญหา ทำให้ถูเพ่งเล็ง ถูกเกลียดชังจากสังคมโดยรวม ก็ต้องขอให้ที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบกับปัญหาดังกล่าวต้องร่วมกันทำความเข้าใจกับสังคม ต้องรักษาสิทธิของเรา ต้องอธิบายให้สื่อหลัก(ที่มีอคติ)ได้เข้าใจ

  25. v1

    ผมว่านะ ป่าไม้นั้นคนพื้นราบทำลายมากกว่าคนดอยคับ รองมองดูรอบๆตัวเราดิ ผืนป่าที่เคยงดงามในเมือง ในอดีตนั้น เกลี้ยงครับกลายเป็นผืนนาอันกว้างใหญ่ แล้วใครละเป็นผู้ทำ และใครละทำลายมากกว่ากัน

  26. มีดีไม่เอา

    บ้านผม รวยๆกันทุกคนครับ รถป้ายแดงเยอะแยะ ทำสวนทำไร่จะออกรถป้ายแดงได้ไหมนี่ ผ่อนไหวหรือเปล่า แต่ช่างเถอะครับโดนจับเมื่อไหร่ก็ให้โชดดีเท่านั้นเอง ผมไม่เกี่ยว ตัวใครตัวมัน 555+

  27. Me ntxhais hmoob

    รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา เข้ามาดูเวปบอร์ดนี้ บางครั้งเกิดจากการไม่พูดคุยกัน เลยทำให้คนเข้าใจผิดกัน และรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวเดียวดายบนโลกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ในเมืองใหญ่แล้วด้วย ทำให้ยิ่งรู้สึกไปใหญ่ แต่แม้จะเป็นแบบนี้ สายเลือดแห่งความเป็นม้งก็ยังพุ่งเดือดอยู่ตลอดเวลา และคอยครุ่นคิดอยู่ตลอดว่า จะทำอย่างไร พี่น้องม้งของเราจะได้มีการพัฒนา ในเรื่องต่างๆ เมื่อไหร่ ยาเสพติดถึงจะหมดไปจากโลกใบนี้…แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกสัมผัสได้คือ ยังมีคนม้งอีกมากมายที่พยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อคนม้ง แต่เป็นส่วนน้อยเท่านั้น(ไม่ได้คิดแบบชาตินิยมนะคะ)

    อย่างไรก็ตาม ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องม้งทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่ทำงานราชการ อย่างเช่นท่านทนายความม้ง เพียงแค่ได้ยินชื่อท่าน ก็ทำให้พี่น้องม้งรู้สึกภูมิใจ (ม้งแม้จะถูกเรียกว่า “คนป่า คนดอย ทำลายป่า”)แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นผู้พิทักษ์ป่า เพราะคนม้งรู้ถึงบุญคุณของป่าไม้ ถ้าไม่มีก็ทำมาหากินไม่ได้ คนมังจึงต้องดูแลป่าอย่างดี แต่ตรงกันข้าม คนที่อยู่พื้นราบบางคนไม่เคยเข้าใจเรื่องป่า เพราะไม่เคยได้ใช้ แทนที่จะช่วยดูแลรักษา แต่กลับมีสาขาต่างๆ มากมาย ขยายออกไป เพื่อไปตัดต้นไม้ทำลายป่าเสียเอง…

  28. ทนายความม้ง/Hmong Lawyer Thailand

    คุณ Me Ntxais Hmoob ผมอาจเป็นคนม้งที่คิดแตกต่างกับคนม้งอื่นๆ หลายๆ คน สำหรับผมแล้วผมไม่อาจลืมความเป็นม้ง ความเป็นชาติกำเนิดของผม ผมเกิดมาเป็นม้ง ผมตายวิญญาณผมก็ต้องเป็นผีม้ง มีหลายๆ คนไม่ยอมรับความเป็นม้ง กลัวว่าจะถูกดูถูก ถูกเหยียดหยาม แต่ผมกลับมองว่าถ้าเรายอมรับในความเป็นม้งและเราทำได้เหมือนเขา เราจะช่วยปกป้องคุ้มครองคนม้งให้คนอื่นเลิกดูถูกคนม้งบ้าง ให้เขาเกรงกลัวคนม้งบ้าง ให้เขาเกรงใจคนม้งบ้าง ผมคิดว่า เกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียว หากจะตายอยู่ที่ไหนก็ต้องตาย หากยังไม่ถึงที่ตาย ยังไงก็คงไม่ตาย สิ่งไหนอะไรที่ผมจะทำให้กับคนม้งได้ ผมยินดีเสมอหากไม่เกินกำลังและความสามารถของผม แต่ผมอยากฝากให้พวกเราพยายามยอมรับในความเป็นม้ง คอยให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล เข้าใจ และจริงใจซึ่งกันและกัน อย่าทำลายกันเอง เหมือนเช่นประวัติศาสตร์ชนชาติม้งในอดีต ที่พวกเราฆ่ากันเองอีกเลยนะครับ

  29. ?สานต่อพระราชปณิธาน หยุดยั้งยาเสพติด ?

    ปัจจุบัน ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เป็น พี่น้องม้ง มากมาย ปัจจัย อะไรที่ทำให้ พี่น้องม้ง ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด จะอ้างเหตุผล เรื่องรายได้ ไม่มีใครช่วยสนับสนุนหรือพัฒนา อย่างงั้นใช่ไหม หรือเหตุผลลึกที่ ว่า พ่อหลวงไม่อยู่ พ่อหลวง ไม่ได้มาดูแล เราไม่กลัวใครไม่เกรงใจใคร เพราะไม่มีใคร หรือ หน่วยงานไหน ช่วยเราเท่าพ่อหลวง ใช่หรือไม่

  30. wachara.in.th

    ปัญหาม้งในปัจจุบัน มิใช่ปัญหาเก่าที่สืบเนื่องกันมาจากอดีต แต่เป็นปัญหาใหม่ที่มีอยู่ในพื้นที่เราเข้าไปตั้งถิ่นฐาน ปัญหาที่เกิดขึ้นมี สอง ลักษณะ หนึ่ง เราถูกกระทำจากคนอื่นที่เป็นเจ้าของพื้นที่ สอง เราไปเลียนแบบพฤติกรรมของปัญหาในพื้นที่มา ตัวอย่างเราถูกกระทำให้ต้องกินข้าวผัด ทั้งที่เราไม่กินกัน แต่พอกินแล้วมันอร่อยดี จึงต้องกินตามหรือเลียนแบบ ปัญหาคือ พอเรากลับถึงบ้าน เรากลับทำข้าวผัดกินไม่เป็น วิธีแก้ปัญหาคือ ตะเกียตะกายไปหาข้าวผัดกิน แต่เราไม่ยอมเรียนรู้ที่จะทำข้าวผัดนั้น มากินเองบ้าง ทั้งทีความจริงเรากินข้าวปลาอาหารของเดิมที่เราเคยกินอยู่นั้น ก็ได้อยู่ไม่เห็นตายกัน ท่านว่าจริงไหมครับ ทุกปัญหามีทางแก้ แต่เราไม่เรียนวิธีการแก้ปัญหาเอง ครับ

  31. hlub hmoob

    ผมเพิ่งเข้าเว็บนี้ครั้งแรก ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่มีความดิคเห็นดีๆมีความพยายามช่วยพัฒนาม้งให้ดีในทุกๆด้าน แม้จะเป็นแค่ความคิดเห็นปฏิบัติได้ยากแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เรื่องปัญหายาบ้า เสพยาบ้า การค้ายาเสพติดของพี่น้องม้งนำมาซึ่งความเสื่อมทางสังคมของม้งอย่างชัดเจน พี่น้องต้องฆ่ากันเองเพราะเงินค้ายาบ้า พ่อลูกผิดใจกันเพราะแบ่งเงินค้ายาบ้าไม่ลงตัว ญาติต้องหักหลังกันเพราะเิงินค้ายา ตั้งแต่มียาบ้าเกิดขึ้นในเมืองไทย ม้งเรากล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน อะไรหรือที่ทำให้คนม้งที่รักสงบรักม้งด้วยกันต้องมีจิตใจที่เหี้ยมโหดฆ่ากันเอง หรือเพราะเงินทำได้ทุกอย่างจนลืมความถูกต้อง ขาดคุณธรรมจริยธรรม ขาดจิตสำนึก ถึงจะมีม้งส่วนน้อยที่ค้ายาบ้าแต่คนเหล่านั้นก็ได้ทำลายสังคมม้งที่ดีๆไป และได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำร้ายทำลายประเทศชาติผืนแผ่นดินไทยที่ได้อยู่่อาศัย มีวิธีหาเงินอื่นๆหลากหลายวิธีถึงจะได้เงินน้อยแต่ก็ถูกกฎหมายเหนื่อยหน่อยแต่สบายใจไม่ทำให้คนอื่นและตัวเองเดือกร้อนทำไมไม่คิดที่จะทำ คนจะรวยไม่ใช่หาได้มากแต่อยู่ที่รู้จักเก็บออมหรือเปล่า(หาได้น้อยแต่เก็บออมก็รวยได้แล้วคุณจะรวยโดยไม่รู้ตัว) ค้ายาบ้ารวยเร็ว รวยลัด ไม่เหนื่อย รอดคุกได้=รวย รอดตาย=ได้ใช้เงิน คนม้งหรือใครก็ตามถ้ามีเงิน ร่ำรวยในทางที่ผิด มีทรัพย์สิน มีรถหรูๆ บ้านสวยๆค้ายาเสพติดได้มา คนๆนั้นจะลืมหมดสิ้นความถูกต้อง ทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เห็นแก่ตัว ผลสุดท้ายคนที่ไม่เลิกค้าก็มีจุดจบในทางที่ไม่ดี ทิ้งให้เกิดปัญหาครอบครัวปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย จิตสำนึกที่ดีของแต่ละคนเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาได้ ถ้าคิดดี ทำดี จิตสำนึกที่ดีหรือเลวไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา ไม่มีเพศ ไม่มีวัย แต่มีสิ่งแวดล้อมเป็นตัวนำพาให้เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ผมหวังว่าพี่น้องม้งที่หลงผิดจะกลับตัวกลับใจหันมาทำอาชีพที่สุจริต เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆในการพัฒนาสังคมม้งไปสู่หนทางที่ดี เป็นที่ยอมรับในสังคมส่วนใหญ่ ได้รับเกรียติจากสังคมไทย ไม่ถูกดูถูกเหยีบหยามว่าเป็นม้งค้ายาบ้าค้ายาเสพติด

  32. อรระตา

    จะว่ามักง่ายก็ใช่ แต่ด้วยความยากจน ความอยากรำ่อยากรวยเท่าเทียมคนเมือง หรือบางคนอาจไม่มีแม้ข้าวจะกิน นมให้ลูกดื่ม ใช้นมตรามะลิเลี้ยงลูกน้อย ต้องเดินจุงมอเตอร์ไช แทนที่จะขับเพราะนำ้มันไม่มีเงินเติมนำ้มัน อยู่บ้านเท่ารูหนู มุ้งด้วยหญ้าคาหรือ ไม่มีความรู้เลยหางานดีไม่ได้ .อาจจะเรียนจบ ป.ตรี แต่ใช้ความไม่เป็น(ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด)เพราะขุนกลางอินทนนท์จบ ป.ครั้นแล้ว มาทำสวนดอก รวยช้ากว่าคนทำสวนอีก)คนที่จะทำเขามีเหตุมากมาย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *