ปีใหม่ม้ง วันวานยังหวานอยู่

ใกล้ปีใหม่ม้งแล้วพวกเราเป็นอย่างไรกันบ้าง เก็บเงินเก็บทองพอที่จะเอาไว้ใช้จ่ายในเดือนหน้านี้แล้วหรือยัง ส่วนตัว EdiTor เองนั้น ช่วงนี้ต้องรีบปั่นงานตัวเป็นเกรียวหัวเป็นน็อต กลัวจะหาตังค์ไม่ทันใช้ปีใหม่นี้ แว่วๆ จากทางบ้าน เห็นว่าปีนี้ราคาหมูไม่ได้ลดลงเลย ..ก็อยากจะถามพ่อว่า “พันห้า” พอไหม

ใกล้สิ้นปีแล้วก็ของดเรื่องหนักๆ อย่างพวกเรื่องวิชาการ โดยขอพูดคุยบอกเล่าในเรื่องที่เข้ากับบรรยากาศหน้าหนาวอย่างนี้ เหนืออื่นใด เพื่อเป็นการบิ๊วอารมณ์ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่

โอกาสเดียวกันนี้ก็ขอเปิดตัว ด้วยการนำรูปตัวเองมาเป็นนายแบบประกอบในเรื่องนี้ รูปที่เห็นถ่ายไว้เมื่อประมาณสิบห้าปีที่แล้ว ภาพที่เริ่มซีดบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ EdiTor ได้ผ่านพ้นมันมา

ปีใหม่ม้ง เมื่อฉันยังเด็ก ..

แปลกแต่จริงตอนเด็กรีบเร่งอยากโตเป็นผู้ใหญ่ เพื่อจะได้หาเงินหาทอง และช่วยเหลือคนนั้นคนนี้ แต่แล้วเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ใจกลับอยากเป็นเด็กอีกครั้ง ..น่าเสียดายที่เป็นเด็กได้แค่คนละครั้ง

ตอนเด็ก เมื่อใกล้ๆ เทศกาลปีใหม่ม้ง พวกเราชอบเฝ้ารออะไรกันบ้าง สำหรับตัว EdiTor แล้ว ชอบเฝ้าคอยที่จะได้สวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ (ชุดสากล) ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะได้แค่ปีละหนึ่งชุด ปีใหนโชคดีหน่อย (ที่จริงก็ไม่เกี่ยวกับโชคหรอกนะ พ่อแม่ต้องเหนื่อยกว่าจะได้มันมา) ก็จะได้เสื้อกันหนาวด้วย เมื่อได้มาแล้วก็ต้องเก็บไว้ให้ดี รอวันงานจริงๆ ค่อยใส่ประชันกับเพื่อนๆ ..ถือคติที่ว่า “ใส่ก่อนเก่าก่อน”

รูปม้ง-ปีใหม่ม้ง
EdiTor คือคนซ้าย ส่วนคนขวาคือเพื่อนสนิท (เสียใจด้วยเค้าเพิ่งแต่งเมื่อปีที่แล้วนี้เอง)

ตอนเช้า แน่นอนว่าความรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้เริ่มต้นจากเช้าวันแรกของเทศกาล หากแต่ความตื่นเต้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้วก่อนหน้านี้ อาจเรียกได้ว่าเริ่มต้นหน้าหนาวใจก็จดจ่อกับเทศกาลปีใหม่ม้งแล้ว สำหรับเช้าวันแรกก็จะพิเศษหน่อยคือ ไข่ไก่ (จากการสู่ขวัญ) จำได้ว่าบางปีก็ได้สองฟองบางปีก็ได้แค่ฟองเดียว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวในปีนั้นๆ

หลังอาหารเช้า ก็เป็นการเตรียมชุด หรือไม่ก็วิ่งไปบ้านเพื่อนคนนั้นคนนี้เพื่อถามไถ่นัดแนะกัน เมื่อนัดแนะกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็กลับมาแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับลุยกิจกรรมภาคกลางวัน

ภาคเช้า (ลานกิจกรรม) หากมีสาวที่ถูกใจอยู่แล้วแน่นอนว่าเมื่อถึงสนามก็ไม่ต้องคิดอะไรให้มาก แต่หากไม่มี สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเดินเข้าสู่เขตงาน คือ ต้องเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อมองหาคู่โยนลูกช่วง และมันจะเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากหากได้พบเจอกับสาวต่างหมู่บ้านที่มาเทียวในงาน ..เอาเป็นว่าตื่นเต้นกว่าสาวบ้านเดียวกันละกัน

เที่ยง เมื่อถึงเวลาพักเบรกในภาคเช้า เป็นมารยาทหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียม ที่เจ้าบ้านจะต้องพาคู่ต่างถิ่นไปทานข้าวที่บ้าน หรือหากเป็นคู่บ้านเดียวกันฝ่ายชายก็ควรจะชวนฝ่ายหญิงมาทานที่บ้าน ..หรือหากต้องแยกกันไปทานข้าวเทียง ก็อาจมีการมัดจำด้วยการฝากลูกช่วงกันไว้

ภาคบ่าย EdiTor เป็นคนที่เมื่อแต่งชุดแล้วจะไม่ถอดง่ายๆ ขอแค่คู่โยนลูกช่วงยังคงเล่นด้วย EdiTor ก็จะสู้ขยิบตา เอ๊ะ หรือยิ๊บตา ..ปกติมักจะออกจากสนามเป็นคู่ท้ายๆ

ตกเย็น เลิกจากกิจกรรมภาคกลางวันก็อาจจะเหน็ดเหนื่อยบ้าง เพราะต้องแต่งชุดอาบแดดกันมาทั้งวัน เย็นๆ จึงเป็นเวลารีแลกซ์หรืออาจเรียกว่าเวลาที่จะมีให้กับเพื่อนฝูง (เพราะกลางวันให้สาวๆ ไปหมด) คือ อาจไปนั่งก๊งเหล้าก๊งเบียร์กับเพื่อนฝูง ..โดยส่วนตัวแล้ว EdiTor มีลิมิตของตัวเอง คือไม่เมาหยำเป หากพลาดท่าเมาขึ้นมาก็จะนอน ไม่ไปเที่ยวเฟอะฟะบ้าบิ่นข้างนอก

ภาคค่ำ นัดกับเพื่อนฝูงสักคนสองคน (ไม่ชอบไปเป็นกลุ่มใหญ่ เสียความเป็นส่วนตัว) จากนั้นอาบน้ำเตรียมตัวสักทุ่มสองทุ่มก็ออกจากบ้าน ตอนเด็กจะชอบนั่งดูหนังกลางแปลง (บางครั้งก็นอนดู ดูจนหลับ) โตขึ้นมาหน่อยก็ตามสาวต้อยๆ ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง สาวไปไหนก็ไปนั่น ..เสร็จงานภาคกลางคืนก็ได้เวลากลับไปนอนห่มผ้าอุ่นๆ

ทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมในหนึ่งวันเมื่อสิบกว่าปีก่อนของ EdiTor ที่เล่าให้ฟังก็แค่อยากให้ชาวม้งเอเชียที่เริ่มมีอายุ ได้หยุดทบทวนความสุขเมื่อครั้งวันวาน ก่อนที่จะเดินหน้าสะสมความมีอาวุโสกันต่อไป

ปีใหม่นี้ก็ขอให้ชาวม้งเอเชียและครอบครัว จงมีสุขภาพกาย สุขภาพใจ ที่แข็งแรงสมบูรณ์ คิดทำสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จดังที่มุ่งหวัง สิ่งที่ไม่ดีก็ขอให้เบาบางและหายไปกับปีเก่านี้ แล้วเริ่มต้นกับสิ่งดีๆ ในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ..ขอให้ทุกท่านโชคดีมีสุขครับ

ปล. โปรดงดเว้นเหล้าเบียร์ในช่วงเทศกาล เพื่อคนที่คุณรัก และคนที่เค้ารักคุณ