ปีใหม่ม้ง สถานการณ์คลำหาทางออก

“การประชุมนานาชาติ ปีใหม่ม้ง:สถานการณ์และทางออก” เมื่อวันที่ 2-3 มกราคมที่ผ่านมา แม้หัวข้อการประชุมจะดูเวอร์วังอลังการแต่กลับไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง กล่าวคือมาเงียบๆ และจากไปเงียบๆ นั่นเอง

จากที่ได้คุยกับผู้นำท่านหนึ่งที่อยู่ร่วมประชุมในครั้งนี้ ก็พอสรุปได้ว่าการประชุมไม่สามารถมีมติใดๆ ออกมา เป็นเพียงแค่การหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้

ในที่ประชุมมีข้อเสนอหนึ่งให้ใช้วันศุกร์ที่สามของเดือนธันวาคมของทุกปีเป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ สำหรับพิธีกรรมต่างๆ อาจยึดตามเวลาเดิม แต่ข้อเสนอนี้ก็ตกไป

สำหรับม้งในไทยแล้วส่วนใหญ่เห็นพ้องให้ใช้ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 ของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่ยังไม่สามารถถือเป็นข้อสรุปได้เช่นกัน

จากการพูดคุยทั้งกับเพื่อนฝูงและผู้ใหญ่บางท่านก็พอจะมองเห็นประเด็นต่างๆ ที่ขัดแย้งไขว้กันไปมา ดังนี้

1. คนรุ่นก่อน – รุ่นหลัง ในประเด็นนี้เราต้องยอมรับว่าคนรุ่นก่อนคือผู้ถือองค์ความรู้และสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมปีใหม่ม้งต่อๆ กันมา ซึ่งการที่เรายังสามารถคงอัตลักษณ์ความเป็นม้งไว้จนถึงวันนี้ก็ต้องยกความดีให้กับคนรุ่นก่อน

ส่วนคนรุ่นหลัง ที่มีวิถีชีวิตต่างไปจากคนรุ่นก่อนค่อนข้างมากจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบประเพณีวัฒนธรรมบางอย่าง เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนรุ่นหลังนี้ เช่น กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา และคนทำงานในเมือง แม้การปรับเปลี่ยนจะส่งผลต่อรูปแบบดั้งเดิม แต่อีกมุมหนึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด

2. กลุ่มความเชื่อดั้งเดิม – กลุ่มความเชื่อใหม่ สำหรับประเด็นนี้ผมเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน แต่มีเหตุบังเอิญว่าได้คุยกับผู้ใหญ่สองท่านต่างคนต่างที่มาแต่ทั้งสองท่านพูดถึงประเด็นนี้ได้ตรงกัน

โดยเหตุและผลของสองกลุ่มนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากประเด็นแรกมากนัก กล่าวคือกลุ่มความเชื่อดั้งเดิมนั้นยังเน้นหนักไปในเรื่องของพิธีกรรมในวันขึ้นปีใหม่ซึ่งมันจะไปสัมพันธ์กับเรื่องเวลาที่ยึดถือกันมา ส่วนกลุ่มความเชื่อใหม่เน้นไปที่ความเข้ากันได้กับวิถีชีวิตปัจจุบัน โดยอาจไม่มีสิ่งยึดโยงกับความเชื่อดั้งเดิมอีกเลย ดังนั้นประเด็นสองกลุ่มนี้จึงค่อนข้างเปราะบางหาจุดลงตัวยาก ซึ่งต้องใช้ทั้งความจริงใจและความไว้ใจซึ่งกันและกันจึงจะสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้

3. เรื่องการเก็บเกี่ยวพืชผล ที่จริงแล้วในอดีตประเด็นนี้อาจถือได้ว่ามีความสำคัญค่อนข้างมาก นั่นคือเก็บเกี่ยวแล้วจึงค่อยเฉลิมฉลอง เพราะการเพาะปลูกแต่เดิมนั้นไม่ได้หลากหลายอย่างในปัจจุบัน (หลักๆ คือข้าว) แต่ปัจจุบันการเพาะปลูกหลากหลายมากขึ้น รอบการเก็บเกี่ยวจึงต่างไปจากในอดีต ถ้าจะเอาเรื่องการเก็บเกี่ยวเป็นหลักจึงไม่รู้ว่าต้องยึดเอาอะไรเป็นเกณฑ์ ชนิดของพืชผล รอบการเก็บเกี่ยว หรือพื้นที่การเพาะปลูก ยิ่งเป็นการหารือระดับม้งนานาชาติด้วยแล้วประเด็นนี้คงยากหาข้อสรุปร่วมกันได้

4. ประเด็นผลประโยชน์ในชุมชนของตนเอง โดยส่วนใหญ่แล้วมักเป็นปัญหาสำหรับชุมชนม้งขนาดเล็กที่ต้องเลี่ยงจัดงานตรงกับชุมชนม้งขนาดใหญ่ เพื่อเลี่ยงสถานการณ์ที่มีผู้เข้าร่วมงานน้อย เพราะคนส่วนใหญ่จะมุ่งดูงานในชุมชนม้งขนาดใหญ่ การมีผู้เข้าร่วมงานน้อยส่งผลถึงเรื่องความคุ้มค่าในการจัดงาน ความครึกครื้น รวมถึงผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจที่คนในชุมชนควรจะได้รับ ด้วยเหตุนี้ชุมชนม้งหลายๆ แห่งจึงพยายามเลี่ยงจัดงานไม่ให้ตรงกับที่อื่น

ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่พอจะนึกออก ซึ่งหากทุกกลุ่มคิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง วางถุงกาวลง ..เอ้ย วางอีโก้ลงแล้วค่อยพูดจา ก็อาจหาข้อสรุปร่วมกันได้

สิ่งที่น่าเสียดายคือ ทั้งที่ทุกฝ่ายดูเหมือนจะจริงจังกับการมุ่งสร้างเอกภาพในการจัดงาน แต่เหล่าผู้นำกลับไม่ใช้โอกาสวันจัดงานปีใหม่ที่ผ่านๆ มาชี้แจงหรือเกริ่นนำในเรื่องนี้ เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่เตรียมรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงอาจช่วยลดแรงเสียดทานเมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นมาถึงจริง

3 Comments

  1. neeglojleeb อ่ะนะ

    ไม่ได้เข้ามาทักม้งเอเชียนานมาก
    สวัสดีอีกครั้งนะครับ
    ประเด็นเรื่องการจัดการวันปีใหม่ม้งนั้น ถ้าทำได้ก็ดี แต่เท่าที่สังเกตุการณ์มาตลอด ข้อมูลการจัดการไม่เพียงพอเลย
    คงต้องรอดูต่อไป

  2. neeglojleeb อ่ะนะ

    วันประชุมผมก็ไปร่วมงาน แต่ไปแบบสังเกตุการณ์เฉยๆ

  3. EdiTor (Post author)

    ต้องยอมรับว่านี่เป็นเรื่องใหม่สำหรับม้งเรา ผมหมายถึงการหามติร่วมกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากคนม้งทั้งในและต่างประเทศ ก็คงแน่นอนว่าอาจต้องมีอุปสรรคและใช้เวลาอยู่บ้างครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *