ผลสำรวจ คนกลับปีใหม่ม้ง 2553

stats hmong new year 2010
แบบสำรวจ ระหว่างวันที่ 23 พ.ย.-7 ธ.ค. 53

หลังจากเปิดโพล์ (แบบสำรวจ) มาได้เกือบครึ่งเดือน คือตั้งแต่เที่ยงของ วันที่ 23 พ.ย. 2552 เป็นต้นมา ก็ขอปิดตัวแบบสำรวจดังกล่าวในวันนี้ เพื่อจะได้ประเมินผลสำรวจ และให้ทุกคนร่วมวิเคราะห์กัน

แบบสำรวจดังกล่าว มีหัวข้อว่า “ปีใหม่ม้งปีนี้ท่านกลับได้หรือไม่” ระยะเวลาที่ทำการสำรวจทั้งสิ้น 14 วัน (23 พ.ย.-7 ธ.ค.) จาก 292 โหวต (ตัวอย่าง)

ตัวเลขจำนวนโหวตที่ได้ คือ 292 โหวต แม้ไม่สามารถบอกได้แน่ชัดถึงจำนวนคนโหวต แต่ผมก็เชื่อได้ว่าตัวเลขที่ได้ใกล้เคียงกับจำนวนผู้โหวต เพราะแบบสำรวจนี้ถูกตั้งให้คนหนึ่งสามารถโหวตได้แค่หนึ่งครั้ง (นอกเสียจากเปลี่ยนคอมพิวเตอร์) ไม่ใช่วันละครั้ง

ผลสำรวจที่ได้ขอสรุปเป็นสามประเด็น (แบบสำรวจมี 5 ประเด็น) คือ

  1. กลับได้ 122 คน คิดเป็น 42%
  2. กลับไม่ได้ (ติดงาน ติดเรียน อยู่ต่างประเทศ) 122 คน คิดเป็น 42%
  3. ไม่แน่ใจ 48 คน คิดเป็น 16%

ตัวเลขของคนที่กลับได้ กับคนที่กลับไม่ได้เท่ากันเป๊ะเลย! ถึงแม้ตัวเลขของคนที่กลับไม่ได้จะถูกแยกออกเป็นสามกลุ่ม คือ กลับไม่ได้เพราะติดเรียน กลับไม่ได้เพราะติดงาน และกลับไม่ได้เพราะอยู่ต่างประเทศ แต่ผลรวมกลับเท่ากับจำนวนตัวเลขของคนที่กลับได้

แบบสำรวจนี้ชี้ให้เห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งที่ว่า เมื่อกระแสความเจริญเข้ามา เราจำเป็นต้องเกาะกระแสความเจริญนั้น (ถ้าพูดให้ถูกคือ กระแสเกี่ยวเราไป) เพื่อความอยู่รอด ไม่ว่าการศึกษาเล่าเรียน รูปแบบการทำมาหาเลี้ยงชีพ โดยที่เราอาจจำต้องละทิ้งกิจกรรมบางอย่าง ที่แม้เราจะปฏิบัติมาทั้งชีวิตก็ตาม และนี่ก็คือต้นตอหนึ่ง ที่ส่งผลให้ขนบธรรมเนียม และวัฒธรรมของสังคมหนึ่ง ต้องสูญหายไป .. ไม่เฉพาะแค่ม้งเรา

เมื่อเห็นดังนี้แล้ว ก็ได้แต่หวังว่าคนที่สามารถกลับได้ จะใช้เวลาดังกล่าวอย่างคุ้มค่า ให้สมกับที่รอคอยมาทั้งปี ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า คุณคือตัวแทนของเยาวชนม้งอีกกว่าครึ่ง ที่ไม่สามารถไปร่วมงานปีใหม่ม้งปีนี้ได้ .. คิดซะว่าเล่นเผื่อคนที่กลับไม่ได้แล้วกัน

ส่วนตัวผมเองก็คงต้องล่วงหน้าไปก่อน เพื่อช่วยพ่อกับแม่ตระเตรียมงาน ที่สำคัญคือ เป็นลูกมือในการฆ่าหมู .. หน้าที่หลักคือ ล้างใส้หมู

30 Comments

  1. ลุงเบอะ

    ถูกใจวัยโจ๋จังเลยงานนี้เจอประจำ…ล้างใส้หมู…เด็กเทพฯ ทั้งหลายหนีไม่พ้นงานหลักนี้แน่นอน เหตุเพราะทำอย่างอื่นไม่เป็น…ก็ต้องยอมรับชะตากรรม

  2. EdiTor (Post author)

    ลุงเบอะ คำม้งว่าไว้ “จะไปเป็นเขย ต้องฆ่าหมูให้พ่อตาแม่ยายกินได้” ..

    ..เลยยังโสดอยู่อย่างนี้ อยู่อย่างนี้ ได้ยินไหม มีใส้มั๊ย ..มัก (ใส้) ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

  3. เด็กมหาลัย

    ความจริงแล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่กลับบ้านไม่ได้ตอนปีใหม่ม้ง
    เพราะติดสอบกลางภาค แต่จริงแล้วผมเป็นคนนึงที่อยากกลับบ้านใจจะขาด
    อยากกลับไปให้แม่เห็นหน้า แม่ท่านรอมานานนับปี ให้ลูกกลับมากินเนื้อหมูที่แม่เลี้ยงไว้
    อยากกลับไปบ้านหนักหนา แต่ทำไงได้ครับ ในเมื่อมันติดกันหมดอย่างนี้
    อนาคตขึ้นอยู่กับการศึกษา ผมคงต้องเลือกสอบก่อน แล้วปีใหมสากลจะกลับไปเยี่ยมแม่
    “””บรรยากาศตอนปีใหม่มันช่างยอดเยี่ยมที่สุด แสงแสดอ่อนๆ ในตอนเช้า
    เสียงเหรียญเงินที่แม่แขวนติดเสื้อผ้า ดัง ติ้งๆๆๆ หนุ่มสาวเดินตามทางไปรวมที่สนาม
    แล้วมีคนแก่คนเฒ่ายืนอยู่ห่างๆดู พร้อมพูดจา ยิ้มแย้มแจ่มใส”””
    เสียดายนัก ที่ปีนี้ลูกน้อยไม่อาจไปโยนผ้าให้แม่ท่านดูได้
    เสียแรงที่ท่านอุตส่าห์หาเวลาว่าง นั่งปักผ้าเพื่อให้ลูกได้ใส่ในวันปีใหม่
    ลูกขอโทษที่ไม่อาจกลับไปได้ในวันที่แม่รอ……………….
    ลูกจะตั้งใจเอาปริญญาบัตร และความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเราให้มีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม
    และลูกจะม่มีวันลืมวัฒนธรรมของเรา ลูกจำฝังใจอยู่เสมอว่าลูกคือม้ง
    ม้ง ที่เก่งกล้าหาญ รักสันโดษ
    สายเลือดความเป็นม้ง ต่อให้ตายไปมันก็คือม้ง ลูกไม่มีวันลืมเลยว่าลูกคือใคร
    มาจากที่ไหน บรรพบุรุษคือใคร วัฒนธรรม …………..
    (0 _ 0) ขอให้ทุกท่านที่ได้กลับบ้านตอนปีใหม่เที่ยวกันให้สนุกสนานนะครับ
    ปีใหม่ทั้งที ทำอะไรดีๆให้คนที่ท่านรักและห่วงใยเราเสมอ
    แม้ว่าท่านจะให้เราจากไปศึกษาอยู่ต่างแดน ที่ไกลแสนไกล
    แต่ใจในของคนๆนั้น ก็ยังคิดถึง ห่วงหา ห่วงใยเสมอ
    ท่านทั้งหลายเคยคิดไหมว่า แม่ท่านเคยห้องไห้คิดถึงท่าน
    ท่านกลางป่าดงคงไพร ที่อ้างว้าง เงียบเหงา
    แม่ คิดถึงลูกๆทั้งหลายอย่างไร
    ปีใหม่แล้ว อย่าลืม กอดแม่สักครั้ง อวยพรให้ท่านมีความสนุข
    มีอายุยืนยาว เป็นแม่พระ ของเราตราบ นานเท่านาน………..

    (0 _ 0)

  4. EdiTor (Post author)

    คุณ เด็กมหาลัย ลำดับความสำคัญได้ถูกต้องแล้วครับ ขุนเขายังอยู่ ไยต้องกลัวไร้ไม้ทำฟืน ..

    หน้าที่ บางครั้งก็มาตามวาระ และโอกาส ใช่อยู่ที่เราเลือก
    แต่เมื่อโอกาสมาถึง ก็จงเลือกอย่างถูกต้อง

  5. โป๊ยเซียน

    ขอบคุณเด้กมะหาลัย !
    และท่าน Editor !
    ท่านทั้งสองพุดได้ซึ้งคับ
    โอกาสไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว
    แต่มันคงแค่ ต่างกาลต่างวาระเท้านั้น?
    ดีใจที่มีคนม่ะได้ไปเล่นปีใหม่
    เหมื่อนกะเรา ง่ะ

  6. เคาะสนิม

    สำหรับใครที่ได้กลับบ้านเที่ยวปีใหม่ เต็มที่กับชีวิตนะครับ

  7. คนไม่ได้กลับบ้าน

    คิดถึงบ้านมากๆเลย อยากกลับบ้าน ไปเล่นปีใหม่จะทำงัยดี คนที่จัดโปรดเห็นใจพวกเราด้วยเถิดนะ

  8. kim xeemlauj

    สวัสดีครับ ผมเข้ามาเจอประเด็นนี้พอดี ผมคิดว่าเป็นประเด็นร้อนสำหรับคนที่ยังคงความเป็นม้ง
    ที่มีอยู่ในสายเลือดและคนที่กลับไม่ได้เพราะติดเรียนกับติดทำงาน
    โดยพื้นฐานแล้วจากสังคมม้งสมัยอดีตมาสู่ปัจจุบันนี้ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตความเป็นอยู่
    วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไปอย่างมาก ซึ่งก็เป็นผลมาจากสภาพสังคมของความเป็นไทย
    คนม้งเข้าอยู่ในประเทศไทย และสิ่งสำคัญคือก็จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทยเพื่อที่จะอยู่รอด
    แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ทำให้คนม้งและสังคมม้งเปลี่ยนไปจากเดิม ลิมความเป็นตัวตน
    ของตัวเอง ลืมรากเหง้า เพราะต้องต่อสู้และดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของตัวเองซึ่งเป็นนิสัยที่ถูกปลุกฝัง
    มาตั้งแต่เกิดดังนั้นจึงเป็นผลให้นิสัย และความภูมิใจในตัวเองลดน้อยถอยลงไป กับการที่จะต่อสู้กับโลกภายนนอกที่โหดร้ายไม่ปราณีใคร
    จริงๆแล้วหากมามองย้อนดู ว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถคงความเป็นม้งได้นานที่สุดนั้น โดยส่วนตัวคิดว่า การอยู่ร่วมกับสังคมไทยนั้น จริงอยู่ที่เราต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเพราะสังคมไทยมีอิทธิพลเหนือกว่าเพราะมีทุกอย่างที่เป็นปัจจัยเลี้ยงชีพ แต่การเปลี่ยนแปลงแบบนี้เราอย่าคิดว่าจะต้องลืมรากเหง้าหรือลิมพื้นฐานความเป็นม้งซึ่งนานๆไปอาจจะทำให้ม้งสูญสิ้นก็อาจเป็นไปได้
    แต่ควรที่จะรับการเปลี่ยนแปลงแบบประยุกต์ก็ประมาณว่าไม่ควรที่จะทิ้งความเป็นม้งแล้วลืมทุกอย่าง
    แต่ให้หมายความว่า ต้องรู้จักปรับตัวอย่างเหมาะสม อย่างเช่น ประเพณีปีใหม่ม้ง จากข้อมูลการสำรวจ
    คือ จำนวนคนที่กลับบ้านได้ กับกลับบ้านไม่ได้ มีจำนวนพอๆกัน
    ดังนั้นแล้วเมื่ออยู่ในสังคมไทยที่ต้องเรียน ต้องทำงาน แล้วทำไมไม่จัดปีใหม่ม้งให้สอดคล้องกับปีใหม่ไทยล่ะ เพราะเป็นช่วงวันหยุดของคนไทยด้วย ผมคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด
    อาจจะ lwm qaib,lwm tshiab ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 และไปโยนลูกช่วงในวันหยุดปีใหม่ไทยจะทำให้ทุกอย่างลงตัวมากกว่า
    แต่เท่าที่เห็นปัจจุบันหลายๆหมู่บ้านก็ปรับเปลี่ยนวิธีการมาเป็นแบบนี้แล้วเหมือนกัน
    อยากให้ทุกคนช่วยผลักดัน เพื่อสังคมม้งจะได้อยู่รอดต่อไป

  9. หนุ่มเข็กน้อย

    เชื่อว่าคนที่จัดงานปีใหม่ทุกคนเห็นใจคนที่กลับบ้านไม่ได้…
    แต่น้องครับ…วันสงกรานต์ก็เลื่อนไม่ได้..วันตรุษจีน..ก็เลื่อนไม่ได้…
    เพราะอะไรครับ..พวกเราต้องยึดวันของเราให้ได้วันที่บรรพบรุษของเราได้กำหนดและใช้มาร่วม 4,000 ปี แม้น้องหลายคนอาจกลับบ้านไม่ได้ปีนี้หรือปีหน้า ต้องมีครับสักวันที่น้องได้กลับบ้านร่วมวันปีใหม่ของเรา..ที่เป็นของเราจริงๆไม่ต้องรวมกับปีใหม่ของใคร…
    น้องครับจงภูมิใจที่เรามีวันปีใหม่ที่เป็นวันของเรา….

  10. EdiTor (Post author)

    คุณ kim xeemlauj สิ่งที่คุณกล่าวมาทั้งหมด ตรงกับความคิดของหลายๆ คนในนี้ โดยเฉพาะพวกเรา ที่เรียกตัวเองว่าคนรุ่นใหม่ ที่ต้องเรียน ทำงานอยู่ไกลบ้าน เพราะทุกคนก็เห็นแล้วว่า เรื่องกำหนดการดั้งเดิมกลายเป็นอุปสรรคสำคัญไปแล้ว

    แต่ก็ยังมีโจทย์สำคัญ ที่พวกเราต้องช่วยกันตีให้แตก เรามีเทศกาลปีใหม่เพื่ออะไร..? ซึ่งก็มีสองประการหลักๆ ที่พวกเราเคยพูดไปบ้างแล้ว นั่นคือ ในส่วนของพิธีกรรมต่างๆ และงานรื่นเริง

    ในส่วนของพิธีกรรม อาจจำเป็นต้องอาศัยฤกษ์ยามในการประกอบพิธี ส่วนในเรื่องของงานรื่นเริงนั้นอาจจะจัดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้

    ดังนั้นที่คุณเสนอมา จึงสอดคล้องกับสิ่งที่ผมพูดไป แต่หากเราแยกทั้งสองส่วน จัดในเวลาต่างกัน อาจติดเรื่องความสอดคล้องต่อเนื่อง

    ..ม้งเราน่าจะมีองค์กรที่นำเรื่องนี้ขึ้นมาทำประชาพิจารณ์ คือให้ชุมชนม้งทุกแห่งร่วมกันพิจรณา จากนั้นก็หาข้อสรุป เพื่อให้ชุมชนม้งทุกแห่งดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ..เพราะหากต่างคนต่างทำ เราจะหาแก่นสารไม่เจอ แล้วงานปีใหม่เราจะหมดความหมายไปในที่สุด

  11. paaj nxhtee

    ปีใหม่นี้อยากไห้คนม้งทุกคนกลับบ้าน จะได้ร่วมเล่นปีใหม่กันอย่างสนุกสนาน

  12. can

    เราเห็นด้วย มากๆๆๆๆ เลยกับคุณ นะ editor เพราะว่าเราก้อคือคนหนึ่งที่อยากกลับบ้านไปเล่นปีใหม่ม้งมาก แต่เราก้อไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมกับเค้าได้เพราะว่าเราติดต้องทำงาน ถ้าไม่ทำงานกลับบ้านเค้าก้อไล่เราออก แล้วก้อต้องอดตาย เราเลยเห็นด้วยที่จะให้ปีใหม่ม้งจ้ดให้ตรงกับปีใหม่ไทย เพราะว่าเราเชื่อว่ามีหลายคนมากที่อยากกลับบ้านเหมือนเราแต่ก้อไม่สามารถกลับได้ เพราะว่าติดทำงานและติดเรียน ทั้งที่พวกเราก้ออยากที่จะกลับไปสืบสานวัฒนธรรมของเราให้เป็นที่รู้จักของคนอื่นแต่เราก้อทำไม่ได้ จึงอยากฝากให้คนที่จะสามารถที่จะบอกเล่าต่อให้ผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจช่วยเอาความคิดเห็นของเราไปพิจารณาด้วย เพราะว่าเราก้ออยากกลับไปร่วมปีใหม่ด้วยมากๆๆๆๆ แล้วปีนี้ก้อเป็นอีกปีที่ไม่ได้กลับบ้านไปเล่นปีใหม่ รู้สึกเศร้ามากเลย เพราะว่าทางบ้านรอคอยมาก

  13. เด็กมหาลัย

    อย่างที่ทุกท่านได้นำเสนอผ่านไปหลายประเด็นนั้น
    ผมคิดว่าเราทั้งหลายได้แค่คิด หากไม่มีการทำ
    หรือเสนอทำอย่างจริงจัง แล้วปีใหม่ปีต่อๆไปก็จะเป็นอย่างเดิมเหมือนกัน
    หากเราทั้งหลายไม่ช่วยกัน ในอนาคตอีกไม่นาน
    ลูกหลานที่เค้ากำลังศึกษาอยู่ตอนนี้ ซึ่งเค้าทั้งหลายเหล่านั้น
    ไม่ได้ร่วมเล่นปีใหม่ ร่วมพิธีการบูชา บรรพบุรุษ
    นานเข้า…นานเข้า…. เด็กรุ่นใหม่ก็จะลืมสิ่งที่เคยมี ที่เคยทำแต่ครั้งบรรพบุรุษ
    ตัวอย่างก็มีให้เห็นมากแล้ว ที่พิธีกรรมบางอย่าง ในต่างสถานที่
    ต่างหมู่บ้าน ทำต่างกัน เพราะอะไร หากแต่เพราะความเข้าใจในคนม้งต่างกันนั่นเอง
    จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าแท้ที่จริงแล้ว ม้งเรามีพิธีกรรม อย่างไร อย่างไหนที่ถูกต้องที่สุด
    แต่ยังดีที่ แม้ต่างหมู่บ้าน แต่ยังมีพิธีกรรม ที่คล้ายๆกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก
    จากอดีต……มาจนถึงปัจจุบัน ม้งเราเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่ก็ควรมีแบบฉบับที่แน่นอน
    เพื่อเป็นแม่แบบของวัฒนธรรม ประเพณี และพิธีกรรม
    หากผู้รู้ของม้งทั้งหลาย มีการสัมนา แลกเปลี่ยน และหาว่าแท้ที่จริงแล้ว
    ม้งมีประเพณีอะไร ยังไง เมื่อไหร่ ก็คงจะดี ต่อม้งเรา ในการสืบสานต่อไป
    และควรมีการบันทึกเป็นสายลักษณอักษรที่เป็นแบบฉบับ สำหรับใช้ในการเรียนรู้ และสืบสานต่อไป

    ทุกสิ่งทุกอย่างหากไร้ซึ่งผู้ริเริ่มแล้ว ก็ไร้ซึ่งผลแห่งความสำเร็จ
    หากเรามั่วแต่ว่าๆกันไป ไม่นับหนึ่งเมื่อไหร่จะถึงสิบ
    ขอความกรุณาท่านทั้งหลายที่มีกำลัง( ทรัพย์ ปัญญา )
    โปรดเป็นวีรบุรุษทำให้ม้งเราเป็นปึกแผ่น รวบรวมความคิด
    ที่จะปฏิวัติวัฒนธรรมม้ง ให้คงอยู่ แม้ว่าจะเจอกับยุคโลกาภิวัฒน์ของวัฒนธรรมอื่นๆ

    หากปล่อยให้โลกาภิวัฒน์ครอบงำ ไม่นานเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่มีแล้ว
    วัฒนธรรมม้ง เพราะฉะนั้น……………….???????
    (0 _ 0)*******************************************
    “””วัฒนธรรมม้งจะคงอยู่หรือไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้สืบสาน
    สืบต่อวัฒนธรรม ไม่ใช่อย่างอื่นเลย หากไม่มีผู้สืบสาน
    แล้ววัฒนธรรม จะอยู่ได้อย่างไร อย่างเช่น ศาสนา หากไร้ซึ่งสาวก(นักบวช)
    ศาสนาจะยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ไหม
    ฉันใดก็ฉันนั้น วัฒนธรรมม้ง จะคงอยู่ต้องขึ้นอยู่กับลูกหลานม้ง “””
    (0 _ 0)*******************************************
    เราจะทำอย่างไร ไม่ให้ลูกหลานเราไม่ลืม และยังคงดำรงซึ่งวัฒนธรรมม้ง
    ไว้ได้อย่างไร พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย เคยคิดบ้างไหม?????????????????

  14. โป๊ยเซียน

    การจัดปีใหม่ม้ง ให้ตรงกะเทศกาล หรือไม่นั้นผมคิดว่าไม่สำคัญ
    เพราะคนที่อยู่ต่างจังหวัด ทำงานทำการ หรืออื่นๆ แค่ส่วนน้อยไม่ใช่ส่วนใหญ๋
    แต่การที่ทำพิธีไม่ได้ตรงกะฤกษ์ยามกิจกรรมพีธีเซ่นไหว้นี้สิ น่าคิด
    แต่ไหนแต่ไร ม้งบรรรพบุรุษก็นับฤกษ์นับยามให้แน่นอนก็สำคัญช่วงปีใหม่นี้แร่ะ
    คุณลองไปคิดดูให้ดีๆว่า ทุกชนชาติในโลกนี้ จะนับถือฤกษ์วันขึ้นปีใหม่
    ของแต่ละชนแน่นอน ของใครของมัน ต่างชนต่างวาระ(เวลา) ไม่เคยเปลียนแปลง
    แต่ม้งเราทำไมต้องทำเพื่อเอาใจแค่คนแค่ส่วนน้อยเท้านั้น ทั้งๆที่คนส่วนใหญ๋
    ที่จะฉลองปีใหม่คือ คนบ้านนอก คนที่อยู่บ้าน !
    ดังนั้น จงอย่าไปกลัวว่าจะไม่มีใครสืบสานวัฒนธรรมม้งปีใหม่ ถ้าวันนี้ไม่มีจิง
    ก็แสดงว่า พี่น้องม้งรู่นใหม่ไม่สนใจเอง คนทำงานหรือออกจากบ้านแค่ส่วนน้อย?
    ยิ่งม้งที่อยู่รวมกันเปงสังคมใหญ๋ๆ อย่างเช่น ป่ากลาง หรือที่อื่นๆ เดียวนี้
    มีทั้งโรงเรียนประถม มัธยมอยู่รวมในที่เดี่ยวกัน ลุกหลานไม่จำเปงต้องออกไปเรียนไกลๆๆ
    พอมีเทศกาลปีใหม่ ที อาจารย์เค้าก้อหยุดให้เด็กได้เทียวปีใหม่ อาจารย์ที่เปงม้ง ก็สามารถ
    มีเวลาหยุดทำพิธีการ เซ่นใหว้ต่างๆ นี้คือ การจัดการของรัฐที่มองเห้นความสำคัญของการ
    กระจายอำนาจสู่สังคมจัดการเอง พอเสร็จปีใหม่โรงเรียนก้อให้เปิดสอนชดเชยในวันหยุด
    เสาร์อาทิตย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันคือพื้นฐานที่ พี่น้องม้งเราสามารถทำได้ จัดการได้ให้สอดรับ
    กะท้องถิ่งตัวเอง มันจึงไม่ใช่หัวใจของการขาดคนสืบสานวัฒนธรรมม้ง สิ้นเชิง
    แต่ข้อสำคัญคือ เด้กรู่นใหม่ไม่ให้ความสำคัญกะปีใหม่ม้งต่างหาก มันต้องบังคับบบบบคับท่าน?
    _________แค่เอาใจคนอยู่บ้าน คนท้องถิ่น แต่คนจากไกล ออกจากบ้านมาก้อรักนะ ซิบ่ไห้
    ขอบคุณที่อ่าน

  15. มาเยือน

    ผมเห็นประเด็นที่เสนอกันๆมาแล้ว
    นี่แหละครับบบบบบบบบบบ
    ม้งตัวจริง………………..
    ต่างคนต่างก็มีความคิดเห็นของตนเอง
    จะได้หลากหลายความคิด รวมกันเป็นประเด็น
    และนำมาพัฒนาม้งเรา
    หากแต่ความคิดของแต่ละคนนั้นต้องไม่หักล้างความคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง
    ม้งมักมีความคิดริษยาเสมอ
    เห็นม้งดีไม่ได้ เห็นม้งได้ดีเป็นต้องเข้าทำลาย
    นี่แหละ…ม้ง ไม่มีแผ่นดินเพราะงี้แหละ

  16. ดินดำ

    ม้งคือ ชนชาติที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
    แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
    ก็ยังคงทำแบบเดิมๆทั้งดีและไม่ดี
    บางสิ่งบางอย่างไม่พัฒนาตามสังคม
    แต่ในความเป็นจริง หากพายุมา
    ต้นไม้ต้องเอนตามลม หากไม่เอนตามลม
    ก็ต้องหัก บางครั้งคนเราก็ต้องปรับเปลี่ยนบ้าง

    เดี๋ยวนี้คนเผ่าต่างๆ เค้ามีเทศกาลปีใหม่เหมือนคนไทยทั่วไปหมดแล้ว
    เหลือแต่ม้งเราที่ยังคงดำรงไว้ได้ ถือเป็นเรื่องดียิ่ง
    ที่ยังอนุรักษ์ไว้

  17. EdiTor (Post author)

    คุณ มาเยือน เท่าที่ดูทุกคนก็คุยกันอยู่ในร่องในรอย แต่ละคนก็พูดคุยกันตามเหตุ ตามผล ผมยังมองไม่เห็นความจำเป็น ที่เราจะต้องมาใส่อารมณ์กันนะครับ .. การหักล้างทางความคิด ด้วยเหตุและผล คือหัวใจของการโต้แย้งครับ เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปที่ดีที่สุด

    คุณ ดินดำ พี่น้องชาว ปะกากะญอ ยังฉลองเทศกาลปีใหม่ตามเวลาของตัวเอง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงนะครับ ส่วนพี่น้องเผ่าอื่นนั้นผมเองก็ไม่ทราบ

    ..ขออณุญาตเซนเซอร์เล็กน้อยนะครับ

  18. ม้งลงดอย

    อ่านข้อความแล้วน้ำตาจะไหล เพราะสิ่งที่คุณเด็กมหาลัยได้เขียนไว้นั้นมันเป็นเรื่องจริงที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ถ้าหากพวกเราชาวม้งยังไม่ร่วมด้วยช่วยกัน…..อย่างไรก็เป็นกำลังใจให้กะืุทุกคนที่ไม่ได้กลับบ้านในวันปีใหม่ม้ง…..(กลับไปกินหมู่ที่แม่เฝ้าเลี้ยงไว้ และใส่เสื้อผ้าม้งที่แม่นั่งหลังคดหลังแข็งปักให้เพื่อให้ลูกน้อยได้สวมใส่อวดสายตา….ว่านี่ลูกฉัน)….หาเวลากลับบ้านบ้าง…เมื่อมีโอกาส……..

  19. เด็กมหาลัย

    ขอบคุณท่านทั้งหลายที่ให้กำลังใจ
    กับคนที่ไม่ได้กลับบ้านปีใหม่นี้
    ผมเองก็เสียใจที่ไม่ได้ไปดู ปู่ ย่า ตา ยาย ทีนับวัน
    ท่านจะแก่ชราลงไปทุกที ผมเองรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง
    ที่ทั้งคุณปู่ และคุณตา ท่านทั้งสองมีความสามารถในการเป่าแคนม้ง
    ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของม้งที่ีค่ามาก
    แต่ตัวผมไม่มีความสามารถเรียนแคนได้
    ไม่รู้จะได้มีโอกาสเรียนไหม นับวันแสงเทียนก็อับแสงลงไปทีละเล็กทีละน้อย
    ท่านทั้งหลายขณะที่เรานั่งเรียนหนังสืออยู่ในห้องเรียนนั้น
    ท่านรู้หรือไม่ว่าวันเวลาได้ผ่านไปอย่างช้าๆ พร้อมกับเวลากำลังจะพาสิ่งที่มีค่าไปจากตัวเรา
    นั่นคือ หนึ่ง ชีวิตของเราเอง ซึ่งผมเองก็ไม่อยากเชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็ถึง 23 ปีแล้ว
    ชีวิตหนอชีวิต ช่างรวดเร็วเหลือเกิน ย้อนกลับไปดูถึงคนที่บ้าน
    แม่ ท่านแก่ชราไปอีกปี ส่วน ตา ปู่ ก็ชรากว่าเดิมไปมาก
    ท่านทั้งหลายเคยคิดไหม ว่าชีวิตของคนเรา ความสุขที่แท้จริง คืออะไร???
    ในความคิดของผมเองนะ คิดว่า เรียนจบ ทำงานเก็บเงิน แล้วสร้างบ้านดีๆให้พ่อแม่
    อยู่ ซื้อรถให้ท่านขับ เพราะชีวิตทั้งชีวิตของพ่อแม่
    อยู่กับ จอบ เสียม มีด อยู่บนเส้นทางของความเหนือยยากลำบาก
    เหนื่อยทั้งเช้าจนเย็นเพื่อทำไร่ ทำสวนหาเลี้ยงลูกๆ
    ยังต้องปลูกผัก ปลูกขิง เพื่อขายเก็บตังค์ส่งให้เราเรียน

    ท่านที่กลับบ้านปีใหม่ปีนี้ ท่านจะไปทำอะไรบ้าง นอกจากเล่นสนุกกับงานปีใหม่
    ท่านทั้งหลายคงไม่ว่า หากผมจะเสนอความคิดสำหรับท่านเล็กน้อย
    หากไม่ตรงกับใจ ก็ขออภัยนะครับ
    ( ^ _ ^ ) “”” กลับถึงบ้านกอดแม่ กอดพ่อ แล้วขอดูมือของท่านทั้งสองข้างสิ ว่ามือของท่านเป็นยังไง ดูผิวบนใบหน้าของท่านสิ ว่าเนียน ขาว สวยเหมือนของท่านไหม ดูเท้าทั้งสองข้างท่านสิ ว่ามีรอยแผลกี่แผล ดูผมท่านสิว่าขาวกี่เส้น ผมขอเดาว่า มือทั้งสองของท่านเเต็มไปด้วยรอยแผล ขรุขระ จากการทำไร่ทำสวน ผิวหน้าของท่านเป็นสีดำ คล้ำ จากการตากแดด ตากฝน
    ผมของท่านขาวลางๆ ยาว ขณะที่พ่อแม่กำลังทำงานตากแดดตากฝน ทำงานเพื่อหาเงิน หาข้าวให้เราและน้องๆได้กินได้ใช้ แต่เรากลับนั่งเรียนสบายอยู่ในห้องแอร์ ปีใหม่คือ วันที่พ่อแม่จะได้พักแค่ไม่กี่วันก็ยังดี พ่อแม่ตั้งตารอลูก รอลูกที่ท่านอุทิศชีวิตเลี้ยงดู กราบเถอะครับ กราบเท้าท่านสักครั้งได้ไหม ตอนเราเด็กเล็ก ใครที่จูบบนฝ่าเท้าเรา ท่านทั้งหลายยังจำได้ไหม
    ก่อนที่เราจะไม่มีท่านให้เรากราบ ก่อนที่เราจะรู้คุณในวันที่สาย
    มีหลายๆคนที่ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ให้กอด ให้กราบ เสียด้วยกับท่านเหล่านี้ครับ

    ปีใหม่แล้ว ทำตัวให้พ่อ แม่ชื่นใจนะครับ
    สำหรับผมขอไปกราบแม่ทีหลังที่ไม่ใช่ปีใหม่ ก็ได้
    แสดงความกตัญญู ไม่จำกัดเวลา สถานที่ครับ”” (^_^)

  20. วิจารณ์

    คุณหนุ่มข็กน้อยและคุณโบ๊ยเซียน กล่าวได้ถูกต้องแล้ว ม้งทั่วโลกมีไม่รู้กี่ล้านคน เฉพาะในเมืองไทยก็เป็นแสนคนขึ้น และส่วนใหญ่ก็พร้อมใจจัดเทศกาลปีใหม่ให้ตรงตามกำหนดเวลาเดิมทุกๆปี และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มาร่วมไม่ได้และก็ใช่ว่าจะมาร่วมไม่ได้ในทุกๆปี ดังนั้นการเปลี่ยนกำหนดการเพื่ออำนวยความสะดวกคนกลุ่มน้อยจึงไม่ถูกต้อง อนึ่ง ข้อมูลการสำรวจข้างต้นก็ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะใช้อ้างอิงการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้เพราะผู้ตอบคำถามเป็นผู้ที่เข้าถึงอินเตอร์เนตหรือผู้อยู่ในเมืองเท่านั้น ซึ่งไม่ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ทั้งหมด ปีใหม่ม้งมีคุณค่ามากกว่างานวัดที่คิดจะเลื่อนกำหนดเวลาตามใจชอบได้ และหากขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมม้งจะสูญหายไปก็สืบเนื่องมาจากเราไม่สนใจ ไม่สละเวลามาศึกษาเล่าเรียนเอง ในขณะที่เรากำลังศึกษาวัฒนธรรมผู้อื่นได้ทุกวี่ทุกวัน

  21. โป๊ยเซียน

    ขอบคุณครับ คุณวิจารณ์ ” คุณก้อพูดได้ดี “

  22. หนุ่มเข็กน้อย

    ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันปีใหม่ครับ ทั้งคนที่กลับบ้านและหลายคนที่ต้องทำหน้าที่ของตนเองอยู่
    ขอให้มีพลังใจและพลังกายต่อสู้ต่อไปครับ หนุ่มสาวชาวม้งทั้งหลาย อย่าทำงานจนลืมคนที่บ้านนะครับ

    http://www.youtube.com/watch?v=KLuQiEIraFY&NR=1

  23. น้องเล็ก

    สวัสดีปีใหม่ม้ง ขอให้พี่น้องทั้งหลายจงมีความสุข

  24. key

    วะดีปีใหม่ม้งอันจะถึงเร็วๆนี้นะครับ ผมก็เป็นเด็กม้งคนหนึ่ง ซึ่งปีใหม่ก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไร
    ไม่ใช่ไม่อยากกลับนะครับ เพียงแต่ว่าติดเรียนนิดหน่อยน่ะ มันดูไม่มีเหตุผลเลยใช่ใหมครับ
    แต่ลึกๆแล้วผมคิดว่ามันก็มีเหตุผลอยู่ในตัวเอง ไม่เป็นไร ปีนี้จะกลับไปสนุกกับปีใหม่ม้งนี้
    ของพวกเราชาวม้งทุกๆคน และหวังว่าทุกๆคนคงสนุกกับปีใหม่นี้นะครับ มีแค่ปีละครั้งเอง
    อยากได้ไปเที่ยวจนลืมมาโยนลูกบอลกันล่ะ ขอให้โชคดีและมีความสุขกันทุกคนนะครับ

  25. ไนท์

    ใครที่ได้เที่ยวปีใหม่ก็อย่าลืมเที่ยวเผื่อด้วยนะ

  26. เด็กพยาบาลลำปาง

    ที่ทุกคนพูดล้วนมีเหตุผล แต่อาจมีเหตุผลที่ต่างกัน หนูเองก็เป็นหนึ่งในหลายๆคนที่ไม่ได้กลับบ้านเช่นกัน แต่การที่เราไม่ได้กลับก็เหมือนที่หลายๆคนได้พูดแล้วว่าเพราะเรามีเรียนและมีสอบ บางครั้งหลายๆคนอาจคิดว่าทำไมเราถึงหลงตามคนไทยไม่อนุรักษ์และรักษาวัฒนธรรมม้งหรือลืมรากเหง้าของความเป็นม้งแต่อยากบอกว่าแท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ เพราะเราทุกคนที่ไม่ได้กลับไม่ใช่ว่าไม่อยากกลับแต่อยากกลับมากบางคนถึงขนาดต้องร้องไห้แต่มันติดอยู่ที่ธุระของแต่ละคนนั้นจำเป็นมากค่ะไม่สามารถกลับได้ ดิฉันเองก็ไม่ค่อยได้กลับเลยตั้งแต่เด็กจนถึงมหาลัยยกเว้นปีที่จัดช่วงวันหยุดปีใหม่ไทยค่ะ หลายคนเสนอว่าอยากให้จัดตรงช่วงปีใหม่ไทยหนูเองก็คิดว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาอีกวิธีที่ดีเพราะทุกคนจะได้กลับอันนี้คือคิดถึงความสนุกสนานและพร้อมหน้าพร้อมตาของคนในบ้านแต่หากจะคิดถึงความถูกต้องทางประเพณีแล้วก็อาจไม่ตรงช่วงวันหยุด อันนี้ก็อยากให้ท่านผู้อาวุโสเป็นคนพิจารณาตามความเหมาะสมเพราะถ้าหากเอาความคิดของเด็กๆนักเรียนนักศึกษาแล้วอาจอยากให้เลื่อนไปจัดช่วงวันหยุดปีใหม่แต่อาจไม่ได้คิดถึงความถูกต้องตามประเพณีเกี่ยวกับฤกษยามวันดี

    และอยากบอกอีกว่าปีใหม่นี้คิดถึงแม่มากค่ะทุกคนพูดถูกแล้วแม่ตั้งเลี้ยงหมูมาเป็นปีเพื่อฆ่า
    ให้ลูกๆกินในวันนี้แต่หากเราไม่ไปท่านจะคิดอย่างไรคะ
    และอีกอย่างชุดที่ท่านตั้งใจปักให้ใส่แล้วเราไม่ได้ไปใส่ท่านจะคิดอย่างไร

    หนูเสียใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรอะไรก็สำคัญจะเอามาเทียบกันไม่ได้

  27. สาวตาก

    สวัสดีปีใหม่ม้ง
    เป็นคนม้งที่ไม่ได้กลับบ้านเช่นกัน เพราะเรียนอยู่
    เสียดายจังเลย ยังไงก็ขอให้คนที่ได้เล่นเล่นกันให้สนุกๆๆ เผื่อๆ คนที่ไม่ได้เล่น
    ด้วยนะ รักคนม้งทุกคน สาวตากเรียนอยู่อยุธยา

  28. muas

    เข้ามาเป็นครั้งแรกครับ
    ทุกคน ก็คงพูดถูกในมุมมองของแต่ละคนครับ
    ไม่มีใครผิดหรอกครับ
    ทุกคน ก็คงมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น
    ขอเป็นกำลังใจให้คนที่ไม่ได้กลับ ไปบ้านช่วงปีใหม่นะครับ
    และขอดีใจกับคนที่ได้กลับด้วย
    สุขสันต์ปีใหม่ ทุกคนนะครับ
    ผมมีเรื่องราวดีๆจะเขียนให้อ่านครับ
    น้ำเป็นของเหลวที่มีเอกลักษณ์
    เมื่ออยู่ในภาชนะแบบไหน ก็เปลี่ยนรูปร่างตามภาชนะนั้น
    แต่น้ำไม่เคยเปลี่ยนเอกลักษณ์ก็ยังคงเป็นน้ำ
    คนเราก็เช่นกัน เราสามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสังคมได้
    แต่เราควรรักษาเอกลักษณ์ของเราไว้
    คนม้งมีเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมที่ดีมากมาย
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เอกลักษณ์ หรือวัฒนธรรมทุกอย่างจะดีต่อ
    การพัฒนาและความเจริญก้าวหน้า
    เอกลักษณ์ของคนม้งและวัฒนธรรมหลายอย่างเป็นสิ่งดี
    เช่น การแต่งกาย เสื้อผ้าและ
    ภาษา เป็นเอกลักษณ์ ที่บกบอกถึงความเป็นม้งอย่างชัดเจน
    สิ่งนี้ควรรักษาไว้ เป็นที่น่าเศร้าใจ ที่คนม้งบางคน ไม่อยากพูดม้ง
    และครอบครัวม้งบางครอบครัว ไม่สอนลูกพูดภาษาม้ง
    เพราะสิ่งนี้ จะทำให้เขาหมดเอกลักษณ์ของความเป็นคนม้ง
    คนม้งหลายคนคิดว่า การไม่สอนให้ลูกพูดภาษาม้ง น่าจะเป็นการช่วยให้
    ให้ลูกไม่ต้องเจอความอับอาย เมื่อพูดไทยได้ชัด
    แต่แท้จริง กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องเสียหน้ามากยิ่งกว่า
    เราอาจไม่พูดม้ง แต่เราไม่สามารถ บดบังหน้าตาที่เป็นม้งได้
    เมื่อมีคนถามว่า เขาเป็นคนชนชาติอะไร และเขาตอบว่าเป็นม้ง
    แต่กลับพูดม้งไม่ได้ ก็มักจะถูกล้อเสมอว่า ทำไม เป็นม้งแต่พูดม้งไม่ได้

  29. muas

    ก็กลับยิ่งทำให้ต้องพบกับความอับอาย
    เปรียบเหมือนโทรศัพฑ์ ที่ไม่สามารถโทรหรือรับได้
    ได้แต่ฟังเพลงเท่านั้น ก็ไม่คู่ควรเป็นโทรศัพฑ์ คงเป็นแค่เครื่องเล่นเสียง
    แต่ก็คงเป็นเครื่องเล่นเสียงไม่ได้ เพราะรูปร่างเป็นโทรศัพฑ์
    หลายคนคิดว่า ถ้าพูดม้งมากๆ จะทำให้พูดไทยไม่ชัด
    จะทำให้ต้องอับอาย เหตุผลนี้ก็น่าฟังอยู่ และก็น่าเห็นใจ
    แต่พี่น้องม้งที่รักครับ
    มีคนฝรั่งมากมาย ที่พยายามพูดไทย และเขาพูดไม่ชัด เขาก็ไม่เห็นอาย
    และกลับทำให้คนไทยมากมายเลียนแบบเขาด้วย
    ดังนั้นเราไม่ควรอาย หากเราจะพูดภาษาไทยไม่ชัด
    เพราะการพูดไม่ชัด ไม่ส่งผลต่อการทำงาน หรือความสำเร็จใน
    หน้าที่การงาน หากแต่เป็นลักษณะนิสัยที่ดีต่างหาก เมื่อเรามีลักษณะนิสัยในการ
    ทำงานที่ดี เราอยู่ที่ไหนๆ ใครๆก็ยอมรับเรา ไม่ขึ้นอยู่กับความชัดเจนทางภาษา
    และความจริงอีกบางประการก้คือ ถ้าเราจะตั้งใจจริง เราก็สามารถพูดทั้งสองภาษาได้
    ในสำเนียง ที่ชัดเจนทั้งคู่
    มีคนมากมาย ที่สามารถพูดทั้งสองภาษาได้อย่างชัดเจน
    ดังนั้นขอเป็นกำลังใจให้หลายๆคน ที่ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาม้ง หรือ อายที่จะใช้ภาษาม้ง
    ให้หันกลับมาพูดม้ง มากขึ้นนะครับ

  30. muas

    ขอแสดงความคิดเห็น กับข้อโต้แย้ง เรื่องกำหนดเวลาด้วยคนนะครับ
    คนอิสลาม มีกำหนดวันที่ชัดเจนในการประกอบพิธีต่างๆ
    และความเคร่งครัดของ คนอิสลามเอง
    ทำให้หลายบริษัท ต้องยอมหยุดงานให้คนอิสลาม
    ทำให้ห้างสรรพสินค้า หลายๆที่ต้องมีสถานที่ สำหรับการ
    ประกอบพีธีทางศาสนาให้
    หลายๆท่านอาจจะคิด ว่า นี่เป็นเรื่องของศาสนา และงานปีใหม่ม้ง
    เป็นเทศกาลที่เทียบไม่ได้
    ผมก็คงไม่ขอแสดงความขัดแย้งกับท่าน
    หากแต่ผมอยากจะกล่าวว่า หากเราเห็นความสำคัญของสิ่งหนึ่ง
    สิ่งใดจริงๆ เราก็จะหลบหลีกเวลาเพื่อสิ่งนั้น
    ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายบางคนเมื่อรักและเห็นคุณค่าผูหญิงคนหนึ่งมาก
    เขาจะยินดี ที่จะทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงนั้น และจะมีเวลา เพื่อสิ้งนั้นเสมอ
    สรุป ก็ คือ เมื่อเราเห็นคุณค่าสิ่งใด เราก็จะมีเวลาเพื่อสิ่งนั้นเสมอ

    อีกประการหนึ่งก็คือ แน่นอนประเพณีปีใหม่ม้ง เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นประเพณีที่สืบทอดต่อๆกันมา แต่ในความคิดของผมเอง
    ปีใหม่ม้ง ก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต หากแต่มีสิ่งอื่นๆอีกหลายอย่างที่มีความสำคัญกว่า
    อาทิเช่น หน้าที่การงาน อนาคตทางด้านการเรียน และ อาจจะมีสิ่งอื่นๆอีก สำหรับบางคน
    ดังนั้น การที่บางคนไม่สามารถกลับมาได้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด
    แต่หากการจะเปลี่ยนแปลงวันเวลา เพื่อให้คนอีกหลายๆคน สามารถ มาร่วมงานได้นั้น ในความคิด ของผมเอง ผมคิดว่าไม่ควรทำ
    (ก่อนที่ผมจะอธิบาย ผมขอ บอกว่า ผมเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องวันเวลา โชคลาง ของขลัง
    ผมเชื่อว่า ทุกวันเป้นวันที่ดี และทุกเวลาเป็นเวลาที่ดี ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง)
    เพราะนี่คือ เอกลักษณ์ อย่างหนึ่ง ของประเพณีปีใหม่ม้ง เหมือนวันลอยกระทง ของไทย เราควรอ้างอิงจากปฏิทิน เพื่อคนรุ่นหลัง จะไม่เกิดความสับสน และคงไว้ซี่ง ที่มาที่ไปของประเพณี

    แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่า หลายๆที่ที่จัดไม่ตรงกับวันเวลาที่กำหนดนั้นผิด ตัวอย่างเช่น ม้งกรุงเทพจัดปีใหม่ก่อน วันเวลาจริงตามปฏิทิน เพราะคนส่วนใหญ่ที่จะมาร่วมงาน ปีใหม่ม้งกรุงเทพ คือ นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องมีปฏิทินการทำงาน ตามปฏิทินไทย ดังนั้น หากอ้างอิงจากปฏิทินม้ง อาจทำให้ไม่สามารถจัดได้ ดังนั้น การจัด ปีใหม่ในวันเวลาที่ผิดนั้น ก็คงจะไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะเมื่อมาชั่งน้ำหนักดูแล้ว การจัด ก็คงจะดีกว่าไม่จัด

    แต่ตามชุมชนใหญ่ คือหมู่บ้านต่างๆ ที่คนส่วนใหญ๋คือ ชาวบ้าน ที่ไม่มีโครงสร้างการทำงาน ที่ตายตัว
    ก็ควรจะยึดถือวันเวลา ดั้งเดิม เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องสำหรับคนรุ่นหลัง ส่วนคนอื่นๆที่มีโครงสร้างเวลาที่ตายตัว แต่อยากมาร่วมนั้น ก็ควรจะมีการวางแผนตารางเวลาของตัวเอง เพื่อบางทีอาจสับหลีก หรือ สับเปลี่ยนงานบางอย่าง ทำให้สามารถมาร่วมงานได้ แต่บางคนที่ไม่ได้จริงๆ ก็ไม่ต้องเสียใจ
    ก็รอไว้โอกาสหน้า ก็แล้วกัน

    สรุปก็คือ เราควรอ้างอิงจากคนหมู่มากที่สามารถมาร่วมงานได้
    และหากเป็นไปได้ ก็ควรยึดถือ กำหนดการดั้งเดิมให้มากที่สุด
    เพื่อคงไว้ ซึ่งความถูกต้อง และการสืบต่อของวัฒนธรรมสำหรับคนรุ่นหลัง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *