ผลสำรวจ ม้ง และการปลูกข้าว

น้ำที่ท่วมอยู่ยังไม่ทันได้ลดลงภัยหนาวก็จ่อติดมาอีกแล้ว ก็ขอให้พวกเราดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดี น้ำท่วมคงไม่กระทบกับพวกเราคนบนพื้นที่สูงมากนัก แต่ภัยหนาวนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นภัยของคนบนพื้นที่สูงโดยเฉพาะก็ว่าได้ หลังจากคนในที่ลุ่มโดนน้ำท่วมไปแล้ว จากนี้ไปก็ถึงเวลาของคนบนพื้นที่สูงอย่างเราๆ ต้องต่อสู้กับภัยหนาวต่อไป ..นี่แหละธรรมชาติ ทั่วถึง และมาตรฐานเดียว

ตอนนี้ที่บ้านก็เกี่ยวข้าวเก็บเข้ายุ้งฉางกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใจหนึ่งก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจกับทางบ้าน เพราะขณะเกี่ยวข้าวพวกเค้าต้องคอยกังวลเรื่องฟ้าฝนอยู่ตลอดเวลา (ข้าวที่เกี่ยวเสร็จ ถ้าโดนฝนคุณภาพของข้าวจะเสีย) แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกสะเทือนใจ เมื่อเหลียวมองพี่น้องคนไทยคนอื่นๆ ที่ไร่นาเสียหายจากการถูกน้ำท่วม แทนที่พวกเค้าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อบรรเทาความเหนื่อยยากที่ผ่านมา แต่ผลกลับกลายเป็นพวกเค้าต้องมาเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ และพบเจอกับสิ่งดีๆ ในวันพรุ่งนี้

Poll “Hmong today’s rice planted” by Hmongasia.com

-Self cultivation (60%,107 votes)
-Buy to eat (24%, 42 votes)
-Planted some years (8%, 15 votes)
-For sale and self cultivation (7%,13 votes)

This poll has started Sep 7th – Oct 30th 2010, almost Two months with 177 voters.

เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องกัน ผมได้เปิดแบบสำรวจในหัวข้อ “ที่บ้านปลูกข้าวกินเอง หรือซื้อกิน” โดยได้เริ่มแบบสำรวจตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.- 30 ต.ค. รวมระยะเวลาก็ประมาณเกือบๆ สองเดือน รวมจำนวนผู้โหวตทั้งสิ้น 177 คน ผลโหวตให้ดูตามภาพด้านล่าง

Hmong Thailand Rice

ก็เป็นอันว่าม้งเราส่วนใหญ่ยังคงปลูกข้าวกินเอง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจากนี้ไปราคาข้าวก็คงไม่ต่างไปจากราคาทองคำ คือมีแต่จะเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะพื้นที่เพาะปลูกจะลดน้อยลง คนปลูกก็จะน้อยลง ประกอบกับสภาวการณ์ของโลกที่จะแปรปรวนมากขึ้นเรื่อยๆ (ภัยแล้ง น้ำท่วม ภัยหนาว ..) ..ก็ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งข้างหน้าเราจะสามาถปลูกข้าวบน Facebook ได้ (ถ้ามีวันนั้นก็อย่าลืม invited ด้วยล่ะ)

ฝนแล้ง เพาะปลูกไม่ได้ น้ำท่วม ก็เพาะปลูกไม่ได้ เราก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าสถานการณ์ด้านการเกษตรของม้งเราจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และเราจะปรับตัวกันอย่างไร ..นอกเหนือจากภัยธรรมชาติแล้ว อย่าลืมเรื่องการสืบทอดภูมิความรู้ด้านการเพาะปลูกด้วยนะครับ เราจะได้มีข้าวดอยไว้กินกันต่อไป

3 Comments

  1. คนด้อยโอกาส

    ครอบครัวเราอยู่ในกลุ่ม “ซื้อกินมานานแล้ว” โดยมีสาเหตุดังนี้ 1)ครอบครัวย้ายมาตั้งถิ่นฐานในเมืองนาน 20 กว่าปี จึงห่างจากการปลูกข้าวไร่ เมื่อสมัยอยู่บ้านเกิด 2)สภาพพื้นที่ไร่ข้าวเดิม ได้ถูกปรับแปลงแทนด้วยการปลูกไม้ยืนต้น จึงไม่มีพื้นที่ปลูกข้าว 3)สภาพพื้นที่เหลืออยู่ไม่สามารถปลูกข้าวได้ เนื่องจากสภาพดินเสื่อมโทรม ไม่สามารถปรับพื้นที่ต่อการปลูกข้าวได้อีก

    การซื้อข้าวกินแทนการปลูกข้าวกินเอง มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันไปตามปัจจัยพื้นฐานของการดำเนินชีวิตของแต่ละครอบครัว สถานการณ์ของการดำเนินชีวิตที่ต้องดิ้นรม ทำให้ห่างจากการปลูกข้าวที่มีญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน ช่วยกันปลูกข้าวไร่นาเป็นมิตรที่ดีต่อกัน บรรยกาศเหล่านั้นได้ห่างจากชีวิตครอบครัวของเรา และเริ่มๆสูญหายไปในที่สุด ถ้าหากเรายังไม่ปรับชีวิตกลับไปสู่ชนบทบ้านเดิม บ้านเกิดของเรา ภายใต้การพยายามสร้างพื้นฐานชีวิตแบบเดิมๆ(วิถึชีวิตชนบน)

  2. EdiTor (Post author)

    คุณคนด้อยโอกาส หากพอมีเงินผมว่าการซื้อกินก็ถือเป็นทางเลือกที่สะดวกครับ สำหรับครอบครัวที่ฐานะลุ่มๆ ดอนๆ ก็อาจมีปัญหาได้เมื่อเมื่อข้าวหมดถัง ยิ่งถ้าครอบครัวไหนสมาชิกเยอะหน่อย ข้าวอาจกลายเป็นภาระสำคัญได้

    ส่วนคนปลูกข้าวกินก็ใช่ว่าจะสบายครับ เพราะกว่าจะได้ข้าวเม็ดมากินต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย เริ่มจากทำเม็ดข้าวให้เป็นต้นกล้า ทำต้นกล้าให้เป็นต้นแก่ จากนั้นทำให้มันออกรวง รอให้รวงข้าวมันเหลือง จากนั้นก็ทำรวงข้าวให้เป็นเม็ดอีกครั้ง ซึ่งทุกกระบวนการล้วนต้องใช้แรงงานและเงิน เหนื่อยกายไม่พอต้องมาคอยเหนื่อยใจอีก ..แต่ความสุขที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อได้เห็นข้าวเต็มยุ้งฉาง เพราะสามารถมั่นใจได้ว่าจะมีกินตลอดทั้งปี ดังที่ม้งเราชอบพูดกันว่า “ไม่มีกับแต่มีข้าว แค่นี้ก็อยู่ได้อย่างสบายแล้ว”

  3. Xav Nco

    ปีนี้..ที่บ้านก็ไม่ได้ปลูกข้าวแล้ว(แต่ทุกปีที่ผ่านๆมาปลูกกินเองทุกปี)..เพราะ ไหนจะต้องเช่าที่..ไหนจะอยู่ไกลบ้าน ไหนจะลงทุนค่าปุ๋ย ค่าแรงงาน อีกจิปะถะ..ซึ่งถ้าเอามาเทียบกันแล้ว ..เอาเงินไปซื้อข้าว ก็พอๆกับการลงทุนปลูกข้าว..มันก็มีข้อดี และ ข้อเสีย..ถ้าปลูกข้าวเอง ถึงปีนั้นๆข้าวอาจจะไม่ดีไม่งามเลย..แต่อย่างน้อยๆอุ่นใจว่าได้มีข้าวกินแน่นอน..ครอบครัวไม่ต้องกังวลเรื่องข้าวอีก..ส่วนที่ซื้อข้าวกิน..ยังไม่รู้เลยว่าช่วงที่เขาเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ..ตังค์ในกระเป๋ายังจะมีอยู่พอที่จะซื้อข้าวหรือไม่..หรือ ในเวลาที่ข้าวในยุ้งฉางหมด จะมีตังค์เหลือเก็บพอไหม..ที่จะซื้อข้าวกินกันทั้งครอบครัว..แต่อย่างไรเสีย ถ้าใครที่พอจะมีที่ทางปลูกข้าว ปลูกกินเองดีกว่า..ไม่ต้องมานั่งกังวลตลอดทั้งปี..อย่างที่ Editor พูด คนม้งเรา ถึงจะยากจนยังไงไม่มีกับขอให้มีข้าวกิน ก็สบายแล้ว ..

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *