ผีสางนางไม้ กับสัญญาที่ต้องเป็นสัญญา

เรื่องเล่าสยองขวัญ

…สัญญาต้องเป็นสัญญา สัญญาว่ามาต้องมา … เมื่อใดที่ใครให้คำสัญญา ต้องรักษาดีดี ด้วยหัวใจ

ขึ้นต้นด้วยการทวนความจำ กับเพลงของพี่เบิร์ดสักหน่อย เพื่อให้เข้าใจว่าสัญญาคืออะไร และเมื่อใครให้คำสัญญาแล้วต้องทำอย่างไร และถ้าไม่ทำจะเกิดอะไร เพราะวันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับการลืมคำสัญญา จากทางโน้นมาเล่าสู่กันฟังทางนี้ … ที่สำคัญคือ มันไม่ใช่คำสัญญาธรรมดาทั่วไป

เรื่องนี้นำแสดงโดย คุณอา น้องชายคนโตของพ่อ กำกับโดย อะไรบางอย่าง (ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า) ให้เสียงภาษาไทยโดย คนเล่นหมอก … ฉายที่นี่ที่แรก และจะฉายค้างอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่า EdiTor จะลบ จุดเด่นของเรื่องคือ ลืมจริงเจ็บจริง ไม่มีใครกล้าแสดงแทน ไม่ใช้สลิงเพราะไม่มีฉากผาดโผน ตอนจบของเรื่องยังไม่ถ่ายทำ … เพราะนักแสดง “คุณอา” ถอดใจเสียแล้ว

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าคุณอา (น้องชายพ่อ) เกิดไม่สบายมาพักใหญ่แล้ว ด้วยอาการที่จะเป็นอัมพฤกษ์ก็ไม่ใช่ แต่ตัวผอมซีดเหลือง แขนขาไม่มีเรี่ยวมีแรง สีหน้าไม่สดใส กินยาม้งก็แล้ว กินยาแผนปัจจุบันเข้าไปก็แล้ว ไปโรงพยาบาลก็ไม่หาย เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นปี

อาการดังกล่าว เมื่อไปพบแพทย์ๆ ก็ไม่สามารถระบุอาการได้ แต่ด้วยความที่ตัวซีดเหลือง ไม่มีเรี่ยวมีแรง และทานอาหารได้น้อย สิ่งแรกที่หมอนึกได้ก็คือ แขวนน้ำเกลือให้ก่อน

แต่เมื่อสองวันก่อน ทางบ้านได้ไปขอให้อาจารย์ซึ่งเป็นคนพื้นราบ ให้ช่วยทำพิธีนั่งทางในดู (เนื่องจากอาจารย์ท่านนี้เคยทักคุณอามาก่อน) จึงได้ทราบว่าคุณอานั้นเคยไปบนบานกับผีสางนางไม้เอาไว้ แต่ยังไม่ได้ทำพิธีแก้บน หรือตอบแทนผีสางนางไม้ตนนั้น … แค่นี้แหละรู้เลย “งานเข้า”

เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องได้ท้าวความกลับไปเมื่อประมาณห้าหกปีที่แล้ว สมัยที่คุณอาและคุณอาคนอื่นๆ ได้เริ่มบุกเบิกพื้นที่ป่าเพื่อทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ โดยทำด้วยกันอยู่สามครอบครัว เริ่มแรกนั้นพวกอาๆ ทั้งหลายได้ทำการเพาะปลูกไปพร้อมๆ กับการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (ฟาร์มม้ง …ปล่อยหากินเอง) ซึ่งสัตว์ดังกล่าวก็ได้แก่วัว และแพะ

ในระยะเริ่มแรกของการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่แห่งนี้ พวกแพะที่เลี้ยงไว้มักจะถูกหมาป่ากัดกินเป็นอาหาร ส่วนพวกวัวก็จะโดนเสือโคร่งคาบไปกิน เล่นเอาพวกอาๆ ที่แม้จะเป็นพรานล่าสัตว์มือฉมังก็ตาม ยังต้องยอมจำนน

เมื่อได้ใช้ความพยายามทุกทางแล้ว แต่ความเสียหายยังคงหนักขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นสิ่งต่อไปที่พอนึกได้ และหวังพึ่งพาก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั่นเอง

พูดแล้วชักขนลุก ณ ไร่กลางป่าที่คุณอาทั้งหลายไปอาศัยทำกินอยู่นั้น มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับกระท่อมที่พัก เมื่อหารือร่วมกันแล้วจึงได้ข้อสรุปว่า จะทำพิธีอันเชิญให้ผีสางนางไม้มาสิงสถิตย์กับต้นไม้ต้นนี้ เพื่อป้องปักคุ้มครองสมาชิกในครอบครัว รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย และในที่สุดพิธีอันเชิญก็ถูกจัดทำขึ้น เรียกพิธีนี้ว่าดงเฟ้ง (Ntoo Feeb)

ตามตำนาน “ดงเฟ้ง” เป็นพิธีที่จัดทำขึ้นหลังจากบุกเบิกพื้นที่ทำกินใหม่ ก็คือหลังจากถางป่าเสร็จก็จะต้องมีการประกอบพิธีนี้ขึ้น และโดยปกติต้องมีการทำบุญเลี้ยงผีสางนางไม้ตนนี้ทุกปี

กลับเข้าเรื่องต่อ หลังจากทำพิธีเสร็จสัตว์ร้ายอย่างหมาป่า หรือเสือโคร่งก็ไม่มายุ่งกับสัตว์เลี้ยงของพวกอาๆ อีกเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก (แต่เกิดขึ้นแล้ว) จนถึงเวลาหนึ่งมีคุณอาสองครอบครัวได้ย้ายออกไปจากพื้นที่นี้ เพื่อไปเลี้ยงสัตว์ที่อื่น จึงเหลือแต่คุณอาที่กำลังป่วยอยู่นี้เพียงครอบครัวเดียว

สี่ปีผ่านไป (ปัจจุบัน) คุณอาไม่เคยทำพิธีกรรมใดๆ หรือทำบุญเพื่อตอบแทน (pauj) ผีสางนางไม้ตนนั้นอีกเลย จนกระทั่งเมื่อต้นปีนี้ตอนคุณอาเริ่มป่วย ได้มีอาจารย์ที่เป็นคนพื้นราบ (คนเดียวกันกับที่นั่งทางในครั้งนี้) มาทัก และว่าอาการป่วยของคุณอานั้น สืบเนื่องมาจากผีสางนางไม้ตนนั้น แต่เวลานั้นคุณอาไม่ได้สนใจคำทักของอาจารย์ท่านนี้ จนเมื่อเวลาล่วงไปหลายเดือน

จนกระทั่งเมื่อสองวันก่อน คุณอาได้กลับไปหาอาจารย์ท่านนี้ และขอให้ท่านช่วย และแล้วเมื่อวานนี้เอง อาจารย์ท่านนี้ก็ได้ช่วยทำพิธีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการนำไก่เพศผู้ และเพศเมียอย่างละตัว ไปทำพิธีในครั้งนี้ … สำหรับผลนั้น คงต้องรอดูต่อไป (อย่างที่บอกตอนจบยังไม่ถ่ายทำ) ว่าการทำพิธีครั้งนี้จะเป็นพิธีกรรมที่สายเกินไปหรือเปล่า

ผีสางนางไม้ หรือภูติผีเทวดา ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากมนุษย์มนา เมื่อสัญญาแล้วก็ต้องเป็นสัญญา หากใครที่ลืมสัญญา หรือไม่ทำตามสัญญาก็อาจจะต้องได้รับบทลงโทษที่ต่างกันไป สำหรับผีสางนางไม้ด้วยแล้ว โทษที่ได้รับอาจจะหนักหนาสาหัสกว่า

ดังนั้นแล้ว … เมื่อใดที่ใครให้คำสัญญา ต้องรักษาดีดี ด้วยตัวและหัวใจ
เพราะผลที่ตามมานั้น สุดที่จะคาดเดาได้ …

7 Comments

  1. เคาะสนิม

    ตามมาอ่านอีกแล้วครับ สัญญาต้องเป็นสัญญา

  2. ม้งคนหนึ่ง

    yog!! nws ceem ceeb heev….yog yus tau hais li cas rau leej tws lawm yus yuav ua ko tau!!!!

  3. tej

    ผมมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณตอนผมอายุ 19 ปี เพิ่งเรียน ป.ตรีปี 1 ผมชอบผู้หยิงแถวบ้านคนหนึ่ง และเธอก็ค่อยชอบผมมากนัก มาวันหนึ่งเป็นวันวาแลนไทน์ ผมและเธอก็ไปเคารพหลุมฝังศพ ย่าของเธอ พร้อมทั้งอธิฐานว่าหากนับจากวันนั้นเป็นต้นไป หากเธอรักผม ผมจะรักเธอไปทุกชาติภพ และจะดูและเธอให้ดี จากวันนั้นมาเธอก็รักผม และเราก็คบกันจนผมาอายุ 25 ปี จบปตรีได้ 2 ปี แต่ว่าผมก็ไปมีแฟนใหม่และต่อมาอีก 1 ปีผมก็แต่งงาน ส่วนเธอเมื่อรู้ว่าผมแต่งงานก็ร้องให้ และจะฆ่าตัวตาย แต่ว่าเหตุการณ์ก็ไม่บานปลายมากนัก หรือเพราะว่าเราไม่เห็นกับตา ( ผมว่าเธอคงต้องทรมานมาก ) และเมื่อผมแต่งงานชิวิตการแต่งงานก็ไม่ค่อยระราบรื่นดีนัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ( ผมค่อนข้างเชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวกับคำสัญญาดังกล่าว )

    สุดท้ายก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกท่านอย่าให้สัญญามั่วๆ นะครับ ถ้าเป็นสัญญาขอให้อย่าผูกมัดมากจนเกินไปจนยากที่จะถอนได้

  4. รักนะ

    http://www.youtube.com/watch?v=Cdqt7S49fHY
    ลองฟังดูสิ ขนหนาวจะลุกเลย

  5. hmoob

    สัญญาต้องเป็นสัญญา

  6. ก๊อดซิล่าน้อย

    การที่เราให้สัญญากับใครนั้นก็แสดงว่าเราพร้อมที่จะทำตามในสิ่งที่เราพูดเหมือนให้ความหวังกับเขา อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอนบางทีการที่เราจะรักใครสักคนก็ไม่ต้องให้คำสัญญาถึงขั้นว่าต้องแลกด้วยชีวิตหรืออนาคตของการและการเลยเพราะบางทีคนที่ใช่สำหรับเรา(เนื้อคู่)ของเราอาจไม่ใช่เขาหรือ(เนื้อคู่)เขาอาจไมใช่เรามันจะยากนะคะที่ต้องมาแก้ไขอะไรบางอย่าที่เคยพูดออกไป
    ในชีวิตของฉันก็เคยผ่านการให้สัญญาและเคยมีคนมาให้สัญญาด้วยเขาบอกฉันว่าเขาจะไม่มีใครมาแทนที่ของฉันความห่างไม่สามารถทำให้คนอื่นเข้ามาแทนฉันก็รอเขามาตลอดเขาให้ความหวังกับฉันแต่พอเปิดเทอมมาเขาก็ทำให้ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันรอและรางวัลที่ฉันได้รับคือ…ความว่างเปล่า
    เขาเปลี่ยนไปแล้วไม่เหลือแล้วคำว่าเรา แต่ฉันก็ไม่อยากเอาคืนสักวันถ้าเขาเจออย่างที่ฉันเป็นเขาคงเข้าใจ(ขอบคุณสำหรับพื้นที่)

  7. เหมี้ยส

    เราไม่รู้ว่าอุปทานหรือเปล่า คือที่บ้านมีต้นตระกูนา 2-3 ต้นซึ่งย่าปลูกมานานแล้ว อายุน่าจะมากกว่า 50ปี แต่ปัจจุบันท่านเสียไป 20 กว่าปีแล้ว ย่าปลูกไว้ที่คันนาเพื่อแสดงขอบเขตและกันดิน ด้วยความเห็นแก่ตัวของคนข้างบ้านจึงตัดต้นไม้โดยไม่ขออนุญาติพ่อ เพราะต้องการทำที่จอดรถบนที่ดินของพ่อ ที่แรกบ้านเราก็โกรธอยากแจ้งความเหมือนกัน แต่พ่อเห็นว่าเป็นญาติกันก็เลยไม่เอาเรื่อง แต่หลังจากนั้นหัวหน้าครอบครัวบ้านนั้น(คนตัดต้นไม้)ก็วิกลจริตไปเลย เมียของแกบอกว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะไม่แก้บนที่ทำเคยบนกับหลวงพ่อไว้
    เมื่อ 3สัปดาห์ที่ผ่านมาเขาก็ต้องการตัดต้นตะกูนาอีก 2 ต้นเพราะต้องการทำที่จอดรถให้ได้ ต้นแรกตัดได้สำเร็จเพราะแอบตัดตอนใกล้มืด กำลังจะตัดต้นที่สองพอดีพ่อมาเจอก็เลยสั่งห้ามไม่ให้ตัด พ่อเสียใจมากเราเห็นพ่อนำตาซึมๆ เพราะต้นไม้เป็นตัวแทนของย่าพ่อคงมีความรู้สึกผูกพันธ์ ความจริงแล้วคนพวกนี้ไม่เคยมาขออนุญาติพอซักคำคิดจะตัดต้นไม้ของเราก็จะตัดตามอำเภอใจทั้งๆที่อาศัยที่ดินบรรพบุรุษของเราปลูกบ้านกันมาชั่วลูกชนั่วหลาน เมื่อพ่อสั่งห้ามตัดเด็ดขาดพวกเขาเลยไปบอกนายกเทศบาลให้มาขอพ่อสุดท้ายพ่อก็จำต้องยอมให้ตัด ในวันที่ตัดพี่สาวก็มาดูและเป็นกำลังใจใหพ่อเพราะรู้ว่าพ่อเสียใจ หลังจากตัดแล้วพี่สาวต้องการทำพิธีขอขมาต้นไม้เพื่อให้พ่อสบายใจและต้องการแสดงพิธีกรรมให้พวกนั้นเห็นและรู้สึก(คิดทำไม่จริงจัง) แต่เราบอกว่าต้นไม่อาจมีนางไม้อยู่ก็ได้ให้ทำพิธีจริงอย่าทำเล่นๆ เพราะเขาไม่มีที่อยู่แล้วให้เชิญไปอยู่ที่ๆเหมาะสม คืนก่อนนำพิธีพี่สาวก็ฝันเห็นผู้หญิงสาวสวยมาหาสีหน้าเรียบเฉยแต่ก็ยังไม่คิดอะไร ในวันทำพิธีนายพิธีบอกว่าสัมผัสได้เลยว่าเป็นนางไม้ คนร่างทรงคนหนึ่งก็บอกเหมือนกันว่าหลังตัดต้นแรกเขาเห็นมา2อาทิตย์แล้ว เป็นนางไม้ผู้หญิงสาวแต่งกายสีทองมาบอกคนทรงให้มาบอกเจ้าของอีกที่ แต่คนทรงให้นางไม้มาบอกเองเพราะกลัวพวกเราไม่เชื่อ นายพิธีจึงให้พี่สาวซื้อศาลเพียงตาเพื่อให้นางไม้มีที่อยู่แทนต้นไม้ที่ตัดไป เชื่อไหมคะพี่สาวตระเวณหาซื้อศาล3ร้านก็ไม่มีจนถอดใจแล้ว สุดท้ายจึงอธิษฐานในใจว่า”หากมีบุญร่วมกันจริงขอให้สามารถเจอศาล” พูดจบก็เจอเหลืออยู่ศาลเดียวในร้านวัสดุก่อสร้าง(ซึ่งไม่น่าจะมีขายเพราะร้านใหญ่โตมาก) ตอนนี้พ่อสบายใจขึ้น แต่กลางดึกที่ผ่านมาพวกนั้นแอบเอาธูปไหว้ คงเจอดีเลยมาขอขมา

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *