ผู้เฒ่าผู้แก่ จิตวิญญาณความเป็นม้ง

Hmong Womenการเปลี่ยนผ่านจากยุคหนึ่งสู่อีกยุคหนึ่ง? รุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง? มีหลายสิ่งให้ได้คิด? ไม่ว่าจะเป็นความกังวล? หรือความน่าตื่นเต้น? ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วมาจาก? ความรู้สึกไม่มั่นคง? หรือไม่แน่นอนต่อสิ่งใหม่ ที่กำลังจะมาถึง? ซึ่งสังคมม้งเราก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ เช่นเดียวกันกับอีกหลายๆ สังคม

สัญลักษณ์ในแต่ละสิ่ง ในแต่ละยุค? จะถูกเปลี่ยนไป? หรือถูกนิยามใหม่? อย่างเช่นเรื่องของอำนาจ? ยุคแรกๆ กำลังคือ อำนาจ? ต่อมาเงินตรา คืออำนาจ? ปัจจุบันอำนาจอยู่ที่ข้อมูลข่าวสาร หรือความรู้? แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ความถูกต้อง (ฉลาด) ในการเลือกใช้ข้อมูลข่าวสาร

ในอดีตไม่อาจทราบแน่ชัดว่าบรรพบุรุษของเรา (ก่อนรุ่นทวด) เขามีชีวิตความเป็นอยู่กันอย่างไร? แต่ที่มีข้อมูลค่อนข้างชัดเจนคือรุ่นคุณปู่ คุณย่า และคุณตา คุณยายนั้น? พวกท่านใช้ครึ่งค่อนชีวิต อาศัยอยู่ตามป่าเขา? ซึ่งการใช้ชีวิตแบบนี้นี่เอง? ที่กลายมาเป็นคำนิยามต่างๆ ของคำว่า “ม้ง” อย่างเช่น “น้ำเป็นของปลา? ฟ้าเป็นของนก? ภูเขาเป็นของม้ง”, “ม้ง หมายถึง อิสระชน”, “ถนนสุดสายที่ไหน? หมู่บ้านม้งตั้งอยู่ที่นั่น” ฯลฯ? จนอาจเรียกได้ว่านี่คือส่วนหนึ่ง? ของการก่อเกิดจิตวิญญาณความเป็นม้ง

จากนั้นจึงเป็นรุ่นคุณพ่อ คุณแม่? ซึ่งรุ่นของท่านทั้งสองก็เช่นเดียวกัน? ที่ชีวิตในวัยเด็กของพวกท่านใช้ไปกับบนป่าบนเขา? เหมือนกับรุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย? จากนั้นจึงค่อยลงมาใช้ชีวิตในพื้นราบ? ซึ่งการลงมาพื้นราบในครั้งนั้น? ก็ไม่ได้เป็นไปโดยสมัครใจซะทีเดียว? หากแต่เป็นเพราะสถานการณ์การเมือง? สงคราม? และลัทธิคอมมิวนิสต์? มีส่วนในการบีบบังคับ? ให้จำต้องย้ายถิ่นฐานลงมายังพื้นราบ? .. ซึ่งพวกท่านสามารถทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น? เป็นไปได้ด้วยดี

ซึ่งแน่นอนว่า? ในช่วงที่ม้งเราย้ายถิ่นฐานลงมายังพื้นราบนั้น? คงจะมีความยากลำบากอยู่พอสมควร ต่อการปรับตัว? เพราะวิถีการดำเนินชีวิตหลายๆ อย่างต้องเปลี่ยนไป? โดยจะสังเกตุเห็นได้ว่า? แม้ม้งเราจะย้ายมาอยู่พื้นราบแล้วก็ตาม? แต่ก็ยังคงมีการทำไร่เลื่อนลอย? หรือการขึ้นไปทำไร่บนดอย? ถึงแม้ว่าถิ่นฐาน ที่อยู่อาศัย จะไม่ได้อยู่บนดอยแล้วก็ตาม

จากนั้นจึงค่อยๆ มีการปรับตัว? จากการทำไร่บนดอย (ข้าว ข้าวโพด และพืชไร่อื่นๆ)? มาเป็นการปลูกพืชสวน? ซึ่งการปลูกพืชสวนนี้เอง? เป็นวิถีทางการเกษตรแบบใหม่? ที่สามารถทำให้ม้งเราค่อยๆ ปรับตัวอยู่กับสภาพสังคมพื้นราบได้? ในที่สุด

หลังจากที่ม้งเราสามารถปรับตัว? อยู่กับสภาพของสังคมพื้นราบได้แล้ว? ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมจากพึชไร่? มาเป็นพึชสวน? เราจึงเริ่มมีการค้าการขาย? การรับราชการ (ซึ่งการรับราชการมีหลังจากที่ม้งเราเพิ่งย้ายลงมาได้ไม่นาน) ซึ่งยุคนั้นถือได้ว่าม้งเรามีคนรับราชการครูอยู่พอสมควร? อย่างบ้านผมสมัยนั้นมีครูม้งที่โรงเรียน 3-4 ท่าน? ซึ่งถือว่ามากพอสมควร

สำหรับยุคนี้? ยุคที่แสนจะสับสนวุ่นวาย? พวกเราได้กระจัดกระจายกันไปทั่ว? ไปเรียน? ไปทำงาน? ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัด? ในต่างประเทศ? หรือในโลกของอินเตอร์เนต? มีม้งเราบางคนสามารถก่อตั้งบริษัทจนมีชื่อเสียง? คนจบระดับปริญญาไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป? แต่น่าเสียดาย ที่เราไม่อาจจะหาคำนิยามให้กับตัวเองได้อีก? ..เราคือชาวเขา?

พอมาถึงขั้นนี้แล้ว? กลับกลายเป็นว่า? สังคมม้งเรามีแนวโน้มที่จะกลับคืนสู่ความอ่อนแออีกครั้งหนึ่ง? เพราะแม้ว่าเราจะเริ่มมีความเจริญทางวัตถุเข้ามา? แต่สังคมและชุมชนของเรากำลังอ่อนแอลง? จากการละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด? เพื่อไปเรียน ไปทำงาน? ปล่อยให้ที่บ้านเหลือแต่คนแก่? กับเด็ก? ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า? คนเฒ่าคนแก่คือความเข้มแข็งของสังคมม้งเรา .. ประเด็นคือ แล้วถ้าต่อไปไม่มีคนเฒ่าคนแก่อีกแล้วล่ะ? สังคมม้งจะเป็นอย่างไร

สิ่งที่น่าคิดก็คือ? ม้งเรากำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ? เมื่อภูมิปัญญาต่างๆ ของคนม้ง? ที่บางครั้ง บางอย่างเราคนรุ่นหลังยังไม่เคยเข้าใจ? แต่มันเป็นสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยว? และสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมม้งเรา?? กำลังจะสูญไปกับคนเฒ่าคนแก่? บางสิ่งบางอย่างเราเรียนรู้และสืบทอดได้? แต่กับอีกบางสิ่งบางอย่างไม่อาจเรียนรู้จากการถ่ายทอด? จากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง? หรือรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งได้

พิธีกรรมเราเรียนรู้ได้? จารีตประเพณีเราเรียนรู้ได้? แต่จิตวิญญาณของความเป็นม้ง? ความหวงแหนในความเป็นม้ง? ความภาคภูมิใจในตัวตนของตนเอง? ที่คนเฒ่าคนแก่เคยมีมา? เราไม่อาจเรียนรู้ได้ .. จะเป็นอย่างไร? เมื่อจิตวิญญาณของความเป็นม้งตายจากเราไป

34 Comments

  1. Rain

    สิ่งที่อยู่ข้างนอกเป็นอะไรที่เราถ่ายทอดออกมาจากข้างใจ เหมือนกับนิยามของชาวอินเดียที่ว่า” โลกของเราข้างในเป็นอย่างไร โลกข้างนอกของเราก็จะเป็นอย่างนั้น”

    ใครจะรู้ไหมน้อว่า จิตวิญาณของความเป็นม้งยังคงฝังตรึงอยู่ในใจของเด็กผู้หญิงคนนี้
    จิตวิญาณของม้งไม่ได้หายไปกับบรรพบุรุษของเรา แต่ท่านฝากไว้ที่เรา แล้วแต่ว่าใครจะรักษาไว้ได้
    มันคือของขวัญชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งที่คนของฉันฝากมา….แต่น่าเสียดายที่ฉั้นรับมาไม่หมด…ภูมิใจโดยไม่รู้รากเง้าของตัวเอง
    เสียใจเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของม้งที่เป็นไปในทิศทางที่ไม่สมควร

    เราๆหรือใครๆอาจจะทำลายชื่อม้งได้ แต่แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถทำลายจิตวิญญาณของความเป็นม้งของฉันได้

    ด้วยรัก

    (*_*)

  2. EdiTor (Post author)

    สำหรับใครที่เกิดมา และมีโอกาสได้พบเห็นความลำบากของคนรุ่นก่อนๆ ก็ย่อมที่จะมีโอกาสได้รับการถ่ายทอดอะไรมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความสำนึกในบุญคุณของคนรุ่นก่อน ความเห็นอกเห็นใจต่อคนรุ่นก่อน ย่อมสามารถหลอมรวมเป็นจิตสำนึก หรือจิตใต้สำนึกที่ดี สุดท้ายแล้วมันก็จะกลายมาเป็นจิตวิญญาณของม้งเรา .. รุ่นต่อไป

  3. ขอทานน้อย

    สะท้อนมุมมองได้ดี

    แต่คิดว่า
    น้อยคนนักที่จะสนใจ
    น้อยคนนักที่จะเข้าใจ

    แต่อย่างน้อยๆก็ยังมีเจ้าของกระทู้ เจ้าของเว็บ
    และอีกหลายๆคน รวมทั้งตัวผม ที่ยังสนใจและคิดว่าเข้าใจในความคิด ความรู้สึก

    ดีใจภายใน

  4. HMONG LAND

    HMONG ALWAYS LOVES HMONG…….
    IN ONE DAY, WE WILL SHOW TO THE PEOPLE OVER THE WORLD TO KNOW THAT…HMONG IS ALSO BEST !!!!

  5. HMONG LAND

    One day, Hmong will be Cool !!!

  6. Rain

    TODAY….I think Hmong is cool enough to be call “better than the best!!” lol

  7. เบอะแระ

    what we are cool,poorness is it? no education is it? haven’t stability of life is it? or we are cool because we are haven’t cloth…

  8. EdiTor (Post author)

    We’re on the way to be cool/something. :-)

  9. เหล้าหวาน

    Mhoob as i know, they are very kind,helpful,generous…,even they are poor(i mean poor in physical)but someone…they change their name,last name! and dress so wonderful..fantastic,they forgot the way,and that smiling

  10. ความรู้น้อย

    ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ เราสามารถจะบังคับให้ทำอะไรก็บังคับได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถบังคับได้เลยก็คือ เรื่องของจิตวิญญาณ นี่แหละ เพราะมันเป็นอะไรที่มองไม่เห็นด้วยตา ไม่อาจสัมผัสได้ด้วยกาย แต่เราจะรู้สึกได้ตลอดเวลาได้ด้วยตัวเราเอง..(ของใครของมันนะ) สำหรับตัวฉัน คำว่า จิตวิญญาณของความเป็นม้ง มันยังดังก้องอยู่ในห้วงคำนึงตลอดเวลา จะภาคภูมิใจเสมอ ตราบจนสิ้นลมหายใจ..ต้องขออภัยหากมันไม่ได้มีสาระอะไร แค่จะมาประกาศความภาคภูมิใจในความเป็นม้งเท่านั้น ก็รู้สึกเสียดายและเสียใจบ้างในบางสิ่งที่เป็นม้ง ที่ตัวเองไม่สามารถจะเรียนรู้ได้หมดหรือคงอนุรักษ์ไว้ได้ เนื่องจากยุคโลกปัจจุบัน มันบีบบังคับให้ต้องปากกัดเท้า(ตีน)ตีบ เลยทำให้บางสิ่งบางอย่างที่ดีดีของคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายคุณพ่อคุณแม่ได้เลือนลางและหายไป แต่จะอย่างไรก็จะพยายามรักษ์ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ละกัน “จะประกาศให้โลกรู้ว่าฉันนี่แหละม้ง” พอตเก็ตบุ๊คเล่มต่อไป อิอิ..ไปใหญ่แล้วเรา.. ^_^

  11. นางฟ้าน้อย

    โอกาสอยู่กับเราเสมอถ้า….วันนี้เราเราเข้าใจ….
    ……….
    และเราจะสร้างมันขึ้นมา
    ……..และความสำเร็จก็จะอยู่กับเรา……

    kasem2529@hotmail.com

  12. นางฟ้าน้อย

    จิต คืออำนาจ…..
    ………
    ……
    การยึดติดก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด…การปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งหมด
    อยู่เรารู้และเข้าใจมัน…….ก็ถือว่าเว็บม้งเอเชียมีส่วนอย่างมากที่เผยแพร่…
    …….
    ….

    ..
    .
    อยู่ที่เราจะปรับเปลี่ยนปรับปรุงยังไงให้ดี….ดีกว่า..
    ดีกว่า…….

    นางฟ้าน้อย

  13. Tswvchoj

    Nyob zoo cov phooj ywg.

    I feel very sad when I read this post about what we lost from one generation to the next. I could not read in Thai, so I had to use the translator, and I know that I did not get all the meaning the writer intended.

    I feel sad, because in one generation, I’ve lost so much. I was born in Laos and studied up to year 5 in school. I learned to read and write Lao and some French. I learned Thai when I was in the refugee camp in Thailand. I learned English in the U.S. and I learned some German during service in the U.S.Army. But the only language I am comfortable with now is English. Even my Hmong is slipping away.

    My example, I think, is the typical example of many Hmongs. I think that my children and your children will not be able to communicate, except through English. Because of the lack of a homeland, because of the war, we Hmong have lost most of our language in one generation. And when we lost the language, we lost the values that are attached to that language. We can not carry on our traditions in Thai, English, French, etc.

    And so when I feel sad that the Hmong people have been broken into so many groups, living in many lands, speaking so many different languages, I hope that in some corner of the world, Hmong is spoken daily, traditions are practiced regularly. So that in future generations, Hmong traditions will still survive.

  14. EdiTor (Post author)

    Tswvchoj : we’re just a small group of people who lives in a big world. In the end we’ll lose all the things, language, tradition event our children (when they are not Hmong any more).

    As you said how sad when the next generation could not communicate in Hmong. So how they can feel love/help their Hmong who live in different country.

    In some country Hmong getting lose their Hmong, in Thailand or Loas not soon but One day.

  15. เบอะแระ

    Hmong traditions and languages won’t be come extinct.And make sure for my idea because every body whom was born to be hmong they will be hmong in spiriture,although the environment and daily life was changed but it’s not effect for all.I don’t need us have to keep every original traditions but I hope some day we can change our traditions to be suitable with the worldwide form.Life must be survive,if we can remain to preserve our tradition but can’t save our’s life on the complicated earth. The final hmong will be no new generation.

  16. Tswvchoj

    Hmong genes will continue to survive, though there will be transformations as we come into more contact with other groups of people. Hmong language(s) will continue to change as we add new words and drop old ones. As a result, Hmong traditions and values will change as well. Hopefully, we can help shape the process, so that we keep the good, essential traditions/values.

    I am very interested in the poetic Hmong language that is used by the elders, a language that is full of rhyme, metaphor, and proverbs. For example:

    Tsi noj los tuav diav(dlav), tsi luag los ntxi niav(nav).

    This is used to urge someone to join a meal or to smile even when they have troubles.

    Luav tsis pw luav qub zeg.

    This is used to mean that situations change, and we can’t expect to do things the same way or get the same result as last time.

    The Hmong have many sayingslike these that we use for different occasions; it is a symbolic or shorthand way of explaing a situation. If any of the readers of this site know more, please send them to me. If you hear new ones, please note it down and send it. I would appreciate it.

  17. เคาะสนิม

    อย่างน้อยก็ภูมิใจที่เป็นม้ง ข้อนี้ถือเป็นจิตวิญญาณ ด้วยหรือเปล่าครับ

  18. *โป๊ยเซียน*

    ….จิตวิญญาณม้งมันถูกหล่อหลอมมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดม้งสวยๆที่คุณใส่ และแคนสวยๆที่คุณเป่า
    แม้จิตวิญญาณจะเป็นแค่นามธรรม จับต้องไม่ได้ แต่ถ้าสักวันหนึ่งคุณรู้สึกว่าไม่อยากจะสวมใส่
    ชุดม้งแล้ว เห็นแคนม้งแล้วก็รู้สึกเฉยๆ ก้อเมื่อนั้นแหล่ะจิตวิญญาณและชาตินิยมความเป็นม้ง
    ของคุณคงจะไม่เหลืออีกแร้ว…..ดังนั้นจงภูมิใจและสำนึกอยู่เสมอว่า เราคือม้ง ไม่ว่า ณ.เวลานั้น
    คุณจะอยู่ที่ใดก้อตามในโลกใบนี้ !

    ….แต่อย่างน้อยๆผมก้อยังชาตินิยมม้งเต็มๆทุกวันนี้?

  19. EdiTor (Post author)

    Tswvchoj you’ve presented a good exsample. Even me who live in Thailand, it’s not easy to find Hmong words like that till you have chance to sit with the elder. That’s what I said the elder will took everything when they pass away.

    คุณ เคาะสนิม ความภาคภูมิใจในเผ่าพันธ์ เหล่ากอของตัวเอง ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อเกิดจิตวิญญาณครับ เพราะความภาคภูมิใจจะสนับสนุนให้เรา กระทำการในสิ่งต่างๆ เพื่อความคงอยู่ของของสิ่งนั้นๆ (ตัวตน)

    คุณ โป๊ยเซียน น่าเสียใจที่หนุ่มสาวม้งสมัยนี้ มีสำนึกในความเป็นม้งน้อยลง .. บางคนเวลากลับบ้าน ไม่ยอมพูดม้งกับคุณพ่อคุณแม่ และญาติผู้ใหญ่เลย อาจเป็นเพราะการได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในเมืองก็เป็นได้ .. เมืองไม่ได้เปลี่ยนคน แต่คนเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง

  20. เคาะสนิม

    ขอบคุณครับ EdiTor ที่ให้ความกระจ่างครับ

  21. Tswvchoj

    I left a poem for you, EdiTor, on my site. Hope you like it.

  22. sam

    Actually if we really said, ?we love Hmong? then, this generation must be the generation that builds for the next generation. Act now? and we will survive for another 5,000 years; since our ancestors have sacrificed their blood to keep the name ?Hmong.?

    If we want the Hmong to step forward, this generation has to build for the generations to come. If we keep waiting for one generation after another, it will be too late for the Hmong?.!

    Blessing all,

    Sam

  23. ผู้จัดการ

    อย่างไรม้งก็ยังเป็นม้ง กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวไปข้างหน้าไปหาสิ่งที่ดีกว่า แต่ประเพณี วัฒนธรรมและความเป็นม้งยังมีอยู่ในใจของทุกคน ยุคนี้สมัยนี้ยังทำมาหากินอยู่ในป่าเขาไม่ได้แล้ว ม้งทุกคนต้องเรียนรู้และออกไปเผชิญกับโลกภาพนอก ไม่ใช่เพื่อตัวเองคนเดียวแต่เพื่อลูกหลานของเราในภายภาคหน้า อยู่ที่ใหนก็ได้แต่ต้องดีกว่าที่เดิม เมื่อทุกคนมีความรู้ มีเงิน มีความพร้อม ก็จะกลับมาพัฒนาบ้านเรา และนำพาพี่น้องเราให้หลุดพ้นจากความยากจน

  24. เด็กดอยแห่งบ้านถ้ำเวียงแก

    ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนที่ใดในโลกนี้สิ่งสำคัญอย่าลืมรากเง้าของตัวเองว่าเราคือม้ง
    คนบนดอย ภาคภูมิใจในตัวเองที่ได้เกิดมาเปงลูกม้ง ชาวดอย

  25. เด็กดอยแห่งบ้านถ้ำเวียงแก

    ผมอยากรู้ประวัติของม้งแต่โบราณมาอ่ะ ใครรู้ช่วยส่งมาที่เมล hmongthoj@windowslive.com
    จะขอบพระคุณมากนะคับ

  26. เด็กดอย

    มีคนมากมายมาเรียนหนังต่างแดนไกลบ้าน
    แต่มีคนจะรู้ไหมว่าจุดประสงค์ที่เขาเหล่านั้นคืออะไร……………..
    แต่ในความคืดของผมคือต้องการกลับไปพัฒนาถิ่นฐานของผมให้ดีไปกว่านี้
    เพราะผมคือหนึ่งในร้อยที่จากบ้านมาต่างแดนอีกไมนานผมจะพัฒนา
    สังน้อยของผมให้เจริญหัยได้

  27. นา

    บทความนี้เป็นบทความที่น่าสนใจมากต่อม้งเรา
    เป็นบทความที่อ่าวแล้วคิดถึงบ้าน,เพือนที่ต่างคนต่างจากไปคนละที่
    และนานมากกว่าจะได้มาเจนกันพูดได้เลยว่าหนึ่งเจอกันหนึ่งครั้ง
    ดังนั้เรามาอยู่ต่างถิ่นเราไม่คารลืมอะไรบางอย่างที่ดี
    ไม่คารลืมประเพณีบ้านเรา เพราะในบทความนั้มีประโยคหนึ่งที่คนเขียนว่าไม่นานม้งจะลืม
    ทุกสิ่งทุกอย่าที่เกี่ยวกับม้ง
    เราคารรักกันนะ
    เพราะทุกวันนี้ม้งตีกันมากเหมือนแตกแยกกันแล้ว

  28. vas

    พูดภาษาม้ง ยึดอก(พกถุง)ว่าเราเป็นม้ง แล้วคุณก็จะเป็นม้งเองละครับ

  29. คนด้อยโอกาส

    ขอแสดงความคิดเห็น ในฐานเป็นม้งคนหนึ่ง ที่มองตลอดเวลาว่า อย่างไรเราก็ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจต่อความเป็นม้งให้มากเท่าที่จะทำได้ แม้จะเกิดสถานการณ์ใดๆก็ตาม บทความนี้เป็นบทความอีกบทความที่ดีสำหรับเรา แต่ขอให้แก้ประโยคหรือคำในบทความนี้ใหม่ คือ””” แม้ม้งเราจะย้ายมาอยู่พื้นราบแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีการทำไร่เลื่อนลอย “”” // ทำไร่เลื่อยลอย// เป็นคำที่เคยทำลายฐานชีวิตการเกษตรของม้ง และทุกวันนี้ก็ยังเป็นคำที่ทำลายความเป็นม้ง เพราะความจริงแล้วการเกษตรของม้ง นั้นมันเป็นการทำงานปรับเปลี่ยนพื่นในแต่ละฤดูกาลเพาะปลูก ฉะนั้น จึงเสนอ ควรใช้คำว่า การทำไร่หมุนเวียง — เพื่อที่จะตอบข้อเท็จจริงในวิถึชีวิตม้ง และไม่ทำให้ม้งตกอยู่ในสายตาของสังคม ว่า ม้งทำลายป่า อีกต่อไปเลย เพราะสิ่งนี้เป็นการทำลายความรู้สึกของความเป็นม้งในพื้นแผ่นดินโลกนี้อีกต่อไป

  30. EdiTor (Post author)

    คุณ คนด้อยโอกาส ผมต้องขอชี้แจงตามนี้ ว่า ประโยคที่คุณ คนด้อยโอกาส ยกมานั้น ผมต้องการแค่ชี้ให้เห็นถึงลำดับการโยกย้ายถิ่นฐาน รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในการดำเิินินชีวิตของม้งเรา ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาม้งเราปัจุบันนี้

    อนึ่ง ผมอยากขออธิบายเกี่ยวกับ คำว่า “ไร่หมุนเวียน” และ “ไร่เลื่อนลอย” ตามความเข้าใจดังนี้ คำว่าไร่หมุนเวียนนั้น จะต้องเป็นการเพาะปลูกพืช สลับสับเปลี่ยนบนผืนดินแปลงเดียวกัน ส่วนคำว่าไร่เลื่อนลอย จะมีการละทิ้งผืนดินแปลงเดิม (เมื่อเห็นว่าสภาพดินเริ่มมีความไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกอีกต่อไป)

    ฉะนั้น หากเราพิจรณาในเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าม้งเราเคยมีการทำไร่เลื่อนลอยจริง หากแต่ปัจุบันนี้อาจพบเห็นได้น้อย เพราะวิถีการดำเินินชีวิตหลายๆ อย่างได้เปลี่ยนไป บวกกับปัญหาข้อกฎหมายใหม่ๆ ที่ไม่อำนวยให้เราใช้ชีวิตในแบบเดิมๆ อีกต่อไป (เช่น การอนุรักษ์ป่า)

    จึงเห็นได้ว่าคำที่ผมใช้ในบทความนี้ น่าจะเป็นคำที่มีความเหมาะสมแล้ว เพราะมันมีความถูกต้องในแง่ความหมาย และถูกต้องในแง่ความเป็นจริง

    ปล. ตัวการทำลายสภาพป่าไม้ ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป (รวมม้งด้วย) หากแต่เป็นฝีมือของพวกนายทุน ไม่ว่าการสร้างรีสอร์ท สนามกอร์ฟ พวกค้าพ่อค้าไม้ ฯลฯ ยิ่งปัจุบันจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องนี้ ประชาชนนั้นถูกควบคุมได้ไม่ยาก แต่พวกนายทุนนั้นควบคุมได้ยาก เพราะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นเราต้องมองเรื่องต่างๆ ตามกาลเวลาครับ

  31. คนด้อยโอกาส

    แต่บางครั้ง คำว่าจิตวิญญาณของความเป็นม้ง มันคืออะไรก็ไม่รู้ ตราบใดสังคมม้งยังไม่เป็นธรรมให้ความคนม้งด้วยกัน และความธรรมระหว่างหญิงชายในสังคมม้งดัวยกัน เป็นสิ่งที่จะตั้งคำถาม/และตอบว่าอะไรคือจิตวิญญาณความม้ง เพราะยังมีบางเรื่องที่ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนฐานคิดของคนม้งด้วยกัน

    เพื่อให้เราสามารถจะถามและจะตอบว่าจิตวิญญาณของความเป็นม้งมันคืออะไรก็แน่ ให้ชัดเจน เป็นที่ยอมรับของทุกคน คิดว่าประเด็จมันอยู่ตรงนี้จะที่สามารถทำให้ความเป็นม้งนั้น อยู่กับม้งได้นานและอยู่อย่างสันติได้

  32. Chi Thoj

    ผมเชื่อว่าจิตวิญญาณความเป็นม้งจะไม่หายไปกับคนแก่คนเฒ่าที่ล่วงลับไป…..จิตความเป็นม้งจะคงอยู่กับชนเผ่าม้งตลอดไป…..แต่ศิลปะ วัฒนธรรม พิธีกรรมต่างๆ จะอาจหายไป อย่างช้าๆๆๆ ตามกฏ แห่งการวิวัฒนาการ ส่วนภาษาม้งนั้น ย่อมที่จะมีการเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน เหมือนกับทุกภาษาในโลกนี้…มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เช่นภาษาจีน อียิปต์….กว่าจะเป็นดังทุกวันนี้…คนรุ่น 1000-5000 ปี ที่แล้ว…ย่อมไม่เหมือนปัจจุปัน…แต่ว่าจะคล้ายกัน….เหมือนม้งจีนกับม้งไทย…. ม้งจีนยังคุยกับม้งไทยได้เช้าจัย 80%ที่เหลือก็ไบ้บ้าง english บ้าง hun yu บ้าง….จนเข้าจัยได้ 100%”” ส่วนม้ง US กับม้งไทย…ก็คล้ายๆกัน…ต้องใช้ภาษาที่ 2 ช่วย….แต่อย่างไรก็ตาม 1,000,000% จิตวิญญาณความเป็นม้งจะยังคงอยู่ตลอดไป…แม้จะตายไปกี่รุ๋น……

  33. jinsee

    สรรพสิ่งทุกอย่าง มีเกิดก็ต้องมีดับ มันเป็นวัฏจักรเวียนว่าสลับกันไปไม่รู้จบ
    ชีวิตเหมือนดั่งคลื่น บางครั้งเราอยู่จุดต่ำสุดก็มีขึ้นมาสูงสุดเหมือนกัน
    สำคัญเราจะอยู่และยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้แค่ใหน เราจะก้าวเดินไปข้างหน้า
    ด้วยลำแข้งของตัวเราเอง หรือเราจะเหยียบคนอื่นให้จมดิ่งแล้วได้ดี
    เราจะทำให้ตัวเรามีคุณค่าแค่ใหน ทั้งหมดทั้งปวงก็อยู่ที่ตัวเราเองงงงงงงงงงงงงง

  34. peter her

    สวัสดีพี่น้องชาวม้งทุกท่าน ผมเป็นหนึ่งในจำนวนม้งที่อาศัยอยู่ในพื้นแผ่นดินไทย อย่าว่ากันเลยนะครับหากสิ่งที่ผมกำลังจะพูดเหล่านี้อาจมีบางประเด็นที่ไม่ตรงกับความคิดเห็นของหลายๆท่าน แต่นั้นก็คือความคิดเห็นในหลักของประชาธิปไตย์ ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นกันได้ เอาเข้าเรื่อง ผมได้มีโีอกาสกลับบ้านเพื่อไปสมัครทหารเกณฑ์ ที่บ้าน แต่พอดีได้เจอเพื่อนคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรุ่นน้องอยู่ประมาณ 1-2 ปี เขาบอกว่าเขาเรียนอยู่ที่รามคำแหง ในกรุงเทพนี้เอง เขามาเรียนในกรุงเทพนี้หลายปีแล้วมีเพื่อนชาวม้งเยอะมาก มีการทำกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมม้งด้วย ฟังแล้วก็น่าสนใจ จนผมกลับมามองตัวเองกลับตรงกันข้ามตลอดชีวิตผมในการศึกษาไม่เคยมีเพื่อนเป็นคนม้งเลย โดยเฉพาะช่วง ม. ปลายมาจนถึงปริญาตรี ไม่รู้เป็นเพราะอะไร หาเพื่อนที่เป็นคนม้งยากมาก มีก็แค่คนรู้จัก จำได้แต่หน้า ชื่อก็จำไม่ได้ แต่มีอยู่สิ่่งหนึ่งที่ผมยังมีอยู่ในสมองมาโดยตลอดคือ รากเหง้าของความเป็นม้ง ผมรู้สึกน้อยใจครับกับการบอกกล่าวของหลายๆท่านที่ได้แชประสบการต่างๆในเว็บ แห่งนี้ บ้างก็ว่า ส่งสารตัวเองที่เกิดมาเป็นม้ง บ้างก็ว่า ม้งไม่รักกันทะเลาะกันโดยเฉพาะหนุ่มม้งแถวดอย หรือก็บอกว่าม้งใช้คำพูดที่ผิด หรืออาจบอกว่าวัฒนธรรมม้งกำลังเสื่อมลงทุกวัน บางอย่างจริงครับ แต่เราต้องมามองว่าทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมแบบไหน โลกมันไปถึงไหนแล้ว สิ่งที่ควรดำรงไว้ก็ให้ดำรงไว้สื่อไปเพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมต่อไป แต่สิ่งไหนที่อาจเป็นเหตุให้กระพัฒนาสังคมเป็นไปอย่างเชื่องช้านั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครับ เพื่อที่สังคมภายนอกจะได้ไม่ดูถูกเราที่เป็นม้งทั้งหลายครับ ผมใช้เวลาพิสูตรตัวเอง 12 ปีเต็มโดยที่ไม่มีเพื่อม้งเลย ในวันเดียวกันและต่างวัย คบแต่คนไทย จีน เขมร ลาว และอื่นๆอีก หลายเผ่า จึงได้เรียนรู้นิสัยและวัฒนธรรมที่แตกต่างค่องข้างมากครับ เขาเหล่านั้นก็มีความรักในความเป็นชนเผ่าของตนเองครับ คนที่มีชาติเขารักชาติยิ่งชีพครับ ส่วนคนที่ไม่มีชาติอย่างม้งก็มีอีกเยอะครับ ล้าหลังกว่าม้งไร้การศึกษากว่าม้งก็ยังมีเขาเหล่านั้นก็อยู่ได้ แต่บ้างเผ่าเข้ามาในเมืองไทยทีหลังม้งแต่เขากลับมีสังคมที่พัฒนากว่าม้งมี การศึกษาที่สูงเป็นถึงระดับแนวหน้าของเมืองไทย โดยเฉพาะชาวจีนและเวียดนามที่เขามาในไทยพร้อมกันหรือทีหลังโดยเฉพาะชาวเวียดนามที่หนีเข้าไทยประมาณปี 1975 หรือหลังจากสงครามเวียดนามสงบลง แต่ผมได้ได้หมายถึงว่าชาวเวียดนามไม่ได้เข้ามาในเมืองไทยก่อนหน้านี้นะครับ มีครับ สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกก็มีเข้ามาเหมือนกัน แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นครับ ประเด็นที่ว่าคือ ทำไมปัจจุบันชาวเวียดนามตลอดสองฝั่งแม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทยและลาวต่างมีชีวิตที่ดีกว่าคนที่เป็นเจ้าของประเทศโดยทั้งสิ้นและไม่มีชาวไทยคนไหนกล้าพูดจาดูถูกเขาเหล่านั้นเลย แต่ในอดีตนั้นการถูกเยียดหยามนั้นเป็นเรียนปกติครับ ดังนั้นคนม้งทั้งหลายจงอย่าท้อครับตั้งใจศึกษาเล่าเรียนกันเทอญครับ เมื่อใดที่คนม้งเป็นถึงระดับ แนวหน้าของประเทศนั้นๆ แล้วบารมีจะตามมาเอง ขอเพียงคนม้งไม่ทำลายซึ่งกันและกันก็พอ ผมคิดว่าอนาคตของพี่น้องม้งทั้งหลาย อยู่ในกำมือของเด็กม้งทั้งหลายไม่ใช้ผู้ใหญ่ในปัจจุบันเหรอครับ เพราะคนที่เป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบันมีความคิดความอ่านตรงกันข้ามกับเราครับ อย่าไปโทษเขาเหล่านั้น เขารักสงบเป็นสิ่งดีงามแล้วครับ ขอให้ทุกคนมาร่วมกันสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวม้งทั่วโลกเทอญครับ ปล. เกือบลืมม้งน่าจะมีโครงการนักศึกษาม้งแรกเปลี่ยนระหว่างประเทศน่าจะดีถือเป็นการฝึกภาษาต่างประเทศไปในตัวและเรียนรู้วัฒนธรรมที่ดีงามของม้งด้วยกันเองครับของฝากผู้ที่ดูแลช่วยผลักดันเรื่องนี้ด้วยนะครับจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนม้งเป็นอย่างมากครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *