ผู้เฒ่าผู้แก่ จิตวิญญาณความเป็นม้ง

Hmong Womenการเปลี่ยนผ่านจากยุคหนึ่งสู่อีกยุคหนึ่ง? รุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง? มีหลายสิ่งให้ได้คิด? ไม่ว่าจะเป็นความกังวล? หรือความน่าตื่นเต้น? ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วมาจาก? ความรู้สึกไม่มั่นคง? หรือไม่แน่นอนต่อสิ่งใหม่ ที่กำลังจะมาถึง? ซึ่งสังคมม้งเราก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ เช่นเดียวกันกับอีกหลายๆ สังคม

สัญลักษณ์ในแต่ละสิ่ง ในแต่ละยุค? จะถูกเปลี่ยนไป? หรือถูกนิยามใหม่? อย่างเช่นเรื่องของอำนาจ? ยุคแรกๆ กำลังคือ อำนาจ? ต่อมาเงินตรา คืออำนาจ? ปัจจุบันอำนาจอยู่ที่ข้อมูลข่าวสาร หรือความรู้? แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ความถูกต้อง (ฉลาด) ในการเลือกใช้ข้อมูลข่าวสาร

ในอดีตไม่อาจทราบแน่ชัดว่าบรรพบุรุษของเรา (ก่อนรุ่นทวด) เขามีชีวิตความเป็นอยู่กันอย่างไร? แต่ที่มีข้อมูลค่อนข้างชัดเจนคือรุ่นคุณปู่ คุณย่า และคุณตา คุณยายนั้น? พวกท่านใช้ครึ่งค่อนชีวิต อาศัยอยู่ตามป่าเขา? ซึ่งการใช้ชีวิตแบบนี้นี่เอง? ที่กลายมาเป็นคำนิยามต่างๆ ของคำว่า “ม้ง” อย่างเช่น “น้ำเป็นของปลา? ฟ้าเป็นของนก? ภูเขาเป็นของม้ง”, “ม้ง หมายถึง อิสระชน”, “ถนนสุดสายที่ไหน? หมู่บ้านม้งตั้งอยู่ที่นั่น” ฯลฯ? จนอาจเรียกได้ว่านี่คือส่วนหนึ่ง? ของการก่อเกิดจิตวิญญาณความเป็นม้ง

จากนั้นจึงเป็นรุ่นคุณพ่อ คุณแม่? ซึ่งรุ่นของท่านทั้งสองก็เช่นเดียวกัน? ที่ชีวิตในวัยเด็กของพวกท่านใช้ไปกับบนป่าบนเขา? เหมือนกับรุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย? จากนั้นจึงค่อยลงมาใช้ชีวิตในพื้นราบ? ซึ่งการลงมาพื้นราบในครั้งนั้น? ก็ไม่ได้เป็นไปโดยสมัครใจซะทีเดียว? หากแต่เป็นเพราะสถานการณ์การเมือง? สงคราม? และลัทธิคอมมิวนิสต์? มีส่วนในการบีบบังคับ? ให้จำต้องย้ายถิ่นฐานลงมายังพื้นราบ? .. ซึ่งพวกท่านสามารถทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น? เป็นไปได้ด้วยดี

ซึ่งแน่นอนว่า? ในช่วงที่ม้งเราย้ายถิ่นฐานลงมายังพื้นราบนั้น? คงจะมีความยากลำบากอยู่พอสมควร ต่อการปรับตัว? เพราะวิถีการดำเนินชีวิตหลายๆ อย่างต้องเปลี่ยนไป? โดยจะสังเกตุเห็นได้ว่า? แม้ม้งเราจะย้ายมาอยู่พื้นราบแล้วก็ตาม? แต่ก็ยังคงมีการทำไร่เลื่อนลอย? หรือการขึ้นไปทำไร่บนดอย? ถึงแม้ว่าถิ่นฐาน ที่อยู่อาศัย จะไม่ได้อยู่บนดอยแล้วก็ตาม

จากนั้นจึงค่อยๆ มีการปรับตัว? จากการทำไร่บนดอย (ข้าว ข้าวโพด และพืชไร่อื่นๆ)? มาเป็นการปลูกพืชสวน? ซึ่งการปลูกพืชสวนนี้เอง? เป็นวิถีทางการเกษตรแบบใหม่? ที่สามารถทำให้ม้งเราค่อยๆ ปรับตัวอยู่กับสภาพสังคมพื้นราบได้? ในที่สุด

หลังจากที่ม้งเราสามารถปรับตัว? อยู่กับสภาพของสังคมพื้นราบได้แล้ว? ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมจากพึชไร่? มาเป็นพึชสวน? เราจึงเริ่มมีการค้าการขาย? การรับราชการ (ซึ่งการรับราชการมีหลังจากที่ม้งเราเพิ่งย้ายลงมาได้ไม่นาน) ซึ่งยุคนั้นถือได้ว่าม้งเรามีคนรับราชการครูอยู่พอสมควร? อย่างบ้านผมสมัยนั้นมีครูม้งที่โรงเรียน 3-4 ท่าน? ซึ่งถือว่ามากพอสมควร

สำหรับยุคนี้? ยุคที่แสนจะสับสนวุ่นวาย? พวกเราได้กระจัดกระจายกันไปทั่ว? ไปเรียน? ไปทำงาน? ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัด? ในต่างประเทศ? หรือในโลกของอินเตอร์เนต? มีม้งเราบางคนสามารถก่อตั้งบริษัทจนมีชื่อเสียง? คนจบระดับปริญญาไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป? แต่น่าเสียดาย ที่เราไม่อาจจะหาคำนิยามให้กับตัวเองได้อีก? ..เราคือชาวเขา?

พอมาถึงขั้นนี้แล้ว? กลับกลายเป็นว่า? สังคมม้งเรามีแนวโน้มที่จะกลับคืนสู่ความอ่อนแออีกครั้งหนึ่ง? เพราะแม้ว่าเราจะเริ่มมีความเจริญทางวัตถุเข้ามา? แต่สังคมและชุมชนของเรากำลังอ่อนแอลง? จากการละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด? เพื่อไปเรียน ไปทำงาน? ปล่อยให้ที่บ้านเหลือแต่คนแก่? กับเด็ก? ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า? คนเฒ่าคนแก่คือความเข้มแข็งของสังคมม้งเรา .. ประเด็นคือ แล้วถ้าต่อไปไม่มีคนเฒ่าคนแก่อีกแล้วล่ะ? สังคมม้งจะเป็นอย่างไร

สิ่งที่น่าคิดก็คือ? ม้งเรากำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ? เมื่อภูมิปัญญาต่างๆ ของคนม้ง? ที่บางครั้ง บางอย่างเราคนรุ่นหลังยังไม่เคยเข้าใจ? แต่มันเป็นสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยว? และสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมม้งเรา?? กำลังจะสูญไปกับคนเฒ่าคนแก่? บางสิ่งบางอย่างเราเรียนรู้และสืบทอดได้? แต่กับอีกบางสิ่งบางอย่างไม่อาจเรียนรู้จากการถ่ายทอด? จากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง? หรือรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งได้

พิธีกรรมเราเรียนรู้ได้? จารีตประเพณีเราเรียนรู้ได้? แต่จิตวิญญาณของความเป็นม้ง? ความหวงแหนในความเป็นม้ง? ความภาคภูมิใจในตัวตนของตนเอง? ที่คนเฒ่าคนแก่เคยมีมา? เราไม่อาจเรียนรู้ได้ .. จะเป็นอย่างไร? เมื่อจิตวิญญาณของความเป็นม้งตายจากเราไป