พิธีกรรม…งานศพม้ง…สิ่งที่เราไม่รู้

Hmong Asia Thailand

สงกรานต์ที่ผ่านมา หลายคนคงสนุกสนาน ต่างกับโดมดอย ที่ต้องพบกับความเศร้าครั้งใหญ่ เพราะพี่สาวคนโต เสียชีวิต ในเช้าวันที่ 14 เมษายน 2553 งานต่าง ๆ ที่วางแผนไว้ต้องยกเลิกแล้วเดินทางไปงานศพ แม้ว่าเจ้าภาพใหญ่จะเป็นของญาติทางสามี แต่ในฐานะน้องสาวคงนิ่งดูดายไม่ได้ ต้องอยู่ ดูแลตลอดงานร่วมกับหลาน ๆ เพราะพ่อเสียก่อนหน้าแล้ว แม่มาเสียอีก หลาน ๆ ไม่เหลือใครอีกแล้ว โดมดอยแม้จะทดแทนไม่ได้ แต่ไปให้เห็นหน้า หลาน ๆ ยังอุ่นใจบ้าง

งานนี้โดมดอยได้พบเจอพิธีกรรมที่ไม่เคยกระทำมาก่อน แม้พิธีกรรมนี้มีมานาน แต่เพราะเราไม่เคยร่วมงานตลอดงานเราจึงไม่รู้นั่นเอง ก็ยกตัวอย่างเช่น พิธี Nqug tsooj ต้องให้ Kaav Xwm เรียกญาติ ๆ มาสอบถามต่อหน้าศพ โดยถามว่าคนตายติดหนี้สินใครบ้าง…เท่าไหร่…ไม่มีก็แล้วไป หากมี ใครจะยินยอมใช้หนี้ให้ เมื่อมีเจ้าภาพรับชำระแล้ว คนที่ทำพิธีจะบอกกล่าวให้คนตายว่า….ตนไม่มีหนี้สินแล้วนะ สามารถเดินทางไปหาปู่ย่า พ่อแม่ ไปเกิดใหม่ได้ โดยไม่ต้องกังวล

Hmong Funeral

อีกพิธีกรรมหนึ่ง คนที่เป็นฝ่ายซักถามญาติฝ่ายสามีว่าวันที่จะพาไปฝังจะไปอย่างไร เขาใช้ภาษาปริศนา คนตอบต้องหาคำตอบให้ได้ และตอบให้ถูก จึงจะผ่านขั้นตอนต่อไปได้ โดมดอยจำไม่ได้ชัดเจนแต่จับใจความได้ตอนหนึ่งคล้ายว่า…moog le vaub kib los swv tis yaa คนที่ทายปริศนาต้องรู้ว่าจะหามคนตายเดินไปที่หลุมศพ หรือจะนั่งรถไป ลักษณะนั้นค่ะ มีหลายคำถามมาก เวลาคนตอบ ตอบไม่ถูกก็สอบถามและทายกันว่า คืออะไร จะตอบอะไรจึงจะถูกใจคนซักถาม

ส่วนพิธี Xyom คือการเคารพศพ แบ่งเป็นฝ่ายลูกหลานญาติทางสามีกรณีผู้ตายคือหญิง และฝ่ายญาติทางผู้ตาย (ฝ่าย dlaab laug) ทั้ง 2 ฝ่ายต้องหาหมอแคน คนตีกลอง คนร้องเพลงกล่อมศพมาเอง ฝ่ายใดทำพิธีฝ่ายนั้นก็ต้องแบกกระดาษที่ถูกตอกเป็นลวดลายพวงใหญ่ จำไม่ได้ว่าเรียกว่า ntawv vaam saab หรือเปล่า แบกไว้บนบ่า เวลาหมอแคนเป่าแคนแล้วเดินลอดใต้กลอง ลูกหลานก็กราบ หรือ pe และทำเช่นนี้ทุกครั้ง จนจบพิธี ซึ่งจบแคนก็ต่อด้วย hu nkauj

ช่วงที่ hu nkaujนี้หมอแคนกับคนร้องเพลงของญาติทางสามีจะไปร้องข้าง ๆ ศรีษะศพ และเปลี่ยนคนตีกลองฝั่งญาติฝ่ายผู้ตาย (dlaab laug) รวมทั้งหมอแคน คนตีกลอง มาทำพิธีต่อ ลูกหลานฝั่ง dlaab laug ก็มา Xyom หรือ pe จนจบพิธี พิธีนี้จะทำอีกครั้งตอนพาไป tswm tshaav ในวันที่จะฝังศพ แต่ตอน tswm tshaav ถือธูปแทนกระดาษ ส่วนกระดาษนี้ถือว่าเป็นเงินทองที่เราจะมอบให้คนตายเอาไปใช้ในโลกแห่งวิญญาณ

Hmong Funeral

หลังเคารพศพแล้วก็เผาให้คนตายไป ยังเหลือพิธีกรรมที่ดี ๆ น่าจดจำและอนุรักษ์ไว้หลาย ๆ อย่าง เช่น มอบ noob ncoos จากญาติ ๆ พี่น้องร่วมท้องเดียวกันต้องมาลูบหน้าปิดตาคนตาย ตรวจสอบศพว่ามีใครเอาเข็ม เศษเหล็ก หรือกำไล แหวน อื่น ๆ มาซ่อนที่ตัวศพหรือเปล่า กลัวศพจะไปเกิดไม่ได้จะทำให้ลูกหลานป่วยไข้

สถานที่ประกอบพิธีกรรมเดี๋ยวนี้ทันสมัยมาก มีศาลา tswm tshaav มีหลักคล้องวัวที่จะฆ่าให้คนตายเรียบร้อย นับว่า อบต. กำนันผู้ใหญ่บ้าน มองเห็นความสำคัญจุดนี้เลยของบประมาณมาทำให้ถาวร เป็นการอำนวยความสะดวกได้ดีมาก ศพก็มีโลงเรียบร้อย แถมโลงเย็นด้วยระหว่างสวดศพอยู่ที่บ้าน ไม่อุจาดตาเหมือนสมัยโบราณ ที่คนตายต้องอยู่บน neeg ไม้ที่จัดทำขึ้น แต่อย่างไรก็ตามแม้จะสะดวก แต่คงไม่อยากมีใครอยากมาใช้บริการแน่นอน ดังสุภาษิตม้งที่ว่า ?Ua neej nyob xaav muaj tsis xaav pluag , xaav nyob tsis xaav tuag? แต่หากวาระนั้นเดินทางมาถึงก็ต้องไป ไม่มีใครหลีกหนีพ้นแม้มีเงินมากมายก็ซื้อเวลาอยู่ต่อไม่ได้ ดังนั้นเราอยากไปแบบคนกล่าวขวัญถึงด้วยการยกย่องชมเชย หรือกล่าวถึงด้วยการสาปแช่ง ด่าทอ เราสามารถกระทำเองได้ โดมดอยไม่ต้องบอกหรอกเพราะทุกคนรู้ดีว่าควรทำอย่างไร ขอให้เราได้เห็นหน้ากันนาน ๆ นะ ยังไม่อยากมาใช้บริการสถานที่วังเวงนี้ในขณะนี้ค่ะ.

23 Comments

  1. EdiTor (Post author)

    ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของพี่สาวครับ

    งานศพม้งเราถือเป็นพิธีกรรมหนึ่งที่มีความสลับซับซ้อน มีขั้นตอนเยอะแยะมากมาย นอกจากญาติๆ และผู้มีหน้าที่ในงานแล้ว คนอื่นก็ยากที่จะเห็นขั้นตอนพิธีที่ครบถ้วน

    ขอบคุณสำหรับบทความคุณภาพครับ

  2. Dome-doi

    พิธีกรรมคล้าย ๆ แต่ไม่เหมือนก็แล้วแต่ตระกูลแซ่ด้วย….นับเป็นครั้งแรกที่ร่วมงานตลอด ตอนคุณพ่อเสีย เขามีพิธี qhuab ke หรือคงเป็นการชี้ทางให้ผู้วายชนว่าไปไหน ต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรบ้าง เท่าที่จำได้ นั่งฟังไปก็ร้องไห้ไป คนทำพิธี qhuab ke สอนคนตายว่า …koj qab qua luas qab teb thaj yog koj puj koj yawm tej npoo hleb , koj qab teb luas qab xaa thaj yog koj puj koj yawm tej npoo ntxaa…..ตอนนั้นอายุ 9 ขวบ แต่รู้สึกว่าคนตายต้องเดินทางไกล ต้องฝ่าฟันอุปสรรคกว่าจะได้พบ puj yawm txwv koob ต้องเดินผ่าน toj kaab ntswg dlawm kaab no มันเดียวดายอาดูรจังเลย เรื่องนี้ พระท่านว่าระลึกถึงวันละ 3 เวลา เพราะอยู่คู่กับเราเสมอ หากประมาท มันจะมาหาทันที เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ไม่แนะนำให้ทดลองค่ะ

  3. ตั้งใจอ่าน

    เสียใจด้วยนะคุณโดมดอย……..เหตุการณ์เศร้าๆแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกนะ
    เมื่อสมัยเด็กแม่เสียเคยเห็นผู้หลักผู้ใหญ่เค้าทำพีธีเหมือนกันนานมาก(ไม่รู้ทำไรบ้าง)แต่จำได้ว่าตอนนั้นร้องให้ตลอดเลย นอนดึกมากและตื่นเช้ามากวันหนึ่งนอนประมาณ 3-4 ชั่วโมงยังไม่ทันพ้นงานศพเลยไม่สบายแล้ว แต่ไม่รู้ตัวจนเอาแม่ไปฝังเรียบร้อยมานอนป็นไข้หลายวันจนรอบข้างกลัวกันหมดเลย นั่นก็ประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว จากนั้นมายังไม่เคยไปงานศพใครอีกเลย เลยไม่รู้ว่าตอนนี้พีธีกรรมมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหรือเปล่า

  4. สายลม

    พิธีกรรมงานศพ ของคนม้งถือว่าเป็นงานละเอียดอ่อน ยิ่งเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยสนใจอะไรมากมาย
    ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าพ้นผู้ใหญ่รุ่นที่ยังเก่งๆ นี้แล้ว ก็น่าตกใจเหมือนกันว่า รุ่นหลังๆอย่างเราๆ จะทำอย่างไรกันดี

  5. สายลม

    พิธีกรรมงานศพ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งสมัยนี้เด็กๆ หน่มๆๆ ไม่สนใจเรียนรู้พิธีกรรมนี้
    ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าพ้นรุ่นผู้ใหญ่เก่ง ๆๆ แบบนี้แล้วพิธีกรรมนี้ก็อาจถูกตัดถอนสั้นลงเรื่อยๆ
    เหมือนพิธีกรรมสู่ขวัญต่างๆ ที่เริ่มตัดถอน และทิ้งพิธีบางอย่าง
    ยิ่งคิดก็น่าใจหายเหมือนกันน่ะ

  6. ม้งสายกลาง

    คนตายพ้นทุกข์ คนอยู่ยังผจญกับทุกข์ต่อไป อยู่อย่างไรถึงจะทุกข์น้อยที่สุด ตอนอยู่ขอให้รักกันมากๆ เห็นแก่ตัวน้อยๆ เป็นผู้ให้มากๆ แล้วจะสุข

  7. ong

    ค้นหาสัจจะธรรมชีวิต เลือกใช้ชีวิตในทางที่ใช่สำหรับเรา และผู้อื่น แล้วใช้ชีวิตที่แสนสั้นอย่างมีสุข….รุ่นเก่าไปรุ่นไหม่มา ชีวิตจึงเปนเหมือนสายน้ำ…ทิ้งไว้แต่ชั่วดี …และความทรงจำให้รุ่นต่อไป..

  8. สีฟ้า

    ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ คุณโดมดอย

    ขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปค่ะ

  9. zaub Ntsuab

    คูรโคมดอย ครับ ผมอยากจะแก้ไข ข้อความของคุณที่เข้าใจผิดนิดหน่อยนะครับ ที่คุณบอกว่าmej koob เรียกญาติมาถามต่อหน้าศพว่าผู้ตายมีหนี้สินอยู่ไหมนั้น ผมขอบอกว่าไม่ใช่ Mej Koob แต่คนนั้นเขาเรียกว่า Kaav Xwm. Mej Koob นั้นเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ในงานแต่งงาน ครับ

  10. EdiTor (Post author)

    คุณ zaub Ntsuab ขอบคุณที่บอกกล่าวครับ ผมแก้ไขให้แล้ว

    ลำพังแค่ผู้เขียนและผม (บรรณาธิการ) อาจยังคงมีข้อผิดพลาดอยู่ ต้องรบกวนชาวม้งเอเชียช่วยกันตรวจทานด้วยครับ ..หลายหัวย่อมดีกว่าหัวโตๆ หัวเดียว

  11. โดมดอย

    ขอบคุณคุณzaub Ntsuab ที่เพิ่มเติม ต่อเต็มให้ ก็อย่างที่บอกว่าห่างพิธีกรรมม้งไปไกลมาก ครั้งนี้ครั้งแรก เจ้าพิธีกรรมเราก็ยังเรียกผิด ๆ เลย ขอบคุณEdiTor ด้วยนะ

  12. rueng

    อยากระบายความคิดครับ
    คือผมเป็นคนม้งครึ่งเก่าครึ่งใหม่(วัยกลางคน)ความจริงคิดเรื่องนี้มานานแล้วแต่ยังไม่ระบายให้ใครฟังเลยถือโอกาสระบายให้ฟังนะครับ งานศพ 1 งานถ้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีลูกหลานมาก มีญาติมากต้องใช้ค่าใช้จ่ายจัดงานมากกว่าหลักแสนบาทคิดดูครับ 1 วัน ล้มหมูเป็นอาหารให้แขก 2-4 ตัว ตัวละ4-5 พัน
    จัดงานศพ 5 วัน วันสุดท้าย ลูกชายต้องล้มวัวให้คนละตัวถ้าลูก 6 คนต้องล้ม 6 ตัว วัวตัวละ 10000-15000 บาท ค่าน้ำ ค่าเหล้า ค่ายา ทั้งหมดทุกท่านลอง บวกลบกันดูครับ ทุกวันนี้เรายังมีที่ tswm tshaav ที่เป็นส่วนรวม มีโลงเย็นเก็บศพ ผิดกับสมัยก่อนที่ต่างคนต่างหาที่ tswm tshaav กันเอง อีกทั้งศพก็วางบนแคร่ไม้ศพเน่าเหม็นทั่วทั้งงาน ความคิดผมคือ เมื่อเรายังเปลี่ยน
    แปลงใ้ห้มีที่ tswm tshaav เป็นส่วนรวมเปลี่ยนแปลงเก็บศพใว้ในโลงเย็นดังนั้นเราน่าจะเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่จัดงานศพโดยสร้างอาคารเอนกประสงค์เป็นของส่วนรวมแล้วจัดพิธีในอาคารส่วนรวมนี้
    อีกทั้งเรื่องการล้มหมูเป็นอาหารเลี้ยงแขกก็น่าจะเปลี่ยนเป็นการทำอาหารเลี้ยงแขกตามปกติท่านลองคิดดูครับ 1วันล้มหมู 2-4 ตัว กินที้งกินขว้างครับ ส่วนการล้มวัวให้กับผู้ตายก็อยากจะให้เปลี่ยนความคิดใหม่เป็นแค่ 1-2 ตัวตามฐานะการเงินของเจ้าภาพครับ สรุุุปแล้วอยากจะให้มีการเปลี่ยนแนวความคิดใหม่เพื่อให้ใช้งบประมาณไม่เกิน 50000 บาทครับ ท่านลองคิดดูถ้าเจ้าภาพฐานะการเงินไม่ดี ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเสร็จงานศพพ 1 งาน ต้องเป็นหนี้เป็นแสนเลยครับ ที่มาระบายให้ฟังก็เพราะพึ่งไปงานศพของเพื่อนมา เจ้าภาพล้มหมูวันละ 3 ตัวบางวัน 5 ตัว วันที่ 4 ล้มหมู 2 ตัวล้มวัว 1 ตัว จัดงานทั้งหมด 5 วัน วันสุดท้าย tswm tshaav ลูกๆของผู้ตายมีทั้งหมด 6 คน ล้มวัวให้ผู้ตายคนละตัวรวม 6 ตัว สรุปงานนี้ล้มหมูไปประมาณ 15 ตัว ล้มวัว 7 ตัว ก็ถือว่ายังไม่มากครับบางงานเจ้าภาพล้มหมู 20-30 ตัว วัวอีก 10-15 ตัวก็ยังมีเลยครับ เสร็จงานมานั่งบวกลบรายจ่ายหมดไปร่วม 5 แสนครับใช้หนี้กันยาวเลย “กูเลยมานั่งคิดดูอึกหน่อยจะหาเงินแสนที่ใหนมาจัดงานให้พ่ิอกับแม่วะ”

  13. EdiTor (Post author)

    คุณ rueng หลายที่เค้าตระหนักถึงเรื่องนี้ และได้ลดในส่วนของการฆ่าวัวไปบ้างแล้ว จากที่ต้องฆ่าวัวตามจำนวนลูกชาย ก็มาเป็นฆ่าแค่หนึ่งตัว แต่สำหรับในเรื่องของหมู ซึ่งเป็นอาหารหลักระหว่างงาน เค้ายังต้องฆ่าตามปริมาณแขกที่มางานครับ เพื่อให้แ่น่ใจว่าอาหารจะพอกับแขกที่มา งานไหนแขกเยอะหน่อยก็หนักหน่อย ..แต่ก็มีบางงานที่แขกช่วยเงินเป็นแสนเหมือนกันครับ

  14. โดมดอย

    ไปงานมาครั้งนี้ เขาต้องให้ฝ่ายTXWV DLAAB TUAJ NTAUS NYUJ ให้ด้วย หากไม่ทำถือว่าไม่ให้เกียรติฝ่ายสามีผู้ตาย….โอ๊ย….จิปาถะ แถมฝ่ายสามีไม่ฆ่าวัวให้ถือว่าไม่ให้เกียรติผู้ตายและญาติฝ่ายหญิง เขาไม่มีหน้ามาร่วมงาน หากตอนมีชีวิตอยู่ภรรยาไม่ได้รับความรักจากสามี ลูก ๆ ที่เป็นชาย มีสิทธิถูกDlaab laug ปรับด้วยนะ น่าจะทำอย่างrueng กล่าวก็ดี แต่ต้องเรียกผู้นำทุกตระกูลแซ่มาตกลง เป็นที่ยอมรับจึงจะทำได้ เหมือนกับอดีตค่าสินสอดแพงแสนแพง ผู้ใหญ่ได้เรียกคุยตกลงเดี๋ยวนี้ไม่เกิน3 หรือ 5 dlaim nyaj เท่านั้น บางคนที่มีการศึกษา ลูก ๆ ทำงานรับราชการ พ่อแม่จัดงานให้ และไม่ขอรับสินสอดด้วย นับว่าใจกว้าง และทันสมัยเยอะเลย…

  15. zeb

    ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ขอแสดงความเสียใจด้วย และขอให้สู้ต่อไป เจ้าภาพเท่านั้นที่รู้ว่ามันเป็นเกิดอะไรขึ้น และเสียใจกับการจากไปของญาติขนาดไหน ทุกคนเกิดมาก็ต้องพบกันทุกคนขอเป็นกำลังใจให้ก้าวเดินต่อไป หนทางมีให้ก้าวเดิน ล้มแล้วลุกสู้ต่อไป จากคนเคยล้มแล้วล้มอีกตอนนี้บรรจุเป็นครูแล้ว สู้ๆ ๆ

  16. ว่าเน้ง จิ้มเสี้ยว

    อยากไห้คนเรามีชีวิตที่ยืนยาว และรักกัน

  17. ไกลถิ่น

    มนุษย์นั้นอยากอยู่แต่ไม่อยากตาย ในเมื่อไม่อยากตายก็ต้องหาเหตุที่ทำให้ไม่ต้องเกิด แต่ถ้าอยากเกิดแต่ไม่อยากตายมันไม่สมเหตุสมผลกัน ในส้มผลหนึ่งที่อยู่ในตลาดนั้นเราไม่อาจจะรู้ว่ามันเปรี้ยวหรือหวานถ้าเรานั้นไม่ลองชิมดู ส้มจะเปรี้ยวหรือหวานนั้นอยู่ที่คนเจ้าของสวนเป็นคนดูแลเอาใจใส่ในแต่ละต้นของมัน เหตุแห่งเกิดและเหตุแห่งการไม่เกิดก็เหมือนส้มถ้าไม่ลองชิมก็ไม่รู้ แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะยอมไปหาเหตุแห่งเหล่านั้น???

    พิธีในงานศพของม้ง ก็อย่างที่ได้กล่าวกันมาน่าจะฆ่าเพื่อเป็นอาหารเท่านั้นจะเป็นการช่วยเจ้าภาพได้มาก และถ้ายิ่งดีให้ฝ่ายที่รับผิดชอบเรื่องอาหารสมควรที่จะเอาผักมาผสมเนื้อทำเป็นอาหารแบบไทยๆๆเพื่อเลี้ยงแขกผมว่าน่าจะอร่อยด้วยนะครับและเป็นการไม่ฆ่าหมูเยอะด้วยคงจะช่วยเจ้าภาพได้มากเลย ส่วนการฆ่าวัว น่าจะเป็นอย่างที่คุณ editor บอก หลายๆๆสิ่งหลายๆๆอย่างควรแก่การพัฒนาได้แล้วนะครับพี่น้องผู้เจริญทั้งหลาย

  18. พูดไม่ออก..บอกไม่ถูก

    ขอแสดงจิตคาราวะ ต่อทุกความเห็นด้วยความจริงใจเป็นอย่างยิ่ง และขอแผ่เมตตาธรรม
    ให้ทุกๆๆ ดวงวิญญาญทั้งที่กลา่่วถึงและไม่ได้กลาว่าถึง จงไปสู่สุคติด้วยเทอญ

  19. ม้งเมกา

    ขอแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นของคุณ ไกลถิ่น และruengครับ…ไม่ทราบว่าม้งในไทยทำอาหารอะไรเพื่อรับแขกที่มาร่วมงาน ยังเป็นอาหารพวกหมูต้มเกลือ กระดูกต้มเกลือ ไม่มีผัก ไม่มีพริกกันอีกหรือเปล่า…(ที่ทำกันเพราะความเชื่อ)

    แต่สำหรับม้งในฝั่งตะวันตกนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานศพ งานแต่ง หรืองานอะไรก็แล้วแต่ ทำอาหารหลายอย่าง มีตั้งแต่น้ำหวาน ขนมต่างๆ แกง ลาบ ผักรวมมิตร แกงพะโล้ ผักกระเพรา หมูย่าง ไก่ทอด หรือจะเป็นก๋วยเตี๋ยว อาหารอย่างอื่นๆก็มี แล้วแต่เมนูอาหารของเจ้าภาพ ไอ้เรื่องที่ว่าห้ามกินพริก หรือผักต่างๆในงานศพ งานแต่งนะพวกเราเลิกมานานแล้วครับ

    ส่วนเรื่องการสร้างสถานที่จัดงานศพโดยสร้างอาคารเอนกประสงค์ ขอสนับสนุนแนวคิดนี้ครับ ฝรั่งเรียกว่า Funeral Home และม้งเราก็เรียกว่า Tsev Txias ทุกๆงานศพต้องใช้สถานที่จัดงานศพเท่านั้น กฏหมายที่นี้ห้ามจัดงานศพในบ้านครับ

    ว่าแต่ผมอยากถามท่านๆว่า คนม้งในไทยฝังศพกันอย่างไรครับ ตามที่ดินของครอบครัวหรือซื้อดินฝัง หรือฝังตามป่าตามเขากันครับ ม้งไทยมีสุสานม้งหรือเปล่าและมีการขออนุญาตจากทางการก่อนฝังหรือไมครับ…อยากทราบ

  20. ไกลถิ่น

    พีธีกรรมของความตายของชมพูทวีนี้หรือที่เรียกง่ายๆๆว่าของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นของชนชาติใด ของชนชั้นใด ชนเผ่าใดมันก็คงเป็นพิธีกรรมเพื่อให้แสดงให้รู้ว่า คนที่ตายนั้นยังมีญาติที่คอยดูแลอยู่ไม่ว่าพิธีนั้นจะสูงส่ง สูงศักดิ์ หรือมีชื่อเสียงสักเพียงใดมันก็คง เป็นเพียงแค่พิธีเพื่อให้รู้ว่าได้กระทำตามอย่างของสังคมนั้นๆของกาลครั้งหนึ่งที่ได้เกิดมาแล้วก็ตายไปเป็นไปตามกฏของไตรรัตน์ คือ เกิดมา ตั้งอยู่ แล้วดับไป เป็นธรรมดา

    ที่นี้มาพูดถึงงานศพของม้งบ้าง ผมคนหนึ่งที่ขณะนี้ก็ถือว่ากลางๆๆคน คนหนึ่งที่ผ่านมาในชีวิตของม้งก็ไม่มากไม่มายแต่ก็พอจะรู้บ้างเล็กๆน้อยๆตามที่ได้เห็นมา เหมือนอย่างที่คุณ rueng ได้บรรยายมา ทุกวันนี้มันก็ยังมีอยู่ การฆ่าวัวหลายๆตัว หมูหลายๆตัว เพื่ออะไรหรือ???(***น่าเศร้าใจกับชีวิตสัตว์) ในสังคมม้งอาจจะบอกว่าเพื่อแสดงความกตัญญูู ความกตัญญูนั้นจะแสดงได้ต่อเมื่อตายเท่านั้นหรือ???ในส่วนตัวแล้วน่าจะเป็นบาปมากกว่า ความกตัญญูน่าจะมีให้เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่จะไปเที่ยวใหนพาไป อยากกินอะไรหาให้อย่างนี้จึงจะถูกต้องกับคำว่ากตัญญู แต่ถ้าจะบอกว่าต้องฆ่าวัว ควาย หมู เห็ด เป็ด ไก่ เพื่อแสดงความกตัญญูอันนี้มันเป็นแค่ความเชื่อของคนม้งที่ได้แสดงและกระทำต่อๆๆๆกันมาใช่มั้ย???ในเรื่องของประเพณีแบบนี้

    และการที่ cuab tsaam บอกกับคนที่เสียชีวิตว่า ลูกคนนี้ ลูกคนนั้น ฆ่าหมู่ ฆ่าวัว ให้คนตายไปหนึ่งตัวคนตายต้องย้อนกลับคืนมาให้ลูกคนนั้นคนนี้เป็นสิบตัว ร้อยตัว พันตัว มันก็เป็นเพียงแค่พิธีที่ได้กระทำต่อๆๆกันมา มันคงไม่ได้เป็นอย่างที่ cuab tsaam ว่าหรอก เราต้องไปทำไปเลี้ยงถึงได้มาไม่ใช่หรือ แต่ม้งเราก็ยังคงดำรงประเพณีฆ่า ๆๆๆ ตามสัดส่วนของลูกชาย ไว้ซึ่งอย่างนี้ต่อไปน่าเศร้ามากครับ และไก่ตัวที่ฆ่าเเพื่อเอามาไว้บนหัวนอนคนตาย ผมเห็นมาแล้วเค้าฆ่าแบบกระตืบใช้เท้าเหยียบๆๆๆกระตืบๆๆให้มันตายคาที่เห็นแล้วน่าสงสารมากครับผม แล้วควักเอาหัวใจไก่ไปต้มแล้วเอามาให้ cuab tsaam บอกกับคนตายว่า ให้กินหัวใจไก่ตัวนี้แล้วไก่ตัวนี้จะเป็นผู้นำคนตายนี้ไป มันเป็นเพียงแค่ประเพณีหรือ??? ที่ได้กระทำต่อๆๆกันมา แล้วเหตุผลล่ะไปใหนหมด แล้วเชื่อได้อย่างไรว่าวิญญาณไก่ จะเป็นผู้นำวิญญาณคนตาย มนุษย์คือสัตว์ประเสริจฐไก่คือสัตว์เดรฉานในตอนที่มีชีวิตอยู่ ใครนำใครหรือใครเลี้ยงใคร ????หรือเป็นแค่ความเชื่ออีกตามเคย ที่ไม่เคยมีใครออกมาตั้งคำตั้งให้ใคร ตอนนี้ผมค่อนข้างจะเป็นบ้าไปแล้วในสายตาของคนส่วนมาก ผมยิงคำถามให้ตนเองมากมายของชีวิตผมที่ได้เกิดมาเป็นคนม้งคนหนึ่งในชาตินี้

    ได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า หากวันใดที่สิ้นลมหายใจนี้ไป ไม่ต้องฆ่าสัตว์ใดๆๆทั้งสินให้ผมเลยแม้แต่ตัวเดียวผมไม่เอาอะไรทั้งสิ้น จะเอาแต่จิตนี้ที่เปรียบเสมือนแมมโมรีที่คอยเก็บข้อมูลของความดีเท่านั้นที่เอาไป ถ้าจะเอาเนื้อมาเป็นอาหารให้ไปซื้อมาห้ามฆ่า นี้คือสิ่งที่ได้บอกกล่าวเอาไว้ให้พี่น้อง ส่วนพิธีเป่าแคน ถ้ามาเป่าเพื่อเอาเนื้อหมู เนื้อวัว เพื่อการฆ่าผมไม่ต้องการให้มาเป่า
    หากวันใดที่ฉันสิ้นใจลง
    ได้โปรดจงอย่าฆ่าสัตว์ให้แด่ฉัน
    เพราะสัตว์นั้นรักชีวิตที่เหมือนกัน
    อย่าฆ่ามันเพียงเพราะฉันตายลง
    ผู้ใดมองเห็นชีวิตตนเองก็จะมองเห็นชีวิตผู้อื่น ผมเชื่อว่ามนุษย์บนโลกใบนี้คนทุกคนต้องการแต่สิ่งที่ดีๆๆเอามาใว้ในชีวิต แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่อยากจะทำดี แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะคนทุกคนไม่อาจจะใช่คนคนเดียวกัน เพราะยุคนี้เป็นยคุแห่งการตามหาวัตถุ ไม่อาจจะใช่ยุคแห่งการตามหาจิตใจเหมือนคนบ้าๆๆอย่างผม

  21. Hmoob thaib canada

    เรื่อง Siab dev Ua cas thaum tuag lawm hov tos plig rov qab los thiab hov muab siab dev rau tus plig noj thiab kuv tsis totaub li น่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ ดูเหมือนว่าไม่สำคัญเลย ผมอาจจะตายมาหลายๆชาติ และกินมาหลายๆครั้งแล้ว แต่ชาติขอเถอะ ใครพอรู้บ้าง

  22. EdiTor (Post author)

    น่าดีใจที่หัวข้อนี้ไม่ตกไปง่ายๆ เพราะหัวข้อนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น และวนเวียนให้เราได้พบเห็นอยู่เสมอๆ และวันหนึ่งเราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่พวกเราจะมาพูดคุยเรื่องนี้ให้มากเข้าไว้

    กว่าจะถึงวันนั้น รูปแบบต่างๆ ของงานคงจะเปลี่ยนไปมากแล้ว :)

  23. ม้งเมกา

    @Hmoob Thaib Canada
    ช่วงหลังๆมานี้ ก็ไม่ค่อยได้เข้ามาดูเว็บม้งเอเชียเท่าไรนัก แต่ผมก็ได้สังเกตเห็นกระทู้คำถามของคุณ Hmoob Thaib Canada (ถ้าจะให้เดา…ก็น่าจะเป็นคนม้งจากไทยที่ไปทำงานในประเทศแคนาดา ก็ขอให้ประสบความสำเร็จและโชคดีในการงานของคุณนะครับ) ก็เห็นตั้งกระทู้นี้มานานพอควร

    ในเมื่อยังไม่มีคำตอบต่อกระทู้ของคุณ ผมเองก็อยากขอร่วมสนุกตอบตามที่พอทราบและเคยได้ยินได้ฟังมา…ส่วนคำตอบนั้นจะจริงเท็จยังไงไม่อาจยืนยั่นได้ เพราะความเชื่อของม้งเรานั้นมีหลายเรื่องหลายอย่างที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ และไม่มีประวัติความเป็นมาที่แน่ชัดด้วย

    คำถามของคุณ Hmoob Thaib Canada นั้นเกี่ยวข้องกับความเชื่อลัทธิบูชาบรรพบุรุษในด้านงานศพของม้งเรา และถือว่าเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่ง เป็นความเชื่อที่กระทำสืบทอดกันมานาน

    ซึ่งคนม้งเรามีความเชื่อว่าเมื่อสิ้นบุญไปแล้ว หลังฝังศพเรียบร้อย จะมีพิธีกรรมไปเรียกวิญญาณผู้ตายกลับมาเพื่อทำพิธีส่งวิญญาณให้ไปผุดไปเกิดในภพใหม่ (Tso Plig) จะช้าหรือเร็วก็แล้วแต่กรณีความพร้อมและการเงินของครอบครัว

    และในขั้นตอนของพิธีเรียกวิญญาณนี้เอง จะมีการฆ่าสุนัข ส่วนมากจะใช้ลูกสุนัข และเอาตับของสุนัขมาทำให้สุกเพื่อใช้เป็นอาหารเซ่นไหว้วิญญาณของผู้ตาย พูดอีกอย่างก็คือให้วิญญาณผู้ตายกินตับสุนัขเหมือนกระทู้คำถามของคุณนะครับ

    ม้งเราเชื่อว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่มีอิทธิฤทธิ์สามารถขับไล่ผีวิญญาณชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวงได้ และถ้าเอาตับสุนัขมาเซ่งไหว้วิญญาณผู้ตาย ก็จะช่วยให้สุนัขนั้นกลายเป็นของผู้ตาย สุนัขตัวนั้นจะช่วยขับไล่ผีปีศาจชั่วร้ายที่อาจติดตามวิญญาณผู้ตายมาด้วยนั้น เพื่อปกป้องและสกัดกั้นผีปีศาจที่ทางครอบครัวไม่ได้เรียกเชิญมาทำพิธีกรรมส่งวิญญาณผู้ตาย และให้วิญญาณผู้ตายกลับมาอย่างสะดวกและเข้ามาในบ้านได้แต่เพียงผู้เดียว เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อครอบครัวของผู้ตาย

    การใช้สุนัขเซ่งไหว้แด่วิญญาณผู้ตายนั้น คนม้งไม่ได้ทำกันทุกๆครอบครัว แต่ส่วนมากที่ยังนับถือลัทธิความเชื่อยังใช้สุนัขอยู่ และการปฎิบัติของแต่ละครอบครัวจะทำตามบรรพบุรุษมากกว่า แล้วแต่ละกรณีปฎิบัติว่าบรรพบุรุษของแต่ละคนมีการใช้สุนัขมาเซ่นไหว้ตอนเรียกวิญญาณด้วยหรือไม่ แต่ในปัจจุบันนี้ใครจะทำหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล

    พิธีกรรมนี้ยังมีการปฎิบัติอยู่ และม้งในแถบเอเชียยังใช้ลูกสุนัขตัวเป็นๆ คือสุนัขจริงๆประกอบพิธีกรรมเรียกวิญญาณ แต่ม้งในแถบตะวันตกนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของข้อกฏหมาย คือม้งแถบตะวันตกจะใช้ตุ๊กตาสุนัขและใช้ตับไก่ที่สามารถหาซื้อตามตลาดมาเซ่นไหว้แทน

    และขอฝากให้ผู้ตั้งกระทู้นี้ว่า ถ้าท่านนับถือลัทธิความเชื่อ และบรรพบุรุษของท่านมีการใช้สุนัขมาเซ่นไหว้ในพิธีนี้ด้วย เมื่อเวลานั้นมาถึง ไม่แน่ครับว่าชาตินี้ ท่านอาจจะได้ของเซ่งไหว้จากตับสุนัข แต่อย่าไปคิดมาก เพราะทุกๆอย่าง ทุกๆพิธีกรรมย่อมมีที่มาที่ไปของเหตุและผล ตามวิถีชีวิตของแต่ละสังคม และแต่ละศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ

    ก็หวังว่าคงจะตอบกระทู้ของคุณHmoob Thaib Canada และถ้าท่านใดมีความรู้ละเอียดกว่านี้ ก็ขอให้ร่วมตอบกระทู้นี้ด้วยนะครับ

    ก็คงต้องรอเพื่อนๆพี่น้องรายต่อไป ที่จะมาตอบกระทู้นี้
    ด้วยมิตรภาพ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *