พิสูจน์รัก กับการพ่นยาในสวน

lichee

ช่วงนี้ยังร้อนไม่เลิก และคงจะยังร้อนไปอีกหลายวัน ก็ตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่ฟ้าฝนจะเทลงมา แม้จะเริ่มเห็นฝนห่าแรกกันไปแล้ว แต่ก็คงจะอีกนานกว่าฝนจะตกเป็นเรื่องเป็นราว ให้พวกเราได้หลับสบายกันเสียที ..บ่นตามประสาคนจนที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศเป็นของตนเอง

การรอฝนเพื่อให้ได้หลับสบายนั้นกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปแล้ว เมื่อหันไปมองชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ที่ต้องประคับประคองเรือกสวนไร่นาของตนเอง ให้ผ่านแล้งนี้ไปให้ได้ ก็น่าเห็นใจสำหรับปีนี้ เพราะมันแล้งกันจริงๆ แล้งกันทุกหย่อมหญ้า แม้แต่แหล่งน้ำใหญ่อย่างแม่น้ำโขงยังเดินข้ามได้

สำหรับชาวสวนผลไม้อย่างชาวม้งใน ต.ป่ากลาง แล้ว ถือว่าโชคดีไปเปราะหนึ่ง เมื่อผลไม้ที่ชาวบ้านนิยมปลูกกันนั้นได้เวลาเก็บเกี่ยวเสียที ไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ หรือมะม่วง และเห็นว่าปีนี้มะม่วงราคาดีเสียด้วย (ตั้ง 15 บาทแน่ะ) ส่วนลิ้นจี่นั้นราคาตกต่ำมาหลายปีแล้ว ช่วงกลางเดือนเห็นว่าราคาอยู่ที่ ก.ก. ละ 25 บาท แต่ตอนนี้น่าจะลงไปเยอะแล้ว

ลิ้นจี่นั้นปกติจะปลูกกันบนพื้นที่สูง เพราะต้องการอากาศเย็น ลิ้นจี่ถือเป็นผลไม้ที่ต้องการน้ำค่อนข้างมาก คือเริ่มใช้น้ำกันตั้งแต่เริ่มออกดอกกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการพ่นยาป้องกันแมลง กันดอกร่วง แต่ที่เปลืองน้ำสุดๆ คือการรดน้ำปกติ เพราะต้องเริ่มรดน้ำกันตั้งแต่ดอกเริ่มกลายเป็นผล และหากสวนมีขนาดที่กว้าง ก็อาจต้องรดน้ำกันแทบทุกวัน แต่จะโชคดีมากหากว่าปีไหนมีฝนหลงฤดู เพราะการรดน้ำนั้นไม่สู้ฝนอย่างแน่นอน เพราะถ้าเป็นฝนมันจะซึมลึก และทั่วถึงกว่า ..ฝนมาทีก็ได้หยุดหลายวัน

วันนี้ก็ขอพูดเรื่องเบาๆ ละกัน ..หนุ่มม้งป่ากลางกล่าวกันว่า หากจะพิสูจน์ความรักของคู่หนุ่มสาว ก็ลองพากันไปพ่นยาลิ้นจี่สักรอบ เพราะการพ่นยาลิ้นจี่นั้น จะต้องประกอบด้วย คนพ่น คนลากสาย ซึ่งหากคนลากสายทำหน้าที่ได้ไม่ดี (เท่าที่คนพ่นต้องการ) เช่นอาจทำสายหักงอทำให้การพ่นสะดุด หรือถ้าเผื่อสายระหว่างคนลากกับคนพ่นสั้นไป สายอาจกระตุกคนพ่นได้

ที่หนุ่มม้งป่ากลางท้าทายให้ใช้วิธีนี้พิสูจน์ความรักนั้น เนื่องจากว่าการพ่นยาลิ้นจี่นั้นต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง ทั้งคนพ่นและคนลากสาย กล่าวคือ คนพ่น (ปกติเป็นฝ่ายชาย) นั้นจะเหนื่อยกับการที่ต้องเร่งรีบ เพื่อไม่ให้น้ำยาที่พ่นออกมานั้นค้างตรงจุดเดิมนานเกินไป เวลาพ่นจึงต้องรีบเดินเพื่อประหยัดน้ำยา ฉะนั้นหากเกิดเหตุขัดข้องเช่น สายไปเกี่ยวอะไรเข้าแล้วโดนสายกระชากถอยหลัง หรือสายหักงอทำให้น้ำยาหยุดไหล คนพ่นอาจเกิดอาการหงุดหงิด และต่อว่าคนดูแลควบคุมสายยางได้

คนลาก หากมีหลายคนก็สบายไป แต่หากทำอยู่คนเดียว (ปกติเป็นฝ่ายหญิง) ก็น่าเห็นใจ เพราะสวนลิ้นจี่โดยปกติแล้วจะอยู่บนพื้นที่สูงและชัน การลากสายในระยะใกลๆ ก็จะเหนื่อย เพราะหากสายไปติดตรงไหน คนลากสายก็ต้องรีบไปแกะหรือจัดการให้เรียบร้อย และต้องคอยคำนวณความยาวสายระหว่างคนลากกับคนพ่นให้พอดีอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้คนพ่นเหนื่อย สรุปคือเป็นคนอำนวยความสะดวกให้กับคนพ่นนั่นเอง

ช่วงเริ่มต้นพ่นยานั้นก็ไม่ค่อยจะซีเรียสอะไร แต่เมื่อพ่นไปสักพักจะเริ่มเหนื่อย เพราะต้องพ่นไกลจากจุดที่วางถังน้ำยามากขึ้น และปัญหาที่กล่าวมาด้านบนก็จะค่อยๆ ปรากฎให้เห็น ..เพราะความอดทนแปรผกผันกับเวลา

อาจดูเป็นเรื่องตลก แต่คู่สามีที่ผ่านประสบการณ์ร่วมตรงนี้หลายครั้ง จะเข้าใจดีถึงคำโบราณที่ว่า “เป็นเมียเราต้องอดทน” นั้นเป็นอย่างไร ..ขอยืมคำนี้มาใช้หน่อย “ความรักแบบม้งๆ

คู่ไหนพร้อมแล้ว ..ชุดพ่นยามีให้ยืมนะครับ