มิดะ และมายาคติชาติพันธุ์

บุคคลภายนอกมักมีความเชื่อผิดๆ บางอย่างเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย ทั้งนี้อาจมาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งมีอคติทางชาติพันธุ์หนุนส่งความคิดความเชื่อเหล่านั้นอยู่ เช่นเดียวกับเรื่อง “มิดะ” ของพี่น้องเผ่าอาข่า ที่ถูกคนนอกตีความคลาดเคลื่อนมาโดยตลอด ทั้งที่ “มิดะ” ในเผ่าอาข่านั้นไม่ได้มีอยู่จริง

จากการเสวนาเรื่อง “มายาคติอาข่าในสังคมไทย คลายปมมิดะและลานสาวกอด” ของชมรมอาข่าในประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อคลายปมอคติทางชาติพันธุ์ที่บุคคลภายนอกมีต่อคำว่า “มิดะ” และ “ลานสาวกอด” ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ที่ชนกลุ่มน้อยอย่างเราๆ ควรจะจับจ้องถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้

มติชนออนไลน์ 14 ม.ค. 54 – “นาย อาจู จูเปาะ ประธานชมรมอาข่าในประเทศไทย ได้อ่านแถลงการณ์เรื่อง “มิดะ และ ลานสาวกอด” ใจความว่า ชาวอาข่าได้กล่าวถึงคำว่า “มิ ดะ” หรือ “หมี่ดะ” ว่า เป็นคำเรียก หญิงสาวธรรมดาของอาข่าที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้เป็นชื่อตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น มิดะซึ่งเป็นครูชำนาญโลกีย์สอนลีลาแก่ชายหนุ่มนั้น จึงไม่เคยมีอยู่ในสังคมของอาข่า มีแต่ “หมี่ดะ” ส่วน “ลานสาวกอด” นั้นไม่มีอยู่จริง มีเพียงแต่ “ลานวัฒนธรรม” หรือ “แต ห่อง” เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในทางพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับคนในหมู่บ้าน เป็นแหล่งถ่ายทอดบูรณาการความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เป็นแหล่งแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความสมัครสามัคคีแก่ผู้คนในหมู่บ้าน” .. อ่านต่อ

เมื่อความเข้าใจคลาดเคลื่อนเอนเอียงไปทางเดียวกันกับอคติที่ผู้คนมีอยู่ มันจึงกลายเป็นความเชื่อที่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ยากที่ใครจะมาเปลี่ยนแปลงความเชื่อเหล่านั้นได้ นอกเสียจากความเชื่อดังกล่าวจะไปกระทบกับกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง จนคนกลุ่มหลังนี้ต้องลุกขึ้นมาตะโกนบอกว่า “ที่พวกคุณรู้มาทั้งหมดนั้น ..มันผิดนะ”

ที่จริงแล้วพี่น้องเผ่าอาข่าเรียกร้องต่อสาธารณะชนเสมอมา ให้ช่วยทำความเข้าใจเสียใหม่เกี่ยวกับเรื่อง “มิดะ” แต่ที่ผ่านมาพื้นที่สาธารณะยังไม่เปิดกว้างพอสำหรับชนกลุ่มน้อยอย่างพวกเค้า เสียงที่พวกเค้าเรียกร้องไปจึงไม่เคยได้รับการตอบรับจากปลายทางอีกด้านหนึ่ง

ส่วนหนึ่งที่เรื่องของ “มิดะ” ถลำลึกจนกลายเป็นความเข้าใจผิดที่ยากจะแก้ไข นั่นเพราะ “มิดะ” ถูกนำไปแต่งเป็นเพลง โดยครูเพลงผู้ล่วงลับไปแ้ล้ว จน “มิดะ” กลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ..จนกลายเป็นเพลงที่ก่อให้เกิดความเชื่อผิดๆ ฝังลึกในสังคมไทย

ความเชื่อที่ว่า “มิดะ” มีอยู่จริงในสังคมคนอาข่า ได้ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อพวกเค้า ถึงขั้นที่ว่าคนพื้นราบกล้าเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อกระทำการอนาจารกับหญิงสาวในหมู่บ้าน เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่มันหมายถึงความเป็นความตายของคนกลุ่มหนึ่ง ทั้งนี้เพียงเพราะความเชื่อผิดๆ ที่ถูกปลูกฝังอยู่ในสังคม

เราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ สิ่งแรกเลยคือการยืนหยัดต่อสู้กับกระแสสังคมที่ผิดๆ การเรียนรู้ที่จะแทรกตัวเข้าสู่เวทีสาธารณะเพื่อปกป้องผลประโยชน์ที่เราพึงมี ..เรายังสามารถเปิดเวทีของเราขึ้นมาเอง และเชิญผู้รู้ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมเวทีกับเรา

สุดท้ายที่ผมอยากฝากไว้กับพวกเราชาวม้งคือ จงเรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างถูกต้องมีข้อมูล เพราะหากเราสื่อสารผิดพลาดไป มันอาจหมายถึงผลกระทบที่จะมีกับคนม้งทั้งหมด อย่างเช่นเรื่องการโยนลูกช่วงของเรา หลายคนมักจะอธิบายว่า “โยนลูกช่วงเพื่อหาคู่” ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนม้งเราเป็นสังคมฟรีเซ็กส์ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่ความเป็นจริงการโยนลูกช่วงก็เป็นแค่การละเล่นอย่างหนึ่งของม้งเรา และหนุ่มสาวเป็นเพียงแค่กลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการละเล่นนี้

ต้องไม่ลืมว่าการโยนลูกช่วง ไม่ได้มีไว้เฉพาะสำหรับคู่รักหนุ่มสาวเท่านั้น เพื่อนโยนกับเพื่อนก็มีเยอะ หญิงโยนกับหญิงก็มีแยะ (แต่แปลกไม่เคยเห็นชายโยนกับชายแฮะ ..คงอีกไม่นาน) คู่รักที่แต่งกันแล้วก็ยังมาเล่นโยนลูกช่วงกันเลย

ภาพน่ารักของเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังโยนลูกช่วงจะเปลี่ยนไป หากคุณไปเที่ยวอธิบายกับใครต่อใครว่านั่นคือการหาคู่