ม้งลาว และนกพิราบสนามหลวง

แม้การส่งกลับชาวม้งลาว ศูนย์ฯ บ.บ้านห้วยน้ำขาว จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงของทางรัฐบาลไทยไปเสียแล้ว (น่าแปลกใจ ดำเนินการโดยทหาร แต่ผลงานเป็นของรัฐบาล) เมื่อกลายเป็นผลงาน เมื่อมีการมอบโล่ห์ แสดงว่างานเลี้ยงได้จบลงไปแล้ว

เมื่อวานเย็น ได้นั่งดูรายการ เจาะข่าวเด่น ของคุณ สรยุทธ ซึ่งเป็นการเชิญรองผู้ว่า กทม. และผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงนกพิราบ มาพูดคุยในประเด็นการเคลื่อนย้ายนกพิราบจากสนามหลวงไปที่อื่น

เมื่อฟังดูแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจ เพราะเรื่องการย้ายถิ่นฐานนกพิราบที่สนามหลวง และเรื่องการส่งกลับกลุ่มชาวม้งลาว บ.ห้วยน้ำขาว นั้น มีทั้งความเหมือน และความแตกต่างที่น่าเศร้า

การที่รัฐบาลไทยไม่ต้อนรับ และส่งกลับกลุ่มม้งลาว ก็เหมือนกับเหตุการณ์ที่ชาวจังหวัด ราชบุรี ต่อต้านการนำนกพิราบจากสนามหลวง มาปล่อยในเขตจังหวัด ราชบุรี

เรื่องที่แปลกและน่าเศร้าคือ เรื่องของนกพิราบดูเหมือนจะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมกว่า และเคารพในการมีชีวิตของนกพิราบมากกว่า

หรือจะเป็นเพราะเรื่องม้งลาวรับผิดชอบโดยรัฐบาล แต่เรื่องนกพิราบรับผิดชอบโดย กทม. แนวทางการปฏิบัติถึงได้แตกต่างกันลิบลับแบบนี้

การปฏิบัติต่อนกพิราบมีความโปร่งใสกว่า มีการแจกแจงออกทางสื่อ นสพ. วิทยุ โทรทัศน์ อย่างถึ่ยิบ ให้ประชาชนได้รับทราบแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือทาง กทม. รับฟังเสียงสะท้อนรอบด้าน เพื่อปฏิบัติไปในแนวทางที่สังคมยอมรับได้

แต่สำหรับกรณีของกลุ่มม้งลาว บ.ห้วยน้ำขาว แล้ว รัฐบาลไม่ได้มีการชี้แจงทางสื่ออย่างที่ควรจะเป็น แม้จะมีเสียงทักท้วงจากนานาชาติ และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน แต่ทางรัฐบาลไทยก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะทางรัฐบาลไทยมีคำตอบในใจอยู่แล้ว นั่นคือ “การส่งกลับเป็นไปด้วยความสมัครใจ” และรัฐบาลได้ดำเนินการอย่าง “ถูกต้อง” แล้ว

ใน “ความถูกต้อง” และ “ความสมัครใจ” ของรัฐบาลนั้น มีสิ่งที่น่าเคลือบแคลงสงสัยอยู่หลายประการ ดังนี้

ทำไมปฏิบัติการนี้ถึงไม่มีใครทราบล่วงหน้า
ทำไมต้องกันไม่ให้นักข่าวเข้าไปทำข่าวในพื้นที่ หรือนี่คือปฏิบัติการที่ “ถูกต้อง” แต่ไม่โปร่งใส
ทำไมต้องตัดสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ ในเมื่อบอกว่าเป็นการ “สมัครใจ” แล้วรัฐบาลกลัวอะไร
ทำไมปฏิบัติการส่งกลับ ถึงใช้เวลาวันเดียว

เพราะอย่างนี้นี่เอง ไล่หลังไม่นาน เมื่อ ฮิวแมน ไรท์ วอช ออกรายงานประจำปี โดยในรายงานมีการตำหนิรัฐบาลไทยในหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องการส่งกลับม้งลาวด้วย แม้รัฐบาลไทยจะโต้กลับในเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ แต่เมื่อตามหลักสากลแล้วเขาไม่ยอมรับ มันก็เปล่าประโยชน์ที่จะชี้แจง

ถึงแม้ไทยจะไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานะของผู้ลี้ภัย ปี 2494 หรือพิธีสารปี 2510 แต่ประเทศไทยก็มีพันธะภายใต้กฏหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ห้ามไม่ให้ ส่งตัวบุคคลไปยังที่ใดๆ ซึ่งจะทำให้ชีวิต หรือเสรีภาพของบุคคลดังกล่าวเสี่ยงต่ออันตราย

นกพิราบสุดท้ายแล้วทุกตัวต้องตาย (เพราะจะถูกกันไม่ให้มีการสืบพันธ์) แต่ระหว่างมีชีวิตอยู่ พวกมันจะถูกปฏิบัติอย่างดีจากทาง กทม. ไม่ว่าจะเป็นการชุบตัวฆ่าไร หรือการถ่ายพยาธิให้ ที่ดีกว่านั้นคือ แม่นกที่มีลูกอ่อนให้ต้องเลี้ยงดู ทาง กทม. จะยังไม่จับ จะปล่อยให้มันเลี้ยงลูกจนโตเสียก่อน แล้วค่อยจับมันไปพร้อมกัน …ใจดีกว่านี้ไม่มีแล้ว

การส่งกลับม้งลาว อาจเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ซ้ำอีก แต่การเชือดไก่หากไม่ระวัง มืออาจถูกมีดบาดได้ง่ายๆ …แล้วแผลเป็นอาจอยู่ติดตัวตลอดไป