ม้งลาว และนกพิราบสนามหลวง

แม้การส่งกลับชาวม้งลาว ศูนย์ฯ บ.บ้านห้วยน้ำขาว จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงของทางรัฐบาลไทยไปเสียแล้ว (น่าแปลกใจ ดำเนินการโดยทหาร แต่ผลงานเป็นของรัฐบาล) เมื่อกลายเป็นผลงาน เมื่อมีการมอบโล่ห์ แสดงว่างานเลี้ยงได้จบลงไปแล้ว

เมื่อวานเย็น ได้นั่งดูรายการ เจาะข่าวเด่น ของคุณ สรยุทธ ซึ่งเป็นการเชิญรองผู้ว่า กทม. และผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงนกพิราบ มาพูดคุยในประเด็นการเคลื่อนย้ายนกพิราบจากสนามหลวงไปที่อื่น

เมื่อฟังดูแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจ เพราะเรื่องการย้ายถิ่นฐานนกพิราบที่สนามหลวง และเรื่องการส่งกลับกลุ่มชาวม้งลาว บ.ห้วยน้ำขาว นั้น มีทั้งความเหมือน และความแตกต่างที่น่าเศร้า

การที่รัฐบาลไทยไม่ต้อนรับ และส่งกลับกลุ่มม้งลาว ก็เหมือนกับเหตุการณ์ที่ชาวจังหวัด ราชบุรี ต่อต้านการนำนกพิราบจากสนามหลวง มาปล่อยในเขตจังหวัด ราชบุรี

เรื่องที่แปลกและน่าเศร้าคือ เรื่องของนกพิราบดูเหมือนจะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมกว่า และเคารพในการมีชีวิตของนกพิราบมากกว่า

หรือจะเป็นเพราะเรื่องม้งลาวรับผิดชอบโดยรัฐบาล แต่เรื่องนกพิราบรับผิดชอบโดย กทม. แนวทางการปฏิบัติถึงได้แตกต่างกันลิบลับแบบนี้

การปฏิบัติต่อนกพิราบมีความโปร่งใสกว่า มีการแจกแจงออกทางสื่อ นสพ. วิทยุ โทรทัศน์ อย่างถึ่ยิบ ให้ประชาชนได้รับทราบแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือทาง กทม. รับฟังเสียงสะท้อนรอบด้าน เพื่อปฏิบัติไปในแนวทางที่สังคมยอมรับได้

แต่สำหรับกรณีของกลุ่มม้งลาว บ.ห้วยน้ำขาว แล้ว รัฐบาลไม่ได้มีการชี้แจงทางสื่ออย่างที่ควรจะเป็น แม้จะมีเสียงทักท้วงจากนานาชาติ และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน แต่ทางรัฐบาลไทยก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะทางรัฐบาลไทยมีคำตอบในใจอยู่แล้ว นั่นคือ “การส่งกลับเป็นไปด้วยความสมัครใจ” และรัฐบาลได้ดำเนินการอย่าง “ถูกต้อง” แล้ว

ใน “ความถูกต้อง” และ “ความสมัครใจ” ของรัฐบาลนั้น มีสิ่งที่น่าเคลือบแคลงสงสัยอยู่หลายประการ ดังนี้

ทำไมปฏิบัติการนี้ถึงไม่มีใครทราบล่วงหน้า
ทำไมต้องกันไม่ให้นักข่าวเข้าไปทำข่าวในพื้นที่ หรือนี่คือปฏิบัติการที่ “ถูกต้อง” แต่ไม่โปร่งใส
ทำไมต้องตัดสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ ในเมื่อบอกว่าเป็นการ “สมัครใจ” แล้วรัฐบาลกลัวอะไร
ทำไมปฏิบัติการส่งกลับ ถึงใช้เวลาวันเดียว

เพราะอย่างนี้นี่เอง ไล่หลังไม่นาน เมื่อ ฮิวแมน ไรท์ วอช ออกรายงานประจำปี โดยในรายงานมีการตำหนิรัฐบาลไทยในหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องการส่งกลับม้งลาวด้วย แม้รัฐบาลไทยจะโต้กลับในเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ แต่เมื่อตามหลักสากลแล้วเขาไม่ยอมรับ มันก็เปล่าประโยชน์ที่จะชี้แจง

ถึงแม้ไทยจะไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานะของผู้ลี้ภัย ปี 2494 หรือพิธีสารปี 2510 แต่ประเทศไทยก็มีพันธะภายใต้กฏหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ห้ามไม่ให้ ส่งตัวบุคคลไปยังที่ใดๆ ซึ่งจะทำให้ชีวิต หรือเสรีภาพของบุคคลดังกล่าวเสี่ยงต่ออันตราย

นกพิราบสุดท้ายแล้วทุกตัวต้องตาย (เพราะจะถูกกันไม่ให้มีการสืบพันธ์) แต่ระหว่างมีชีวิตอยู่ พวกมันจะถูกปฏิบัติอย่างดีจากทาง กทม. ไม่ว่าจะเป็นการชุบตัวฆ่าไร หรือการถ่ายพยาธิให้ ที่ดีกว่านั้นคือ แม่นกที่มีลูกอ่อนให้ต้องเลี้ยงดู ทาง กทม. จะยังไม่จับ จะปล่อยให้มันเลี้ยงลูกจนโตเสียก่อน แล้วค่อยจับมันไปพร้อมกัน …ใจดีกว่านี้ไม่มีแล้ว

การส่งกลับม้งลาว อาจเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ซ้ำอีก แต่การเชือดไก่หากไม่ระวัง มืออาจถูกมีดบาดได้ง่ายๆ …แล้วแผลเป็นอาจอยู่ติดตัวตลอดไป

22 Comments

  1. Dome-doi

    อาจเปรียบกองขยะที่งุบงิบเร่งะเอาไปทิ้งหากทำประชาพิจารณ์ต้องถูกคัดค้านไง เลยหักคอเอาไปทั้งที่ไม่เต็มใจแถมเสียงคัดค้านจากองค์กรต่าง ๆ แต่ผู้กระทำนำเหรียญมาอุดหู นำแบงค์มาปิดตา ไม่ได้ยินมองไม่เห็น….ช่างทำได้กับคนไร้หนทางเดิน….

  2. samm

    Zoo kawg, zoo kawg -koj sau tau zoo heev li.

  3. คนด้อยโอกาส

    ตะกอนชีวิตของชาวม้งที่เคยร่วมรบร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต้องยอมรับชะตากรรม เมื่อเป็นผู้แพ้ในสังคม / คนชายขอบของมนุษยชาติ ที่กำลังเรียกร้องความเป็นธรรม ความเป็นมนุษย์จากสังคมมนุษย์ เพื่อหวังและมีเป้าหมายอยากให้ลูกหลานไม่ต้องเผชิญกรรมแห่งอยุติธรรม ได้มีชีวิตที่ดีกว่าสภาพชีวิตปัจจุบัน นั่นคือสิ่งที่ต้องมาร่วมคิด ร่วมกลุ่ม ณ ห้วยน้ำขาว ซึ่งทุกคน เรียกกันว่า ม้งลาวห้วยน้ำขาว

    จากเหตุการณ์ไม่คาดในการแก้ปัญหา โดยการส่งกลับของชาวม้งลาว ศูนย์ฯ บ.บ้านห้วยน้ำขาว ดังกล่าว มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เราชาวม้งเกือบทุกนมีคำถามมากมายว่า มันเป็นวิธีที่แก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดหรือยัง ในฐานะสังคมไทยที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศแห่งสันติสุข ประเทศแห่งประชาธิปไตย ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ และเคารพต่อสิทธิมนุษยชนโลก ในการแก้ปัญหาสังคมไทย

    แต่เมื่อเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาหลายๆเรื่อง ของคนชายขอบ คนอพยพ ฯลฯ เมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องการย้ายถิ่นฐานนกพิราบที่สนามหลวงนกพิราบแล้ว มันต่างกันมาก มันต่างกันมากจริงๆๆ ในเรื่องแนวทางการปฎิบัติในการแก้ไขปัญหา ซึ่งข้อนี้เราต้องยอมรับว่า สังคมไทย ยังมีการแบ่งฐานความคิดในเรื่องของผลประโชยน์มากกว่าการแก้ปัญหาในเรื่องสิทธิมนุษยชนในสังคมอย่างแท้จริง

    ชาวม้งทุกคนจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดกรณีอย่างนี้อีก กรณีที่ไร้อยุติธรรมอีก นั่นคือคำถาม และคำตอบที่ทุกคนต้องรักกันในฐานความเป็นชาติพันธุ์เดียวกัน ฐานที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน อย่าแบ่งพรรค แบ่งพวก ในสังคมม้งอีก ซึ่งทุกวันนี้ชาวม้งเราก็ถูกแบ่ง ถูกมองเป็นคนชายขอบหลายๆชั้นในสังคมอยู่แล้ว ฉะนั้น เราชาวม้งทุกคนควร มาร่วมสร้าง ร่วมเสริม องค์ความรู้ ปรับฐานคิดในการอยู่ร่วมกัน เพื่อพัฒนา ปรับเปลียนสิ่งดีๆ ในสังคมทุกสังคม คิดว่ากลุ่มนักศึกษา กลุ่มปรัญาชน กลุ่มนักวิชาการ ฯลฯ เป็นกลุ่มคนม้งที่กำลังเผชิญกับการอธิบายภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม และเป็นกลุ่มคนที่มีพลังต่อเผชิญสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับสังคมม้ง —
    __________________________________________________

    มนุษยชาติทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นชนชาติ ศาสนา หรือภาษาใด
    จะอาศัยอยู่แห่งหนไหน อาณาบริเวณใดก็ตาม ต่างก็เป็นพี่น้อง..
    และมีปัญหาร่วมกันทั้งสิ้น และเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องแก้อย่าง
    รีบด่วน.. โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือการถูกทำลายคุณค่าและ
    ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์
    — ร่วมพลัง ร่วมแรง สู่สังคมแห่งควมตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรี
    แห่งความเป็นมนุษย์… ของกันและกัน ….

    ———- ขอบคุณครับ —– พี่น้องม้งทุกคน

  4. คนเล่นหมอก

    พี่ Dome-doi เปรียบได้ดีครับ เพราะก่อนหน้าที่จะมีการส่งกลับ ไม่มีใครทราบล่วงหน้า เหมือนเป็นปฏิบัติการลับอะไรสักอย่าง (ดูหนังสงครามเก่าๆ จะมีฉากนี้เยอะ)

    คนด้อยโอกาส ในระหว่างที่ไม่สามารถรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนที่เข้มแข็ง เราก็ยังสามารถทำอะไรบ้างตามความสามารถของตนเอง หรือตามสาขาอาชีพตัวเอง อย่างเช่น แม้จะตัวคนเดียว เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติร้ายแรงเกิดขึ้นในสังคม อย่างเช่นการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากภาครัฐ หรือนักการเมืองท้องถิ่น เราก็อาจจะรวบรวมผู้ได้รับความเสียหาย แล้วเข้าร้องเรียนต่อสื่อ (โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์) ซึ่งทางสื่อจะเป็นผู้ขุดคุ้ยข้อมูลเอง จากนั้นองค์กรที่รับผิดชอบก็จะเข้ามาเองโดยอัตโนมัติ

    ถ้ามีกลุ่มก้อนที่เข้มแข็งก็คงจะดี แต่หากรวมตัวกันยาก ก็ลองใช้ความสามารถเฉพาะตัวก่อน

  5. zamenhof

    บัตรกำนัลห้องพัก พร้อมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน ที่ ปายไอยรารีสอร์ท มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 6,000 บาท?ฟรี???สนใจร่วมสนุกที่

    http://www.edtguide.com/activity/giveaway/giveaway_question.php?id=140

  6. คนด้อยโอกาส

    อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ จะมีระยะเวลาผ่อนผันไปอีกประมาณ 1 เดือน เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ทุกอย่างจะต้องเดินหน้าตามเป้าหมาย คณะกรรมการของ กทม.เข้ามาดูแลพื้นที่สนามหลวงอย่างจริงจัง ตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 โดยตั้งผู้รับผิดชอบด้านต่างๆ คือ นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องคนไร้บ้าน คนเร่ร่อน ขอทาน หาบเร่ แผงลอย คณะทำงานขนย้ายนกพิราบให้นายวิศิษย์ ภิญโญบริสุทธิ์ สมาคมพัฒนานกพิราบสื่อสารไทยเป็นหัวหน้า (ตามข่าว ไทยรัฐ ฉบับที่ 5 ก.พ. 2553 : http://www.thairath.co.th/today/view/62772)

    ได้ยกบางประโยคของข่าวมาให้อ่าน เพื่อให้เห็นถึงการเตรียมการ เตรียมกระบวนการทำอย่างไรที่จะไม่ทำให้มีผลกระทบต่อการย้ายนกพิราบสนามหลวง แต่กลับเรื่องของการส่งม้งลาวห้วยน้ำขาว กลับไม่มีอะไรที่จะมาร่วมคิด ร่วมแสดงความรับผิดชอบจากสังคมไทย โดยมีรัฐบาลเป็นแกนหลัก ที่จะบอกถึงผลกระทบด้านกาย จิตใจ ด้านความมั่งคง กับคนม้งเหล่านั้นเลย (เราเข้าใจก็จริง ว่ามันเป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ แต่เราต้องเคารพถึงหลักมนุษยชนเป็นหลักในการแก้ปัญหา)

    รัฐ ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดั้งกล่าว ในกระบวนการขนย้าย ส่งคนม้งลาวห้วยน้ำขาวกลับประเทศ สปป. ลาว โดยมี 2 ประการ ที่รัฐต้องพี่งระวัง
    ประการแรก รัฐบาลต้องพิจารณาถึง แผนแม่บทตามหลักสิทธิมนุษย์ของคนข้างชาติหลักการใหม่ ความเสมอภาค ความหลากหลาย และการบูรณาการในการแก้ไขปัญหา
    ประการที่ 2 หน่วยงานของรัฐต้องทบทวยการปฏิบัติงานในการขนย้ายม้งลาวห้วยน้ำขาว ในครั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดกำแพง/ช่องว่างของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย และเป็นบรรทัดฐานของการแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศ

  7. ICE

    ผมอยากพี่น้องม้งเราทุกคนเห็นความสำคัญของม้ง ครับ โดยการจัดตั้ง ทีม ฟุตบอล “ม้งเอฟซี””ม้งยูไนเต็ด”เพื่อให้พี่น้องม้งเราทุกคนเป็นที่ยอมรับในสังคมไทย ยกตัวอย่างทำไมคนไทยเชื้อสายจีนในไทย ถึงได้รับการยกย่อง ต่างๆๆนาๆๆ เพราะบุคคลเหล่านี้มีเงิน มาตั้งถิ่นฐาน มานานแล้ว ดังนั้นเราชาวม้งก็ควรจะต้องหาวิธีการสักอย่างที่จะทำให้พี่น้องม้งเป็นจดเด่นให้ได้ เพื่อเป็นที่ยอมรับของสังคม ม้งเราโดยการมาช่วยกันคิดช่วยกันวางแบบแผนต่างๆๆ ผมหวังว่า เราชาวม้งทุกคนควร มาร่วมสร้าง ร่วมเสริม องค์ความรู้ ปรับฐานคิดในการอยู่ร่วมกัน เพื่อพัฒนา ปรับเปลียนสิ่งดีๆ ในสังคมทุกสังคม คิดว่ากลุ่มนักศึกษา กลุ่มปรัญาชน กลุ่มนักวิชาการ ฯลฯ เป็นกลุ่มคนม้งที่กำลังเผชิญกับการอธิบายภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม และเป็นกลุ่มคนที่มีพลังต่อเผชิญสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับสังคมม้ง ผมหวังว่า จะได้รับการสนับสนุนดีจากชาวม้ง ผมจะรอดูนะ ว่าสักวันหนึ่ง ผมจะทำให้ได้ครับ ผมจะตั้ง ม้งยูไนเต็ด ให้ได้

  8. meyias

    คุณ ICE ครับ ผมชอบแนวความคิดของคุณมาก ถ้าผมอยู่เมืองไทยละก็ผมและคนหนื่งที่จะช่วยคุณอีกแรง

    ผมมีเพื่อนคนหนื่งที่เป็นทหารอาสาสมักในการจัดแจงที่พักชั่วคราวให้กับม้งลาวที่ถูกส่งกลับ เึค้าบอกว่ารัฐบาลลาวเพียงแึค่สร้างเต้นไว้ให้อยู่ สำหรับการปลุกสร้างที่พักนั้นจะมีการดำเนีนการต่อไป แต่จนป่านนี้อยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลียครับ มีทหารเฟ้าอยู่ตะหลอดนักข่าวเข้าใกล้ไม่ได้เลียผมเองก็ไม่เข้าใจ นี่หรื ประชาทิประไต

  9. EdiTor

    คุณ meyias ขอบคุณที่แจ้งข่าวครับ

  10. JJ

    ฉันเห็นด้วยกับความคิดของคุณ ICE ค่ะ สำหรับเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ให้กับม้งของเรา

    แต่ว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างเป็นทีมฟุตบอลก็ได้ (มันดูยากไปค่ะ แต่ถ้าทำได้ก็ดีนะคะ) ฉันเห็นว่าเราควรรวมกลุ่มกัน แล้วช่วยเหลือสังคมดีกว่านะคะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือจะบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในที่ต่าง ๆ ฯลฯ หากว่าเราทำร่วมกันเป็นกลุ่มหรือทำในนามของม้ง…แค่นี้ ก็เป็นการปรับฐานความคิดของคนในสังคม คนในประเทศ และต่างประเทศ ให้เค้ายอมรับในตัวพวกเราชาวม้งได้ค่ะ

    ลองมองดูตัวเองและคนรอบข้าง (ที่เป็นม้ง และไม่ใช่ม้ง) ดูสิว่าแต่ละคนมีความเสียสละช่วยเหลือผู้อื่นมากน้อยแค่ไหน ทำประโยชน์อะไรที่คนอื่นยอมรับพวกเราได้บ้าง…??? ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ แต่ที่เห็นก็คือ เราไม่เคยทำอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย ไม่ว่าจะน้ำท่วม ภัยแล้ง ฯลฯ เราก็นิ่งโดยส่วนใหญ่ เราไม่เคยยื่นมือไปช่วย ในนามของกลุ่มม้ง…

    อย่างง่าย ๆ วันปีใหม่ม้งกรุงเทพทุกปี (ยิ่งปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงพระประชวร)เราน่าจะรวมตัวกันไปลงนามถวายพระพรแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในนามของกลุ่มม้ง หรือชาวม้ง หรืออะไรก็ตาม) ก่อนที่เราจะกลับมาเล่นปีใหม่กัน…แต่เราก็ไม่ทำกัน (หรือทำไปแล้วแต่ว่าเราตกข่าวอ่ะ) ประมาณว่าเราต้องสร้างภาพเยอะ ๆ

    แล้วไม่ไหร่กันหล่ะ เค้าจะมองเห็นเรา หากว่าเค้ามองไม่เห็นเรา หรือเราไม่มีความหมาย ไม่มีอธิพล หรือมีส่วนร่วมในสังคม…เมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราก็ไม่ได้รับความยุติธรรมอยู่ดี….

    ฉันขอให้ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ไปสะท้อนให้แก่ผู้ใหญ่(ของม้ง) ที่มีบทบาทตรงนี้ด้วยนะคะ ว่า ณ วันนี้ เราเริ่มต้นแล้วหรือยัง ที่จะทำให้คนอื่นเค้ายอมรับเรา

    ขอบคุณมากนะคะ ที่อ่านมาจนจบค่ะ

  11. EdiTor

    คุณ ICE พูดมาถือเป็นอีกความคิดที่น่าสนใจ แต่การตั้งทีมฟุตบอลถือเป็นแค่แนวทางอ้อม หากเราจะทำให้เห็นเป็นรูปธรรม คงจะต้องเป็นไปในรูปแบบอื่น ที่สามารถทำประโยชน์ได้โดยตรง และที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องไปแคร์สายตาคนอื่น ขอแค่เราตั้งใจทำประโยชน์จริง และคนม้งได้รับประโยชน์จริง แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วครับ

  12. ลุงเบอะ

    คนเล่นหมอก มาเมื่อไหร่ ก็ได้ใจ ลุงเบอะ ไปเต็มๆ…เนื้อหาโดน…มากๆ
    อย่าหวังอะไรกับ รัฐบาลไทยเลย…มือถือสากปากถือศิล คำเขาบอก
    ในมือถือดาบปลายปีน แต่ปากบอก…จะไปทำครัว…ใครที่ไหนจะเชื่อ
    มานเห็นนกพิราบดีกว่าคน….งั้นมานคงไม่ใช่คน…แล้วละหน่อ

  13. คนด้อยโอกาส

    วันนี้มีความรู้สึกดีๆกับสิ่งที่ได้เรียนรู้สังคมภายใต้กฎระเบียบสังคมนี้ ที่คนม้งเริ่มหาหนทางแสดงตนเองท่ามกลางกระแส ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆที่พร้อมจะทำให้สังคมม้งเปลียนแปลงไปได้ทุกด้าน ทุกเมือ

    ขอแสดงความคิดจากทุกท่าน อย่างนี้ – เรามาเริ่มรวมกลุ่มกันในเว็บนี้ดีไหมคับ คือ สร้างฐานข้อมูลในเว็บนี้ โดยให้ทุกคนได้ลงข้อมูลส่วนตัว(ชื่อ ที่อยู่ ที่ทำงาน ฯลฯ) แล้วให้คนดูแลเว็บนี้เป็นสือกลางในการประสานและเก็บข้อมูล เผื่อจะได้เป็นจุดเล็กๆในการเริ่มรวมกลุ่มอีกทางหนึ่งในการทำกิจกรรมการ – (ไม่รู้กระบวนการทำกิจกรรม/หรือการรวมกลุ่มอย่างไรในเว็บนี้ เราจะทำอย่างไร ซึ่งขอให้ทุกคนให้คำแนะนำด้วยนะคับ เพราะเราไม่มีรประสบการณ์ ได้แต่เรียนรู้จากทุกท่าน หากไม่มีเผลอย่างไรก็ขอคำแนะนำด้วยนะคับ)

    —– ผมรอการเรียนรู้และแลกเปลียนจากทุกคนคับ —- ขอบพระคุณอีกครั้งนะคับ

  14. EdiTor

    คุณ คนด้อยโอกาส สิ่งที่ผมอยากจะฝากให้พวกเราช่วยกันคิดก่อนก็คือ
    เป้าหมายที่ชัดเจน เช่น เพื่อช่วยพี่น้องม้งที่ที่อยู่ห่างไกล ให้ความรู้แก่ชุมชนม้ง พี่ติวน้อง หรือน้องติวพี่

    หากจะเคลื่อนใหวหนักกว่านั้น อาจจะเป็นลักษณะองค์กรสิทธิมนุษยชน คอยดำเนินการเรื่องสัญชาติแก่คนม้งที่ควรได้ หรือคอยเคลื่อนใหวเมื่อยามคนในชุมชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากภาครัฐ

    จากนั้นก็มาคิดเรื่องแหล่งเงินทุน วิธีการหาทุน เพื่อให้กลุ่มมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

    จากนั้น เราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน จากนั้นต้องจดทะเบียนรูปแบบองค์กร เพื่อประโยชน์ในการหาทุน อาจจะหาทุนจากองค์กรต่างประเทศ ที่องค์กรของเรา (ของใคร..) เข้าข่ายขอทุนสนับสนุนได้

    หรือไม่ก็รวมกลุ่มแบบหลวมๆ (จะได้ไม่ร้อน) จัดกิจกรรมปีละครั้งสองครั้ง เป็นกิจกรรมเบาๆ อาจจะติวน้อง จัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด แล้วเราก็เวียนไปเรื่อยๆ โดยให้ชุมชนที่อยู่ห่างไกลก่อน

    ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง จะเป็นการเน้นไปที่กลุ่มเด็ก และเยาวชน คือทำให้พวกเขามีคุณภาพ หรือมีประสบการณ์ที่ดี เพื่อเป็นแบบอย่างให้พวกเค้าโตเป็นผู้ใหญ่ (ม้ง) ที่มีคุณภาพ และรักหวงแหนชุมชนของตนเอง

    เอาไว้หากมีสภากาแฟเมื่อไหร่ ใครอยากพูดคุยอะไรก็เต็มที่เลยครับ ..สำหรับช่วงนี้ EdiTor ยุ่งมาก อาจมีหายหน้าไปบ้างนะครับ

  15. JJ

    ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยนะคะ

    จากความคิดเห็นของคุณ EdiTor
    (1)”เป้าหมายที่ชัดเจน เช่น เพื่อช่วยพี่น้องม้งที่ที่อยู่ห่างไกล ให้ความรู้แก่ชุมชนม้ง พี่ติวน้อง หรือน้องติวพี่”

    (2)”หากจะเคลื่อนใหวหนักกว่านั้น อาจจะเป็นลักษณะองค์กรสิทธิมนุษยชน”

    ขอเริ่มจากประเด็นแรก ก่อนนะคะ…
    ณ วันนี้การช่วยเหลือพี่น้องม้งที่อยู่ห่างไกลนั้น เราได้ทำในรูปแบบต่าง ๆ ไปบ้างแล้ว แต่อาจจะดูเหมือนเล็กน้อยไปหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยที่ผ่านมานั้น เยาวชนในมหาลัยต่าง ๆ ที่มีนักศึกษาม้งเรียนอยู่ ก็รวมตัวกันขึ้น เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น สร้างห้องสมุดให้ชุมชน จัดกิจกรรมวันเด็กให้น้อง ๆ ที่อยู่ห่างไกล หรือแม้กระทั่งให้ความรู้แก่ชุมชน ก็มีมากมายแล้ว อีกทั้งคนม้งของเรานั้น ก็มีความรู้กันมากขึ้นแล้วนะคะ (เพียงแต่ ไม่นำเราความรู้มาใช้มากกว่า)

    แต่ถามว่า…สิ่งที่ผ่านมานั้น เราทำได้ดีแค่ไหน ทำแล้วเกิดประโยชน์แค่ไหนกันหละกับชุมชนของเราเอง ??? เราได้ทำให้คนอื่น ๆ เค้าเห็นภาพลักษณ์ของเราหรือเปล่า หรือเค้าเปลี่ยนทัศนคติที่ดีขึ้นกับเราหรือยัง ???
    เราคิดว่า นี่น่าจะเป็นสิ่งที่เรานำมาตั้งเป็นโจทย์ในวันนี้นะคะ ที่ว่า จะทำอะไร เพื่อให้คนอื่นเค้ามองเราในภาพที่ดีก่อน จากนั้นหากว่าเราขอความร่วมมือจากคนอื่นในเรื่องต่าง ๆ ก็ได้ง่ายขึ้นค่ะ

    ประเด็นที่2 ที่จริงแล้วหน่วยงานม้งของเราก็มีอยู่แล้วนะคะ เช่น สมาคมม้งฯ น่ะ ก็เป็นเหมือนองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวม้งเหมือนกันนะคะ

    แต่ประเด็นโจทย์ ณ วันนี้ของเราก็คือ เราตั้งหรือรวมกลุ่มขึ้นมาเพื่อต่อต้าน หรือ เรียกร้องความยุติธรรมหรือเปล่า…???
    ในความคิดของเรานั้น ไม่ใช่ เราไม่ได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อที่จะต่อต้าน หรือ เรียกร้องความยุติธรรม แต่เราตั้งขึ้นมาเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม เพื่อให้สักวันนึง เสียงของเราที่ตะโกนออกไป หรือเสียงที่เราเรียกร้องออกมา มันจะมีความหมายบ้าง จะมีคนเห็นว่ากลุ่มนี้ (ซึ่งเคยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เรากำลังจะทำในอนาคต) ต้องการเรียกร้องอะไร น่ะค่ะ (ซึ่งคิดว่าเป็นเป้าหมายที่เราควรจะทำ)

    ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ เห็นด้วยหรือเปล่านะคะ
    หากว่าเราไม่ทำในวันนี้ แล้ววันไหนกัน ที่เราจะเริ่มต้นสักทีหละ…แล้วเมื่อไหร่กันหละ เสียงที่เราอยากตะโกนออกไปจะมีความหมาย

    วันนี้เรามาเริ่มต้นกันได้แล้วนะคะ…อย่ารอเวลาอีกเลย…

  16. EdiTor

    คุณ JJ ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่หยิบยกมาครับ ในทุกครั้งที่พวกเราพูดเรื่องจัดตั้งกลุ่ม ผมไม่เคยลืมเลยว่า เรามี “สมาคมม้งแห่งประเทศไทย” อยู่แล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจะต้องคิดให้หนัก ถึงรูปแบบกลุ่มที่เราจะมี (หากคิดจะมีกัน) ..ซึ่งมันจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับ กลุ่มสมาคมที่มีอยู่แล้ว

    สิ่งที่คุณ JJ พูดมา ทำให้ผมสะดุดตรงที่ว่า
    “เราได้ทำให้คนอื่น ๆ เค้าเห็นภาพลักษณ์ของเราหรือเปล่า หรือเค้าเปลี่ยนทัศนคติที่ดีขึ้นกับเราหรือยัง”
    ถือว่าเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ตรง และหากเราจะตีโจทย์นี้ให้แตก เราอาจจะต้องทำงานสองอย่างควบคู่กัน นั่นคือ งานพัฒนาสังคม และงานประชาสัมพันธ์ และผมเชื่อว่าบุคคลากรของเราในด้านนี้น่าจะมีเพียงพอ

    หากใครมีไอเดียตรงส่วนนี้ยังไง ก็ลองอีเมล์มานะครับ แล้วผมจะนำเสนอสิ่งที่พูดไปอีกที ว่าน่าจะมีลักษณะอย่างไร รูปแบบกลุ่มเป็นอย่างไร งานมีกีส่วน แต่ละส่วนต้องทำอะไรบ้าง ความถี่ของกิจกรรมกลุ่มควรจะแค่ไหน ซึ่งเราคงไม่ต้องทำอะไรซับซ้อนมากมาย แค่เข้าใจตรงกัน มีความเป็นไปได้ ก็เริ่มกันเลย

  17. somsak

    nej hais tau lus zoo heev tabsis vim li cas hmoob thaib tsis muaj power los kwvpaib pab peb haiv neeg hmoob nyob hauv zos dej dawb thiab.. zoo li hmoob thaib yog ib cov hmoob nws pom nws tus kheej dua lwm tus.. kuv xav mas hmoob thaib yuav tau koom tes pab hmoob sawvdaws thiab, li no thiaj li yog hmoob sib hlub tsis hais hmoob thaib, hmoob nplog, hmoob melikas, hmoob fabkis thiab lwm lub teb chaws. sawv daws twb muaj kev kawm txawj tse paub tias yuav ua li cas lwm lub teb chaws thiaj li tig pob ntseg thiab rua qhov muag saib.. ua yam yog yuav tau sib pab, ua yam tsis yog mam li muab tso tseg xwb.. zoo li hmoob thaib mas tseem tais caus heev li thiab tabsis mas khav rau lwm tus thiab muab hlob kawg li.. kuv hais li no kuv twb pom ntawm kuv lub qhov muag lawm.. kuv thiaj li hais tau.. txhob chim..

  18. JJ

    เห็นด้วยเลยค่ะ คุณ EdiTor
    ถ้าเห็นว่ามีกิจกรรมอะไรจะติดต่อไปนะคะ เผื่อจะได้ไปคิดกันค่ะว่า จะสามารถที่จะทำได้หรือเปล่าค่ะ

    แต่ ณ วันนี้ อันดับแรก สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ควรจะรวบรวมรายชื่อคนที่มีความคิดเหมือนเรา คนที่สนใจจะทำกิจกรรมจริง ๆ ค่ะ แล้วเมื่อเรามีกิจกรรมอะไรทีจะทำแล้ว ก็ติดต่อไปหาคนที่สนใจเหล่านั้น คิดว่าหากว่าเค้ามีคิดเหมือนเราแล้ว เค้าเหล่านั้นก็ต้องมีความตั้งใจที่จะทำอะไรดี ๆ ให้สังคมม้งเหมือนกับเราค่ะ

    ถ้ามีความคิดเห็นอะไรดี ๆ ก็ติดต่อมาทางเมล์ได้นะคะ

    ปล.นี่คือสิ่งที่ลูกหลานชาวม้ง(ที่ได้รับการศึกษามาบ้าง)อย่างพวกเราควรจะทำให้สังคมม้งเราค่ะ

  19. ttt

    สวัสดี พี่น้องม้งที่รักทุกท่าน
    เราอ่านเรื่องม้งลาวและนกพิราบสนามหลวงแล้ว เห็นว่าการที่เป็นเช่นบทความเพราะว่า นกมีกลุ่มคนรักสัตว์ปกป้องอยู่ทั่วโลก แม่นกที่มีลูกอ่อนจึงได้โอกาสต้องอยู่ที่เดิมจนกว่าลูกโต ถึงจะถูกจับไปดูแลในเบื้องต้นให้มีสุขภาพดีก่อนแล้วจึงจะนำไปปล่อยที่อื่นพร้อมกับลูก โดยหาที่ปล่อยที่มีความเหมาะสมด้วย แต่ม้งไม่มีใครปกป้องแม้แต่ม้งด้วยกันก็ไม่เคยปกป้องคนเชื้อสายเดียวกัน จึงทำให้ผู้หญิงม้งที่มีลูกอ่อนหรือคนท้องต้องเดินทางทันทีพร้อมกับคนอื่น ดังนั้น เราควรรักกัน สมัคคีกัน ไม่ทำร้ายม้งด้วยกัน ช่วยเหลือกัน ดังคำที่ว่า คนมี ให้ช่วยคนจน คนฉลาด ให้ช่วยคนโง่ คนหนุ่ม ให้ช่วยคนแก่และเด็ก
    เขียนให้อ่านเล่น ๆ ถ้าเขียนกระทบท่านใดก็ขออาภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ

  20. วชร

    ขอชมทุกคนที่เขียนแสดงความคิดเห็นมาเขียนได้ดีทุกคน แต่สิ่งสำคัญการที่จะไปช่วยคนอื่นเราต้องดูด้วยว่าเค้าต้องการให้เราช่วยหรือเปล่า เราควรช่วยด้านใดจะได้ยั่งยืน ไม่ใช่ว่าทำเหมือนบางคนทำก็คือเมื่อมีโอกาสก็ไปทำกิจกรรม ๆ หนึ่งพอทำเสร็จก็ไม่มีการติดต่อ ติดตาม สนับสนุน จนกิจกรรมที่ทำนั้นต้องมาเป็นภาระของสังคมอีก ขอให้ความสุขจงมีแด่ทุกคน สาธุ

  21. ลูกหลานหน่วยรบพิเศษ

    ดีครับทุกๆๆท่าน
    ม้งคือม้ง ไม่ใช่นกพิราบ ไม่ว่าเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู คำสั่งลับหรือทำการใดๆๆ
    ม้งในที่ต่างๆๆคงไม่ยอม โดยเฉพาะทหารเก่าที่ยังมีชีวิตอยู่ที่กระจ่ายไปทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ ยังเหลือลูกหลานของบุคคลเหล่านั้นอยู่ เลือดเข้มกว่าน้ำ

  22. 123

    ว่ากันไป

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *