ม้งนับถือศาสนา หรือแค่ลัทธิความเชื่อ

hmong-religion

วันนี้ก็ขอมาพูดถึงเรื่องของศาสนาบ้างนะครับ? แม้ผู้คนจะเล่าขานกันมา ว่าอย่าริวิจารณ์เรื่องศาสนา? และการเมือง? แต่ผมเองทราบดีว่า? ตราบใดที่ผมพูดถึงแต่แง่บวก? หรือไม่วิจารณ์ในทางเสียๆ หายๆ? ตราบนั้นสิทธิ์ในการวิจารณ์ (อย่างราบรื่น) ของผมน่าจะยังหลงเหลืออยู่บ้าง?

ก็คงไม่กล้าพูดถึงศาสนาในทางเสียๆ หายๆ หรอกครับ? ไม่ว่าจะเป็นศาสนาไหนก็ตาม? ที่จะมาพูดถึงศานาของม้งเรา (ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นแค่ความความเชื่อ) ก็แค่อยากให้พวกเราได้มาพูดคุยกันให้ชัดเจนขึ้น? ว่าสิ่งที่เรานับถึออยู่? ซึ่งก็คือบรรพบุรุษของพวกเรานี่เอง? จะถือเป็นศาสนาได้หรือไม่

ก่อนอื่นเราลองมาทำความเข้าใจกันสักเล็กน้อยก่อน? ว่าความเชื่อ หรือศาสนาของม้งเราจัดอยู่ในกลุ่มใดกันแน่? ซึ่งแน่ล่ะ? ไม่ใช่พุทธ? ไม่ใช่คริสต์? แต่เป็นการนับถือ เคารพบูชา วิญญาณของบรรพบุรุษ หรือญาติ? ที่ล่วงลับ ไปแล้ว (ตายไปแล้ว) สำหรับภาษาอังกฤษ? ความเชื่อ หรือศาสนานี้จัดอยู่ในกลุ่มของ Ancestor Worship?

Ancestor Worship ในความหมายของพจนานุกรมบางเล่ม? ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ศาสนา ความเชื่อ? หรือการเคารพ บูชาวิญญาณของญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว? (หรือบรรพบุรุษนั่นเอง)” หรือ “เป็นรูปแบบของการเคารพบูชาทางศาสนา? ที่เน้นที่อิทธิพลของญาติที่ตายไปแล้ว” ซึ่งกลุ่มเชื้อชาติที่พบว่าเคารพบูชาในวิญญาณบรรพบุรุษ? ก็จะมีอย่าง จีน เกาหลี เวียดนาม อินเดีย และแอฟฟริกา

แต่เดี๋ยวก่อน? เราลองมาดูองค์ประกอบของศาสนากันเสียก่อน? การจะเรียกว่าศาสนาได้นั้นต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 อย่างไม่ใช่หรือ?? คือ? 1) ศาสดา? 2) ภัมภีร์ หรือคำสอน 3) สาวก หรือผู้เผยแพร่? 4) ศาสนสถาน? 5) พิธีกรรม

ซึ่งเท่าที่ดูม้งเราจะมีก็แค่สองอย่างคือ พิธีกรรม กับสาวก (ผู้เผยแพร่ อย่าง txiv neeb) แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ตาม? ผมเคยมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับม้ง? เวลาที่ต้องกรอกข้อมูลด้านศาสนา? จะต้องกรอกเป็น Ancestor Worship ไม่ใช่ Buddhism

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า? Ancestor Worship หรือการนับถือวิญญาณผีปู่ผีย่านั้น? ไม่ถือว่าเป็นศาสนา? แต่ในทางปฏิบัติ? หรือในทางการนำไปใช้? สำหรับบางประเทศ? Ancestor Worship อาจจะสามารถระบุให้เป็นศาสนา (Religion) ได้? ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคำว่า Religion นั้น ครอบคลุมทั้งคำว่า ศาสนา และลัทธิ? ฉะนั้นแล้วที่ม้งเรานับถือมาจึงอาจเป็นได้แค่ลัทธิความเชื่อ? แค่นั้นเอง

16 Comments

  1. คนร่ำสุรา

    ศาสนา หมายถึง ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งเหนือธรรมชาติ หรือหลักการ สถาบัน หรือประเพณี ที่เป็นที่เคารพ โดยทั่วไปแล้วอาจกล่าวได้ว่า ศาสนาเป็นสิ่งที่ควบคุม และประสานความสัมพันธ์ของมนุษย์ ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข หรือคือ หลักการและวิถีทางที่มนุษย์เลือกใช้ในการดำรงชีวิต
    ความเชื่อ คือ ความมั่นใจต่อสิ่งนั้นๆว่าเป็นความจริง ซึ่งความเชื่อบางอย่างอาจสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน ความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ยุคโบราณ ตอนที่ยังไม่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ไม่มีการพิสูจน์ถึงความจริงของเรื่องนั้นๆ
    ประเพณีล้วนได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เข้าสู่สังคม รับเอาแบบปฏิบัติที่หลากหลายเข้ามาผสมผสานในการดำเนินชีวิต ประเพณีจึงเรียกได้ว่าเป็น วิถีแห่งการดำเนินชีวิตของสังคม
    ลัทธิ (Doctrine) คือคำสั่งสอน ที่มีผู้เชื่อถือและมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ เช่นลัทธิทางการเมือง ลัทธิเศรษฐกิจ ลัทธิปรัชญา ลัทธิทางศาสนา เป็นต้น ลัทธิทางศาสนาจะมีความหมายแคบกว่าศาสนา ซึ่งเป็นคำสอนเฉพาะกลุ่มของผู้นับถือศาสนาเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันในสาระสำคัญ ลัทธิที่แสดงถึงความเชื่อหรือแนวทางปฏิบัติเพื่อเพื่อความมั่นคงทางจิตใจของมนุษย์แต่ไม่มีลักษณะที่เรียกว่าศาสนาได้ เช่น ลัทธิบูชาบรรพบุรุษ ลัทธินับถือผีสางเทวดา เป็นต้น ลัทธิเหล่านี้มีแต่คำสั่งและพิธีกรรม แต่ไม่มีหลักคำสอนทางจริยธรรม ไม่มีคัมภีร์หรือองค์ศาสดา จึงไม่อาจเรียกว่าศาสนาได้
    ดังนั้นสรุปเป๊ม้งไม่ได้มีศาสนาเป็นแค่ความเชื่อเท่านั้นเอง อย่างที่ท่าน คนเล่นหมอกกล่าวไว้อย่างมีนัยสำคัญ…

  2. sam

    Hmong yog ib haivneeg uas muaj kev pehawm tus tswv (lub hwjchim ua loj uas lub qhov muag tsis pom tiamsis nyob hauv lub siab). Qhov uas hmoob teevtiam cov laus, tsis yog ib qho Religion rau hmoob, tiamsis vim hmoob hwm thiab ntshai cov uas tuag lawm xwb. Yog vim licas ho hais li ntawd, vim hwm kom poj koob yam txwv pov hwm, tiamsis kuj ho yog hwm (teevtiav) kom lawv tsis txhob los ua rau yus losyog tsev neeg ntsib kev mob kev nkeeg.

    Qhov tseeb tiag, hmoob teev tiam ib tug tswv ntuj (Vajtswv) uas hmoob lub siab xav txog thiab hmoob lub ncauj hais tau tawm tiamsis hmoob tsis paub tias tus tswv ntawd yog tus uas zoo licas, thiab yuav ua licas hmoob thiaj li yuav nrhiav tau-twb yog vim li no nyob rau hauv hmoob coob leej coob tus lub hlwb thiaj li muaj tej dab neeg txog “Xeemxais” thiab Hmoob ntseeg tias ib hnub “Vaj hmoob” yuav nqis los. Lub sijhawm ntawd, hmoob yuav tsis muaj kev ploj kev tuag, yuav tsis raug quab yuam, thiab yuav nyob ywjpheej(ua ib lub tebchaws ywjpheej.)

    Hmoob txoj kev ntseeg, yeej tsis muaj ib tug hmoob twg uas yuav teb tau hmoob (vim tsis muaj ntaub ntawd sau cia), tsuas yog phau “Bible” xwb thiaj li teb tau hmoob txoj kev ntseeg vim peb hmoob muaj lub neej zoo li cov Jews (Yudais). Cov Yudais muaj txoj kev ntseeg zoo li hmoob thiab (lawv ntseeg tias ib hnub lawv tus vajntxwv yuav los, lawv yuav muaj txoj kev kajsiab thiab ua ib lub tebchaws ywjpheej).

    Yog li, hmoob li religion tsis yog teev yam uas lub qhov muag pom – tiamsis hmoob teev yam uas hmoob lub qhov muag tsis pom thiab muaj txoj kev cia siab tias yam uas lawv teev ntawd muaj tseeb thiab ib hnub yuav tshwm los rau lawv raws li lawv txoj kev cia siab thiab txoj kev ntseeg. Hmoob li religion (txoj kev ntseeg) tsis yog “ancestor worship” losyog “animism” li coob leej xav tiamsis hmoob li religion (txoj kev ntseeg) yog ntseeg yam uas hmoob tsis pom thiab hmoob cia siab tias ib hnub yuav tso hmoob dim tsis hais sab ntsujplig losyog sab nqaij tawv. Yog peb mus siab thiab ua tib zoo mloog hmoob qhuab ke, ua dab ua qhua txhua yam – txhua yam uas hmoob ua thiab hais yog taw mus rau lub neej uas tsis txawj tuag thiab tos ntsoov tus “Cawmdim” uas yuav los pab hmoob xwb.

    Ua tsaug,

  3. EdiTor

    Ua tsaug ntau os sam. Koj muab tham tau muaj kab hau heev. Thiab ua rau peb paub dau yam yos tuaj.

    ..ภาษาม้งอ่อนด๋อย :-)

  4. YOUNG MAN

    ศาสนาก็คือ ความเชื่อทั่วๆไปเช่นเดียวกับลัทธิ เพี่ยงแต่ศาสนามีการยีนยันทีมาของผู้ก่อตั้ง มีหลักฐานเป็นรูปธรรมเท่านั้นเอง แท้จริงแล้วคนที่เชื่อในศาสนาก็เชื่อเรื่องลี้ลับ เรื่องของวิญญาณ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาใดก็ตามที่คุณคิดว่าทันสมัย ดูเท่ห์ในสายตาคนอื่น ถ้าปราศจากการทำดีแล้ว การเป็นคนดีแล้ว คำว่าศาสนาที่ครอบตัวคุณอยู่ก็อาจช่วยคุณไม่ได้ อีกประการหนึ่งอยู่ที่เราจะเปิดใจรับความแตกต่างหรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะผมเชื่อเสมอว่า ศาสนาก็กำเนิดมาจากความเชื่อ ลัทธิก็กำเนิดมาจากความเชื่อด้วยกันทั้งสิ้น จนบางครั้งคนเราอาจอยู่ได้โดยปราศจากศาสนาด้วยซำ

    จาก…..คนไม่ฝักใฝ่ศาสนา……

  5. คนเล่นหมอก (Post author)

    คุณ Young Man อธิบายได้ลึกซึ้งดีครับ หากเราไม่อิงตำรับตำราจนเกินไป ก็จะสามารถอธิบายคำว่า ศาสนา ตามที่คุณ Young Man กล่าวมา

    ศาสนา เกิดจากความกลัวของมนุษย์ เมื่อไหร่ที่เราไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีก เมื่อนั้น เราก็จะสามารถอยู่ได้ โดยไม่ต้องมีศาสนา

  6. phaa

    โดนจริงๆ อย่างนี้แหละใช่เลย

  7. เบอะแระ

    ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนา หรือเชื่อสัทธิอะไรก็ตาม ถ้าคุณไม่ทำดีแล้ว ศาสนาที่ครอบตัวคุณอยู่ก็ไม่สมารถช่วยคุณได้ อย่างฮิตเลอร์ งัย….เค้าเชื่อว่าสิ่งที่เค้าเชื่อเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถูกที่สุด แต่สุดท้ายยย ก็คือสิ่งที่เค้าเชื่อมาโดยตลอดว่าถูกนั้น มันเป็นสิ่งที่ผิด… นี่คือความแตกต่างของความเชื่อ ละ..ความโหดร้ายของฮิตเลอร์ อาจจะเป็นความดีในความเชื่อของฮิตเลอร์ ก็ได้…ใครอย่าหลงทำตามละกัน

    ดังนั้นคุณจะเชื่อ อะไรก็เชื่อ แต่สุดท้ายขอให้สิ่งที่คุณเชื่อนั้น เป็นสิ่งที่ถูกละกัน..แล้วคุณจะเอาอะไรมาวัดว่าอันไหนถูกอันไหนผิด เอาความกลัวมาเป็นบรรทัดฐานเพื่อกำหนดหาความเชื่อหรอ??

    บางทีการไม่จำเป็นต้องเชื่อเลยอย่างว่า ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น…แต่คุณจะดีพอที่จะไม่ให้มีศาสนามาคอยกำกับชีวิตคุณเลยหรอ..อันนี้ก็น่าคิด

  8. เคาะสนิม

    ทุกศาสนาสอนให้เราเป็นคนดีครับ

  9. P2L(คนไร้ยุทธ)

    ไม่ว่านิยามของศาสนา จะเป็นเช่นไร……นิยามของความเชื่อเป็นเช่นไร…..ข้าพเจ้าไม่เคยใส่ใจในนิยามของมันแม้แต่นิด……ข้าพเจ้าคิดว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่นิยามหรือความหมายของมัน….แต่ประเด็นอยู่ที่แนวทางการปฏิบัติมากกว่า…..แนวทางการปฏิบัตินี้….ข้าพเจ้าขอบังอาจซอยออกเป็น 2วิถี ดังต่อไปนี้…….วิถีที่1คือแนวทางปฏิบัติขณะมีชีวิตอยู่ และวิถีที่ 2คือแนวทางปฏิบัติในชีวิตหลังความตาย……แน่นอน…ข้าพเจ้ายังไม่เคยตายมาก่อน…จึงไม่อาจรู้ได้ว่าชีวิตหลังความตายมันจะดำเนินไปอย่างไร…….แต่แน่นอนเพราะทุกผู้คนย่อมรู้เสมอว่าตนเองจะต้องตายไม่ตายวันนี้ก็ต้องตายสักวันหนึ่ง……ก็เพราะไม่เคยมีใครเคยตายมาก่อน….ข้าพเจ้าขอย้ำว่าไม่เคยมีใครเคยตายมาก่อน…..มนุษย์จึงกลัว….บ้างกลัวตาย…บ้างกลัวชีวิตหลังความตายจะไม่เป็นดังที่คิด…..เมื่อเป็นเช่นนี้…..ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาจึงเกิดความคิด….พัฒนาเป็นความเชื่อ….จัดระเบียบกลายเป็นศาสนา……มันก็แค่ศาสนา…จะเอาอะไรหนักหนากับมัน….มันก็แค่ศาสนา……ไม่ว่าใครจะบอกว่าตนนับถือศาสนาใด….มันก็แค่ศาสนามิใช่หรือ!!!!!! ทุกวันนี้……คนเรามักจะหลงประเด็นกัน….จนมันก็แค่ศาสนา ก็ถูกนำมาเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนเอง……ท่านผู้มีเกียติรที่อ่านความเห็นของข้าพเจ้านี้…..ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้าพเจ้า…….เพราะข้าพมองศาสนาเป็นเพีบงแค่ศาสนา…..มองความเชื่อเป็นเพียงแค่ความเชื่อ….มองลัทธิเป็นเพียงแค่ลัทธิ…..มองความคิดเป็นเพียงแค่ความคิด……ไม่ว่ามันจะแตกต่างกันแค่ไหนอย่างไร……มันก็แค่นั้นเอง……ไม่มีประโยชน์ที่เราต้องมานั่งถกเถียงหน้าดำหน้าแดงเอาเป็นเอาตายเพราะไอ้!!!แค่ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ ความคิด ที่คนโน้น คนนั้น มันไม่เหมือนเรา…….เรามาเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเถอะ…….

  10. เหล้าหวาน

    ….ไม่มีศาสนาครับ….คนป่าอิอิอิ

  11. นางฟ้าน้อย

    ศาสนาอะไรมากมาย……..ในปัจจุบัน…….ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน
    หรือจะเรียกว่าพระเจ้าองค์เดียวกัน…………พิสูจน์ได้แล้วในวันนี้…ไม่ใช่ความเชื่ออีกต่อไป
    แต่เป็นความจริง………..อธิบายได้ด้วยควอตั้มฟิสิกศ์…..ด้วยกฎการกระจัดกระจาย
    ………..ด้วยกฎชื่อก้องโลก…….แรงดึงดูด…ด้วยกฎอธิปจัยตา………
    ……….
    ถ้าวันนี้ทุกคนรู้กฏ……..ก็สามารถปลดปล่อยพลังแห่งพระเจ้าออกมาได้………..
    หรือ………ที่คนไทยเรียกกันว่า อิทธิฤทธิ์……มีจริง….คนธรรมดาก็ทำได้ถ้ารู้กฎ
    ………..
    และที่สำคัญ……สงครามโลกอนาคต…จะเป็นแบบหนัง x-men..spiermen ironman และที่เท่สุดๆ จะต้องthe jumeper โดดกระชากทะลุมิติ…

    ไม่ได้โกหก ไม่ได้บ้า ไม่ได้โม้….แต่ที่พูดมาทั้งหมด…พูดบนความเท็จจริงทั้งสิ้น…นี่คือความจริงในยุคปัจจุบัน…
    วันนี้เตรียมพร้อมหรือยัง……….แต่ม้งมีหมอผีนะ อัวเน้ง…นี่แหละอนาคต

    น่ากลัวแค่ไหน………

    นี่คือกฏธรรมชาติข้อใหม่ของโลก

    ใครรู้ก่อนใช้เป็นก่อนคนไหนจะเป็นผู้ครองโลก………..
    ใครๆอาจจะว่าจริงเหรอโม้ป่าว….
    แต่…………ดูนี่ก่อน……
    ……ตั้งเซอไอแซกนิวตัน……ค้นพบกฏแรงดึงดูดของโลก…..
    ทำให้ชาติต่างๆในยุคโรป…มีอำนาจมาก…
    ด้วยการนำกฎแรงดึงดูดของโลก…มาประดิษฐ์อาวุธต่างๆ(ในไทยก็ใช้อยู่)
    รถถังบ้าน ปืนใหญ่ ปีนคอร์ การทิ้งระเบิดให้ตรงจุด…การคำนวนเกี่ยวกับการใช้แรงต่างๆแล้วมาจากการดัดแปลงจากกฎแรงดึงดูดของโลก……..
    มองออกหรือยัง……ถ้ายังดูตัวอย่างนี้…
    ถ้าศัตรูอยู่ไกลออกไปสัก2-3กิโล คงคิดออกใช่ไหมว่าต้องใช้ปืนไหนแค่ไหน ตั้งแนววิถีเท่าไหร่ กระสุนจะได้ตรงจุดพอดี……….

    เอาล่ะ…….มาดูกัน…….
    สหรัฐอเมริกา…อภิมหาอำนาจในปัจจุบัน…มีอำนาจขึ้นมาได้ยังไง…….ย้อนกลับดู
    …..
    สหรัฐมีอำนาจตอนที่มีระเบิดปรมนูใช่ไหม…..ต้องใช่อยู่แล้วแหละ…
    แล้วพัฒนาเป็นระเบิดนิวเครียร์….ใช่ป่าว…
    …อ้าว…มาดูกันว่าเพราะอะไร
    ตอนที่ อัมเบริก ไอสไตย์ ค้นพบกฏสัมพันธภาพ……..ก็เลยสามารถประดิษฐ์ปรมาณูใช่ไหม
    กฏสัมพันธภาพ……….ว่าด้วยเรื่องของ แสง……….
    แสงเป็นได้ทั้งประจุและอนุภาค……….ทำให้สามารถประดิษฐ์กล้องอินเฟอเร็ดได้ใช่หรือไม่
    ทำให้สามารถปรดิษฐ์กล้องมองทะลุกำแพงได้ใช่หรือไม่….
    ทำให้กระสุนวิ่งหาความร้อน(คน)เองได้ใช่หรือไม่……
    นี่คืออาวุธที่น่ากลัวที่สุด(บางส่วนของสหรํฐ)…………ถ้าอยากรู้ว่าอาวุธสหรัฐไปไกลมากแค่ไหนแล้ว….ไปดูหนังเรื่อง เดจาวู…ดูนะ

    เอาเป็นว่ากฏ………….สำคัญ…มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    และวันนี้….กฏที่ค้นพบใหม่ของโลก……….ซึ่งค้นพบจากการศึกษาควอตั้มฟิสิกศ์
    กฏนี้ กำลังรอการพัฒนา……….ซึ่งกฏใหม่นี้มีความเชื่อโยงถึงพลังของพระเจ้า
    ……….
    หรือเกี่ยวกับ………พลังจิต………….หรือ…จิต…จิตที่เข้มแข็งสามารถเอาชนะเหล็กกล้าได้ใช่ไหม………ถ้าไม่เชื่อหาคลิปเกี่ยวกับวัดเส้าหลินดู
    เพราะจิต………จึงทำให้มนุษย์สามารถทำสิ่งที่เหนือธรรมชาติได้……
    หรือเรียกว่า……….อิทธิฤทธิ์หรือปาฏิหาร

    แล้วทุกท่านคิดว่าที่ไหนบนโลกนี้ที่มีการศึกษาเกี่ยวกับจิตลึกซึ้งมากที่สุด…….
    ……ก็ที่นี่แหละเมืองไทย…..
    พระที่แสดงอิทธิฤทธิ์…มีเยอะมากถ้าเทียบกับทุกมุมโลก….
    อย่าแปลกใจนะ………….ที่ฝรั่งมาบวชในศาสนาพุทธเยอะมาก….
    หรือไปบวชที่เมืองจีนวัดเส้าหลินเยอะมาก………
    ฝรั่งบางคนอาจมาเพราะความบริสุทธ์ใจ…..แต่ส่วนมากมาเพราะจะครองโลกมากกว่า…
    หรือ…อยากเป็นคนที่ประดิษฐ์อาวุธทำลายล้างบังคับได้ด้วยจิตมากกว่า…..
    แล้วอยากแปลกใจที่สหรัฐสนับสนุนไทยดีมากกว่าชาติอื่น…ที่กำลังพัฒนาด้วยกัน
    และอยากแปลกใจที่สหรัฐมีงบวิจัยเรื่องจิตค่อนข้างสูง….เต็มที่สำหรับคนที่ศึกษาเรื่องจิตว่างั้นเถอะ
    …………..
    ………….
    …………
    ……..อยากบอกว่าอนาคตจะน่ากลัวกว่านี้มาก……..แค่ปัจจุบัน..มีลูกปืนวิ่งหาคนเองได้
    ถึงซ่อนตัวยังไงก็โดนอยู่ดี….ยิงร้อยนัดก็โดนร้อยนัด…..
    ………แต่ถ้าอนาคต…อย่างหนังจีนเขาว่า…..แค่ใบหญ้าก็สามารถฆ่าคนได้…
    อยู่เฉยๆก็ตายได้…….เหมือนพระเจ้าสั่งให้ตาย…..จะน่ากลัวแค่ไหน….
    นี่คืออนาคต……..ที่กำลังพัฒนา….อยู่…..แต่ไม่นานเกินรอหรอกเชื่อซิ…
    ….เขาก็เลยบอกว่าอนาคตอาจจะมีรถยนต์ที่ใช้พลังจิตขับ….แทนเรา….ก็ดีนะถ้ามองในแง่ดี
    …………..
    ………………..แต่ความเชื่อ…ใอดีตว่านี้คือความจริงแล้ว……..
    ที่สามารถทำให้ใครก็ตาม…จะโง่หรือฉลาด…ดีหรือชั่ว…..สามารถ….เป็นพระเจ้าสั่งใครก็ตามให้ตายได้…………
    ………จึงอยากแปลกใจที่คำทำนายของพระเยซูบอกว่า…….หลังปี2000จะมีคนแอบอ้างว่า…เป็นพระองค์…เยอะมาก……..
    ………..
    จงเตรียมเพื่อรับมือ…….กับมันหรือวันนี้…….เราชาวม้งจะใช้ประโยชน์…จากมันยังไง
    อย่างน้อยม้งเราก็มีศาสตร์ อัวเน้ง นี้อยู่
    ……….
    เราจะใช้ประโยชน์จากมันยังไง…….เพื่อความอยู่รอดไม่ตกเป็นเบี้ยล่างหรือทาสของคนต่างชาติ
    ……………….
    ………………รักและปราถนาดี…..จากนางฟ้าน้อย………….
    ก้าวข้ามไปด้วยกัน…….kasem2529@hotmail.com

  12. นางฟ้าน้อย

    วันนี้ม้งครองโลกได้….ไม่ยากเกินไปอย่างที่คิด……แต่ก่อนอื่นม้งต้องมีความรักความสามัคคีก่อน…………..

  13. เบอะแระ

    จะครองโลกได้อย่างไรเล่า ในเมื่อยังไม่ได้ครองเรือนเลย……..ฮือๆๆๆๆ
    จะครองเรือนได้อย่างไรเล่า ในเมื่อยังครองจีวรอยู่….
    จะปกครองใครเค้าได้ ในเมื่อยังอยู่ใต้การปกครองของ แฟน…..

    อิอิ ออ มั่วๆๆ ดี

  14. หนาน มหานม

    ผมรู้จักม้งมานาน ตอนผมบวช(พศ2525-2530)อยู่จังหวัดแพร่มีเด็กม้งบวชเป็นสามเณรหลายรูป เขาพาผมไปบ้านม้งที่ น่าน ตอนนี้ผมทำงานอยู่ อำเภอนครไทย พิษณุโลกรู้จักม้งพุทธหลายคน ที่บ้านเขามีรูปถาพ พระพุทเจ้าแบบมหายาน แต่ไม่มีพระพุทธรูปเลยสักราย และพระผ่านบิณฑบาตรก็ใส่นะ แต่ไม่เคยไปทำบุญที่วัด พอตายก็ไม่ใช้พระสวด ทำพิธีม้งแล้วก็ฝัง บ้านนี้มีพระม้งบวชนานได้เป็นมหาหนึ่งรูปชื่อพระมหาเด้ แซ่ลี(ฉายา สิริปันโน)

  15. หนาน มหานม

    สาวม้งสวยมักๆครับ มหาต้องท่องยุบหนอพองหนอ ม้งสมัยนี้ทันสมัยนะแต่งตัวดีๆยังกะสาวจีนแนะ

  16. lajzoo Chang

    ความเชื่อ ศาสนา การศึกษา วิทยาศาสตร์ ล้วนอธิบายความจริงในธรรมชาติคนละแบบ ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งใหนจะไปถึงความจริงกว่ากัน ….มนุษย์จะพื้นคืนชีพ เป็นอมตะได้หรือไม่ การรักษาโรคด้วยความเชื่อ หรือการรักษาโรคด้วยวิทยาการ มนุษย์เป็นผู้มีสติปัญญา หากแต่ธรรมชาติมีศาสตร์เล้นลับที่สมดูลย์เกินกว่าที่มนุษย์จะค้นพบ ทุกอย่างที่เป็นวิทยาศาสตร์ล้วนเกิดขึ้นในธรรมชาติ อันว่าด้วยความสมดูลย์ และการทำงานที่มหัสจรรย์ของระบบต่างๆ ระบบนิเวศน์ สายพันธ์ สนามแม่เหล็กโลก การดึงดูด และวงโครจรของโลกและสุริยะ ที่ถูกโปรแกรมไว้อย่างดี มนุษย์ผู้มีปัญญาศึกษาเป็นร้อย เป็นพันธ์ปี ยังไม่สามารถศึกษาศาสตร์ที่ซ่อนเร้นในธรรมชาติ ที่กลมกลืนสมดูลย์ ความจริงจะทำให้ทุกความเชื่อ ทุกความรู้ถึงจุดที่สิ้นสุด …….. สติปัญญาที่ท่านมี จะเชื่อ จะทำ ท่านมีเสรีภาพ เพราะยังมีสิ่งที่ท่านไม่รู้และเข้าไม่ถึง อายุเรานั้นสั้นนัก ….ท่านจะเชื่อตัวเอง นั้นย่อมได้ ถึงมีตา สัมผัสได้ ใช้แต่ไม่รู้ว่ามาจากใหน ชั่วชีวิตตายทั้งที่ยังไม่รู้ว่ามาจากใหน ผู้มีสติปัญญาจนค้นหาด้วยความรู้และความเชื่อที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เราเจริญในความเป็นผู้มีปัญญาต่อยอด รุ่นสู่รุ่น จนมนุษย์สามารถมีความรู้ที่ไพบูรณ์

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *