ม้ง ว่าด้วยเรื่องงานสังคม

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา? ผมได้สังเกตเห็นสิ่งหนึ่งในสังคมม้งเรา? นั่นคือเรื่องของการออกงานสังคม? หรือการช่วยเหลืองานสังคม (หรือในหมู่ญาติด้วยกัน)? เลยคิดว่าต้องได้มาเล่าเรื่องนี้สู่กันฟัง? ให้พี่ๆ เพื่อนๆ ได้ร่วมกันถกต่อไป??เพราะผมมองว่า? เมื่อเราต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคม??เราต้องให้อะไรแก่สังคมบ้าง? หากไม่เช่นนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า? ?ผมได้มีโอกาสนั่งสังสรรค์ที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง? ซึ่งมีกลุ่มพี่ๆ นั่งด้วยกันหลายคน? เห็นพี่ๆ เค้าคุยกันถึงงานศพของครอบครัวๆ หนึ่ง? ซึ่งเป็นคนแซ่เดียวกันว่า? เหตุที่งานศพบ้านนี้มีคนมาร่วมงานน้อยนั้นเป็นเพราะว่า? เวลาบ้านอื่นมีงาน? ไม่ว่างานศพ??หรือพิธีกรรมต่างๆ? คนในบ้านนี้จะไม่ค่อยไปร่วมงาน? หรือช่วยงานสักเท่าไหร่

As a Hmong family you need your relative’s help. Because Hmong have many of the ceremonial that we cannot do it alone. The best example is Funeral, so if you need their help it mean you have to help them.

พี่ๆ ที่อยู่ในวงพูดเหมือนกัน? และเหมือนทุกคนจะพร้อมใจกัน? ที่จะไม่ไปร่วมงานศพของบ้านนี้? แต่ก็ใช่ว่ากลุ่มพี่ๆ เหล่านี้เค้าจะไม่ช่วยอะไรเลย? เห็นว่าทุกคนได้บริจาคเงินช่วยเหลืองานไปแล้ว? เพียงแต่ว่าทุกคนไม่อยากอยู่ร่วมในงานศพเท่านั้นเอง? ซึ่งผมเองก็ได้ลองแวะไปดูในงาน? ก็เห็นว่าแขกเหรื่อค่อนข้างบางตาจริงๆ

ที่พูดมานี้? ไม่ได้มีเจตนาที่จะชี้ให้ทุกคนมองในแง่ลบ? กับครอบครัวผู้สูญเสียญาติในครั้งนี้? หากแต่ต้องการให้ทราบว่า? สังคมม้งเรานั้น? มีกิจกรรม และพิธีกรรมหลายอย่าง? ที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (โดยเฉพาะในหมู่ญาติ)? ฉะนั้นแล้วเราจะละเลยไม่ได้? ที่จะต้องหมั่นร่วมงานบ้านโน้นบ้านนี้? เพื่อว่าเมื่อถึงทีเรา? จะได้มีคนมาช่วยเหลืองานเราบ้าง? แค่นั้นเอง

10 Comments

  1. ฟ้าเดียวกัน

    คุณเขียนได้ดีมากครับ ผมขอชื่นชมจริงๆ อย่างคุณว่ามันเป็นเช่นนั้นเนื่องด้วยอุปนิสัยของม้งเราที่นับวันจะปรับตัวสู้กับกระแสของสังคมระบบโลกไม่ได้ ผมอาจจะเรียกมันว่าเป็นขั้นที่ม้งเราจะต้องปรับตัวให้ได้กับสถานการณ์ที่มันกำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะทุกวันนี้ ผมสังเกตุเห็นได้ชัดเจนว่า เรากำลังอยู่ในขั้นที่ว่า จะปรับตัวอย่างไร? ซึ่งเราสามารถเห็นถึงความแตกต่างระหว่าง กลุ่มวัยรุ่นที่ศึกษาอยู่กับกลุ่มที่ไม่ได้ศึกษา แต่ทำงานอยู่บ้านบ้าง หรือนอกบ้านบ้างก็ตาม ทุกครั้งที่เรากลับบ้าน มักเห็นถึงความต่างของอุดมการณ์ เช่นกลุ่มนักเรียนมักเห็นความสำคัญของการเที่ยวสาวยามวิกาลมันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ตรงข้ามกับกลุ่มที่ไม่ได้เรียนล่ะ จับกลุ่มนั่งตั้งวงเหล้า…. ทุกครั้งที่เรากลับบ้านเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านเรามักจะได้ยินเสียงสับกล้วยบ้าง อาหารหมูต่างๆ อื่นๆมากมาย ซึ่งเราเองก็ขัดแย้งทางความคิดกันอยู่ว่า ทำไมไม่นำสิ่งเหล่านี้ไปทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ว่าผมจะมีแนวความคิดที่จะไปทำลายวัฒนธรรมของเราไป แต่ว่า ผมอยากให้มีการปรับตัวที่ดีขึ้นมาบ้าง ผมพอสรุปได้ว่า พวกเราเป็นคนขยันนะ แต่ขยันไม่ถูกที่ ฉลาดแต่เรื่องกำลัง แต่ไม่ฉลาดเรื่องทางความคิด ยุคสมัยนี้มันเป็นยุคที่เรียกว่าไร้พรหมแดนจริงๆ เป็นเรื่องของการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าทำไมเราก็ยังย่างก้าวอยู่กับที่ วันนี้ไปอีก สิบปี เราก็ยังอยู่ตรงนี้เช่นเดิม ผมอยากเปลี่ยนอุดมคติแนวความคิดเสียใหม่ว่า เราต้องรักษาสิ่งที่ดีๆ เอาไว้ เช่นการเล่นลูกช่วง เล่นลูกข่าง และเราก็ต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างของคนรุ่นเก่าๆไป อย่างเช่น การไม่ให้อภิสิทธิ์กับเหล่าผู้หญิง ผมขอยกตัวอย่างเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนปีใหม่ ที่หมู่บ้านป่าคา เรื่องมีอยู่ว่า มีครอบครัวหนึ่ง อยู่กันหลายคนมาก ผู้เป็นพี่ชายได้ไปล่าสัตว์ในปีที่แล้ว และเผอิญไปยิงหมีเข้า เมื่อหมีบาดเจ็บก็เลยเข้าทำร้ายชายคนนี้ตายไป และแล้วภรรยาของเขาก็ยังคงอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ต้องทุกข์ทนกับการที่สามีตัวเองต้องตายไป ทางฝ่ายญาติของผู้ตายเลยให้เลือกสามีคนใหม่ ที่เป็นน้องชายของสามีตัวเอง และแล้วก็เลือกได้คนหนึ่ง ซึ่งน้องชายคนนี้ก็มีภรรยาอยู่แล้ว แต่เมื่อเรื่องมันมาเช่นนี้ก็ต้องเป็นไปตามสายน้ำที่เชี่ยวกราด จำใจต้องยอม และความทุกข์ล่ะไปตกอยู่ที่ใคร? นั่นก็คือภรรยาของเจ้าน้องชายคนนี้นั่นเอง เขาเสียใจมาก จึงฆ่าตัวตายไปเมื่อปีใหม่นี้เอง ผมพึ่งรับทราบเองว่า จารีตประเพณีที่อำมหิตเช่นนี้ยังคงมีอยู่ในสังคมบนโลกนี้อยู่ด้วยหรือ? ผู้หญิงไม่ใช่ผักปลาที่จะยอมยกให้ใครได้ง่ายๆ ตัวเขาเองก็คือคน ผู้ที่มีจิตใจลักษณะไม่แตกต่างจากคุณเลย การเหยียบย่ำผู้หญิงเช่นนี้มันก็เป็นเรื่องของการขัดต่อศีลธรรมที่เราทุกคนควรจะมีเป็นพื้นฐานกันไม่ใช่เหรอครับ?
    ผมรู้สึกว่า ม้งเรากำลังล้าหลังกันอยู่ แต่ก็ยังตามโลกไม่ทันทั้งๆที่จะพยายามเพียงใดก็ตาม ผมก็ยังมองไม่เห็นว่า คนม้งเป็นคนโง่และเห็นแก่ตัวเองอยู่ดี ผมได้เข้าไปศึกษาชุมชนพื้นที่ใดก็ตาม ผมสังเกตุได้ว่า ไม่มีวัยรุ่นหลงเหลือในหมู่บ้านเลย ส่วนมาก ก็ไม่เด็กก็ผู้เฒ่า ชายชรา แล้วคนม้งเราจะทิ้งสิ่งเหล่านี้ไปได้อย่างไร? เห็นคุณค่าเพียงเงินและความสุขเพียงชั่วคราวในเมืองกรุงเท่านั้น ครั้นเรียนก็ใช่ว่าจะตั้งใจเรียนที่ไหนกันล่ะ คุณทำเต็มที่กับมันแล้วหรือยัง? ผมขอถาม คุณใช้เวลาหมกมุ่นกับอะไรบ้าง? ผมขอชื่นชมพี่ทรีย์ มช.มากพี่เค้าเป็นคนแรกที่ผมเห็นถึงความสามารถขอางเขา ผมขอชื่นชมจากการได้ร่วมค่ายกับพี่เขาได้ทำให้ผมเห็นว่า ตัวผมเองกำลังทำอะไรอยู่ ทุกคนอย่าลืมว่าเวลาของเราบนโลกนี้มันไวมาก ไม่กี่ปีเราๆ ท่านๆ ก็ต้องล้มหายตายจากไปแล้ว วันนี้เราทำอะไรแล้วหรือยัง คนที่มีการศึกษา หากได้มีโอกาสเข้ามาแล้วเนี่ยะ ทำไมเราไม่ใช้เวลาให้มีคุณค่าและมีประโยชน์ หาความรู้ไปสิ คิดแผนและโครงการมาสิ… ว่าจะทำอะไรบ้างเมื่อกลับไปถึงบ้านของตัวเอง ไม่ใช่ว่า เกมส์นี้เล่นยังไงวะ ? เอะแฟนเราทำอะไรอยู่? สิ่งสำคัญก็คือว่าเราบริหารเวลาของตัวเองอย่างไร แมทกันไหม? แล้วเราก็จงทำมันไปให้ครอบคลุมในทุกๆด้าน
    ผมสังเกตุเห็นได้ชัดเลยว่า คนเรียนนั้นมักติดนิสัยบังคัยตัวเองไม่ได้ ขี้เกียจ บ้ารัก อะไรก็ไม่รู้ นี่คือภาพที่ผมเห็น แต่เมื่อกลับบ้านล่ะ ผมเห็นอะไรบ้าง หนึ่งล่ะคือเสียงสับข้าวให้หมู สองล่ะผ่าฟืน สามล่ะนั่งก๊งเหล้าสูบบุหรี่ มันไร้สาระมาก ซึ่งหากเรานำแนวคิดของปราชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำมาใช้ ผมเชื่อว่าทุกพื้นที่ย่อมมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างแน่นอน แต่เราจะต้องเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ดังเช่นคำที่ว่า U R what U think คุณจะเป็นอย่างที่คุณคิด ฉะนั้นแล้ว การที่คุณอยากเป็นอะไรคุณก็ต้องปรับแนวคิดเสียใหม่
    อย่างงานศพของคุณที่โพสต์มา ผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่มิใช่น้อย กับการมีเครือญาติน้อย เพราะเราไม่สามารถแยกระบบเครือญาติออกไปได้เลยในเรื่องเหล่านี้ ดังเช่นเลือดย่อมข้นกว่าน้ำเสมอ เรื่องนี้โยงใยไปถึงระบบโครงสร้างสังคมที่มันใหญ่มากๆ ไปถึงเรื่องทางอำนาจ การเมืองเป็นต้น
    สิ่งนี้ผมคิดว่าเราขาดการดูแลพื้นฐานทางจิตใจกันมากกว่า โดยที่รับเรื่องของกระแสเศรฐกิจมามากเกินไป เด็กห่างไกลความดูและของผู่ใหญ่ ผลจากการศึกษา การพัฒนาเทคโนฯ ฯลฯ วัยผู้ใหญ่ล่ะก็เน้นไปในด้านเงินมากจนเกินไป มีความตระหนี่ ขี้เหนียว ไม่แบ่งปัน ปลูกผักเต็มบ้านก็ไม่แบ่งให้ลูกบ้านได้กินกัน มีผลไม้หน้าบ้านก็ล้อมลั้ว เช่นนี้เป็นต้น การที่เราจะแก้ไขเยียวยาสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดปัญหานั้น ก็คือเราต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่า เงินไม่ใช่ความสุขเสมอไปครับ ผมจึงขอสรุปไว้แต่เพียงเท่านี้ เพราะมีงานอื่นที่ผมต้องรีบทำให้เสร็จ ผมจึงหวังว่า ม้งเราจะพัฒนาหรือมีความเป็นอยู่ที่ดีได้นั้น มีเพียงเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายที่มีโอกาสได้เข้ามาศึกษาหาความรู้เหล่านี้ เพื่อที่จะนำไปใช้ประยุกต์กับตัวเอง และขยายเป็นวงกว้างต่อไปในสังคมของท่านเอง ผมจึงมีความหวังไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ

  2. EdiTor (Post author)

    ขอบคุณครับ แต่คุณ ฟ้าเดียวกัน ก็เขียนเล่าเรื่องได้ดีทีเดียว

    สำหรับเรื่องของกระแสโลกาภิวัฒน์นั้น ผมเเคยเขียนไว้ครั้งหนึ่งแล้วในหัวข้อ “ความเหลื่อมล้ำในสังคมม้ง” ซึ่งเนื้อหาไม่ได้เหมือนเลยซะทีเดียว แต่กระแสโลกาภิวัฒน์คือสิ่งที่ทำให้ม้งเรามีความแตกต่างขี้นเรื่อยๆ ไม่ว่าทางความคิด หรือเศรษฐกิจ

    สำหรับเรื่องของหญิงม้ง ที่เมื่อสามีตาย ต้องเลือกแต่งกับน้องชายสามีนั้น เคยเกิดขึ้นแถวบ้านผมเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมมองแล้ว ถือว่ารับไม่ได้ ควรปล่อยให้ผู้หญิงมีทางเลือก ว่าจะอยู่คนเดียว หรือแต่งใหม่กับคนที่ตนเองเลือก

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นดีๆ ครับ

  3. เคาะสนิม

    เขียนได้ดีทีเดียวครับ ขอบคุณพี่ๆที่เอาความรู้ต่างๆมานำเสนอครับ ขอบคุณครับ

  4. samm

    I do not agree with you

  5. EdiTor (Post author)

    Hi Samn, could you share your opinion/insight. This area is opened for everybody to share Hmong story to be improve Hmong’s life.

    Thank you.

  6. ขอทานน้อย

    โลกกว้างใหญ่เหมือนเดิม
    แต่จิตใจคนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะชนชาติไหนๆ กลับแคบลง

    จึงมีโลกส่วนตัวมากขึ้น มีการเห็นแก่ตัวมากขึ้น

    ได้แต่ภาวนา เอาใจช่วยให้สิ่งดีๆเหล่านี้คงอยู่กับสังคมม้งให้นานที่สุด

  7. sam

    Cia kuv sau ua lub hmoob yuav zoo dua vim kuv yog hmoob.

    Qhov uas kuv tsis pom zoo nrog koj, tsis yog vim kuv tsis nyiam txoj kev sib pab sib koom tes hauv peb hmoob, tiamsis vim kuv pom tias peb hmoob sib hlub thaum peb tuag xwb. Yog peb sib hlub npaum li thaum muaj ib tug neeg tuag es peb tuaj tag zej tag zos, nimno peb hmoob muaj ib lub tebchaws uas luaj li Suav lub nyob lawm – tiamsis vim peb txoj kev sib hlub yog sib lub kom tau ntsej tau muag, sib hlub kom thaum txog yus ces muaj lwm tus pab (peb ua sib pau xwb). Cov pluag thiab cov tsis muaj suab tsis muaj npe twb tsis muaj neeg tig ntsia thaum lawg ntsib txoj kev nyuajsiab ntxhov plawv (muaj coob leej coob tus tau muab tej tub tej ntxhais muag coj los daws txoj kev nyuaj siab).

    Dua li, peb muab peb lub xeem coj los saib loj dhau heev lawm. Lub xeem yog ib qho tebmeem uas ua rau peb hmoob tsis sib haum, tsis loj hlob thiab tsis vam meej. Yuav kom zoo, cia lub xeem rau peb tej tub tej ntxhais sibyuav xwb, tsis txhob cia coj los ua plaub ua ntug. Pivtxwv, nyob li lub zos uas kuv nyob – cov kwvtij hmoob hawj lawv hais tias lawv yog cov uas xub xub tuaj nyob, muaj dabtsi ua dabtsi los lwm xeem hmoob ua tsis tau, yog leej twg ua dabtsi rau tej nomtswv Mekas ces lawv yuav tsum muab ua kom poob thiab ua kom puas mus xwb. Dua li, muaj ib zaug kuv mus koom ib lub seminar rau hauv lub nroog Fresno, kuv hnov cov kwvtij hmoob vaj hais tias “peb yog cov hmoob vaj uas yog leejtwg xav ua nom ua tswv, tus ntawd yuav tau los koom peb.” Thaum kuv hnov li no, ua rau kuv xav tias kuv pab nej tu siab thiab pab hmoob tu siab.

    Thaum twg peb hmoob sib pab tsis yuav ntsej tsis yuav muag, losyog tso ib txoj haujlwm tseem ceeb rau lwm tus tsis saib ntsej saib muag lawm, peb thiaj li yuav vammeej thiab ua tau ib pab ib pawg.

    Yog ua licas peb ho tsis ua li cov neeg Korean – muab hmoob txhua xeem txhua feeb los los ua Korea. Sawvdaws koom ua ib yam, thiab hais lus tibyam thiab leej twg ntse cia leej twg ua tus coj. Duali, yog xaiv tau leejtwg los ua thawj coj lawm los yuav tau sib pab sib hwm thiab sib txhawb – tsis txhob saib koj tij kuv kwv muaj nqis dua lwm tus.

    Tshuav ntau yam uas peb hmoob yuav tau los kho – yog peb tsuas yog los kho peb tej kev lis kev cai xws li ntees tuag, kev tshoob kev kos xwb peb yuav tsis muaj hnub vammeej. Txhua tiam neeg peb los daws thiab los kho tej teebmeem uas ib tiam dhau ib tiam ua los lawm xwb, peb yuav ua licas loj hlob. Peb zoo li cov dej uas muab ntim rau ib lub zais uas muab zuaj mus zuaj los tiamsis lub zais ntawd tsis tawg thiab cov dej tsis tawm los. Txhua tiam hmoob tsuas yog los zuaj lub zais xwb tsis ua kom tawg thiab tsim muab txim kho dua tshiab.

    Ua tsaug,

    Sam

  8. EdiTor (Post author)

    Kuv tau taub koj cov lus thiab kuv pom zoo. Thiab ci tas li dawm kuv yuav muab koj lo lus tias
    “Tshuav ntau yam uas peb hmoob yuav tau los kho – yog peb tsuas yog los kho peb tej kev lis kev cai xws li ntees tuag, kev tshoob kev kos xwb peb yuav tsis muaj hnub vammeej.”
    coj los sau ib zaj tshiab hauv Hmongasia.com

    Ua tsaug

  9. Pingback: เมื่อม้งเราควรก้าวพ้น เรื่องวัฒนธรรม

  10. น่าตกใจจริงๆนะครับไม่น่าเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้จะมีอยู่ในสังคมของเราอีก ผมเป็นคนๆนึงที่ห่างไกลจาก วัฒนธรรมม้งมานานและไม่ค่อยรู้จักเท่าไรแต่ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้จะยังมีอยู่ อยากเสริมอีกเรื่องคือเรื่องของการฉุดสาวผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่น่าจะหมดไปจากสังคมได้แล้วเพราะว่าผู้หญิงก็มีศักดิ์ศรีเป็นเพศเดียวกันกับผู้ให้กำเนิดเรามา วัฒนธรรมอะไรที่ดีงามก็ควรรักษาแต่อะไรไม่เหมาะก็ควรเลิกนะครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *