ม้ง และปัญหาวัยรุ่นตีกัน

วันนี้ผมจะมาพูดถึงในเรื่องที่ผมเคยเลี่ยงที่จะเขียนมาก่อน? นั่นคือเรื่องการทะเลาะวิวาทของวัยรุ่นม้งบ้านเรา? ทำไมผมถึงเคยเลี่ยงที่จะเขียนในเรื่องนี้? ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องรีบทำความเข้าใจ? และแก้ไขมัน? นั่นเป็นเพราะผมมองว่าคงไม่มีทางแก้ไข หรือทางออกสำหรับปัญหานี้

วันนี้ผมยอมเขียนเรื่องนี้? ก็ไม่ได้หมายความว่าผมมีทางออกของปัญหาแล้ว? เพียงแต่คิดว่าเราควรมีการเปิดประเด็นเพื่อทำความเข้าใจ? เพื่อไม่ให้หลายคนต้องกังวล? หรือรำคาญใจกับปัญหานี้มากจนเกินไป (หลายๆ คน ที่ครอบครัวประสบกับ ปัญหานี้ อาจถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย)? อย่างน้อยเราก็เข้าใจว่าปัญหานี้จะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด? และเราต้องทำอะไรบ้าง? เพื่อให้เป็นไปตามทิศทางนั้น

ก่อนอื่นเราลองมาดูกันว่า? ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจุบัน? เราได้พบเห็นกับแนวทางที่คิดว่าเป็นการแก้ปัญหาวัยรุ่นชกต่อยนั้น มีอะไรบ้าง? โดยจะเน้นเฉพาะแนวทางที่พบเห็นในสังคมม้งเราเท่านั้น? เพื่อให้ง่าย และตรงประเด็น? แม้แต่ละบ้านอาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้าง? แต่คิดว่าหลังการพูดคุยในประเด็นนี้? จะทำให้เราเห็นภาพโดยรวมชัดเจนขึ้น

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาวัยรุ่นตีกัน? ก็จะไม่พ้นเรื่องมาตรการปรับเงิน? ซึ่งก็มีอยู่สองกรณีด้วยกัน? นั่นคือ ถ้าคู่กรณีพูดคุยกันรู้เรื่อง? ก็ปรับตามจำนวนที่หมู่บ้านได้ตกลงกันไว้? ซึ่งก็เป็นจำนวนไม่กี่พัน (บ.ป่ากลาง น่าน เมื่อก่อนปรับ 2,500 แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้เปลี่ยนหรือยัง) ส่วนอีกกรณีหนึ่ง? หากคู่กรณีคุยกันไม่รู้เรื่อง? หรือเป็นกรณีหนักๆ ก็อาจจะต้องไปตกลงกันที่โรงพัก? และก็ปรับกันที่นั่น (ซึ่งปกติกรณีปัญหาวัยรุ่นชกต่อย ตำรวจไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรเลย)

ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรการปรับเงิน? ไม่ได้ส่งผลให้ปัญหาวัยรุ่นชกต่อยลดน้อยลงเลย? ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาตรการปรับเงินใช้ไม่ได้ผลก็คือ? การบังคับใช้กฏต่างๆ ที่ไม่เท่าเทียมกัน? ยกตัวอย่างเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านที่ผมอยู่

“นาย A ตีนาย B นาย A ถูกปรับ 2,500 บาท? ไม่นาน นาย B ไปตีนาย A นาย B ถูกปรับ 9,500 บาท? ทั้งนี้ทั้งนั้นเพียงเพราะนาย A เป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพล”

ที่ยกตัวอย่าง? ผมไม่ได้ต้องการชี้ให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในสังคม? ผมเพียงต้องการชี้ให้เห็นว่าการออกกฏหมาย (หรือกติกาใดๆ) มาบังคับ? ไม่สามารถช่วยให้ปัญหาวัยรุ่นชกต่อยลดน้อยลงได้? แล้วอะไรล่ะที่จะช่วยให้ปัญหานี้ลดลงไปได้? วิธีหนึ่งที่คิดว่าน่าจะได้ผลคือ? การสร้างแรงจูงใจเพื่อลดปัญหาวัยรุ่นชกต่อย? ซึ่งการสร้างแรงจูงใจไม่ใช่เรื่องง่าย? และต้องอาศัยระยะเวลา

ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรการปรับเงินนั้น? ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจ? เพื่อนำไปสู่การลดปัญหาวัยรุ่นชกต่อยได้? ไม่ว่าแรงจูงใจทางสังคม? แรงจูงใจด้านศิลธรรม? หรือแรงจูงใจทางด้านเศรษฐกิจ? เพราะถ้ามองในเรื่องแรงจูงใจทางสังคม จะเห็นได้ว่า? เมื่อผู้ทำผิดจ่ายค่าปรับไปแล้ว? แทนที่จะรู้สึกว่าตัวเองทำผิด? ผู้ทำผิดกลับรู้สึกว่าตัวเองได้ทำถูกต้องตามกฏกติกาของสังคมแล้ว ซึ่งเหมือนกับว่าตัวเองนั้นได้รับผิดชอบต่อสังคมแล้ว (คือยอมจ่ายค่าปรับ)? สำหรับในเรื่องแรงจูงใจด้านศิลธรรมนั้น? จะเห็นว่าการปรับเงิน? ไม่สามารถกระตุ้นให้ผู้กระทำความผิดสำนึกผิดได้? ส่วนแรงจูงใจทางด้านเศรษฐกิจนั้น? คงไม่ต้องพูดถึง? เพราะคนรวย หรือคนมีฐานะพร้อมที่จะทำความผิดซ้ำๆ อย่างเดิม? เพราะว่าคนพวกนี้ เค้ามีเงินที่จะจ่ายค่าปรับอยู่แ้ล้วนี่

ฉะนั้นแรงจูงใจในทางที่ดีจะเกิดขึ้นได้? ก็ต่อเมื่อสังคมโดยรวมเป็นสังคมที่ดี ที่น่าอยู่? ซึ่งปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้สังคมโดยรวมเป็นสังคมที่น่าอยู่? มีอยู่หลายปัจจัย? โดยเฉพาะบางปัจจัย? ที่มักจะส่งผลกระทบต่อกันเป็นทอดๆ (ปัญหาโดมีโน่)? ซึ่งจะสร้างปัญหาแบบไม่รู้จบ (สำหรับม้งเรา)? นั่นคือ การมีลูกมาก การมีภรรยาหลายคน? การศึกษาไม่สูง?ฯลฯ ซึ่งผมขอไม่อธิบายลงลึกในรายละเอียด

ข่าวดีคือปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงไปเอง (การมีลูกน้อยลง มีภรรยาคนเดียว การศึกษาสูงขึ้น? ปัญหาวัยรุ่นก็น่าจะลดลงไปเอง)? โดยที่คุณไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน? แต่ข่าวร้ายก็คือคุณไม่อาจเข้าไปควบคุม จัดการ กับปัญหาเหล่านี้ได้ โดยตรง? สิ่งที่คุณทำได้ก็คือนั่งรอ … แต่หากมีเวลามากพอ ก็อาจจะสวดมนต์ภาวนาไปด้วยก็จะดี