ม้ง ในยุคบริโำภคนิยม

หายหน้าไปหลายวัน ด้วยความขี้เกียจ และงานที่รัดตัว จากนี้ไปคงต้องได้ขยันขึ้นอีกสักหลายสิบเท่า ด้วยเหตุว่าจากนี้ เมืองไทยคงไม่ใช่ที่ๆ จะหากินกันง่ายๆ อีกต่อไป ก็ขอให้พี่น้องม้งเรา รู้เท่าทันสถานการณ์ของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ หรือการเมือง ตอนนี้ไทยเราเจอหนักทั้งสองด้านแล้ว จนเราไม่อาจเลือกติดตามเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งได้อีกต่อไป

เมื่อวานนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากน้องชาย ซึ่งโทรมาจากต่างจังหวัด ผมเห็นไม่ใช่เบอร์ที่บ้าน เลยถามดูว่าใช้เบอร์ใครโทรมา มัน (น้องผม) บอก “เบอร์เพื่อน” และเพื่อนคนนั้นของเค้าก็เพิ่งจะอยู่แค่ ม.3 เอง หลายคนอาจจะไม่แปลกใจ หรือฉุกคิดอะไร แต่สำหรับผมแล้ว ถือได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่พอสมควร สำหรับการใช้จ่ายในยุคนี้ของเด็กม้งบ้านเรา

ถ้าเป็นเด็กกรุงเทพฯ ที่มีโทรศัพท์มือถือห้อยต่องแต่งที่คอ เราก็จะยังพอนึกภาพออกอยู่บ้าง ว่าพ่อแม่ของเด็กจะสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนั้นของเด็กได้อย่างไร แต่พอหันไปนึกภาพของเด็กชายม้ง ผู้ซึ่งพ่อกับแม่ประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน ซึ่งโดยปกติอาชีพนี้ทำแล้วไม่ได้รวยขึ้นครับ มีแต่จะเป็นหนี้มากขึ้นๆ แล้วยังต้องมารับผิดชอบค่ามือถือนาทีละบาทของลูกอีก เฮ้อ .. คิดแล้วเหนื่อยใจแทนจริง จริ๊ง

ม้งเราพอทำไร่ทำสวนจนได้ผลผลิตเป็นเงินก้อนนึง ก็ไม่คิดอะไรมากครับ ถ้ายังไม่มีรถก็ซึ้อรถซะ (โดยเฉลี่ยบ้านผมคนม้งมีรถยนต์มากกว่าคนพื้นราบ) แล้วเงินก็จมไปกับรถคันนั้น พอถึงเวลาเพาะปลูกอีกที ก็ไปขอกู้เค้ามาใหม่ ไม่เคยคิดเผื่อเงินไว้สำหรับการลงทุนกันบ้างเลย คนม้งแถวบ้านที่ไปทำงานในต่างประเทศ เมื่อกลับมาถึง ถ้ามีบ้านแล้ว ก็จะซื้อรถนี่แหละ ไม่ได้มีการนึกถึง การใช้เงินสำหรับการลงทุน การใช้เงินหาเงิน (เงินต่อเงิน) .. หรือเรารู้จักเงินเฉพาะในแง่ของการ “ซื้อ” เท่านั้น

When the social development of Hmong is to slow. But the world outside’s development is a leap forward. We make no readiness to absorption the new things from the outside society that growing more (Globalization).

เมื่อพัฒนาการทางสังคมของม้งเรา มีความเป็นไปอย่างช้าๆ แต่สั้งคมและโลกภายนอก มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด (สำหรับเมืองไทยชักไม่แน่ใจ) ผลจึงกลายเป็นว่า สังคมม้งเราต้องคอยซึมซับและรับสิ่งต่างๆ เข้ามา จนสุดท้ายสังคมม้งเราอาจต้องอ่อนแอกว่าที่เป็นอยู่ (แม้ทางวัตถุจะเจริญก็ตาม) เพราะเราไม่มีความพร้อมในการรองรับสิ่งใหม่ๆ ที่ถ่ายทอดมาจากสังคมภายนอกที่เจริญกว่า

เหตุใดผมถึงว่าเราไม่มีความพร้อม? เพราะว่าที่ผ่านมาสังคมม้งเรา เป็นตัวถูกกระทำมาโดยตลอด โดยมีความเจริญรอบตัวเรา (เรียกโลกาภิวัฒน์ก็ได้) คอยเป็นตัวกระทำ สังคมม้งเราจึงไม่อาจตั้งหลักได้เสียที กลายเป็นสังคมที่ล้มลุกคลุกคลานก็ว่าได้ เพราะเราดำเนินไปข้างหน้าอย่างไร้ระเบียบแบบแผน (ผมเองยังสงสัยเลยว่าเรากำลังเดินไปข้างหน้าเอง หรือเรากำลังถูกขับเคลื่อนโดยสังคมภายนอก) หากพวกเราฉุกคิดสักนิดนึง และตั้งหลักกันใหม่ ปรับปรุงชุมชนให้เข้มแข็ง ให้ทุกคนมีความเท่าทันต่อโลกภายนอก ให้ทุกคนเท่าทันต่อโลกยุคปัจุบัน ดังนี้แล้วเราอาจมีโอกาสแก้ตัว และเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ กับกระแสโลกภิวัฒน์ อย่างมีความสุข .. ก็อาจเป็นได้

ปีนี้เมืองไทยคงจะแย่กว่าปีที่ผ่านๆ มา ก็ขอให้พี่น้องม้งเรา พึงรู้และเท่าทันเหตุการณ์ของบ้านเรา ยิ่งไปกว่านั้น คือการเท่าทันต่อตัวเราเอง ไม่ไปกู้หนี้ยืมสินมา เพียงเพื่อบำเรอความสุขส่วนตัว สิ่งไหนไม่จำเป็นก็อย่าเพิ่งไปดาวน์ ไปผ่อน เพราะถ้าเศรษฐกิจหยุดชะงักเมื่อไหร่ แม้แต่นายแบงก์เองก็อาจไม่มีที่ให้ทำงาน แล้วเราจะพึ่งใครได้อีก .. ด้วยรักและเป็นห่วง ต่อพี่น้องม้งเรา

11 Comments

  1. ขอทานน้อย

    จะว่าไป บางทีพวกเราๆทั้งหลายคิดมากไปเองรึเปล่าน้อ
    ในขณะที่คนที่เดือดร้อน คนที่ใช้สิ่งเหล่านั้น ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย

    แต่อย่างว่านะ มันคือความจริง

    แถวๆบ้านผม เดี๋ยวนี้ก็มีการใช้โทรศัพย์กันเยอะนะ
    ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็นคนวัยผู้ใหญ่

    ถ้าเป็นหนุ่มสาวก็มีตั้งแต่รุ่น ม.2 ขึ้นไปแล้ว(ทยอยมี)
    ส่วนมากมีไว้เพื่อโทรจีบสาวๆ รึให้หนุ่มๆจีบ
    กลายเป็นว่า ถ้าจะจีบกันในยุคนี้นะ จะต้องคุยกันทางโทรศัพย์ (เป็นงั้นไป)

    ได้แต่สอนคนใกล้ตัวเท่านั้น ที่เหลือก็ได้แต่ทำใจ

    อย่างว่านะ
    สังคมม้งเรานั้น มีการพัฒนาด้านวัตถุนิยมหรือสิ่งแวดล้อมรอบข้างกายไปเร็วมาก
    ในขณะที่ด้านจิตใจ ด้านความรู้นั้นพัฒนาได้น้อยมากๆเช่นกัน

    ส่วนใหญ่แล้ว ม้งเราไม่ได้สอนสั่งให้เราสั่งสมปัญญา แต่สอนสั่งให้เราสั่งสมทรัพย์สินเงินทองมากกว่า
    ทำให้เรานับถือเงินทองเป็นพระเจ้าไปในตัว

    ปล.
    ฝากไว้ให้คิด

    มีปัญญาแต่ไม่มีทรัพย์ยังไม่นับว่าเป็นคนจน

  2. คนเล่นหมอก (Post author)

    ทุกวันนี้ผมตั้งใจสั่งสมแต่ปัญญา ลืมสะสมตังค์ .. -“-

    นี่แหละครับ ถ้าเด็กๆ เป็นกันแบบนี้มากเข้า ก็จะมีปัญหาโดมิโน ตามมา ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายเกินตัว การติดต่อที่สะดวกสบาย (จนเป็นผลเสียต่อตัวเด็ก) การหมกมุ่นอยู่กับการคุยกับสาว/บ่าว สุดท้ายการเรียนก็เสีย ..

    ..ตื่นแล้วก็หิว หิวแล้วก็หา ชีวิตวันหน้าไม่รู้เหมือนกัน

  3. เคาะสนิม

    โอ้แม่เจ้าคนเล่นหมอก

  4. hmong21

    ผมว่าไม่เสมอไปเดียวนี้วัตถุนิยมไม่ว่าจะเป็นโทรศัพฑ์มือถือรถยนต์ก้ราคาถูกถ้ารู้จักลำดับความสำคัญก็สามารทดาวซื้อหามาใช้ได้เเต่ต้องมีปัญญาความรู้ในการทำอาชีพควบคู่กันไป

  5. เคาะสนิม

    น่าอ่านดีครับ

  6. phaa

    ด้วยเพราะชาวม้งเราไม่สนใจในเรื่องของการศึกษา ไม่สนใจอนาคตของลูกหลาน สนใจแต่ความสุขเฉพาะของตัวเอง ไม่สนใจอีกสิบปี ร้อยปี พันปี ข้างหน้าลูกหลานจะอยู่อย่างไร คิดเพียงว่าช่างมันถึงตอนนั้นฉันตายไปแล้วก็แล้วแต่พวกมันจะอยู่อย่างไร ด้วยความคิดที่เป็นเช่นนี้พวกเราจึงไม่ค่อยสงเสริมให้ลูกหลานได้ร่ำเรียนหนังสือให้เป็นกิจลักษณะและเป็นเรื่องเป็นราวบางครั้งที่ส่งไปเรียนก็เพียงเพราะไม่มีคนช่วยเลี้ยงดูเลยส่งไปโรงเรียนเสียเพื่อตัดปัญหาเรื่องคนดูแลเมื่อถึงวัยทำงานได้ก็ให้ออกจากโรงเรียนหรือไม่สงเสริมให้เรียนต่อ ด้วยเหตุเหล่านี้จึงทำให้ความคิดของม้งไม่เปิดกว้างมงโลกแบบแคบ ๆ จึงถูกโลกบริโภคนิยมกลืนกินได้อย่างง่าย ๆ เช่นนี้แล

  7. EdiTor

    ที่คุณ phaa พูดมานั้น ผมเห็นด้วยครับ และเป็นความจริงที่อยู่คู่กับสังคมม้งมานาน ที่ว่านานนั้น ก็คงประมาณเกือบๆ 30 ปีมาแล้วครับ (เท่าที่เห็นมาทั้งชีวิต) สมัยโน้นเลย โรงเรียนที่เป็นที่นิยมคือ โรงเรียนวัดสระแก้ว ผมเองก็ไปเรียนกับเค้าได้หนึ่งเทอม พอแม่มาเยี่ยมก็หนีกลับมากับแม่ อยู่ไม่ได้ครับ .. ร้องไห้ทุกคืน :-)

    นอกนั้นก็เป็นโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ต่างๆ ปัจุบันก็จะเป็นพวกโรงเรียนวัด ที่ม้งเรานิยมนำลูกหลานไปเรียน ซึ่งหลายๆ ครอบครัวก็เห็นเป็นจริงแล้วว่า ที่ส่งลูกหลานไปเรียนไกล (เรียกโรงเรียนประจำก็ได้) เีพียงเพราะว่าไม่มีเวลาเลี้ยงดู เพราะเมื่อก่อนบางครอบครัว พ่อกับแม่ต้องไปอยู่ไร่เป็นแรมเดือน ปล่อยให้พี่ดูแลน้อง จึงมักตัดปัญหา (เรียกทางออกก็ได้ครับ) ด้วยการส่งลูกๆ ไปเรียน โรงเรียนประจำ (ศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนวัด)

  8. Optimist

    ถึงเวลาแล้ว ที่ม้งเรา ต้องหันกลับมาดูตัวเราเอง
    ม้งต้องรักม้ง ม้งในอีก 10-20ปี ข้างหน้านี้ม้งจะเป็นอย่างไร
    ม้งต้องรู้ว่าตัวม้งเองอยู่ที่ไหน กำลังจะำไปไหน
    เหมือนดังที่เขาว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”
    คนม้งเป็นคนที่ดี เก่ง และมีความสามารถ
    อยากให้นำความรู้ที่คนม้งได้ร่ำเรียนกันมาพัฒนาสังคมม้ง ให้เจริญงอกงาม ยั่งยืน

  9. เหล้าหวาน

    ที่คุณeditorและ phassว่ามาก็ถูกนะ…แต่อย่าลืมว่าม้งบางส่วนั้นยากจนระดับความอยู่ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ถึงอยากจะส่งลูกหลานเรียนให้มีอนาคตที่ดี แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะส่งไม่ไหว จึงดูเหมือนว่าม้งไม่สนใจเรื่องอนาคตลูกหลานตัวเอง หรือถ้าจะเรียนก็แค่อ่านได้เขียนออกก็พอ เพราะที่สังเกตมาบางสวนนั้นอยากเรียนสูงๆแต่ฐานะไม่ค่อยดีจึงได้แต่กลับไปทำไร่ทำนาตามพ่อแม่ แต่ผมคิดว่าลึกข้างในม้งทุกคนอยากให้ลูกหลานมีการศึกษาที่สูงๆมีอนาคตที่นะครับ

  10. เคาะสนิม

    อย่างไรก็ตามคนที่มีการศึกษาสูงๆๆดีๆ อย่าลืมมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองล่ะ
    ข้อสำคัญควรยกระดับจิตใจด้วยนะครับ

  11. ปป

    ขอให้วัยรุ่นม้งมีเป้าหมายในชีวิตและแน่วแน่ที่จะทำให้ได้ เรื่องจีบสาวจีบบ่าวก็ไม่เป็นปัญหา ขอเสียของคนม้งและคนไทยบ้านนอกก็คือเอะอะก็จับแต่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบสุดท้ายก็เลิกกัน ร้อยแปดปัญหาก็ตามมา วัตถุนิยมเป็นเรื่องของสังคมถ้าจะอยู่ในสังคมก็ต้องปรับตัวให้ได้ครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *