ระดับการศึกษาของคู่สามีภรรยา

พื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาคือการศึกษา อันนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วในหมู่พวกเรา แต่ก็ยังมีพวกเราอีกจำนวนมากที่ได้ละทิ้งการศึกษาไป

เหตุผลโดยทั่วไปที่เราควรเข้าสู่ระบบการศึกษาก็คือ เพื่อให้เรามีความรู้ทั่วไปเหมือนอย่างที่คนอื่นเค้ามี เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ หรือทำมาหาเลี้ยงตัวเองได้ และสุดท้ายก็คือเพื่อเพิ่มทักษะทางสังคม เช่น เรื่องบุคลิคภาพ ทักษะการพูด ..เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมไงล่ะ

คู่สามีภรรยาจำเป็นต้องมีการศึกษาในระดับเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันหรือไม่ ? ถือเป็นคำถามที่อาจจะมีคำตอบที่ถูกต้องมากกว่าหนึ่ง มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนที่มีต่อเรื่องชีวิตคู่ รวมไปถึงนิยามที่แต่ละคนมอบให้กับคำว่า “การศึกษา” ..เพราะการศึกษาไม่ได้หมายถึงการเรียนการสอนในชั้นเรียนเสมอไป

แต่ในมุมมองผมแล้ว ผมมองว่าถึงแม้ความเท่าเทียมด้านวุฒิการศึกษาของคู่สามีภรรยาจะไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่อย่างน้อยควรใกล้เคียงกัน เพราะคุณจะสามารถลดอุปสรรคบางอย่างของชีวิตคู่ลงไปได้ ..โดยเฉพาะ เรื่องการสื่อสาร

ระดับความรู้ความเข้าใจที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการสื่อสาร

ย้อนไปช่วงที่ผมกำลังคบกับภรรยาผมใหม่ๆ เกือบทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แต่มันมีสิ่งเล็กๆ (แน่ใจว่าไม่ใช่รัก) ที่คอยกวนใจผมอยู่ตลอดเลยก็คือ แฟนผมจบ ป.ตรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (วท.บ.) แต่ประกาศนียบัตรของผมเพียงแค่ระดับ วิทย์ฯ คณิตฯ ..มัธยมปลาย

เรื่องของเรื่องคือ ผมเรียน ม.ราม และต้องดรอปแล้วดรอปอีก เวลาก็ผ่านแล้วผ่านไป จนกระทั่งผมมาพบกับภรรยาคนนี้ ..เธอคือแรงกระตุ้นให้ผมกลับไปเรียนต่อ

แรงกระตุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมนั่นแหละ

ที่จริงแล้วการที่ผมดรอปเรียนไปไม่ใช่เพราะความขี้เกียจ หรือเกเรจนต้องออกเรียน การดรอปเรียนของผมนั้นมีเหตุมาจากการที่ผมไปได้งานอยู่ต่างจังหวัด จากนั้นก็ห่างไกลการศึกษาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นผมก็พยายามหาที่เรียนใหม่แต่ก็ไปไม่รอด จึงคิดว่าเอาน่ะ ไว้พร้อมแล้วกลับไป ม.รามฯ ต่อดีกว่า

ม.รามฯ มีคำขวัญอยู่ว่า “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง” ..

ปีครึ่งผ่านไปไวเหมือนโกหก ด้วยความมานะพยายามภายใต้การกำกับดูแลของภรรยา (ตอนนั้นเป็นแฟนกันอยู่) ผมก็สามารถคว้าใบปริญญามาได้

ผ่านไปอีกปีผมก็ได้ใบสมรสมาครอง ..

ที่จริงแล้วถึงผมจะมีใบปริญญาหรือไม่ก็ตาม เราสองคนก็ต้องแต่งกันอยู่ดี แต่ด้วยความตั้งใจที่ว่าต้องมีใบปริญญาไว้ประดับตัว ดังนั้นเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำใบปริญญาก็คือก่อนแต่งงานนั่นเอง เพราะหลังแต่งงานเราไม่อาจคาดการณ์อะไรได้ ด้วยความรับผิดชอบที่อาจจะมากขึ้น ความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเรียนต่อก็จะน้อยลงไป ..แต่จริงแล้วเรียนเมื่อไหร่ก็ได้

อย่างพี่ชายผมแกแต่งงานตอนที่ยังไม่มีใบปริญญา กว่าจะได้ใบปริญญาชีวิตแต่งงานก็ดำเนินไปหลายปีแล้ว

ไม่จำเป็นต้องมีใบปริญญาคุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะใบปริญญาไม่ใช่ใบรับประกันว่าอนาคตของคุณจะประสบความสำเร็จ ใบปริญญาแค่ช่วยให้คุณมีทางเลือกมากขึ้นเท่านั้นเอง

น้องๆ คนไหนที่คิดจะไม่เรียนต่อ ก็ขอให้เปลี่ยนความคิดนั้นซะ เพราะต่อไปใบปริญญานอกจากจะใช้เป็นใบเบิกทางให้เราได้งานดีๆ แล้ว เราอาจต้องใช้มันเพื่อเพิ่มโอกาสให้เราได้แต่งงานกับคนที่เรารักอีกด้วย