“รัฐ-ชาติ ชาติพันธุ์” หนังสือแนะนำ

state-ethnicity-hmoob
รูป โดย se-ed.com

หนังสือชื่อ “รัฐ-ชาติ ชาติพันธุ์” เล่มนี้ เป็นการรวบรวมผลงานเขียนของ รองศาสตราจารย์ วีระ สมบูรณ์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันสองส่วนของที่มา คือบทความที่ รองศาสตราจารย์ วีระ สมบูรณ์ เคยลงตีพิมพ์ในนิตยสาร มติชนสุดสัปดาห์ และเนื้อหาของหนังสืออีกส่วนหนึ่งได้มาจากรายงานการประชุมเชิงปฏิบัติการณ์ ในหัวข้อ The Internatioal Workshop on ‘Ethnicity in Malaysia, Sri Lanka and Thailand: Historical Perspectives and Contemporary Issues’

หลายคนอาจมีความสงสัยในคำว่า “ชาติพันธุ์” มานานแล้ว แม้พจนานุกรมจะมีบัญญัติเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ครบถ้วนกระบวนความ ที่จะสามารถทำให้เราเข้าใจในทุกๆ บริบทของความเป็นชาติพันธุ์อย่างแท้จริงได้ “รัฐ-ชาติ ชาติพันธุ์” จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจมากขึ้นต่อคำว่า “ชาติพันธุ์”

เมื่อคุณเข้าใจความหมายของ “ชาติพันธุ์เป็นใหญ่” กับ “ชาติพันธุ์กลุ่มน้อย” คุณก็จะเข้าใจได้มากขึ้นว่า เหตุใดในอดีตม้งเราจึงสามารถใช้ชีวิตอยู่ตามป่าเขาได้อย่างอิสระเสรี เปรียบป่าคือบ้าน ซึ่งต่างจากปัจจุบัน แม้แต่ที่ปลูกบ้านซึ่งเราเองครอบครองมานาน แต่แล้วจู่ๆ รัฐก็เข้ามาและบอกว่า “เฮ้ย ออกไป นี่มันที่ของรัฐ” ..ปัจจุบัน ที่อยู่ ที่ทำกิน ถ้าอยากได้ต้องเรียกร้อง

ลองหาอ่านดูนะครับ “รัฐ-ชาติ ชาติพันธุ์” เป็นพ็อกเก็ตบุ๊คขนาดบาง “118 หน้า” ราคา 150 บาท

เนื้อหาโดยสังเขป

“รัฐ-ชาติ ชาติพันธุ์ ข้อสังเกตบางประการว่าด้วยความเป็นชาติ ความเป็นรัฐ และปัญหาชาติพันธุ์” นำเสนอความคิดและข้อพิจารณาบางประการเกี่ยวกับความเป็นรัฐ ความเป็นชาติ และความเป็นชาติพันธุ์ ตลอดจนแนวคิดและปฏิบัติว่าด้วย “รัฐ-พหุชาติ” ไม่ได้มุ่งหมายให้เป็นข้อสรุปครอบคลุมในเรื่องนี้แต่อย่างใด ทั้งยังมิได้ตั้งใจให้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายแก่ใครหรือหน่วยงานใดทั้งสิ้น ความตั้งใจของผู้เขียนมีเพียง หากประเด็นที่นำเสนอพอจะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนมุมมองและวิธีพิจารณา ตลอดจนทัศนคติและวิถีปฏิบัติต่อเรื่องนี้ได้มากขึ้น ก็น่าจะช่วยให้เข้าใจประเด็นปัญหาและแสวงหาทางออกที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น เท่านั้น

บางตอนจากหนังสือ

“…การคิดเกี่ยวกับรัฐในมิติของวัฒนธรรมนั้น เป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะจิตสำนึกและกระบวนการคิดของเราส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่รัฐได้วางรากฐานและผลิตซ้ำไว้แล้วอย่างที่เราแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเวลา ‘เรา’ คิดเกี่ยวกับ ‘รัฐ’ จึงต้องตั้งข้อสงสัยอยู่เสมอว่า เรากำลังคิด หรือรัฐกำลังคิดผ่านตัวเรากันแน่ …

…ระบบโรงเรียน คือเครื่องมืออันทรงพลังอยย่างยิ่งของรัฐในทางวัฒนธรรม ดังนั้นรากฐานของจิตสำนึกและกระบวนการคิดของรัฐแบบรัฐโดยรัฐ (ซึ่งในอีกด้านหนึ่งเชื่อมโยงสู่ความเป็นชาติและชาติพันธ์เป็นใหญ่) จึงฝังอยู่ในภาษาและกรอบวิธีที่เราใช้ในการคิดเรื่องรัฐมาตั้งแต่เยาว์วัย และถูกผลิดซ้ำตอกย้ำเข้าในกระบวนการคิด (และรู้สึก) ต่อเนื่องมาตลอด …”

10 Comments

  1. ช.ช้าง

    เห็นในเว็บของร้านนายอินทร์มาซักพักแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปหาซื้อของจริงมาอ่านซักที ขอบคุณที่ทำให้นึกขึ้นได้

  2. EdiTor (Post author)

    ช.ช้าง ลองหาอ่านดู ราคาอาจสูงไปนิดแต่ข้างในแน่นด้วยคุณภาพวิชาการ อ่านแล้วมาแชร์ด้วย

  3. hmong21

    น่าอ่านครับ เเล้วจะไปหาซื้อมาอ่านครับ

  4. จรมา

    มาดูม้งทะเลาะกัน เก่งๆทั้งนั้น เห็นแล้วอนาถใจ

    http://board.tojsiab.com/index.php/topic,4076.msg24142/topicseen.html#msg24142

  5. EdiTor (Post author)

    คุณ จรมา ดูไม่ได้ครับ สงสัยเป็นกระทู้ไพรเวท ..เคยมีบัญชีบอร์ด tojsiab แต่นานมากแล้ว จำพาสไม่ได้

  6. zoo

    come in
    ht tp://peuplehmong.blogspot.com/

  7. คนไม่มีแฟน

    ผมขอแนะนำให้ซื้อมาอ่านเถอะครับ
    ผมชอบอ่านหนังสือของคนนี้มาก มีหลายเล่มครับ
    ที่เค้าเขียนและร่วมเขียน
    อ่านหนังสือนี้แล้วมันทำให้เราฉลาดมากขึ้นและรู้เท่าทันหลายๆเรื่องมากขึ้น

    ยืนยัน สนับสนุนให้เราคนม้งอ่านหนังสือเยอะๆ อย่าเสียเวลาดูละครน้ำเน่าเลย…..

    มันน่าเศร้าใจอย่างยิ่ง ถ้าลูกหลานชาวม้งของเรายังทำตัวแย่ๆ เช่น ดูแต่ละครน้ำเน่า ท้องก่อนแต่ง
    ท้องไม่มีพ่อ แต่งก่อนวัยอันควร ตบตีกัน ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ฯลฯ
    สงสัยเด็กม้งสมัยนี้สบายกันเกินไปมั้ง เลยคิดกันได้แต่เรื่องแย่ๆ

    กลับบ้านทีไร ได้ยินแต่เรื่องน่าเศร้าใจ …..เด็กม้งดีๆ ตั้งใจเรียนก็มีนะ แต่มีน้อยน่ะ

  8. EdiTor (Post author)

    คุณ คนไม่มีแฟน ไม่ได้หมายถึง “เรยา” ใช่มั๊ย ..คนข้างๆ ดูทุกตอน (เชียร์ เรยา ด้วยสิ)

  9. คนไม่มีแฟน

    ตอนนี้ผมกำลังเป็นห่วงน้องๆที่บ้าน เพราะเท่าที่รู้น้องๆชอบดูแต่ละคร…..
    หนังสือหนังหาไม่ค่อยอ่านเสียเลย …..

    เรื่องแบบนี้คงต้องอาศัยจิตสำนึกในการบังคับจิตใจตัวเองแล้วหล่ะ
    ถ้าลูกหลานม้งยังใช้นิสัยแบบนี้มัวแต่สนใจเรื่องกระจอกๆและละเลยเรื่องใหญ่
    ผมมองว่าอีกไม่นานนี้ชาวม้งเราจะลำบากมากกว่านี้อีกหลายเท่านัก

    เรารู้อยู่แก่ใจว่าทางเดียวที่จะทำให้ม้งพัฒนาคือต้องทำให้ลูกหลานม้งแต่ละรุ่นที่เกิดมามีการศึกษาที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ทำไมดูเหมือนสิ่งที่กำลังเป็นอยู่มันตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรทำ…..

    ที่จริงมีหลายๆอย่างที่ผมอยากเขียนเป็นบทความออกมานะ แต่เมื่อมาคิดดูอีกที มันจะมีใครสนใจบ้าง?
    เผลอจะโดนม้งเราด้วยกันต่อว่าด้วยซ้ำไป

    ***นิสัยผมคือชอบพูดตรงๆ ไม่ชอบอ้อมค้อมในเรื่องที่สำคัญๆ
    คนที่ตรงไปตรงมานั้น เวลาพูดอะไร/กล่าวอะไร มันจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระและน่าเบื่อในสายตาของคนส่วนมาก…..

    เอาไปเอามา สุดท้ายก็ทำใจครับ ได้แต่ภาวนาและหวังว่าเด็กม้งของเราจะคิดได้ซะที…..

    ***ถ้ามีโอกาสอยากจะหาเวลาไปนั่งทานข้าวพูดคุยกับ Editor สักครั้ง…..
    ไม่รู้ว่าผมเพ้อเจ้อมากไปรึเปล่านะ 555+

  10. tee

    เห็นพี่มีเล่มนึง ไม่ชอบอ่านเลยไม่อ่าน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *