ร่วมคิด ร่วมสร้าง เพื่อสวัสดิการม้ง

มีหลายครั้งที่ชาวม้งมาร้องขอให้ดิฉันช่วยเกี่ยวกับเรื่องที่ตนได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล เช่น โรงพยาบาลทำคลอด และดึงแขนเด็กออกตอนคลอดเพราะคลอดผิดปกติ ทำให้แขนหลุดแต่พ่อแม่ไม่ทราบ หลายเดือนต่อมาเด็กแขนลีบพิการถาวร หรือตรวจภายในแล้ว พยาบาลนำเครื่องตรวจเข้าไปตรวจ เมื่อเสร็จก็ดึงเครื่องกลับอย่างไม่ระมัดระวังทำให้มดลูกไหลตามมา แล้วยังมีแม่บ้านม้งยืนหน้าระเบียงโรงพยาบาลชั้น 2 จะกระโดดฆ่าตัวตายหลังจากเธอฟื้นจากการผ้าตัดคลอดลูกคนที่ 4 เพราะหมอทำคลอดให้พร้อมกับทำหมันให้เธอ โดยที่เธอไม่รับทราบ เพราะดมยาสลบอยู่ เธอกลัวสามีจะมีเมียน้อยในอนาคต……ล้วนเป็นหน้าที่ม้งเดียวโดดๆ คือดิฉันที่ต้องไปอ้อนวอนขอร้อง ปลอบใจ ทำความเข้าใจทั้งนั้น

Hmong
สภาพแผลเป็นที่เกิดจากกระเป๋าน้ำร้อน

ล่าสุดเกิดเหตุแม่บ้านชาวม้งมาคลอด แต่คลอดก่อนถึงห้องคลอด ทำให้เด็กสำลักน้ำคร่ำและสิ่งสกปรกเช่นน้ำอุจจาระ และปัสสาวะของมารดา เด็กไม่หายใจอุณหภูมิเด็กลดลงเรื่อย ๆ พยาบาลพยายามกู้ชีพโดยใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบให้ความอบอุ่น และพยายามให้เด็กหายใจแต่อาการไม่ดีขึ้นกว่าจะนึกได้ว่ายังมีกระเป๋าน้ำร้อนประคบอยู่ด้านหลังเด็กก็เกิดอาการพุพองเสียแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งให้พ่อแม่ทราบ แล้วรีบส่งต่อโรงพยาบาลจังหวัด ต่อมาโรงพยาบาลจังหวัด ส่งต่อยังโรงพยาบาลศูนย์ เนื่องจากอาการหนัก หลังจากนั้นพ่อแม่เด็กจึงเห็นว่าแผ่นหลังเด็กมีแผล ซึ่งแพทย์ที่นี่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความร้อน อาการเด็กเริ่มดีขึ้น จึงขอนำเด็กกลับมาที่โรงพยาบาลเก่าที่ทำคลอดครั้งแรกเพื่อทราบข้อเท็จจริงที่เกิดกับบุตรสาวของตน แต่ก็ไม่ได้รับความกระจ่างเกี่ยวกับแผลที่แผ่นหลังของเด็กและอาการป่วยของเด็ก จึงมาปรึกษาดิฉันเพื่อจะแจ้งความต่อไป ดิฉันจึงประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลแห่งนั้น ก่อนที่จะมีการแจ้งความเกิดขึ้น ทำให้พ่อแม่เด็กเข้าใจและพอใจที่คณะแพทย์จะให้การรับผิดชอบในการรักษาอาการจนหาย เป็นปกติ เรื่องต่าง ๆจึงลงเอยด้วยดี

เมื่อเรื่องจบลงโดยโรงพยาบาลไม่ได้ถูกแจ้งความ หรือมีคดี ดิฉันจึงเสนอว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ทำไมไม่คิดที่จะจ้างลูกจ้าง-คนงานที่เป็นลูกหลานม้งสักคน หรือให้ทุนให้เขาได้เรียนด้านสุขภาพ เพื่อมาช่วยด้านนี้ หรืออย่างน้อยก็ประสาน – เป็นล่าม ให้กับโรงพยาบาล ดิฉันเองยินดี…แต่หากไม่มีเจ้าหน้าที่ของตนเอง ต้องพึ่งคนอื่นหายใจตลอด เผื่อดิฉันไม่อยู่ – ไม่ว่าง มิต้องเกิดการตาย หรือเกิดคดีขึ้นหรือ….ฝ่ายนี้ก็รับข้อเสนอให้ดิฉันหาเด็กที่เรียนวิทย์มา แล้วให้ อบต.เป็นผู้ออกค่าเรียน และหากจบให้ อบต.จ่ายเงินเดือน…. อบต.ยินดี แต่พอสิ้นปีการศึกษาไม่กระตือรือร้นที่จะช่วยเด็กที่ดิฉันหามาให้….บอกว่าต้องไปสอบที่วิทยาลัยพยาบาลเอง หากสอบได้ค่อยมาคุยกัน…..งงมาก..ดิฉันเลยไม่ขอเจรจาต่อ และ ขณะนี้ โรงพยาบาลมาขอนำชื่อดิฉันไปเป็นกรรมการของโรงพยาบาล เผื่อมีปัญหา ดิฉันจะได้ช่วยเขาได้อย่างไม่ต้องปฏิเสธ เพราะเป็นกรรมการโรงพยาบาล….เขาคิดได้เท่านี้ แต่การแก้ปัญหาถาวรทำไมคิดไม่ออก….พวกเราชาวม้งมาช่วยออกความคิดเห็นหน่อยซิ…โรงบาลน่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไรดี.

25 comments on “ร่วมคิด ร่วมสร้าง เพื่อสวัสดิการม้ง

  1. สำหรับบุคคลากรม้งที่จะมาช่วยดูแล และบริการให้กับพี่น้องม้งเรานั้นเริ่มเห็นกันบ้างแล้ว เพียงแต่อาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกหน่วยงานราชการ ดังนั้นเราคงได้แต่ทำใจเย็นเพื่อรอ และหวังว่าเราจะสามารถมีบุคลากรม้งที่เพียงพอจะมาให้บริการตามชุมชนม้งของเรา

    ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เมื่อสองปีก่อนเป็นนางพยาบาลอยู่โรงพยาบาลศิริราช (ไม่แน่ใจ) กรุงเทพฯ แต่เมื่อปีที่แล้วเธอได้ย้ายกลับไปอยู่โรงพยาบาลประจำอำเภอแถวบ้าน ทำให้ผมพลอยดีใจไปกับลุง ป้า น้า อา และเหล่าคนเฒ่าคนแก่แถวบ้าน ที่มีลูกหลานเป็นนางพยาบาล (สาวสวย) คอยทักทาย และให้ความช่วยเหลือแบบเป็นกันเอง

  2. เอาล่ะครับ……….ผมมีคำตอบในเรื่องนี้ให้………
    1.ทำบัตรทอง……..ดีนะ…แต่อาจช้าหน่อย…และยิ่งช้าไปอีกถ้าเราเป็นชาวเขา…เพราะใช้เงินรัฐบาล…….ความจริงงบประมาณส่วนนี้เป็นงบประมาณให้เปล่า…..กับคนไทยทั้งประเทศ……แต่ธรรมดานักบริหารต้องขี้งก….เป็นธรรมดา….เพราะประเทศชาติเสียหายมากจากงบประมาณส่วนนี้เพราะเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาทต่อปี……ไม่ใช่น้อยๆๆๆๆๆๆๆเลยสำหรับประเทศไทย……และยิ่งเศรษบฐกิจแบบนี้
    2.ทำประกันสังคม……..ก็ดีกว่าบัตรทองขึ้นมาอีกหน่อย….เพราะใช้เงินสมทบจากเราเอง…และนายจ้างของเรา…..เอาเป็นว่ากองทุนนี้เราและนายจ้างออกค่าใช้จ่ายเวลาเราเข้าโรงพยาบาล……….เอาเป็นว่าโรงพยาบาล…เขาดีแลดีกว่าบัตรทองว่างั้นเถอะ….เมื่อทำให้รัฐลดค่าใช้จ่ายลง….รัฐก็เลยแทบจะบังคับที่ทำงานทุกที่ให้ทำ…ดีไหม….นี่แหละวิธีลดงบประมาณแผ่นดิน……ดีนะ…..แต่
    3.ทำประกันชีวิต……….ดีที่สุดเลย….เข้าโรงพยาบาลที่แพงที่สุด….หมอที่เก่งที่สุด…พยาบาลดูแลอย่างดีที่สุด….ห้องพิเศษอย่างกับนอนโรงแรม5ดาว ….บางแบบประกันมีเฮลิปคอตเตอร์มารับ….ถึงบนดอยโน้นเลยแหละ………….
    ……..แต่ข้อเสียคือ…….เราต้องออกค่าใช้จ่ายในการทำประกันชีวิต…สุขภาพ…อุบัติเหตุเองทั้งหมด…….เสียเยอะนะ….แต่บางแบบก็คุ้มค่า….บางแบบก็คืนเงินให้……(แบบประกันชีวิตน่ะ)………
    …….นี่แหละเมื่อรัฐไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆๆๆๆๆๆๆเลยแม้แต่บาทเดียว…..รัฐเลยส่งเสริมให้คนทำประกันชีวิตกันเต็มที่……จึงทำให้สามารถเปลี่ยนเงินเบี้ยประกันเป็นค่าใช้จ่ายในการลดหย่อนภาษีได้…..
    …….ความจริงบริษัทประกันดีมากๆๆๆๆๆแต่คนไทยมักไม่เข้าใจ…..และกลัวว่าจะเสียเงินเปล่า…….ธรรมดาคนเราก็ต้องขี้งกเป็นธรรมดา….เพื่อครอบครัวตัวเองอยู่รอดไง……
    ………..
    …..แต่พูดถึงสวัสดิการที่ดีที่สุดแล้วต้องประกันชีวิตนี่แหละคือสุดยอดสวัสดิการเลยแหละ……..แต่คนจนอย่างเราก็ลำบากหน่อย…….แต่บางแบบประกันเช่น99/20…คือจ่ายเบี้ยประกัน20ปี……คุ้มครอง99ปี….จ่ายเบี้ยประกันต่อปี2000กว่าบาท……และเมื่อครบสัญญาคือ99ปีหรือกรณีคนทำประกันตาย……..ได้รับเงินประกันคืนทั้งหมดถึงแม้จะส่งไม่ครบก็ตาม………เช่นทำสัญญาวันนี้เสร็จพรุ่งนี้ตายก็รับเงินไปเลย 1.5 แสนบาท…..หรือตามทุนที่ทำประกันไว้(ซึ่งมีผลต่อการจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มด้วย)
    ……ดีมากนะ….ถ้าใครที่พอจะหาเงินได้…3..บาทต่อวัน…หรือ90บาทต่อเดือนหรือ2000บาทต่อปีได้…….ผมแนะนำให้ทำประกันชีวิตซะเดี๋ยวนี้แล้วคุณจะไม่ลำบากเวลาไม่สบาย
    …………
    ……..ซึ่งแบบประกันชีวิตนี้เขาเรียกว่าแบบสะสมทรัพย์………ซึ่งเมื่อครบสัญญาก็รับเงินคืนด้วย……ถ้าใครคิดว่าภายใน20ปีนี้ผมไม่มีเก็บเงินหลักแสนได้แน่…ก็ทำประกันชีวิตซะ
    …..เพราะคุณจะเข้าโรงพยาบาลกี่ครั้งก็ช่างประกันเขาจ่ายให้คุณหมด…..แถมได้เงินคืนเมื่อครบสัญญา…..แถมดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่าธนาคารให้ด้วยซึ่งอัตราดอกเบี้ยคงตัวแน่นอนแม้เศรษฐกิจ…แย่ถึงขีดสุดก็ตาม………….ยังไม่พอแถมลดหย่อนภาษีให้อีก…ถ้าเงินเดืนคุณสูงจนต้องเสียภาษี………..แค่นั้นยังไม่พอถ้าคุณมีธุรกิจใหญ่โต……ต้องเสียภาษีต่อปีเยอะเป็นหลักหมื่นหลักแสนหลักล้าน………ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมดเช่นกัน(ได้เงินคืนเมื่อครบสัญญา)……….แถมมีคนมาบริการถึงที่อีกต่างหากไม่ต้องเดินเข้าหาเหมือนธนาคาร
    ……….เฮ้อ……เห็นไหมครับ……ว่าทำไมคนจนยิ่งจน…..คนรวยจึงยิ่งรวย…
    ต่างกันแค่นี้แหละ…………….

    …..
    ………เห็นข้อดีกันแล้วหรือยังครับกับกันทำประกันชีวิต………..
    ….คนญี่ปุ่นเขาตาย 1 คน….เขาทิ้งเศรษฐีไว้ 3 คน….เพราะคนญี่ปุ่นเขาเป็นประเทศที่ทำประกันชีวิตมากอันดับหนึ่งของโลก…..เฉลี่ยแล้วต่อคน…เขามีประกันชีวิตถึง….4…กรมทัณฑ์……….ทำไมคนญี่ปุ่นเขาตาย 1 คน….เขาทิ้งเศรษฐีไว้ 3 คน…มาดูกัน…
    ….ถ้านาย ก. ทำประกันชีวิตที่ทุน 1ล้านบาท…3…กรมทัณฑ์…เท่ากับ 3ล้านบาท…
    ซึ่งส่งเบี้ยประกัน…ประมาณ90000บาทต่อปี…(คนญี่ปุ่นเขามีปัญญาทำ)….เมื่อนาย ก.ตาย
    เขาจะทิ้งเงินททั้งหมด…..3000000 บาทเอาไว้ให้ครอบครัว……ตายไปลูกหลานก็สบายไม่ต้องลำบากอีก…..ตั้งตัวได้เลยว่างั้นเถอะ…..
    ……..จึงชอบมีข่าวว่าลูกฆ่าพ่อเพื่อเอาเงินประกันว่างั้นเถอะ…..(ไม่ดีนะถ้าตรวจสอบได้จะไม่ได้สักบาท)…………
    ………….
    …………..
    …………เอาเป็นว่าจบไม่ลงซะที….ถ้าใครอยากทำประกันชีวิตหรืออยากคุยเรื่องประกันก็ติดต่อมานะครับ………kasem2529@hotmail.com…..นะจ๊ะ

    ………..

    ………..
    ………
    ………เอาเป็นว่าอยากต่อ…..
    ……เราขโมยแนวคิดก็ได้……แต่ต้องมีคนบริหารจัดการ…..เรื่องเงิน….และต้องเป็นคนซื่อสัตย์..นะ…………
    ………
    …………..
    …….ยกตัวอย่าง……หมู่ ก….มีสมาชิก1000คน…..ให้ทุกคนเก็บเงินใช้จ่ายยามฉุกเฉิน….คนละ10บาท….จะได้เงินเข้ากองทุนอยู่….10000..บาท…ใช่ไหม
    ถ้าจ่ายคนละ 100 …บาท..ได้เงินเข้ากองทุนอยู่100000 บาท…(นอนโรงบาลไม่ต้องพึ่งบัตรทองก็ได้แล้ว)……….ส่ง…10…เดือน ได้เงินเท่ากับ1000000 บาท…ถ้าไม่มีใครป่วยเลยไม่มีใครตายเลย……..จะเอาเงิน …1.ล้านไปทำอะไรดี..????????…
    ………….ก็เอาไปทำกองทุนหมู่บ้านซะ…เป็นเงินกู้ซะ…ได้ดอกเบี้ยก็เข้ากองทุน…10000…บาท…..แล้วไงต่อ…….ก็เงินต่อเงินเงินต่อเงิน…..ถ้าบริหารเงินเป็นเก่งไม่เกิน3ปีติด10ล้านชัวร์(อย่าให้ใครโกงหล่ะ)
    ….ถึงขั้นนี้รัฐบาลก็ไม่ต้องไปง้อมันแล้ว………..สร้างบ้านให้คนละหลังยังได้เลย…สร้างถนนจากตัวเมืองเข้าหมู่บ้านยังได้เลย……….ชักจะเวอร์ล่ะ….
    ….หวังว่าทุกคน….คงจะเห็นข้อแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากยิ่งขึ้นนะ….
    ………สนใจก็ติดต่อมาได้kasem2529@hotmail.com……
    …อิอิ…ลืมบอกไปเราก็ขายประกันเหมือนกัน..สนใจทำติดต่อได้
    ……

  3. มังกรขาว….หากน้องอยากช่วยจริง…เพียงแค่เราทำตัวเราให้เป็นคนดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือสังคมทั่ว ๆ ไป..น่ารัก คนอื่นเห็น เขาชอบใจ ชื่นชม ก็เหมือนเขาชมม้ง น้องก็เหมือนช่วยเหลือม้งแล้วจ้ะ….หากเขารู้ว่าเราเป็นม้งอ่ะนะ…แต่บางคนไม่ยอมรับว่าตนเป็นม้ง แต่ไม่เป็นไร ม้ง ไทย ลาว จีน ทำดีได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัด

  4. ใช่ครับคุณ Editor และ โดมดอย บางครั้งน้องๆ ที่เป็นพยาบาลม้งบางคน ทำงานในโรงพยาบาลต่างจังหวัดที่มีม้งอยู่ เมื่อมีพี่น้องม้งของเราเข้ามารักษาควรจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยคอยเป็นล่ามให้เพื่อที่จะสามารถรู้ถึงอาการป่วย ไม่ใช่คอยแต่จะอาย กลัวคนอื่นรู้ว่าเป็นม้งแล้วทำตัวเฉยเมย การที่เราเค้าไปเป็นล่ามและให้ความช่วยเหลือนั้น ผมว่าจะยิ่งทำให้คนอื่นรู้ว่าเราก็มีความสามารถ และสามารถที่จะสื่อสารได้กับหลายๆ กลุ่มคน หลายภาษา

  5. ผมเข้าใจ และเห็นใจในความหวังดี และความรู้สึกดีๆ ของพวกเรา

    ที่อยากช่วยพวกเราคนม้งด้วยกัน แต่เสียดายว่าเราเองมีกำลังไม่เพียงพอ

    กำลังของแต่ละคนมีจำกัด ไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ และขอให้ทำตามที่กำลัง

    เรามีและช่วยได้ ผมเองยังมีความรู้สึกที่แย่มากๆ เวลาที่ไม่สามารถช่วยเหลือ

    คนม้งเรากันเองได้ แต่ทำไงได้ละครับ ก็บอกตรงๆจริงๆ ว่าไม่รู้จะทำอย่างไร

    ส่วนใครจะมองว่าอย่างไร ก็เป็นสิทธิของเขา แต่เขาไม่ใช่เรา ไงเขาก็พูด

    เพียงในมุมมองของเขาเท่านั้นเอง ทำเท่าที่ทำได้นะครับ ไงก็เป็นกำลังใจให้.

  6. อยากมีที่ปรึกษาเป็นทนายม้งบ้าง เพราะเราเป็นทั้งหมอ ทนายความ NGO ล่าม แล้วแต่เคสนั้น ๆ ที่มาปรึกษา แถมต้องขึ้นศาลเพื่อเป็นพยานในฐานะที่รู้ภาษา หากเรามาร่วมมือตรงนี้ได้บ้าง เราว่าช่วยงานม้งได้เยอะกว่านี้นะคะ …งานทุกคนมีเยอะ แต่อยู่ที่ว่าเราจะมีจิตอาสา….หรือเปล่าเท่านั้น อย่าเอ่ยคำว่า…ไม่มีเวลาเลย….ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ….

  7. 1# ปัญหา ที่เกิดมักเกิดกับชาวบ้านที่ไม่มีความรู้ ซึ่งเข้าใจว่า ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องการความช่วยเหลือจากใคร
    2# จริงๆแล้วอย่างที่โดมลอยพูด..จิตอาสาสำคัญมากในการสร้างความช่วยเหลือพี่น้องม้งทั่วไทย…
    3# ผมขอออกความเห็นว่า น้องๆ พี่ๆ ที่เรียนจบทางด้านกฎหมาย ที่เป็นทนายความ น่าจะตั้งสมาคมทนายความม้งไทย เพื่อหาทางทุนระดมทุน เพื่อให้ความช่วยเหลือในหลายๆกรณีที่มีปัญหาทางกฎหมาย((ไม่ใช่ปัญหายาเสพติด))ได้ อย่างไม่มีปัญหา..เพราะทุกวันนี้พี่น้องม้งประสบปัญหาทางกฎหมายมากมาย แต่ไม่เข้าถึงการช้วยเหลือด้านนี้
    4# ผมเชื่อว่าเราทำได้…ผมคนหนึ่งที่พร้อมจะสนับสนุน หรือขอบริจาคจาก อบต. ม้งที่ใหญ่ๆ เพื่อได้เงินมาบริหารงาน
    5# การทำประกันชีวิต เป็นสิ่งที่ดี เป็นการออมระยะยาว แต่เป็นไปไม่ได้ที่ม้งทุกคน จะทำได้ เพราะค่าอาหารบางทีแทบไม่มีกิน ต้องเอาซื้ออาหารก่อน
    6#

  8. ที่จริง มีสมาคมพัฒนาและสร้างสรรค์ม้งแห่งประเทศไทย ซึ่งมีที่ตั้งและสำนักงาน

    อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมคิดว่าหลายๆคนคงรู้จักแล้วละครับ เขาเป็นหน่วยงาน

    เป็นองค์กรที่มีอยู่แล้ว ก็อยากให้พวกเราลองไปปรึกษาเขาดูนะครับ เท่าที่ทราบ

    ผอ.สมาคมฯก็จบทนายความมา ซึ่งส่วนตัวผมเองไม่อยากให้เราตั้งหน่วยงาน

    หรือองค์กรซ้ำซ้อนกัน แต่หากตรงนั้นพวกเราคิดว่าไม่สามารถตอบสนองช่วยเหลือ

    ได้ตามที่ควรจะเป็น ผมเองก็ยินดีนะครับ ผมคิดว่าอาจมีหลายๆคนคงรู้จักผมบ้างแล้ว

    ซึ่งถ้าจะติดตามหาผมคงไม่ยาก ซึ่งผมเองก็ยินดีหากสามารถช่วยเหลือพวกเราได้

    ขอบคุณแทนคนม้งทุกคนที่ยังมีคนดีๆ และหวังดีต่อคนม้งอย่างเช่นพวกน้องนะครับ.

  9. ในความหมายของผม ไม่ใช่เรื่องไม่มีเวลาครับน้องๆ หากแต่ก็คงต้องพูดตรงๆ ณ ตรงนี้ว่า

    เรื่องค่าใช้จ่ายในการทำงานต่างหากละครับ ทุกอย่างต้องมีค่าใช้จ่าย พวกเราคนม้ง ยังติด

    ค่านิยมเดิมๆ เรื่องของการให้ช่วยเหลือฟรีๆ ม้งจบกฎหมายเยอะนะครับ ผมว่า ณ ตอนนี้

    น่าจะเกิน 40 แล้วด้วยมั่งครับ แต่ทำไมถึงไม่มีใครอยากมาเป็นทนายความ ผมว่าให้น้องๆ

    ลองไปถามคนที่น้องๆ รู้จักที่เขาจบกฎหมายมาว่า ทำไมถึงไม่มาเป็นทนายความ คงได้คำตอบ

    นะครับ พื้นที่นี้จำกัด ผมคงไม่สามารถพูดและอธิบายได้หมดให้พวกน้องๆ ได้รับทราบถึง

    เหตุและผล.

  10. ผมคิดว่าคนม้งเราน่าจะช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิมในอดีต โดยเฉพาะในด้านการศึกษาควรที่จะศึกษาให้จบตามภาคบังคับ หรือ ม.๖ เพื่อจะได้หางานทำได้ง่าย สำหรับผู้ที่ได้รับสัญชาติไทย ผมว่าคนม้งมีความสามารถและทำงานได้ดีไม่แพ้ชนชาติอื่น แต่ส่วนใหญ่ที่ผมเห็น ( เด็กรุ่นใหม่ส่วนมาก ขอเน้นเลย ) ไม่สนใจการเรียน เอาตัวอย่างที่ไม่ดีของสังคมคนเมืองมาใช้ ทำให้ขาดโอกาสหลาย ๆ อย่าง
    เพราะถ้ามีการศึกษาแล้ว จะทำงานอะไรผมว่าไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ พ่อค้า ลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ ถึงแม้การศึกษาจะไม่สูงมาก แต่ทุกคนก็มีโอกาส เพราะทางการก็ให้โอกาสมาก โดยเฉพาะรุ่นพี่ ๆ อย่างพวกเรา ทั้งที่เมื่อก่อนโอกาสแทบไม่มี แต่ปัจจุบันนี้พวกเราก็รับราชการทหาร ตำรวจ รับใช้ชาติ ถึงแม้เราเป็นม้ง เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกทำดีได้ เรารักเมืองไทยและยอมตายเพื่อทดแทนคุณแผ่นดินได้ พี่ ๆ อยากให้น้อง ๆ เดินตามหลังพวกพี่บ้าง เมื่อโอกาสมาถึง (บางคน โอกาสมาถึง กลับไม่คว้าไว้ พอไม่มีโอกาส ถึงจะมาคิดอยากเป็น )การที่เราจะทำอะไร ขอให้มีความอดทนเท่านั้น ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จในชีวิต นะครับน้อง ๆ
    ขอเป็นกำลังใจให้ คุณโดมดอย นะครับ

  11. เราก็หนึ่งนะ ที่เห็นกับ Tsov liab แม้สมัยนั้นชนชาติอื่นรังเกียจพวกเราม้งมาก แต่เราสามารถเป็นได้เหมือนเขา พี่ ๆ บางคนเก่งกว่าเขาเยอะ เขาเลยยอมนับถือ….ขอนับถือพี่ ๆ นะขอรับทั่นนนนนน…..

  12. พี่น้องครับ………ทุกปัญหาแก้ได้(ยกเว้นบางปัญหา)แก้ได้ด้วย….เงิน….ครับ
    เงิน………ครับเงิน……..ช่วยเงินให้หน่อยซิ….สัก…พันล้านบาทก็ดีหรือมากกว่านั้นก็ดี………..
    ………
    …….ผมจะพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของม้งให้ดู………
    ………อิอิ

  13. 1.มีเด็กม้งคนหนึ่งจบพยาบาลมา ทำงานใน รพ.ประจำอำเภอได้ 2 ปี และย้ายไปทำงานในสถานีอนามัยที่เป็นหมู่บ้านชาวม้ง ปีแรก ทำการรักษาให้กับชายอายุ 79 ปี หลังจากนั้นชายคนนั้นตาย ถูกญาติๆ ด่า ว่าชายคนนั้นตายเพราะได้รับยาจากเธอ…ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คนที่ป่วยหนักเธอจึงไม่ทำการรักษาให้อีกเลย บอกให้ญาติส่งไปที่อื่นอย่างเดี๋ยว เพราะเธอเป็นเพียงคนช่วยชีวิตแต่ให้ชีวิตกับใครไม่ได้
    2.ตลอดเวลาที่ทำงานแทบไม่มีเวลาว่างเลย ชาวบ้านมาเรียกใช้บริการตั้งแต่ 07.00 น. แต่ละวันทำธุระส่วนตัวแทบไม่ทัน ตกเย็นผู้เฒ่าผู้แก่ก็เรียกให้ไปดูแลที่บ้าน ให้น้ำเกลือบ้าง พอไปช้าก็หาว่าไม่ให้เกียรติเขาบ้าง ชาวบ้านอาจดูเหมือน นานๆใช้ครั้งหนึ่ง แต่สำหรับเธอแล้ว ต้องวิ่งอย่างนี้ทุกวัน
    3.ชาวบ้านไม่เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้เลย ทั้งๆที่สถานบริการจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย บางอย่าง ซึ่งในความเป็นจริงทุกวันนี้งบประมาณที่มาจากภาครัฐในช่วงเปลี่ยนปีงบประมาณ งบมาค่อนข้างช้า
    4.วันหยุด ไม่ได้หยุดเพราะชาวบ้านไม่รู้ว่าหยุด เธอไม่สามารถพักผ่อนที่สถานีอนามัยได้ ต้องไปพักผ่อน หอพักกับเพื่อนในเมือง
    5.เธอย้ายเข้าเมืองแล้ว เพราะไม่ไหวแล้ว
    6.พี่น้องครับ ม้งเราจำเป็นต้องพัฒนาอะไรอีกบ้าง… จำเป็นต้องเข้าใจ …จะต้องเรียนรู้จักการให้บ้าง …… ไม่ใช้เรียกร้องอย่างเดียว……

  14. ก็เป็นอันว่า ผมคงจำเป็นที่จะต้องให้เบอร์โทรให้พวกน้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนว่าหากมีปัญอะไร

    ก็โทรติดต่อผมละกันครับ ผมคงใจดำเกินไปหากใจร้ายไม่ยอมให้เบอร์โทรกับพวกเรา มีอะไร

    ติดต่อผมได้ที่เบอร์นี้นะครับ (081)668-3302

  15. ขอบคุณ คุณทนายความม้ง ที่กรุณาต่อทุกคน ผมเองจะเก็บเบอร์นี้ไว้ หากมีเหตุจำเป็นอาจต้องได้รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะครับ

  16. ขอบคุณคุณ ทนายม้ง เรามีหลายอย่างที่ต้องอาศัยกฎหมาย แล้วจะโทรไปปรึกษานะคะ Thank

  17. ส่วนคุณปลายฟ้า….ที่พูดมาถูกต้อง เพราะเราเองถูกปลุกให้มารับใช้พวกเขาตั้งแต่ตี 4 ตี 5 คือเขาทุกข์ใจนอนไม่หลับก็คือต้องมาปรึกษาเราว่างั้นเถอะ เขาลืมไปว่าไม่ใช่เรื่องเรา อย่ารบกวนเรา ให้มาเวลาราชการ….เขาไม่สนและไม่รู้เวลาราชการ และไม่มีเสาร์อาทิตย์จริง ๆ ด้วย เราเห็นใจผู้ที่น้องพูดถึง แต่เราเข้าใจเพราะเราก็หนึ่งที่เจอแบบนี้ค่ะ ใครที่ทุกข์ร้อน จะปรึกษาใครดูกาลเทศะบ้างนะคะพี่น้องม้งทั้งหลาย ยินดีรับใช้ แต่ต้องให้เวลา ให้โอกาสคนที่เราไปหาปรึกษาบ้างเน้อ….บอกญาติๆ พวกท่านด้วยค่ะ

  18. I am so sorry to hear this situation, I think the nurses are not real nurses who attention work for people ( pra cha choon). They are the destroyers, that’s why they intention to do the bad thing for our Hmong. I really don’t like and hate the person who has cruel mind. If they are in my country, they absolutely get trouble from the government or kick them out from their jobs.

    What ever, it’s a good idea to have some Hmong nurses or Hmong translator to help and to look after when somebody come and give birth there again.

    Thanks for your helping with that woman and her kid ( Dr. Moua Teng)or who has helped her.

    Juu

  19. ผมมักจะนำคำพูดของในหลวงท่านมาอ้างอิงเสมอว่า “สังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี”

    ดังนั้นขอเถอะครับ อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กว้าง และมองให้ได้หลายๆมุม เหลี่ยนบาท

    ไม่ได้มีด้านเดียว กล่องไม่ได้มีแค่ที่เราเห็นภายนอก ความเห็นของปลายฟ้าเป็นความจริง

    ในสังคมม้ง ผมเองก็ประสบปัญหานี้ และหนักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันครับ เราคนม้งเคยฝัน

    อยากมีหมอม้ง มีทนายความม้ง มีพยาบาลม้ง และอีกหลายๆ อย่าง แต่เรายอมรับความจริง

    กันเถอะครับ ว่าถึงแม้เรามี เราก็ไม่เห็นคุณค่าของเขาเหล่านั้นหรอกครับ แล้วเรายังอยากมี

    กันไปทำไม เขาเหล่านั้นกว่าจะฟันฝ่าอุปสรรค ฟันฝ่าความลำบากนานับประการ กว่าเขาจะมี

    วันนี้ เขาเหนื่อยยากแค่ไหน ท่านไม่ได้เป็นเขา ท่านคงไม่เข้าใจหรอกครับ นี้เป็นเพียงความ

    คิดเห็นส่วนตัวผม ส่วนจะจริงหรือไม่ก็แล้วแต่ท่านนะครับ.

  20. คุณทนายความม้ง ที่กล่าวมาทั้งหมดผมเชื่อว่าเป็นความจริง เพราะอย่างที่ว่า “เหรียญมันมีอยู่สองด้าน” การพบปะผู้คนแต่ละวัน ก็เหมือนกับการเสี่ยงทายเหรียญแต่ละครั้ง นั่นคือมันสามารถออกหัว หรือก้อยได้เสมอ เช่นเดียวกันการพบปะผู้คนแต่ละวัน เราก็มีโอกาสพบเจอคนดี คนไม่ดีพอกัน (เหตุการณ์ดี เหตุการณ์ไม่ดี)

    ผมเองก็เคยทำงานช่วยเหลือพี่น้องม้ง และมักเจออยู่บ่อยครั้ง กับสถานการณ์ที่ทำให้เราต้องเสียขวัญกำลังใจ เช่นเดียวกับสถานการณ์ของคุณ ทนายความม้ง ผมเชื่อว่ายิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับกฎหมายด้วยแล้ว ย่อมต้องมีเหตุให้ยุ่งยากยิ่งกว่าอาชีพอื่น ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนครับ

  21. ขอบคุณEditor ที่ให้กำลังใจครับ ผมเองก็ยังดีใจ และหวังอยู่ลึกๆ ว่าถึงอย่างไรก็ตาม

    ก็ยังมีสิ่งดีๆ ในสิ่งที่ไม่ดี พวกเราที่เจอปัญหาก็คงจะเป็นกำลังให้ซึ่งกันและกัน หากฟ้ามีตา

    และให้โอกาส พวกเราคงได้ทำในสิ่งที่พวกเราหวังและตั้งใจ แต่หากฟ้าไม่มีตาและไม่ให้

    โอกาส พวกเราคงต้องทิ้งอุดมการณ์และสิ่งที่พวกเราหวังและตั้งใจไปกับกาลเวลาแห่งอดีต

    เพราะพวกเราคงหมดแรง หมดกำลังใจ หมดหวัง หมดความตั้งใจ เนื่องจากพวกเราไม่มีกำลัง

    พอจริงๆ ที่จะทำอะไรได้ คงทำได้แค่เพียงเท่าที่ทำได้ ช่วยได้ เท่านั้น ซึ่งผมเชื่อว่าพวกเรา

    ได้พยายามกันอย่างเต็มที่แล้วครับ

    ก็ขอส่งกำลังใจให้ทุกๆ คนนะครับ.

  22. ขอนิดหนึ่ง จริงๆแล้วทุกท่านไอเดียเยี่ยมมาก คำถามคือแล้วเราจะทำอย่างไรที่จะติดต่อกันได้บ้าง? เพื่อนำสิ่งที่ท่านทั้งหลายแสดงความเห็นนำไปช่วยเหลือสังคมม้งของพวกเราให้ดียิ่งๆขึ้นไป

  23. เบอร์โทรผมให้แล้วนะครับ ถ้าใครอยากคุยโทร.มาได้ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>