ลางสังหรณ์…..คุณเชื่อไหม

Hmong Asia Thailand

ถ้ากล่าวคำนี้ ขอรวมถึงความหมายของชาวม้งที่เรียกว่า ua swv ua pug ด้วยเพราะไม่รู้ภาษาม้งบางคำ มีความหมายกว้าง เลยไม่มีคำจำกัดความ หรือมี แต่เราลืมไปบ้าง แต่ความหมายก็คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้น จะเป็นบ้านหลังนั้น ตระกูลแซ่นั้น หรือทั้งหมู่บ้าน ต้อง caiv เพราะถือว่าการ caiv คือเว้นออกจากบ้าน หมู่บ้าน ช่วงเวลาเลวร้ายที่จะบังเกิดเหตุเลวร้ายขึ้น หากไม่มีผู้คนในช่วงเวลาดังกล่าว จะไม่มีเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้น ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงมาให้อ่าน เรื่องนี้ยายของโดมดอยเป็นคนเล่าให้ฟังและยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง เพราะยายเป็นคนป่ากลาง น่าน แต่ก่อนจะมาน่านยายอยู่แพร่มาก่อน ตอนเด็กจำไม่ได้ว่ายายบอกว่าเป็นพื้นที่ moos pes หรือ moos naab ปัจจุบันยายเสียชีวิตแล้ว หากท่านยังอยู่ อายุ ประมาณ 110-120 ปี

ยายเล่าว่ามีหมู่บ้านหนึ่ง อยู่กลางเขาแล้ววันหนึ่งมีงูตัวใหญ่สีเงินยวง ตกมาจากฟ้า เพราะอยู่ ๆ ก็หล่นลงมาได้ยินเสียงสนั่น งูเลื้อยไปไม่ไหว ชาวบ้านเลยฆ่าและแล่แบ่งกันกิน เว้นสองแม่ลูกท้ายบ้านที่ชาวบ้านรังเกียจว่ายากจน จึงไม่แบ่งให้ แล้วเย็นนั้นลมแรงครึ้มฟ้าฝน ฟ้าแดงก่ำทางทิศตะวันตกปานตะวันจะขึ้นอีกดวงทางทิศนี้ ค่ำนั้นมีชายแก่ผมสีขาวเป็นดอกเลาเดินมาเคาะประตูสองแม่ลูก และถามว่าได้กินเนื้องูกับเขาหรือไม่ สองแม่ลูกบอกว่าไม่ได้รับส่วนแบ่ง ชายแก่แจ้งว่าหากไม่ได้กินก็นำเฉลวมาปักหน้าบ้านไว้ (เฉลว คือ ไม้ไผ่ ที่สานเป็นรูปสี่เหลี่ยมเฉียง ๆ หรือ ntxaij เอาใบไม้เสียบไว้ที่เฉลวปักหน้าบ้าน แสดงถึงว่าบ้านนี้ caiv) คืนนั้นฟ้าฝนโครมคราม เสียงผู้คนต่างกรีดร้องโหยหวนเสียงม้าเสียงสัตว์เลี้ยงร้องระงม น่าสยดสยอง แต่สองแม่ลูกไม่กล้าออกนอกบ้าน เพราะกระต๊อบของตนก็สั่นไหว กลัวจะไปกับสายน้ำด้วยช่วงวิกฤตินานนับชั่วโมง แล้วทั้งสองก็หลับไป เช้าแล้วทั้งสองเปิดประตูกระต๊อบออกมา……แม่เจ้า….หมู่บ้านหายไป โดยสายน้ำกวาดหมู่บ้านไปทั้งหมดเว้นไว้แต่บ้านของนาง ซึ่งยังมีร่องรอยที่สายน้ำแยกแบ่งเป็นสองทางหลังบ้านและกวาดผู้คน บ้านเรือน สัตว์เลี้ยงไปไว้ที่ก้นเหว ทุกสิ่งเงียบ และเงียบ ไม่มีแม้สิ่งมีชีวิตใด ๆ นางและลูกมองตากันและแล้วทั้งสองต่างจับมือกันแน่น วิ่งและวิ่ง….ออกจากหมู่บ้าน ไปให้ไกลที่สุด เท่าที่จะไกลได้จากที่ตรงนั้น และมาโผล่ที่บ้านของยาย สองแม่ลูกเล่าให้ชาวบ้านที่บ้านยายฟัง ชาวบ้านจากหมู่บ้านของยายไปถึงก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะไม่เหลืออะไรเลย……

nam_kor

ไม่ใช่นิทานนะ…ยืนยัน และเมื่อไม่นานนี้ที่บ้านน้ำก้อ หล่มสัก เพชรบูรณ์ อยู่ ๆ ก็มีกวางวิ่งหลงมาในหมู่บ้าน ชาวบ้านช่วยกันจับได้และฆ่าแบ่งกันกิน และแล้วน้ำป่าไหลจากภูตาดฟ้าก็กวาดหมู่บ้านน้ำก้อราบไปกับสายน้ำ มีผู้เสียชีวิต 126 ราย บ้านเรือน สัตว์เลี้ยง ไร่นา เสียหายนับล้าน ๆ อีกเรื่องเกิดขึ้นกับญาติ ๆ ของโดมดอย ซึ่งเป็นพี่ชายแต่เป็นลูกลุง มีอาชีพค้าขายผ้า-ด้าย ให้ชาวม้ง พี่ต้องเดินทางไปขายในที่ที่มีม้งซึ่งไกลมาก ไม่รู้จักว่าใครเป็นใคร คืนก่อนจะไป พี่ไปขายของมากำลังจะหุงข้าว พอตักข้าวสารเทใส่กะละมังที่จะซาวข้าว ปรากฏว่าข้าวสารกระเด็นออกจากกะละมังจนหมด พี่ตักอีกครั้งก็เป็นเหมือนเดิม แกเลยตักน้ำใส่กะละมังก่อนที่จะตักข้าวสารใส่ พอตักข้าวสารใส่แล้วแกเห็นน้ำที่จะล้างซาวข้าวสารเป็นสีเลือด แต่แกคิดว่าคงเพราะหิวนั่นเอง พอหุงข้าวและทานข้าว แกก็เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนพ่อค้าผ้าด้วยกันฟังเขาก็ทักแต่พี่แกไม่เชื่อ และแล้วรุ่งขึ้นแกเดินทางขึ้นดอยที่เชียงของ อย่ารู้เลยว่าบ้านอะไร มีคนม้งและแซ่เดียวกันกับพี่ชายย่องตามหลัง เพราะคิดว่าคงจะมีหลายตังค์ แอบฟันคอจากด้านหลัง พี่ชายไม่มีโอกาสแม้แต่จะขอชีวิต โจรใจเหี้ยมผู้นั้นได้รื้อค้นข้าวของ-ผ้า เอาไปบางส่วน พวกเราทราบข่าวว่าพี่ชายเสียชีวิตก็เดินทางช่วงเย็นจากบ้านไปที่เชียงของ ระหว่างทางคุยกันเรื่องยาเสพติด ตอนนั้นฝิ่น ยังเป็นที่นิยม เราสัญญากันว่าเราไปเรื่องทุกข์ร้อนบางคนที่ขออาศัยไปกับรถคันนี้ อย่าแอบแฝงด้วยการซื้อฝิ่นกลับมา….เพราะมีด่านตรวจมากมาย กลัวภารกิจเราจะเสีย หากใครจงใจทำขอให้มีอันเป็นไป

เมื่อรถไปถึงโรงเรียนป่าไม้แพร่ เราได้กลิ่นเน่า ๆ ก็บอกพี่สาวอีกคนว่าได้กลิ่นไหม เขาบอกว่าอย่าทักไม่ดีไปงานศพ เราก็ไม่พูดสักครู่ประมาณเวลาเที่ยงคืนรถแหกโค้งเส้นทางที่กำลังจะขึ้นเขาเป็นโค้งศอก คนอื่น ๆ เจ็บเล็ก ๆ น้อย โดมดอยกระดูกไหปลาร้าขวาหัก แต่มีสองคนที่เราคาดว่าน่าจะแอบแฝงเพราะมีอาชีพลับ ๆ ทางยาเสพติดแต่เป็นญาติ ห้ามแล้วก็ยืนยันว่ารักพี่คนที่ตายนี้มากต้องไปให้ได้ แต่ต้องเจ็บหนักที่สุดถึงผ่าตัด และที่สำคัญตอนแรกไปกันหลายคน แต่ไป ๆ มา ๆ เหลือ 13 คนพอดี ทำไมช่างเหมาะเจาะที่เลข 13 ที่คนม้งถือเสียด้วย (ฝรั่งก็ถือ) เพราะคนตาย เมื่อตายครบ 13 วันจะทำพิธี xw หรือ ib tsug 13 hnub ส่วนที่เจ็บก็รักษา ส่วนที่ไม่เป็นไรก็ไปงานศพต่อ

nam_kor_flood
ภาพจาก: wikipedia.org

ล่าสุดก่อนพี่สาวจะเสียชีวิตวันเสาร์ นั่งดูทีวี รู้สึกว่ามีแมลงหรือผีเสื้อสีดำตัวใหญ่บินไปมา ใต้บันไดขึ้นชั้นบน เมื่อมองจากหางตาซ้ายผ่านช่องประตูที่จะเดินขึ้นชั้นบน เอะใจเลยลุกมาดูปรากฏว่าเป็นค้างคาวสีดำกำลังบินไปมาเพื่อหาทางออก เลยนำไม้กวาดหยากไย่มาไล่แต่ก็ไม่ยอมออก จึงไม่ได้สนใจ สักครู่มองไปไม่เห็นบินอีกจึงเดินไปดู เห็นตกอยู่ที่ขั้นบันได จึงคีบไปนอกบ้าน และมันก็บินลับหายไป โดมดอยข้องใจว่าค้างคาวกลางวันจะหาที่นอนไม่มาบินว่อนอยู่ทั่วไป แต่เพราะเหตุใดมันจึงมาบินเข้าบ้าน ใจไม่ดีอยู่เหมือนกัน แต่พยายามคิดว่าคงไม่มีอะไร และไม่ได้ไปเยี่ยมพี่สาวทั้งที่ป่วยหนัก แต่ก่อนหน้าก็ไปเยี่ยมและพอพูดคุยกันได้บ้าง หลังจากนั้น 3 วันพี่ก็เสีย หลายคนบอกว่า เหคุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นการส่งข่าวแจ้งข่าวให้ไปเยี่ยม หรือแจ้งเตือนว่าจะมีการสูญเสียคนที่เรารักก็ได้

อภินิหารที่อยู่เหนืออำนาจควบคุมของมนุษย์ยังมีอีกมาย ความลึกลับ ซับซ้อน….อย่าบอกว่าไม่มี อาจไม่มี ….หรือมี …แต่ไม่กล้ารับ…ไม่กล้าปฏิเสธ ซึ่งแท้จริงใด ๆ ในโลกยังมีสิ่งที่ยังสรุปไม่ได้อีกมากมาย หรือบางอย่างอาจเป็นธรรมชาติส่งทูตมาบอกข่าว แต่ไม่เชื่อ แล้วยังทำร้ายเข่นฆ่าทูตมาเป็นอาหาร จึงอภัยไม่ได้ ฟ้าดินจึงลงโทษ ปัจจุบันมีเหตุการณ์สัตว์ป่าหลงทิศทางเข้าหมู่บ้านมากมาย เช่นที่เข็กน้อย มีลิงหลงมาในหมู่บ้าน หรือ กระทิงหลงเข้ามาที่ท่าพลหล่มสัก และอีกหลาย ๆ อย่าง หลายที่ที่เราไม่รู้ข่าว นี่คือลางบอกเหตุอะไรหรือไม่ ไม่ต้องเชื่อโดมดอย แต่อย่าประมาท เพราะสิ่งที่แน่นอนก็คือสิ่งที่ไม่แน่นอน…นั่นเ อง.