ลิขสิทธิ์บันเทิง หนังม้ง เพลงม้ง

ชีวิตช่วงนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ (อีกเลี้ยวหนึ่ง) เดี๋ยวอยู่ตาก เดี๋ยวอยู่กรุงเทพฯ เดี๋ยวอยู่น่าน ถือเป็นอีกช่วงของชีวิตที่ต้องอาศัยการวางแผนและตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน ว่าชีวิตจะเดินต่อยังไง อีกปีสองปีข้างหน้าชีวิตควรต้องเป็นยังไง แล้วอีกสิบปีข้างหน้าล่ะ ..เพราะตอนนี้ชีวิตไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียวอีกต่อไป

ก่อนจะเข้าเรื่องลิขสิทธิ์และการละเมิดลิขสิทธิ์ในสังคมม้ง เราลองมาดูความหมายของมันก่อน

ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่ผู้เดียวที่กฎหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ตนได้ทำขึ้น อันได้แก่ สิทธิที่จะทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปลักษณะอย่างใดหรือวิธีใด รวมทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นนำงานนั้นไปทำเช่นว่านั้นด้วย …

…การละเมิดลิขสิทธิ์ หมายถึงการนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ทำซ้ำ โดยผู้เป็นเจ้าของผลงานไม่อนุญาตหรือไม่ได้รับทราบ ปกติแล้วผลงานใดๆ อาทิ สิ่งประดิษฐ์ วรรณกรรม ศิลปกรรม ฯลฯ เป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์โดยปริยาย การนำผลงานมาใช้อาจมีเงื่อนไขบางประการเรียกว่าสัญญาอนุญาต ซึ่งกำหนดโดยเจ้าของผลงานหรือกำหนดตามกฎหมาย เมื่อไม่ทำตามเงื่อนไขจึงละเมิดลิขสิทธิ์ …wikipedia.org

ที่จริงเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ในวงการบันเทิงม้งเรามีมานานแล้ว และเราก็พูดกันมานานแล้วด้วย คือในยุคแรกๆ เรายังพอเข้าใจได้ว่ามันคือการเริ่มต้นของวงการบันเทิง (สากล) ของม้งเรา และการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเราถือว่ามันเกิดจากความไม่รู้

กระทั่งทุกวันนี้ทุกคนรู้แล้ว แต่ยังพบเห็นการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นปกติอยู่ แม้ตัวบทกฏหมายจะเคร่งครัดและเข้าถึงตัวผู้กระทำผิดมากขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในด้านต่างๆ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ (และอินเตอร์เน็ต) ช่วยให้บุคคลธรรมดาสามารถดัดแปลง ผลิตซ้ำ ทำขายผลงานของผู้อื่นได้ง่ายขึ้น ..ในปริมาณที่มากขึ้น

กลไกทางกฏหมายจึงควบคุมได้แค่ระดับหนึ่ง

เมื่อวานนี้ผมเห็นแม่ค้าสามสีคนนั่งขายของอยู่ริมถนนแถวบ้าน สังเกตุเห็นแม่ค้าสองในสี่มีแผ่นซีดีวางขายด้วย ลักษณะปกซีดีก็จะซีดๆ กองรวมกันอยู่ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะภาพลักษณะนี้มีให้เห็นได้ตามตลาดนัดทั่วไป (ตามชุมชนม้ง)

สิ่งที่ผมคิดคือ ซีดีที่วางขายอยู่จะมีสักกี่แผ่นที่มีเนื้อหาข้างในถูกต้อง ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น โดยเฉพาะซีดีเพลง ที่มักพบว่ามีการก็อปเอาทำนองดนตรีของคนอื่นมาใช้ หรือพูดอีกแง่ก็คือพยายามแปลเพลงคนอื่นเพื่อทำการค้า

ฉะนั้นในวงการบันเทิงม้งไม่ว่าจะเป็นเพลงม้ง หรือหนังม้ง เราจะพบการละเมิดลิขสิทธิ์ตั้งแต่ผู้ผลิด จนถึงผู้จำหน่าย เมื่อกระบวนการผลิตไม่สะอาดจริง จึงเป็นเรื่องยากที่ผู้ผลิตจะไปจัดการกับผู้ค้าที่กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ผลิตรายนั้นๆ

สำหรับวงการเพลงม้ง ปัจจุบันเห็นผลงานใหม่ๆ มีความสร้างสรรค์มากขึ้น แต่การก็อปปี้ทำนองดนตรียังคงมีอยู่ ส่วนวงการหนังม้งนั้นถือว่ามีการพัฒนาในระดับที่น่าพอใจ ดังจะเห็นได้จากจำนวนทีมงานถ่ายทำ ที่นับวันยิ่งจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่เราจะได้มีหนังม้งโดยฝีมือคนม้งมากขึ้น ..ในอดีตเรานิยมนำหนังหรือละครคนอื่นมาพากษ์เป็นภาษาม้ง ซึ่งมีทั้งที่ถูกกฏหมาย และผิดกฏหมาย

จำได้ว่าตอนเด็กเคยไปติดต่อซื้อลิขสิทธิ์หนังกับพี่ชายและกลุ่มม้งเมกา

ผมเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ผลิตผลงานบันเทิงม้งเรา ผลิตภายใต้กรอบกฏหมาย ผู้ผลิตจะมีอำนาจมากขึ้น ในการที่จะจัดการกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของตนเอง ไม่ต้องอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก ที่สำคัญผู้ผลิตหรือผู้สร้างสรรค์ผลงาน จะสามารถสร้างมูลค่าให้กับผลงานได้อย่างไม่รู้จบ ..ตามแต่จะสามารถ

ผู้ซื้อมองว่าเป็นสินค้าก็อปปี้ จึงไม่ให้ราคากับสินค้านั้นๆ พ่อค้ามองว่าผู้ผลิตมีชนักปักหลัง จึงไม่มีความยำเกรงผู้ผลิต ผู้ผลิตมองว่าเจ้าของผลงาน (ทำนองดนตรี, หนังและละคร) อยู่เมืองนอก จึงวางใจ เพราะคิดว่าโทษคงมาไม่ถึงตัว ..ทั้งหมดนี้คือการคิดและทำนอกกรอบ (กฏหมาย)

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *